คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 3
เป็นเรื่องปกติที่ คนที่ผ่านประสบการณ์มามาก กับ คนที่ผ่านประสบการณ์มาน้อย จะมองในมุมที่ต่างกันมาก
เข้าใจทั้งคุณแม่ และคุณลูกน่ะครับ
คุณลูก อีกหน่อยถ้าโตขึ้นในวัยคุณแม่ ก็อาจจะกลับมาคิดถึงเรื่องนี้ก็ได้ และก็จะเข้าใจว่า คุณแม่ทำไมถึงทำแบบนี้
แต่ถ้ามองในอีกมุมนึง ก็อาจจะแย่กว่าเดิมก็ได้ เหมือนคำที่ว่า ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ
สิ่งที่ผมคิดว่าควรทำอย่างแรกเลย คือสร้างภูมิต้านทานให้กับลูก คือ สอนลูกว่า การมีแฟนในวัยเด็ก มีข้อดีอะไร มีข้อเสียอะไร และในอายุเท่านี้ มันมีโอกาสที่จะพลาดได้ง่าย เพราะประสบการณ์ยังน้อย ยังไม่ค่อยรู้ทันคน
แต่ถ้าสอนไปขนาดนี้แล้ว คุณลูกก็ยังไม่เชื่อ ยังคิดว่ามันไม่น่าจะมีอะไรไม่ดีเกิดขึ้น ก็อาจจะจำเป็นต้องห้ามจริงจัง ( เพราะคุณแม่ก็คงห่วงมาก )
เข้าใจว่า คุณลูกก็คงจะอยากลองผิด ลองถูกด้วยตัวเอง แต่อย่าลืมว่า...การลองผิด ลองถูกในบางเรื่อง มันอาจจะเกิดสิ่งที่ร้ายแรง และจำไปตลอดได้น่ะครับ ดังนั้น อยากให้นึกถึงเรื่องเรียนอย่างเดียวดีกว่า เรื่องแฟนไว้โตกว่านี้ และทำให้แม่วางใจได้ว่า เราจะวางตัวได้ดี ถึงวันนั้นค่อยไปขอคุณแม่ใหม่น่ะครับ
เข้าใจทั้งคุณแม่ และคุณลูกน่ะครับ
คุณลูก อีกหน่อยถ้าโตขึ้นในวัยคุณแม่ ก็อาจจะกลับมาคิดถึงเรื่องนี้ก็ได้ และก็จะเข้าใจว่า คุณแม่ทำไมถึงทำแบบนี้
แต่ถ้ามองในอีกมุมนึง ก็อาจจะแย่กว่าเดิมก็ได้ เหมือนคำที่ว่า ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ
สิ่งที่ผมคิดว่าควรทำอย่างแรกเลย คือสร้างภูมิต้านทานให้กับลูก คือ สอนลูกว่า การมีแฟนในวัยเด็ก มีข้อดีอะไร มีข้อเสียอะไร และในอายุเท่านี้ มันมีโอกาสที่จะพลาดได้ง่าย เพราะประสบการณ์ยังน้อย ยังไม่ค่อยรู้ทันคน
แต่ถ้าสอนไปขนาดนี้แล้ว คุณลูกก็ยังไม่เชื่อ ยังคิดว่ามันไม่น่าจะมีอะไรไม่ดีเกิดขึ้น ก็อาจจะจำเป็นต้องห้ามจริงจัง ( เพราะคุณแม่ก็คงห่วงมาก )
เข้าใจว่า คุณลูกก็คงจะอยากลองผิด ลองถูกด้วยตัวเอง แต่อย่าลืมว่า...การลองผิด ลองถูกในบางเรื่อง มันอาจจะเกิดสิ่งที่ร้ายแรง และจำไปตลอดได้น่ะครับ ดังนั้น อยากให้นึกถึงเรื่องเรียนอย่างเดียวดีกว่า เรื่องแฟนไว้โตกว่านี้ และทำให้แม่วางใจได้ว่า เราจะวางตัวได้ดี ถึงวันนั้นค่อยไปขอคุณแม่ใหม่น่ะครับ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
โดนแม่ยึดทส.เพราะคุยกับผู้ชาย