เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วเราและครอบครัวได้มีโอกาสไปเที่ยวญี่ปุ่นกับครอบครัวมาค่ะ เนื่องจากรอบนี้ไปหลายวันและไปกัน 6 คนก็เลยตัดสินใจจอง Airbnb เพราะคิดว่าน่าจะสะดวกและประหยัดกว่าโรงแรม (ก่อนหน้านี้เคยใช้บริการของ Airbnb ที่เกาหลีมาแล้วรู้สึกว่าค่อนข้างจะโอเคเลย)
ทริปนี้เราเริ่มหาที่พักและจองที่พักล่วงหน้าไว้ตอนแรกล่วงหน้าประมาณ 4 เดือนเลยค่ะ เพราะคิดว่าไปกันหลายคนกลัวห้องดีๆ จะเต็มซะก่อน
ตอนแรกจองของที่โอซาก้าไปก็ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ จ่ายเงินไปเต็มจำนวนหมดแล้วคุยกับโฮสเรียบร้อยแล้วด้วย "แต่" หลังจากนั้นประมาณ 4 วัน อยู่ๆ โฮสก็มายกเลิกการจองแบบดื้อๆ เลย พร้อมส่งข้อความมาบอกตามนี้ค่ะ

ตอนนั้นก็ตกใจเพราะไม่เคยโดนยกเลิกการจอง Airbnb เลย เงินก็จ่ายไปเต็มจำนวนแล้วด้วย แต่ก็ไว้ใจว่าเดี๋ยว Airbnb ก็จะ Refund เงินดคืนเข้ามาในบัตรเอง ซึ่งเราเซ็งมากค่ะ แบบว่าต้องมานั่งหาที่พักใหม่
พอทีนี้หาที่พักใหม่ที่โอซาก้าทันทีหลังจากที่โดนโฮสคนแรกยกเลิก แล้วก็หาที่พักใหม้ได้แล้วก็ทำแบบเดิมทุกอย่างค่ะ ตัดบัตรไปเต็มจำนวนเลยแล้ว... "โฮสก็ส่งข้อความมาขอยกเลิกการจองอีกแล้วค่ะ" (จองไปประมาณต้นเดือน ส่งข้อความมายกเลิกการจองประมาณสิ้นเดือน)

ทีนี้เราก็เริ่มเอะใจเรื่องกฎหมายของญี่ปุ่นเกี่ยวกับ Airbnb ก็เลยถามโฮสคนนี้ไปตรงๆ

กว่าเราจะมาลงตัวเรื่องที่พักทางฝั่งโอซาก้าก็คือโดนยกเลิกไป 2 รอบค่ะ มาเจอโฮสคนที่ 3 คือตอบดีมากๆ และเราก็ถามไปก่อนว่าจะมีปัญหาอะไรมั้ยเพราะว่าก่อนหน้านี้โดนยกเลิกมาหลายรอบแล้ว โฮสคนนี้ก็บอกมาตามนี้ค่ะ

ก็เลยจบที่ฝั่งโอซาก้าโดยการเช่าห้องของโฮสคนนี้ค่ะ โดยระหว่างที่อยู่ที่โอซาก้าก็ไม่มีปัญหาอะไรเลยสำหรับเรื่องที่พักห้องนี้ค่ะ
พอมาถึงฝั่งโตเกียว (เราเลือกนอนแถวๆ ชินจูกุค่ะ)
เราจองไปทีแรกก็โดน "ยกเลิก" เหมือนกันค่ะ แต่สำหรับโฮสคนนี้น่าจะมีปัญหากับเพื่อนบ้านและเจ้าของอพาร์ทเมนท์เนื่องจากคนที่มาเช่าห้องผ่านทาง Airbnb สร้างความรบกวนให้กับเพื่อนบ้าน

และเราก็ต้องหาใหม่อีกเช่นเคยค่ะ มาลงตัวกับโฮสคนนี้ซึ่งตรงหน้าที่จอง รีวิวก็ดูเป็นด้านบวกหมดเลยก็เลยเอาที่นี่แหละ ตอนแรกคุยเราก็เน้นถามไปว่าจะไม่มีปัญหาเรื่องกฎหมายอะไรใช่มั้ย โฮสก็บอกประมาณว่าไม่มี สบายใจได้เลย ก็โอเคแฮปปี้แต่สำหรับโฮสคนนี้คือไม่โดนยกเลิกแต่เจอประสบการณ์ที่แย่มากค่ะ
ตัวอพาร์ทเมนท์ค่อนข้างที่จะเก่า แต่สภาพห้องโอเคอยู่พอไหวไม่ได้โทรมหรืออะไรมากมายสภาพก็ตามรูปในเว็บ Airbnb เลย
แต่เนื่องจากเรานั่งรถไฟจากโอซาก้าเข้ามาโตเกียวแล้วถึงอพาร์ทเมนท์ประมาณบ่าย 3 โมงพอดี (ตามกฎของห้องนี้โฮสลงไว้ว่าสามารถ Check-in ได้ตอน 3 โมงเป็นต้นไป)
พอเราไปถึงหน้าห้องก็ได้ยินเสียงว่ายังมีคนอยู่ในห้องอยู่เลยค่ะ ซึ่งเป็นแม่บ้านที่เข้ามาทำความสะอาดห้องแต่คือแม่บ้านก็รู้ว่าเรามายืนรออยู่หน้าห้องแล้วก็ไม่ได้ขอโทษอะไรแค่ยิ้มๆ ละทำห้องต่อแบบโนสน โนแคร์ ทำให้เราและที่บ้านต้องยืนรออยู่หน้าประตูเกิน 30 นาที กว่าจะได้เข้าห้องจริงๆ คือเกือบๆ จะ 4 โมงแล้วค่ะ
สักพักช่วงเย็นๆ โฮสก็ส่งฟอร์มข้อความอารมณ์แบบ Welcome บลาๆ ตามมาด้วยกฎ ซึ่งโฮสเจ้านี้ค่อนข้างที่จะจุกจิกและเคี่ยวค่ะ จะหยิบจับอะไรเพิ่มจะคิดเงินหมดเลย จริงๆ เราก็ไม่ได้อะไรในส่วนนี้ แต่ระหว่างที่เราพักเราก็เจอปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ค่ะ เช่น ห้องน้ำที่ค่อนข้างจะเก่า และห้องส้วมกลอนก็เสียล้อคไม่ได้ แต่คิดว่าส่วนมากก็ไม่ค่อยได้อยู่ในห้องอยู่แล้วเลยไม่ได้คิดอะไร
เนื่องจากเรานอนอยู่ที่โตเกียว 6 คืน และมากัน 6 คน ซึ่งก็แน่นอนขยะก็ต้องเต็มถังอยู่แล้ว แต่ทีนี้ถังขยะมันเต็มจนทิ้งไม่ได้แล้วคุณลุงก็เลยไปหาที่ทิ้งขยะภายในอพาร์ทเมนท์ (จริงๆ โฮสบอกว่าให้ leave ขยะไว้ในห้องนี่แหละไม่ต้องเอาไปทิ้ง) และพอก่อนจะกลับซึ่งต้องแพ็คของจัดกระเป๋ากลับไทย ขยะส่วนมากที่เหลืออยู่ในถังขยะเป็นพวกถุงกระดาษทั้งหลายแหล่เกือบทั้งหมดเลยค่ะ ไม่มีอะไรที่เป็นขยะเปียกหรือส่งกลิ่นเลย ซึ่งก่อนจะ check-out ออกจากห้องเราก็จัดห้องเหมือนเดิมทุกอย่าง
และพอกลับถึงไทยแล้วเราค่อนข้างที่จะยุ่งก็เลยไม่มีเวลารีวิวให้โฮสเลยค่ะ และ Airbnb จะมีให้โฮสเขียนรีวิวแขกที่มาพักด้วย ซึ่งรีวิวของแขกก็จะขึ้นอยู่ในหน้า profile ของเรา และเราก็ไม่ได้สนใจ จนเพิ่งมาเห็นเมื่อไม่กี่วันก่อนนี้เองค่ะ โฮสเจ้าของที่พักที่โตเกียวคนนี้มารีวิวให้เราว่า

เราเห็นครั้งแรกแล้วโมโหมากค่ะ ทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรสกปรกเลยยยยยยยยย จะ Respond อะไรก็ไม่ได้เลยค่ะ เนื่องจาก Airbnb มีนโยบายว่าถ้าจะ Respond รีวิวอันนี้คือจะต้องทำภายใน 14 วันเท่านั้น ซึ่งเราก็ได้ติดต่อทาง Airbnb ไปทางทวิตเตอร์ (เราแนะนำใครมีปัญหาอะไรเกี่ยวกับ Airbnb แล้วต้องการจะติดต่อกับทาง Airbnb โดยตรงแนะนำให้ติดต่อทางทวิตเตอร์ค่ะ ตอบเร็วมากๆ มีคนสแตนบายรอตอบอยู่ 24 ชั่วโมงเลย) ซึ่งก็ได้ความมาตามนี้ค่ะ
สรุปแล้วก็ไม่สามารถทำอะไรได้กับเคสนี้ซึ่งเราก็พยายามหาข้อมูลใน Pantip ว่ามีใครเจอกรณีแบบเราบ้างมั้ย เราก็ไปเจอคอมเมนท์นึงบอกประมาณว่าเคยไปแล้วห้องไม่ดีเลยก็เลยเขียนรีวิว แต่เหมือนโฮสจะลบรีวิวอันนั้นออกซึ่งเราก็รู้เลยว่าเจ้านี้จะต้องทำแบบนั้นแน่ๆ เพราะในลิงค์จองห้องมีแต่รีวิวด้านบวกและอวยมากๆ แต่โชคดีที่โฮสทางโอซาก้าเขียนรีวิวมาให้ดีมากๆ เลยจนรู้สึกผิดที่ไม่ได้ไปเขียนรีวิวให้เค้า
สำหรับกรณีโดนยกเลิกที่พักโดยที่โฮสเป็นคนขอยกเลิกทางเรานั้น เรารู้สึกว่าผู้ใช้บริการจะเสียเปรียบมากๆ ค่ะ เพราะว่ากว่า Airbnb จะดำเนินเรื่อง Refund เงินคืนเข้ามาในบัตรก็ประมาณอาทิตย์นึงและส่วนมากจะโดนหักเรทค่าเงินบัตรเครดิตโดยที่เราไม่ได้ทำผิดอะไรเลย ซึ่งส่วนนี้ไม่มีใครชดเชยให้นะคะ เราต้องรับไปเองทั้งหมด
สุดท้ายนี้เราอยากจะเตือนทุกคนว่าหากใครจะหาที่พัก Airbnb ที่ญี่ปุ่นเราแนะนำว่าให้ถามโฮสไปตรงๆ ก่อนว่าจะมีปัญหาเรื่องการยกเลิกภายหลังมั้ย เพราะเรารู้สึกว่าเหมือนกฎหมายที่โน่นยังไม่ลงตัวและบางที่เจ้าของก็ "แอบ" ทำ Airbnb ค่ะ
สำหรับใครที่อยากรู้ลิงค์ที่พักที่เราไปนอนที่โอซาก้าและที่โตเกียวสามารถหลังไมค์มาหาเราได้นะคะ
และอยากจะบอกทุกคนว่า... เลือกพักโรงแรมดีที่สุดค่ะ เสียแพงขึ้นหน่อยแต่ไม่มีปัญหาเรื่องโดนยกเลิกอะไรแบบนี้แน่นอน แถมจองโรงแรมผ่านพวกเว็บตัวแทนต่างๆ เดี๋ยวนี้ก็สามารถมัดจำได้หรือไปจ่ายตอนเช็คอินก็ได้ ห้องก็มีคนมาทำความสะอาดให้ทุกวัน รอบหน้าถ้าไปญี่ปุ่นอีกเราจะเลือกพักโรงแรมแล้วค่ะ บอกเลยว่าสำหรับรอบนี้เข็ดกับ Airbnb ญี่ปุ่นมากๆ เลย
ปล. ล่าสุดเราจองที่พัก Airbnb ที่เกาหลีไปเลยเห็นว่าเดี๋ยวนี้ Airbnb มีแบบให้แบ่งจ่าย 2 ครั้งด้วยค่ะ แต่ตอนที่เราจองไปญี่ปุ่นทริปนี้มีแต่ให้จ่ายเต็มอย่างเดียวเลย
แชร์ประสบการณ์พัก Airbnb ที่ญี่ปุ่นเมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ปี 2017 (โอซาก้า-โตเกียว)
ทริปนี้เราเริ่มหาที่พักและจองที่พักล่วงหน้าไว้ตอนแรกล่วงหน้าประมาณ 4 เดือนเลยค่ะ เพราะคิดว่าไปกันหลายคนกลัวห้องดีๆ จะเต็มซะก่อน
ตอนแรกจองของที่โอซาก้าไปก็ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ จ่ายเงินไปเต็มจำนวนหมดแล้วคุยกับโฮสเรียบร้อยแล้วด้วย "แต่" หลังจากนั้นประมาณ 4 วัน อยู่ๆ โฮสก็มายกเลิกการจองแบบดื้อๆ เลย พร้อมส่งข้อความมาบอกตามนี้ค่ะ
ตอนนั้นก็ตกใจเพราะไม่เคยโดนยกเลิกการจอง Airbnb เลย เงินก็จ่ายไปเต็มจำนวนแล้วด้วย แต่ก็ไว้ใจว่าเดี๋ยว Airbnb ก็จะ Refund เงินดคืนเข้ามาในบัตรเอง ซึ่งเราเซ็งมากค่ะ แบบว่าต้องมานั่งหาที่พักใหม่
พอทีนี้หาที่พักใหม่ที่โอซาก้าทันทีหลังจากที่โดนโฮสคนแรกยกเลิก แล้วก็หาที่พักใหม้ได้แล้วก็ทำแบบเดิมทุกอย่างค่ะ ตัดบัตรไปเต็มจำนวนเลยแล้ว... "โฮสก็ส่งข้อความมาขอยกเลิกการจองอีกแล้วค่ะ" (จองไปประมาณต้นเดือน ส่งข้อความมายกเลิกการจองประมาณสิ้นเดือน)
ทีนี้เราก็เริ่มเอะใจเรื่องกฎหมายของญี่ปุ่นเกี่ยวกับ Airbnb ก็เลยถามโฮสคนนี้ไปตรงๆ
กว่าเราจะมาลงตัวเรื่องที่พักทางฝั่งโอซาก้าก็คือโดนยกเลิกไป 2 รอบค่ะ มาเจอโฮสคนที่ 3 คือตอบดีมากๆ และเราก็ถามไปก่อนว่าจะมีปัญหาอะไรมั้ยเพราะว่าก่อนหน้านี้โดนยกเลิกมาหลายรอบแล้ว โฮสคนนี้ก็บอกมาตามนี้ค่ะ
ก็เลยจบที่ฝั่งโอซาก้าโดยการเช่าห้องของโฮสคนนี้ค่ะ โดยระหว่างที่อยู่ที่โอซาก้าก็ไม่มีปัญหาอะไรเลยสำหรับเรื่องที่พักห้องนี้ค่ะ
พอมาถึงฝั่งโตเกียว (เราเลือกนอนแถวๆ ชินจูกุค่ะ)
เราจองไปทีแรกก็โดน "ยกเลิก" เหมือนกันค่ะ แต่สำหรับโฮสคนนี้น่าจะมีปัญหากับเพื่อนบ้านและเจ้าของอพาร์ทเมนท์เนื่องจากคนที่มาเช่าห้องผ่านทาง Airbnb สร้างความรบกวนให้กับเพื่อนบ้าน
และเราก็ต้องหาใหม่อีกเช่นเคยค่ะ มาลงตัวกับโฮสคนนี้ซึ่งตรงหน้าที่จอง รีวิวก็ดูเป็นด้านบวกหมดเลยก็เลยเอาที่นี่แหละ ตอนแรกคุยเราก็เน้นถามไปว่าจะไม่มีปัญหาเรื่องกฎหมายอะไรใช่มั้ย โฮสก็บอกประมาณว่าไม่มี สบายใจได้เลย ก็โอเคแฮปปี้แต่สำหรับโฮสคนนี้คือไม่โดนยกเลิกแต่เจอประสบการณ์ที่แย่มากค่ะ
ตัวอพาร์ทเมนท์ค่อนข้างที่จะเก่า แต่สภาพห้องโอเคอยู่พอไหวไม่ได้โทรมหรืออะไรมากมายสภาพก็ตามรูปในเว็บ Airbnb เลย
แต่เนื่องจากเรานั่งรถไฟจากโอซาก้าเข้ามาโตเกียวแล้วถึงอพาร์ทเมนท์ประมาณบ่าย 3 โมงพอดี (ตามกฎของห้องนี้โฮสลงไว้ว่าสามารถ Check-in ได้ตอน 3 โมงเป็นต้นไป)
พอเราไปถึงหน้าห้องก็ได้ยินเสียงว่ายังมีคนอยู่ในห้องอยู่เลยค่ะ ซึ่งเป็นแม่บ้านที่เข้ามาทำความสะอาดห้องแต่คือแม่บ้านก็รู้ว่าเรามายืนรออยู่หน้าห้องแล้วก็ไม่ได้ขอโทษอะไรแค่ยิ้มๆ ละทำห้องต่อแบบโนสน โนแคร์ ทำให้เราและที่บ้านต้องยืนรออยู่หน้าประตูเกิน 30 นาที กว่าจะได้เข้าห้องจริงๆ คือเกือบๆ จะ 4 โมงแล้วค่ะ
สักพักช่วงเย็นๆ โฮสก็ส่งฟอร์มข้อความอารมณ์แบบ Welcome บลาๆ ตามมาด้วยกฎ ซึ่งโฮสเจ้านี้ค่อนข้างที่จะจุกจิกและเคี่ยวค่ะ จะหยิบจับอะไรเพิ่มจะคิดเงินหมดเลย จริงๆ เราก็ไม่ได้อะไรในส่วนนี้ แต่ระหว่างที่เราพักเราก็เจอปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ค่ะ เช่น ห้องน้ำที่ค่อนข้างจะเก่า และห้องส้วมกลอนก็เสียล้อคไม่ได้ แต่คิดว่าส่วนมากก็ไม่ค่อยได้อยู่ในห้องอยู่แล้วเลยไม่ได้คิดอะไร
เนื่องจากเรานอนอยู่ที่โตเกียว 6 คืน และมากัน 6 คน ซึ่งก็แน่นอนขยะก็ต้องเต็มถังอยู่แล้ว แต่ทีนี้ถังขยะมันเต็มจนทิ้งไม่ได้แล้วคุณลุงก็เลยไปหาที่ทิ้งขยะภายในอพาร์ทเมนท์ (จริงๆ โฮสบอกว่าให้ leave ขยะไว้ในห้องนี่แหละไม่ต้องเอาไปทิ้ง) และพอก่อนจะกลับซึ่งต้องแพ็คของจัดกระเป๋ากลับไทย ขยะส่วนมากที่เหลืออยู่ในถังขยะเป็นพวกถุงกระดาษทั้งหลายแหล่เกือบทั้งหมดเลยค่ะ ไม่มีอะไรที่เป็นขยะเปียกหรือส่งกลิ่นเลย ซึ่งก่อนจะ check-out ออกจากห้องเราก็จัดห้องเหมือนเดิมทุกอย่าง
และพอกลับถึงไทยแล้วเราค่อนข้างที่จะยุ่งก็เลยไม่มีเวลารีวิวให้โฮสเลยค่ะ และ Airbnb จะมีให้โฮสเขียนรีวิวแขกที่มาพักด้วย ซึ่งรีวิวของแขกก็จะขึ้นอยู่ในหน้า profile ของเรา และเราก็ไม่ได้สนใจ จนเพิ่งมาเห็นเมื่อไม่กี่วันก่อนนี้เองค่ะ โฮสเจ้าของที่พักที่โตเกียวคนนี้มารีวิวให้เราว่า
เราเห็นครั้งแรกแล้วโมโหมากค่ะ ทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรสกปรกเลยยยยยยยยย จะ Respond อะไรก็ไม่ได้เลยค่ะ เนื่องจาก Airbnb มีนโยบายว่าถ้าจะ Respond รีวิวอันนี้คือจะต้องทำภายใน 14 วันเท่านั้น ซึ่งเราก็ได้ติดต่อทาง Airbnb ไปทางทวิตเตอร์ (เราแนะนำใครมีปัญหาอะไรเกี่ยวกับ Airbnb แล้วต้องการจะติดต่อกับทาง Airbnb โดยตรงแนะนำให้ติดต่อทางทวิตเตอร์ค่ะ ตอบเร็วมากๆ มีคนสแตนบายรอตอบอยู่ 24 ชั่วโมงเลย) ซึ่งก็ได้ความมาตามนี้ค่ะ
สรุปแล้วก็ไม่สามารถทำอะไรได้กับเคสนี้ซึ่งเราก็พยายามหาข้อมูลใน Pantip ว่ามีใครเจอกรณีแบบเราบ้างมั้ย เราก็ไปเจอคอมเมนท์นึงบอกประมาณว่าเคยไปแล้วห้องไม่ดีเลยก็เลยเขียนรีวิว แต่เหมือนโฮสจะลบรีวิวอันนั้นออกซึ่งเราก็รู้เลยว่าเจ้านี้จะต้องทำแบบนั้นแน่ๆ เพราะในลิงค์จองห้องมีแต่รีวิวด้านบวกและอวยมากๆ แต่โชคดีที่โฮสทางโอซาก้าเขียนรีวิวมาให้ดีมากๆ เลยจนรู้สึกผิดที่ไม่ได้ไปเขียนรีวิวให้เค้า
สำหรับกรณีโดนยกเลิกที่พักโดยที่โฮสเป็นคนขอยกเลิกทางเรานั้น เรารู้สึกว่าผู้ใช้บริการจะเสียเปรียบมากๆ ค่ะ เพราะว่ากว่า Airbnb จะดำเนินเรื่อง Refund เงินคืนเข้ามาในบัตรก็ประมาณอาทิตย์นึงและส่วนมากจะโดนหักเรทค่าเงินบัตรเครดิตโดยที่เราไม่ได้ทำผิดอะไรเลย ซึ่งส่วนนี้ไม่มีใครชดเชยให้นะคะ เราต้องรับไปเองทั้งหมด
สุดท้ายนี้เราอยากจะเตือนทุกคนว่าหากใครจะหาที่พัก Airbnb ที่ญี่ปุ่นเราแนะนำว่าให้ถามโฮสไปตรงๆ ก่อนว่าจะมีปัญหาเรื่องการยกเลิกภายหลังมั้ย เพราะเรารู้สึกว่าเหมือนกฎหมายที่โน่นยังไม่ลงตัวและบางที่เจ้าของก็ "แอบ" ทำ Airbnb ค่ะ
สำหรับใครที่อยากรู้ลิงค์ที่พักที่เราไปนอนที่โอซาก้าและที่โตเกียวสามารถหลังไมค์มาหาเราได้นะคะ
และอยากจะบอกทุกคนว่า... เลือกพักโรงแรมดีที่สุดค่ะ เสียแพงขึ้นหน่อยแต่ไม่มีปัญหาเรื่องโดนยกเลิกอะไรแบบนี้แน่นอน แถมจองโรงแรมผ่านพวกเว็บตัวแทนต่างๆ เดี๋ยวนี้ก็สามารถมัดจำได้หรือไปจ่ายตอนเช็คอินก็ได้ ห้องก็มีคนมาทำความสะอาดให้ทุกวัน รอบหน้าถ้าไปญี่ปุ่นอีกเราจะเลือกพักโรงแรมแล้วค่ะ บอกเลยว่าสำหรับรอบนี้เข็ดกับ Airbnb ญี่ปุ่นมากๆ เลย
ปล. ล่าสุดเราจองที่พัก Airbnb ที่เกาหลีไปเลยเห็นว่าเดี๋ยวนี้ Airbnb มีแบบให้แบ่งจ่าย 2 ครั้งด้วยค่ะ แต่ตอนที่เราจองไปญี่ปุ่นทริปนี้มีแต่ให้จ่ายเต็มอย่างเดียวเลย