คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 29
คุณลองคิดดูแบบง่าย ๆ นะคะ ว่าสามีของคุณ คือ ตุ๊กตาหมีพูตัวหนึ่ง
ซึ่งประวัติความเป็นมาของเขานั้น เคยมีเจ้าของมาก่อน ได้แก่ ภรรยาและลูกสาวเขา
ก่อนหน้านี้ลูกสาวคนนี้ เคยนอนกอดตุ๊กตาตัวนี้เล่นทุกวัน ได้คุย ได้สัมผัส ได้รับความรักอย่างเต็มเปี่ยม
ชีวิตมีแต่ความรัก ความอบอุ่น และมีความเป็นเจ้าของในตัวตุ๊กตาหมีพูตัวนี้ทุกอนู ทุกลมหายใจ
อยู่มาวันหนึ่ง แม่เธอก็ปล่อยมือจากตุ๊กตาไป ตุ๊กตาก็ตกมาอยู่ในมือเธอคนเดียว เธอได้เป็นเจ้าของมัน
แม้จะว้าเหว่คิดถึงแม่บ้าง แต่ในชีวิตยังมีตุ๊กตาอบอุ่นให้กอด ให้ซุกซบ และร้องไห้จนหลับไปกับตุ๊กตา
แล้ววันหนึ่ง เหตุการณ์ก็เลวร้ายขึ้นไปอีก เมื่อคุณเข้ามาในชีวิตของเขา และลูกสาวเขาคนนี้
คุณและลูกสาวเขา ต่างก็ดึงมือตุ๊กตาตัวนี้ไว้คนละข้าง คุณมีแรงมากกว่า ในที่สุดตุ๊กตาก็ตกเป็นของคุณ
มันเป็นตุ๊กตาตัวที่ "ลูกสาวเขาเคยเป็นเจ้าของ เคยนอนกอด เคยแบ่งปันความทุกข์ ความสุขกันมา"
แต่ตอนนี้ตุ๊กตาตัวโปรดของเธอได้หลุดมือเธอไปแล้ว น้องเค้าจะเจ็บปวดแค่ไหน ที่เห็นตุ๊กตาตัวโปรด
ค่อย ๆ ถูกมือคุณดึงออกไป ออกไป และออกไป จนในที่สุดก็หลุดมือหายไป และไปอยู่ในกำมือของคุณ
คุณสร้างความเจ็บปวดที่สองให้กับชีวิตของเธอ จากที่เธอเสียครอบครัว เธอก็ต้องเสียพ่อเธอไปให้คุณอีกคน
เจ้าของตุ๊กตาคนเก่าจะคิดถึงตุ๊กตาตัวนี้มากแค่ไหน?
เวลามองตุ๊กตารัก อยู่ไกล ๆ แล้วเห็นภาพคุณและลูกของคุณแบ่งปันกันเล่นตุ๊กตาตัวนี้ กอดหอมตุ๊กตาตัวนี้
อย่างมีความสุข เจ้าของเก่าจะเสียใจไหม สะเทือนใจไหม มันเป็นตุ๊กตาตัวโปรดตัวเดียวที่เธอมีเหลืออยู่ในชีวิต
แต่คุณกับลูกก็เอามันไปจากชีวิตเธอเสียแล้ว และเธอไม่ได้เต็มใจยกให้คุณเลย คุณมาดึงออกจากมือเธอเอง
เอามันไปจากชีวิตของเธอแบบถาวร เวลาที่เธอเหงา ว้าเหว่ โหยหาความรัก เธอจะทำอย่างไร ต่อให้มีตุ๊กตาย่า
ตุ๊กตาป้า ตุ๊กตาอา มันก็ไม่อบอุ่นและลึกซึ้งเท่ากับตุ๊กตาพ่อตัวนี้ ที่ลืมตาเกิดมาก็อยู่ด้วยกันมาตลอด กอดกันตลอด
อ่านมาถึงตรงนี้คุณพอจะเข้าใจความรู้สึกของน้องไหม ในใจคุณคิดแต่เพียงว่า ตุ๊กตาตัวนี้ต้องเป็นของฉันคนเดียว
เป็นของลูกฉัน ลูกสาวเก่า เจ้าของเก่าคนนั้นเป็นแค่คนอื่น เวลาที่เธอขอแค่เอาตุ๊กตาไปกอดบ้าง คุณก็ระแวง
ว่าเธอจะมาแย่งตุ๊กตากลับคืนไป ระแวงว่าตุ๊กตาจะรักเจ้าของเก่ามากกว่าคุณและลูก โดยลืมไปว่า น้องเค้า
ก็มีสิทธิ์ในตุ๊กตาตัวนี้เท่า ๆ กับคุณ แต่คุณได้นอนกอด นอนหอมมันทุกวัน แต่น้องไม่มีโอกาสแบบนั้นเลย
จงหยุดความหวาดหวั่น ความหวาดระแวง ความอิจฉาริษยา ความกลัว ว่าเจ้าของเก่าของตุ๊กตาจะมาเอามันไป
ความรู้สึกว่าตุ๊กตาจะไปรักเจ้าของเก่ามากกว่าคุณ (เพราะถ้าเขารักลูกสาวมากทุกลมหายใจ เขาก็อาจจะไม่ให้คุณ
เข้ามาอยู่ในชีวิตเขาเลยก็เป็นได้ เขาจะอยู่เลี้ยงลูกสาวเขาคนเดียวจนโต และอยู่กับลูกสาวเขาจนตายไปเลยค่ะ)
อยากแนะนำให้คุณสงบจิตใจ คิดให้รอบคอบ คิดบวกและคิดเมตตาให้มาก ๆ คนที่คุณแย่งพ่อเขามา เขาเจ็บนะคะ
คุณควรเยียวยาจิตใจเธอบ้าง ให้พ่อลูกได้พบกัน ดูแลกัน แสดงความรักต่อกันบ้าง อย่าไปกีดกัน อิจฉาเขา
แทนที่คุณจะคิดแบบนั้น ตุ๊กตามีอยู่ตัวเดียว ก็ทำไมไม่แบ่งกันเล่น แบ่งกันกอดและหอม ให้โอกาสกันและกัน
ถ้าทำแบบนี้ ชีวิตของคุณ ครอบครัวคุณ ลูกของคุณ และน้องคนนี้ ก็จะมีความสุข ความสงบมากกว่าไหมคะ
ถ้าคุณอยากเป็นเจ้าของคนเดียว คุณก็ควรเลือกคนที่ไม่มีภาระและพันธะนะคะ แต่ถ้าตอนนี้คุณเลือกเขาแล้ว
ป่วยการที่คุณจะไปยื้อแย่งเขากับลูกสาว ขนาดคุณเองยังรักลูกสาวเขาไม่ได้เต็มหัวอก แต่ปากคุณพร่ำเพ้อ
อยากให้ลูกสาวเขามารักคุณ ดีต่อคุณ เห็นแก่คุณ เธอจะทำได้อย่างไรคะ ในเมื่อเธอเป็นฝ่ายสูญเสีย
และคุณเป็นฝ่ายได้มา และได้ครอบครองของรักของเธอ เธอเสียมากมากพอแล้ว คุณควรเสียให้เธอบ้าง
ถ้าคุณสามารถเมตตาน้อง สงสารน้อง รักน้องให้ได้ด้วยใจจริง สักวันหนึ่งน้องจะสัมผัสได้ และรักคุณด้วยใจจริง
ก็ได้นะคะ ... ส่วนญาติ ๆ เขาก็เช่นกันค่ะ การทำความดี ให้ความรัก ความเอาใจใส่ต่อพวกเขา เหมือนญาติของคุณ
อย่างสม่ำเสมอ สักวันคุณก็จะได้ผลดีตอบแทนนะคะ อยู่ที่ตัวคุณเอง ว่าจะทำได้ไหม และมองในมุมไหน บวกหรือลบ
คนเราเกิดมาไม่มีใครได้อะไรไปเสียทุกสิ่ง คุณเองก็เช่นกัน มีได้บ้าง ก็ต้องมีเสียบ้าง สู้รักษาสิ่งดี ๆ ที่มีอยู่ในมือตอนนี้
ให้ดีที่สุด จะดีกว่า เพราะถ้าคุณมัวแต่อยากได้ทุกสิ่ง คว้านั่น คว้านี้ ของที่มีแล้วอยู่ในมือก็อาจจะหลุดมือไปหมดก็ได้
ก็ขออวยพร ให้คุณมองเห็นแสงสว่างและทางออก และมีชีวิตที่สุขสงบในเร็ววันนะคะ


ซึ่งประวัติความเป็นมาของเขานั้น เคยมีเจ้าของมาก่อน ได้แก่ ภรรยาและลูกสาวเขา
ก่อนหน้านี้ลูกสาวคนนี้ เคยนอนกอดตุ๊กตาตัวนี้เล่นทุกวัน ได้คุย ได้สัมผัส ได้รับความรักอย่างเต็มเปี่ยม
ชีวิตมีแต่ความรัก ความอบอุ่น และมีความเป็นเจ้าของในตัวตุ๊กตาหมีพูตัวนี้ทุกอนู ทุกลมหายใจ
อยู่มาวันหนึ่ง แม่เธอก็ปล่อยมือจากตุ๊กตาไป ตุ๊กตาก็ตกมาอยู่ในมือเธอคนเดียว เธอได้เป็นเจ้าของมัน
แม้จะว้าเหว่คิดถึงแม่บ้าง แต่ในชีวิตยังมีตุ๊กตาอบอุ่นให้กอด ให้ซุกซบ และร้องไห้จนหลับไปกับตุ๊กตา
แล้ววันหนึ่ง เหตุการณ์ก็เลวร้ายขึ้นไปอีก เมื่อคุณเข้ามาในชีวิตของเขา และลูกสาวเขาคนนี้
คุณและลูกสาวเขา ต่างก็ดึงมือตุ๊กตาตัวนี้ไว้คนละข้าง คุณมีแรงมากกว่า ในที่สุดตุ๊กตาก็ตกเป็นของคุณ
มันเป็นตุ๊กตาตัวที่ "ลูกสาวเขาเคยเป็นเจ้าของ เคยนอนกอด เคยแบ่งปันความทุกข์ ความสุขกันมา"
แต่ตอนนี้ตุ๊กตาตัวโปรดของเธอได้หลุดมือเธอไปแล้ว น้องเค้าจะเจ็บปวดแค่ไหน ที่เห็นตุ๊กตาตัวโปรด
ค่อย ๆ ถูกมือคุณดึงออกไป ออกไป และออกไป จนในที่สุดก็หลุดมือหายไป และไปอยู่ในกำมือของคุณ
คุณสร้างความเจ็บปวดที่สองให้กับชีวิตของเธอ จากที่เธอเสียครอบครัว เธอก็ต้องเสียพ่อเธอไปให้คุณอีกคน
เจ้าของตุ๊กตาคนเก่าจะคิดถึงตุ๊กตาตัวนี้มากแค่ไหน?
เวลามองตุ๊กตารัก อยู่ไกล ๆ แล้วเห็นภาพคุณและลูกของคุณแบ่งปันกันเล่นตุ๊กตาตัวนี้ กอดหอมตุ๊กตาตัวนี้
อย่างมีความสุข เจ้าของเก่าจะเสียใจไหม สะเทือนใจไหม มันเป็นตุ๊กตาตัวโปรดตัวเดียวที่เธอมีเหลืออยู่ในชีวิต
แต่คุณกับลูกก็เอามันไปจากชีวิตเธอเสียแล้ว และเธอไม่ได้เต็มใจยกให้คุณเลย คุณมาดึงออกจากมือเธอเอง
เอามันไปจากชีวิตของเธอแบบถาวร เวลาที่เธอเหงา ว้าเหว่ โหยหาความรัก เธอจะทำอย่างไร ต่อให้มีตุ๊กตาย่า
ตุ๊กตาป้า ตุ๊กตาอา มันก็ไม่อบอุ่นและลึกซึ้งเท่ากับตุ๊กตาพ่อตัวนี้ ที่ลืมตาเกิดมาก็อยู่ด้วยกันมาตลอด กอดกันตลอด
อ่านมาถึงตรงนี้คุณพอจะเข้าใจความรู้สึกของน้องไหม ในใจคุณคิดแต่เพียงว่า ตุ๊กตาตัวนี้ต้องเป็นของฉันคนเดียว
เป็นของลูกฉัน ลูกสาวเก่า เจ้าของเก่าคนนั้นเป็นแค่คนอื่น เวลาที่เธอขอแค่เอาตุ๊กตาไปกอดบ้าง คุณก็ระแวง
ว่าเธอจะมาแย่งตุ๊กตากลับคืนไป ระแวงว่าตุ๊กตาจะรักเจ้าของเก่ามากกว่าคุณและลูก โดยลืมไปว่า น้องเค้า
ก็มีสิทธิ์ในตุ๊กตาตัวนี้เท่า ๆ กับคุณ แต่คุณได้นอนกอด นอนหอมมันทุกวัน แต่น้องไม่มีโอกาสแบบนั้นเลย
จงหยุดความหวาดหวั่น ความหวาดระแวง ความอิจฉาริษยา ความกลัว ว่าเจ้าของเก่าของตุ๊กตาจะมาเอามันไป
ความรู้สึกว่าตุ๊กตาจะไปรักเจ้าของเก่ามากกว่าคุณ (เพราะถ้าเขารักลูกสาวมากทุกลมหายใจ เขาก็อาจจะไม่ให้คุณ
เข้ามาอยู่ในชีวิตเขาเลยก็เป็นได้ เขาจะอยู่เลี้ยงลูกสาวเขาคนเดียวจนโต และอยู่กับลูกสาวเขาจนตายไปเลยค่ะ)
อยากแนะนำให้คุณสงบจิตใจ คิดให้รอบคอบ คิดบวกและคิดเมตตาให้มาก ๆ คนที่คุณแย่งพ่อเขามา เขาเจ็บนะคะ
คุณควรเยียวยาจิตใจเธอบ้าง ให้พ่อลูกได้พบกัน ดูแลกัน แสดงความรักต่อกันบ้าง อย่าไปกีดกัน อิจฉาเขา
แทนที่คุณจะคิดแบบนั้น ตุ๊กตามีอยู่ตัวเดียว ก็ทำไมไม่แบ่งกันเล่น แบ่งกันกอดและหอม ให้โอกาสกันและกัน
ถ้าทำแบบนี้ ชีวิตของคุณ ครอบครัวคุณ ลูกของคุณ และน้องคนนี้ ก็จะมีความสุข ความสงบมากกว่าไหมคะ
ถ้าคุณอยากเป็นเจ้าของคนเดียว คุณก็ควรเลือกคนที่ไม่มีภาระและพันธะนะคะ แต่ถ้าตอนนี้คุณเลือกเขาแล้ว
ป่วยการที่คุณจะไปยื้อแย่งเขากับลูกสาว ขนาดคุณเองยังรักลูกสาวเขาไม่ได้เต็มหัวอก แต่ปากคุณพร่ำเพ้อ
อยากให้ลูกสาวเขามารักคุณ ดีต่อคุณ เห็นแก่คุณ เธอจะทำได้อย่างไรคะ ในเมื่อเธอเป็นฝ่ายสูญเสีย
และคุณเป็นฝ่ายได้มา และได้ครอบครองของรักของเธอ เธอเสียมากมากพอแล้ว คุณควรเสียให้เธอบ้าง
ถ้าคุณสามารถเมตตาน้อง สงสารน้อง รักน้องให้ได้ด้วยใจจริง สักวันหนึ่งน้องจะสัมผัสได้ และรักคุณด้วยใจจริง
ก็ได้นะคะ ... ส่วนญาติ ๆ เขาก็เช่นกันค่ะ การทำความดี ให้ความรัก ความเอาใจใส่ต่อพวกเขา เหมือนญาติของคุณ
อย่างสม่ำเสมอ สักวันคุณก็จะได้ผลดีตอบแทนนะคะ อยู่ที่ตัวคุณเอง ว่าจะทำได้ไหม และมองในมุมไหน บวกหรือลบ
คนเราเกิดมาไม่มีใครได้อะไรไปเสียทุกสิ่ง คุณเองก็เช่นกัน มีได้บ้าง ก็ต้องมีเสียบ้าง สู้รักษาสิ่งดี ๆ ที่มีอยู่ในมือตอนนี้
ให้ดีที่สุด จะดีกว่า เพราะถ้าคุณมัวแต่อยากได้ทุกสิ่ง คว้านั่น คว้านี้ ของที่มีแล้วอยู่ในมือก็อาจจะหลุดมือไปหมดก็ได้
ก็ขออวยพร ให้คุณมองเห็นแสงสว่างและทางออก และมีชีวิตที่สุขสงบในเร็ววันนะคะ
ความคิดเห็นที่ 2
คิดแง่ดีว่าการที่ญาติสามีไม่มายุ่ง ไม่มีวุ่นวายกับการอบรมเลี้ยงดูลูกของคุณก็ดีแล้วค่ะ
คุณก็อบรม เลี้ยงดูลูกตามแบบที่คุณอยากให้น้องเติบโตในทางนั้น
คิดบวก(อีกรอบ)ว่าการที่ลูกเลี้ยงไม่ต่อต้านแม่เลี้ยงและน้องคนละแม่ ไม่งั้นเหนื่อยใจตายเลย
ฝ่ายญาติสามีมองการหย่าร้างระหว่างสามีคุณกับอดีตภรรยาอย่างไร ไม่อาจคาดเดา
เค้าอาจเมตตาสงสารหลานที่พ่อไปทางแม่ไปทางมากกว่าปกติก็ไม่แปลกเลยค่ะ
ครอบครัวเราพี่ชายเราเลิกกับอดีตพี่สะไภ้ พ่อไปทางแม่ไปทาง เราสงสารหลานคนนี้ที่สุด
หลานอยากได้อะไรที่พ่อแม่ไม่ให้ เราบอกหลานว่าให้มาขออา
ตอนหลานจะทำงานต้องใช้ note book , spec ที่หลานอยากได้เกือบแสน หลานก็เสียงอ่อยๆแต่เราก็ซื้อให้หลานค่ะ
ยิ่งตอนนี้พี่ชายเราเสียชีวิตไปแล้ว อดีตพี่สะไภ้ก็มีครอบครัวใหม่ไปแล้ว
ตอนนี้ขนาดว่าหลานเราโตแล้วมีการงานเงินเดือนที่มั่นคง เราก็ยังสงสารหลานคนนี้มากกว่าหลานคนอื่นๆอยู่ดีค่ะ
คุณเคยได้ยินมั้ย ว่าถ้าจิตของเรามองบวกส่งความเมตตาออกไป เรามักจะได้สิ่งนั้นกลับมา
ถ้าคุณมั่นใจว่าคุณทำดีที่สุดในฐานะสะไภ้ ในฐานะแม่เลี้ยงแล้ว แล้วผลตอบกลับมาคือเฉยๆก็ทำใจค่ะ
อย่างที่บอกว่าคิดบวกว่าดีแล้วที่ต่างคนต่างอยู่อย่างไม่เอาเรื่องมาให้ร้อนใจ
ทำใจร่มๆค่ะ เรื่องไม่มีก็อย่าสร้างมาให้ทุกจ์ใจเลยค่ะ
คุณก็อบรม เลี้ยงดูลูกตามแบบที่คุณอยากให้น้องเติบโตในทางนั้น
คิดบวก(อีกรอบ)ว่าการที่ลูกเลี้ยงไม่ต่อต้านแม่เลี้ยงและน้องคนละแม่ ไม่งั้นเหนื่อยใจตายเลย
ฝ่ายญาติสามีมองการหย่าร้างระหว่างสามีคุณกับอดีตภรรยาอย่างไร ไม่อาจคาดเดา
เค้าอาจเมตตาสงสารหลานที่พ่อไปทางแม่ไปทางมากกว่าปกติก็ไม่แปลกเลยค่ะ
ครอบครัวเราพี่ชายเราเลิกกับอดีตพี่สะไภ้ พ่อไปทางแม่ไปทาง เราสงสารหลานคนนี้ที่สุด
หลานอยากได้อะไรที่พ่อแม่ไม่ให้ เราบอกหลานว่าให้มาขออา
ตอนหลานจะทำงานต้องใช้ note book , spec ที่หลานอยากได้เกือบแสน หลานก็เสียงอ่อยๆแต่เราก็ซื้อให้หลานค่ะ
ยิ่งตอนนี้พี่ชายเราเสียชีวิตไปแล้ว อดีตพี่สะไภ้ก็มีครอบครัวใหม่ไปแล้ว
ตอนนี้ขนาดว่าหลานเราโตแล้วมีการงานเงินเดือนที่มั่นคง เราก็ยังสงสารหลานคนนี้มากกว่าหลานคนอื่นๆอยู่ดีค่ะ
คุณเคยได้ยินมั้ย ว่าถ้าจิตของเรามองบวกส่งความเมตตาออกไป เรามักจะได้สิ่งนั้นกลับมา
ถ้าคุณมั่นใจว่าคุณทำดีที่สุดในฐานะสะไภ้ ในฐานะแม่เลี้ยงแล้ว แล้วผลตอบกลับมาคือเฉยๆก็ทำใจค่ะ
อย่างที่บอกว่าคิดบวกว่าดีแล้วที่ต่างคนต่างอยู่อย่างไม่เอาเรื่องมาให้ร้อนใจ
ทำใจร่มๆค่ะ เรื่องไม่มีก็อย่าสร้างมาให้ทุกจ์ใจเลยค่ะ
แสดงความคิดเห็น
พยายามทำใจยอมรับลูกเลี้ยง ทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง