เพื่อนๆช่วยดูหน่อยครับว่านิยายที่ผมแต่ง โอเครใหมพอดียังไม่เสร็จ แต่อยากให้วิจารณ์กันคร่าวก่อนว่าาผมควรแก้ใขตรงใหนบ้างคับ

กระทู้คำถาม
   ณ เมืองเเห่งหนึ่งในรัฐ แคลิฟอเนีย มีสถาบันวิจัยแห่งหนึ่งชื่อว่า Eagle ได้ทำการทดลองเกี่ยวกับคนตายแล้วฟื้นมาเป็นเวลากว่า10ปี การทดลองนี่ได้รับการสนับสนุนโดยประธานนาธิบดีเเละคณะรัฐมนตรีต่างๆ แต่ทว่ามีชายคนนึงคิดที่จะขโมยเชื้อไวรัสตัวนี้ไปขายให้กับประเทศที่เป็นศัตรูมายาวนานอย่างรัซเซียเเละนำไปคืนชีพให้พ่อของเขา ทำให้มีชายคนนึงคิดที่จะขโมยเชื้อใวรัสตัวนี้ไปขายให่กับรัซเซียเพื่อที่จะได้เอาไปเป็นเครื่องมือใช้ทางการทหาร แต่ทว่าการขโมยเชื้อใวรัสไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะการทดลงนี้ยังไม่ผ่านการทดลองโดยมนุษย์
   
   "ปีเตอร์ครับคุณคิดยังไงกับโครงการทดสอบเชื้อไวรัสตรงนี้ครับ"นักข่าวถาม
   "ผมคิดว่ามันเป็นโครงการที่ดีน้ะเพื่อที่จะได้ทำให้คนตายสามารถกลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง แล้วมันก็ยังสามารถเอาไปใช้ในทางการทหารได้อีกด้วย"
    "เเล้วคุณคิดว่ามันจะส่งผลเสียกับทางประชาชนหรือประเทศอย่างไรบ้างครับ"
    " มันยังไม่สามารถบ่งบอกอะไรได้ชัดเจนมากหรอกครับ เอาเป็นว่ามันสามารถทำให้ประเทศเรามีอิททิพลทางการค้าเเละทางการทหารได้อย่างชัดเจน ผมไม่ขอพูดอะไรมากเอาเป็นว่าคุณรอดูไปล้ะกัน"
    พอได้จบบทสนทนา ปีเตอร์ได้ขับรถมายังสถานที่แห่งหนึ่ง มันคือสถานที่  สุสานของครอบครัวของปีเตอร์ ปีเตอร์เดินมายังสุสานของผู้เป็นพ่อเเล้วได้ทรุดเข่าลงกับพื้น *พ่อครับ ผมจะทำให้พ่อได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งนึง พ่อรอผมน้ะครับ* พอกล่าวจบ มีชายแก่คนนึงเดินเข้ามาแล้วได้กล่าวบางอย่างขึ้น  "ปีเตอร์ ฉันว่านายเนี่ยนะ ไม่ดิ้นรนหรือพยายามที่จะทำให้พ่อนายฟื้นขึ้นมาหรอก" ชายชราคนนึงได้กล่าวไว้
      "คุณเป็นใคร แล้วคุณรู้จักผมได้ยังไง" 
      "ฉันเฝ้าดูนายมาตั้งนาน ตั้งเเต่ในทีวี ฉันรู้ว่านายเป็นใคร ฉันช่วยนายได้"
      "คุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไร"
      "ถ้านายมัวแต่คิดที่จะทำให้พ่อนายฟื้นขึ้นมาจากความตาย นายคิดอย่างเดียวพ่อนายคงจะไม่ฟื้นขึ้นมาหรอก กว่าเชื้อใวรัสจะสามารถนำออกมาใช้ให้กับประชาชนได้อย่างเป็นทางการอย่างน้อยมันก็ต้องใช้เวลาถึง สิบๆปี"
      "แล้วคุณจะให้ผมทำยังไง ผมไม่สามารถไปเร่งรัฐบาลได้ ผมเป็นแค่คนคิดสูตรอยู่ในทีมวิจัย เป็นแค่พนักงานคนนึง"
     "ไม่ปีเตอร์ นายเป็นมากกว่านั้น นายสามารถที่จะเอามันออกมาได้ โดยที่ไม่มีใครจับได้ว่านายเป็นคนขโมยมันออกมา"
     "คุณต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ"
     "ฉันจะรอนายถึงพรุ่งนี้ 2ทุ่ม มาพบฉันที่เดิมตรงที่ยืนกันอยู่ตรงนี้" 
    ปีเตอร์ได้กลับมาบ้านพร้อมกับนึกถึงเรื่องราวที่ได้พูดคุยกับชายชราผู้นั้นทำให้ปีเตอร์คิดที่จะขโมยมันออกมาจากสถาบันวิจัย
   รุ่งเช้าขึ้นปีเตอร์ก็ได้ไปทำงานตามปกติ แต่ก็ยังนึกถึงเรื่องราวที่ได้คุยกับชายชราผู้นั้นอยู่ตลอด ปีเตอร์เลยรีบปลีกตัวออกจากห้องทำงานเเล้วเดินไปห้องเเล็บที่ใช้วิจัยเชื้อไวรัสตัวนี้ พร้อมกับหยิบเชื้อไวรัสมาสองอัน สัญญานการป้องกันการถูกขโมยก็ได้ดังขึ้นสนั่นไปทั้งตึก ทำให้พวกยาม หน่วยรักษาความปลอดภัย FBI ต่างพากันมาที่สถาบันวิจัยEagle ทันใดนั้นปีเตอร์ได้รีบวิ่งไปทางบรรไดหนีไฟ  ทะลุออกห้องอาหารที่อยู่ข้างล่างเเล้วรีบวิ่งตัดไปทางลานจอดรถ เเล้วรีบขับรถกลับมาบ้าน ระหว่างทางกลับบ้านปีเตอร์ได้อุทานขึ้นมาคำหนึ่งว่า "นี่ฉันทำอะไรของฉันเนี่ย" พอขับรถมาถึงบ้านได้ซักพัก ก็ได้ยินเสียงกริ่งดังที่ประตู **กริ้งงงงงงงง** เสียงกริ่งดังขึ้น ปีเตอร์ได้ลุกขึ้นไปดูก็พบว่า ชายชราคยเดิมผู้นั้นมายืนอยู่ตรงหน้าประตู ปีเตอร์ได้เปิดประตูรับชายคนนั้นเข้ามาภายในบ้าน
     "คุณรู้จักที่อยู่บ้านผมได้ยังไงกันเนี่ย"
     "เรื่องที่อยู่ไม่สำคัญหรอกในตอนนี้ ข่าวนายออกทีวี พวกหน่วยงานต่างๆพากันตั้งข้อหาผู้ต้องสงสัยให้กับนายเเล้ว"
  ปีเตอร์ได้เปิดทีวีก็พบว่าตัวเองได้ขึ้นรูปหน้าปกในทีวีเป็นที่เรียบร้อย พร้อมกับเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีนี้ ทำให้ปีเตอร์เกิดอาการช็อคพอสมควร
     "ผมควรจะทำยังไงต่อ ตอนนี้ผมมีเชื้อไวรัสถึงสองอันอยู่บนโต๊ะทำงานของผม"
     "นายไม่ต้องกังวลใจไปหรอก หลังจากสองทุ่มคืนนี้ เราจะไปฉีดยาตัวนี่ให้กับพ่อของนาย เรามาทำข้อตกลงกันดีกว่า นายมีถึงสองอัน อันนึงนายให้ฉันอีกอันนึงนายเอาไปฉีดให้กับพ่อของนาย แล้วฉันสัญญาว่าจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ"
     " คุณจะเอาไปทำอะไร ผมไม่สามารถให้คุณได้เพราะเชื้อใวรัสตัวนี้ยังไม่เคยได้รับการทดลองโดยมนุษย์ ผมไม่สามารถให้คุณได้หรอก "
    "งั้นนายก็ไปแก้ตัวกับทางการเองก็เเล้วกัน"
   ระหว่างที่ชายชราผู้นั้นกำลังจะเดินออกจากประตูบ้าน ปีเตอร์ก็มีความคิดขึ้นมาอีกอย่างนึงว่า ถ้าเราสามารถนำเชื้อไวรัสตัวนี้ไปขายให้กับประเทศที่ทำสงครามกันมาอย่างรัซเซีย ก็จะกอบโกยเงินมหาศาล
   "เดี๋ยวก่อน ผมตกลง แต่เราต้องมาคุยกันก่อน ผมจะเอายาอันนึงไปทำให้พ่อผมฟื้นขึ้นมา อีกอันนึงเรามาทำการขายให้กับรัซเซีย เราจะได้มีทุนในการวิจัยได้มากขึ้น คุณตกลงใหม เรามาช่วยกัน"
   หึหึ..... ฉันว่านายก็มีความคิดที่ดีนิ ฮ่าาาาๆ~ โอเคได้ฉันตกลง"
   ขณะนี้เวลา 2ทุ่ม ปีเตอร์กับชายชราผู้นั้นได้ขับรถไปสุสานพ่อของปีเตอร์ ปีเตอร์ได้ทำการทุบสุสานเเล้วนำพาศพพ่อของปีเตอร์ออกมา เเล้วช่วยกันพาศพขึ้นรถเเล้วกลับมาบ้าน ปีเตอร์ได้พาศพของพ่อไปไว้บนโต๊ะทำงานของปีเตอร์ แล้วได้ทำการเปิดศพออก ระหว่างที่ปีเตอร์กำลังจะฉีดเชื้อไวรัสเข้าไปในศพของพ่อ มีสายนึงโทรเข้ามาในโทรศัพท์ของปีเตอร์
    "ฮัลโหลล...... ผมปีเตอร์พูดสายครับ"
    "เห้.....ปีเตอร์ นี่ผมน้ะ ร้อยโท คริสเตียน แห่งกองบัญชาการสหัรฐ ฉันเพิ่งกลับมาจากการรบในอัฟกานิสถาน
    "เห้....ว่าไงเพื่อน ไม่เจอกันนานเลนมีอะไรรึป่าว"
    "เอ่อใช่.....จริงๆแล้วก็มีอ่ะน้ะคือว่าวันนี้นายว่างใหม ฉันเห็นข่าวนายในทีวี เลยอยากจะคุยกับนายซักหน่อย"
    ระหว่างที่ปีเตอร์กำลังคุยโทรศัพย์อยู่นั้น ชายชราคนนั้นอดทนรอไม่ใหวเลยทำการฉีดเชื้อไวรัสตัวนี้ให้กับพ่อของปีเตอร์ ชีพจรพ่อของปีเตอร์ก็ได้ดังขึ้น ตื้ดดตึ้ด ตื่ดตึ้ด  ชายชราผู้นั้นได้รีบเอาเชือกมารัดมือรัดเท้าของศพเพราะกลัวว่าจะมีอะไรที่เกินการควบคุมได้
    "คุณทำอะไรของคุณเนี่ย"
   ระหว่างที่กำลังพูดขึ้นมานั้น ได้มีเสียงร้องอวดโอยดังมาจากปากของพ่อปีเตอร์ จากเนื้อตัวสีขาวซี๊ด ก็เปลี่ยนเป็นสีดำผิวหนังขรุขระหน้าขยักขแยง
 เริ่มที่จะดิ้นฟันเริ่มยื่นออกมา หน้าตาเริ่มเปลี่ยนจากเป็นพ่อของปีเตอร์ก็ได้กลายเป็นสภาพศพเละกว่าเดิม ปีเตอร์ช็อคมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ปีเตอร์ร้องให้ออกมาเเล้วพูดขึ้นมาว่า
    "ผมขอโทษครับพ่อ ที่ผมช่วยอะไรพ่อไม่ได้ ผมทำอะไรลงไปเนี่ยยยยย...."
 ระหว่างนั้นชายชราผู้นั้นก็ได้เดินมาหาทางปีเตอร์ตบใหล่เบาๆแล้วพูดว่า
    "นายอย่ามัวเเต่เศร้าเลยปีเตอร์ เรามาหาทางที่จะทำให้เชื้อใวรัสตัวนี้เป็นอาวุธอานุภาพดีกว่า" หลังจากที่พูดประโยคนี่จบ ก็ได้มีขบวนรถทหารตำรวจต่างๆ ต่างพากันมาบ้านปีเตอร์ ปีเตอร์เห็นแบบนั้นเลยรีบวิ่งไปปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด หน้าบ้านของปีเตอร์เต็มไปด้วยทหารตำรวจนับสิบๆหน่วย
    "__ปีเตอร์ ออกมามอบตัวเเละออกมาชี้แจงข้อกล่าวหาทั้งหมดเดี๋ยวนี้" นายทหารคนนึงได้กล่าวผ่านทางโทละโข่ง แต่ทว่าปีเตอร์ไม่ยอมมอบตัวง่ายๆ เลยเดินไปหยิบอาวุธปืนสั้นเตรียมพร้อมที่จะทำการขัดขืนเเละยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ แต่ในระหว่างนั้น ชายชราเเละปีเตอร์ได้หันไปมองคนตายที่คืนชีวิตที่นอนอยู่บนโต๊ะทำงานนั้นพร้อมกันเเล้วพูดขึ้นมาพร้อมกันว่า **คิดเหมือนกันใช่มั้ย** ทันใดนั้นปีเตอร์ได้รีบวิ่งไปห้องทำงานของเขา เเล้วช่วยกันยกโต๊ะลากมายังประตูหน้าบ้าน
   "ผมยอมมอบตัวเเล้ว โดยจะให้ชายคนนึงเดินออกไปก่อน ได้โปรดอย่ายิงผม" เเละเวลานั้นปีเตอร์ได้รีบเเก้มัดศพพ่อของเขา เเล้วรีบเปิดประตู ตอนนั้นฝนตกหนักมากทำให้นายตำรวจเเละทหารต่างมองไม่เห็นว่าหน้าตาคนที่ปีเตอร์ปล่อยออกมานั้นเป็นยังไง ปีเตอร์ได้รีบปิดประตูเเล้วเดินมาที่หน้าต่าง บรรยากาศข้างนอกกำลังส่องสายตามองมาที่พ่อของปีเตอร์ที่กำลังยืนนิ่งอยู่หน้าบ้านนั้น
   
       
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่