ความรู้สึกตามหัวข้อกระทู้ ไม่ได้เกิดขึ้นกับเราเป็นครั้งแรก ตลอดเวลา 26 ปีของเรา รู้สึกแบบนี้กับผู้ชายมาหลายคน แต่เราก็ไม่เคยมีแฟนเลยสักครั้ง
เราเรียนโรงเรียนสหศึกษามาตลอด แต่ปกติเราแทบไม่ยุ่งกับผู้ชายเลย เราเคยโดนเพื่อนผู้ชายแกล้งจนรู้สึกเกลียดและกลัว(เฉพาะคนที่แกล้งเรา) และเราก็มักจะรู้สึกเขินอายเวลาอยู่ใกล้ๆ พวกผู้ชายที่อายุพอๆ กับเรา หรืออายุห่างจากเราไม่มาก เวลาเราเขิน เราจะหลีกเลี่ยงการสบตาเขา ยกเว้นตอนคุยกันจึงจะสบตา
เราไม่ใช่ผู้หญิงเลิศเลอเพอร์เฟ็ค เรามีข้อด้อยข้อเสียเยอะแยะ แต่เราก็คิดอยากมีแฟนที่มีรูปลักษณ์ดูดี นิสัยดี และเป็นคนเก่ง (เป็นเรื่องธรรมดา ใครๆก็คิดอยากมีแฟนแบบนี้ทั้งนั้น มันเป็นสเปคที่คลาสสิกมาก) แต่ที่ผ่านมา ผู้ชายที่ทำให้เรารู้สึกหวั่นไหว มักจะไม่ค่อยตรงสเปคเรา แต่มีจุดเด่นบางอย่างที่ทำให้เราจดจำเขา เช่น เข้าหาเราก่อน มีอัธยาศัยดีกับเรา เป็นคนเรียนเก่ง เป็นคนตลก เป็นคนสุภาพ ช่วยเหลือเราตอนที่เราลำบาก เป็นต้น แต่เราก็จะเป็นคนเงียบๆ เก็บความรู้สึกมาก ไม่แสดงความหวั่นไหวออกมา และก็ไม่ค่อยเข้าหาเขา จะคุยกับเขาก็ต่อเมื่อเขามาคุยกับเราก่อน จนกระทั่งเขาห่างเหินจากเราไป หรือไม่ก็ต่างคนต่างแยกจากกันไป แล้วเราก็ต้องมารู้สึกหดหู่ใจอยู่คนเดียว และตัดใจเงียบๆ คนเดียว
ผู้ชายคนล่าสุดที่ทำให้เรารู้สึกหวั่นไหว เป็นรุ่นพี่ในที่ทำงาน อยู่คนละแผนก เราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย แม้แต่อายุ แต่จากที่เราสังเกต เราเดาว่าเขาน่าจะอายุ 30 กว่าๆ และที่แน่ๆคือเขายังโสด ไม่มีแฟน เรารู้สึกสะดุดตาทันทีที่ได้เห็นเขาครั้งแรก ไม่ใช่เพราะเขาหล่อหรือหุ่นดี (จริงๆแล้วเขาไม่มีทั้งสองอย่าง นี่เราหมายถึงแค่ตามความรู้สึกส่วนตัวเรานะ) แต่เราสะดุดตากับทรงผมของเขา
ต่อมา รุ่นพี่คนนี้เข้ามาคุยกับเราก่อน เพราะเขารู้ว่าเราเป็นพนักงานใหม่ ก็เข้ามาพูดคุยทำความรู้จักกันตามปกติ แล้วต่อมาเราก็ไปกินข้าวกับเขา แต่ไม่ได้ไปกันสองต่อสอง มีรุ่นพี่อีกหลายคนไปด้วย และเราก็ได้เห็นจุดเด่นของเขาอีกอย่าง คือเขาเป็นคนช่างสังเกตรูปลักษณ์และพฤติกรรมคนอื่น เขาสังเกตเราด้วย แล้วก็ถามเกี่ยวกับตัวเรา เราก็แอบรู้สึกเขิน ปกติเราไม่ชอบให้ใครมาคอยสังเกตหรือจับผิดเรามากนัก แต่เราก็แอบคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขาให้ความใส่ใจเรา บางครั้งเขาก็พูดจาตลก พูดแซวเรา เราก็แซวเขาบ้าง
แต่เราไปกินข้าวร่วมโต๊ะกับเขาแค่ไม่กี่ครั้ง แล้วก็ไม่ได้ไปอีก จึงไม่ได้คุยกันเลย ทีนี้เราก็เริ่มรู้สึกไม่กล้าที่จะคุยกับเขา เขาเองก็ไม่ได้คุยกับเราเหมือนกัน(ยกเว้นเรื่องงาน คุยทางโทรศัพท์แค่ครั้งเดียว) ไม่ได้คุยกันเป็นเดือน เราไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเขา เจอหน้ากันก็แค่เดินผ่าน เราก็รู้สึกลำบากใจ คิดว่าตัวเองกำลังทำตัวไม่ดี ไม่น่ารัก แต่เราก็ไม่กล้าที่จะทำอะไรมากไปกว่านี้ ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเขา แต่หลายครั้งที่เรากับเขาบังเอิญมองมาสบตากันพอดี ตอนที่เขาเดินผ่านห้องทำงานเรา ทั้งที่เราไม่ได้ตั้งใจจะมองหาเขา ปกติเรานั่งทำงานแบบไม่สนใจใคร แต่ไม่รู้มีอะไรมาดลใจเราเวลาที่เขาเดินผ่านห้อง ทำให้เรามองออกไปนอกห้อง แล้วก็จ๊ะเอ๋กับสายตาเขาที่มองเข้ามาทางเราพอดี (หรือว่าเราแค่คิดเข้าข้างตัวเองอีกกันแน่ก็ไม่รู้) บางครั้งเราได้ข่าวว่าเขาไม่สบาย หรือเกิดอุบัติเหตุ เราก็รู้สึกเป็นห่วง ใจไม่ดี แต่เราก็ไม่กล้าทำอะไรเลยนอกจากรู้สึกแบบนั้น(วิถีแห่งคนขี้ขลาดโดยแท้)
และแล้ววันหนึ่ง จู่ๆเขาก็ทักเราอีกครั้ง แต่ก็คุยกันธรรมดา เขาก็ถามสารทุกข์สุขดิบเรา เราก็คุยตอบเขาตามปกติ เวลาคุยก็สบตาเขา มีเขินๆบ้างเล็กน้อย แต่หลังจากวันนั้นก็ไม่ได้คุยกันอีกแล้ว เจอกันก็เดินผ่าน ความรู้สึกหน่วงๆก็กลับเข้าหาเราอีก เราไม่กล้าสบตาเขา บางครั้งเรานั่งรถโดยสารไปทำงาน แล้วบังเอิญเจอเขาในรถคันเดียวกัน แต่เราก็ไม่ทักเขา เพราะไม่แน่ใจว่าใช่เขาหรือเปล่า เห็นแต่ด้านหลัง และเขาก็ไม่ได้ทักเรา(ทั้งๆที่เขาเดินตามหลังเรามา แต่ก็ไม่รู้ว่าเขาเห็นเราไหม) เราก็ยิ่งไม่แน่ใจว่าใช่เขาไหม แต่เราก็แอบคิดนะว่าใช่เขา เพราะวันนั้นเราก็เห็นเขาในที่ทำงาน ใส่เสื้อสีเดียวกันกับที่เราเจอบนรถเลย
เราไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรกับเราบ้างหรือเปล่า บางทีเขาอาจไม่ได้คิดอะไรเลย สิ่งที่เขาคุยหรือทำกับเรา เขาอาจทำกับทุกคนก็ได้ แต่เรานี่สิหวั่นไหวไปแล้ว และก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลังรู้สึกยังไงกับเขา รักหรือเปล่า หรือแค่หลง แค่แอบปลื้ม/แอบชอบ ไม่รู้ว่าแบบไหนกันแน่ เพราะเราไม่เคยมีแฟน ไม่เคยเปิดโอกาสคบกับใคร ไม่รู้ว่าความรักแบบชาย-หญิงเป็นยังไง แต่เราไม่ชอบเลยที่ตัวเองรู้สึกหวั่นไหว เพราะมันทำให้เราเป็นทุกข์ ต้องคอยหลบตาเขา แทนที่จะสามารถเข้าหาเขาและผูกมิตรกับเขาได้แบบปกติ โดยที่เราไม่ต้องรู้สึกอะไรเลย อีกอย่างเราก็คิดเองไปแล้วว่านิสัยเรามันไม่เหมาะที่จะสานสัมพันธ์กับใคร ไม่เหมาะที่จะใช้ชีวิตคู่กับใคร(เรารักอิสระมาก ชอบความเป็นส่วนตัว แม้จะเหงาบ้างก็ตาม) และเราก็รู้สึกว่าเราไม่คู่ควรกับใครด้วย นั่นยิ่งทำให้เรารู้สึกทุกข์มากขึ้นอีก
เขาไม่ใช่ผู้ชายในสเปค แต่เรารู้สึกหวั่นไหวกับเขา นี่เรากำลังหลงรักเขาอยู่หรือเปล่า
เราเรียนโรงเรียนสหศึกษามาตลอด แต่ปกติเราแทบไม่ยุ่งกับผู้ชายเลย เราเคยโดนเพื่อนผู้ชายแกล้งจนรู้สึกเกลียดและกลัว(เฉพาะคนที่แกล้งเรา) และเราก็มักจะรู้สึกเขินอายเวลาอยู่ใกล้ๆ พวกผู้ชายที่อายุพอๆ กับเรา หรืออายุห่างจากเราไม่มาก เวลาเราเขิน เราจะหลีกเลี่ยงการสบตาเขา ยกเว้นตอนคุยกันจึงจะสบตา
เราไม่ใช่ผู้หญิงเลิศเลอเพอร์เฟ็ค เรามีข้อด้อยข้อเสียเยอะแยะ แต่เราก็คิดอยากมีแฟนที่มีรูปลักษณ์ดูดี นิสัยดี และเป็นคนเก่ง (เป็นเรื่องธรรมดา ใครๆก็คิดอยากมีแฟนแบบนี้ทั้งนั้น มันเป็นสเปคที่คลาสสิกมาก) แต่ที่ผ่านมา ผู้ชายที่ทำให้เรารู้สึกหวั่นไหว มักจะไม่ค่อยตรงสเปคเรา แต่มีจุดเด่นบางอย่างที่ทำให้เราจดจำเขา เช่น เข้าหาเราก่อน มีอัธยาศัยดีกับเรา เป็นคนเรียนเก่ง เป็นคนตลก เป็นคนสุภาพ ช่วยเหลือเราตอนที่เราลำบาก เป็นต้น แต่เราก็จะเป็นคนเงียบๆ เก็บความรู้สึกมาก ไม่แสดงความหวั่นไหวออกมา และก็ไม่ค่อยเข้าหาเขา จะคุยกับเขาก็ต่อเมื่อเขามาคุยกับเราก่อน จนกระทั่งเขาห่างเหินจากเราไป หรือไม่ก็ต่างคนต่างแยกจากกันไป แล้วเราก็ต้องมารู้สึกหดหู่ใจอยู่คนเดียว และตัดใจเงียบๆ คนเดียว
ผู้ชายคนล่าสุดที่ทำให้เรารู้สึกหวั่นไหว เป็นรุ่นพี่ในที่ทำงาน อยู่คนละแผนก เราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย แม้แต่อายุ แต่จากที่เราสังเกต เราเดาว่าเขาน่าจะอายุ 30 กว่าๆ และที่แน่ๆคือเขายังโสด ไม่มีแฟน เรารู้สึกสะดุดตาทันทีที่ได้เห็นเขาครั้งแรก ไม่ใช่เพราะเขาหล่อหรือหุ่นดี (จริงๆแล้วเขาไม่มีทั้งสองอย่าง นี่เราหมายถึงแค่ตามความรู้สึกส่วนตัวเรานะ) แต่เราสะดุดตากับทรงผมของเขา
ต่อมา รุ่นพี่คนนี้เข้ามาคุยกับเราก่อน เพราะเขารู้ว่าเราเป็นพนักงานใหม่ ก็เข้ามาพูดคุยทำความรู้จักกันตามปกติ แล้วต่อมาเราก็ไปกินข้าวกับเขา แต่ไม่ได้ไปกันสองต่อสอง มีรุ่นพี่อีกหลายคนไปด้วย และเราก็ได้เห็นจุดเด่นของเขาอีกอย่าง คือเขาเป็นคนช่างสังเกตรูปลักษณ์และพฤติกรรมคนอื่น เขาสังเกตเราด้วย แล้วก็ถามเกี่ยวกับตัวเรา เราก็แอบรู้สึกเขิน ปกติเราไม่ชอบให้ใครมาคอยสังเกตหรือจับผิดเรามากนัก แต่เราก็แอบคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขาให้ความใส่ใจเรา บางครั้งเขาก็พูดจาตลก พูดแซวเรา เราก็แซวเขาบ้าง
แต่เราไปกินข้าวร่วมโต๊ะกับเขาแค่ไม่กี่ครั้ง แล้วก็ไม่ได้ไปอีก จึงไม่ได้คุยกันเลย ทีนี้เราก็เริ่มรู้สึกไม่กล้าที่จะคุยกับเขา เขาเองก็ไม่ได้คุยกับเราเหมือนกัน(ยกเว้นเรื่องงาน คุยทางโทรศัพท์แค่ครั้งเดียว) ไม่ได้คุยกันเป็นเดือน เราไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเขา เจอหน้ากันก็แค่เดินผ่าน เราก็รู้สึกลำบากใจ คิดว่าตัวเองกำลังทำตัวไม่ดี ไม่น่ารัก แต่เราก็ไม่กล้าที่จะทำอะไรมากไปกว่านี้ ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเขา แต่หลายครั้งที่เรากับเขาบังเอิญมองมาสบตากันพอดี ตอนที่เขาเดินผ่านห้องทำงานเรา ทั้งที่เราไม่ได้ตั้งใจจะมองหาเขา ปกติเรานั่งทำงานแบบไม่สนใจใคร แต่ไม่รู้มีอะไรมาดลใจเราเวลาที่เขาเดินผ่านห้อง ทำให้เรามองออกไปนอกห้อง แล้วก็จ๊ะเอ๋กับสายตาเขาที่มองเข้ามาทางเราพอดี (หรือว่าเราแค่คิดเข้าข้างตัวเองอีกกันแน่ก็ไม่รู้) บางครั้งเราได้ข่าวว่าเขาไม่สบาย หรือเกิดอุบัติเหตุ เราก็รู้สึกเป็นห่วง ใจไม่ดี แต่เราก็ไม่กล้าทำอะไรเลยนอกจากรู้สึกแบบนั้น(วิถีแห่งคนขี้ขลาดโดยแท้)
และแล้ววันหนึ่ง จู่ๆเขาก็ทักเราอีกครั้ง แต่ก็คุยกันธรรมดา เขาก็ถามสารทุกข์สุขดิบเรา เราก็คุยตอบเขาตามปกติ เวลาคุยก็สบตาเขา มีเขินๆบ้างเล็กน้อย แต่หลังจากวันนั้นก็ไม่ได้คุยกันอีกแล้ว เจอกันก็เดินผ่าน ความรู้สึกหน่วงๆก็กลับเข้าหาเราอีก เราไม่กล้าสบตาเขา บางครั้งเรานั่งรถโดยสารไปทำงาน แล้วบังเอิญเจอเขาในรถคันเดียวกัน แต่เราก็ไม่ทักเขา เพราะไม่แน่ใจว่าใช่เขาหรือเปล่า เห็นแต่ด้านหลัง และเขาก็ไม่ได้ทักเรา(ทั้งๆที่เขาเดินตามหลังเรามา แต่ก็ไม่รู้ว่าเขาเห็นเราไหม) เราก็ยิ่งไม่แน่ใจว่าใช่เขาไหม แต่เราก็แอบคิดนะว่าใช่เขา เพราะวันนั้นเราก็เห็นเขาในที่ทำงาน ใส่เสื้อสีเดียวกันกับที่เราเจอบนรถเลย
เราไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรกับเราบ้างหรือเปล่า บางทีเขาอาจไม่ได้คิดอะไรเลย สิ่งที่เขาคุยหรือทำกับเรา เขาอาจทำกับทุกคนก็ได้ แต่เรานี่สิหวั่นไหวไปแล้ว และก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลังรู้สึกยังไงกับเขา รักหรือเปล่า หรือแค่หลง แค่แอบปลื้ม/แอบชอบ ไม่รู้ว่าแบบไหนกันแน่ เพราะเราไม่เคยมีแฟน ไม่เคยเปิดโอกาสคบกับใคร ไม่รู้ว่าความรักแบบชาย-หญิงเป็นยังไง แต่เราไม่ชอบเลยที่ตัวเองรู้สึกหวั่นไหว เพราะมันทำให้เราเป็นทุกข์ ต้องคอยหลบตาเขา แทนที่จะสามารถเข้าหาเขาและผูกมิตรกับเขาได้แบบปกติ โดยที่เราไม่ต้องรู้สึกอะไรเลย อีกอย่างเราก็คิดเองไปแล้วว่านิสัยเรามันไม่เหมาะที่จะสานสัมพันธ์กับใคร ไม่เหมาะที่จะใช้ชีวิตคู่กับใคร(เรารักอิสระมาก ชอบความเป็นส่วนตัว แม้จะเหงาบ้างก็ตาม) และเราก็รู้สึกว่าเราไม่คู่ควรกับใครด้วย นั่นยิ่งทำให้เรารู้สึกทุกข์มากขึ้นอีก