สวัสดีค่ะ! เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวที่เราอยากทราบความคิดเห็นจากมุมคนอื่น
เรื่องเกิดขึ้นตอนปี 2014 เราอายุ 17 ท้องกับแฟนที่คบกันมาสามปี แต่ในตอนนั้นเราเลิกกันเกือบเดือนเพราะเขามีคนอื่น ทางนั้นเขาไม่อยากรับผิดชอบเลยเป็นเรื่องกันอยู่พอสมควรแต่ก็ตกลงกันได้ว่าจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้
ในตอนที่อุ้มท้องเราต้องอดทนหลายอย่าง เขามีผู้หญิงหลายคน แม้แต่โดนทำร้าย จนเราทนไม่ไหวเลยกลับมาอยู่ที่บ้าน
เขาทำไม่ดีกับเราหลายอย่างค่ะ นอกจากจะไม่สนใจแล้วยังทำร้ายร่างกาย และตอนเราท้องได้ 7 เดือนยังไปทำเด็ก 14 ท้อง แต่โชคร้ายที่ดันเชื่อคำหว่านล้อมจนซื้อยามาทำแท้งเองจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด
เราเลิกกันทันทีหลังคลอดลูก ที่เด็ดขาดตอนนั้นเพราะเราเพิ่งได้สติซะมากกว่าค่ะว่าเราควรสนใจแค่เรื่องลูกพอ เพราะยังไงผู้ชายคนนั้นก็ไม่ได้มาสนใจอยู่แล้ว แม้แต่เซ็นรับเป็นพ่อยังไม่มา เราเลี้ยงลูกคนเดียวกับที่บ้าน ทางนั้นนานๆทีจะติดต่อมา แต่เราก็โอเคค่ะเพราะไม่อยากให้ติดต่อมาอยู่แล้ว
เราเลี้ยงลูกอยู่ประมาน 1 ปี ครึ่งค่ะ ก่อนจะออกไปหางานทำที่ต่างจังหวัด ในช่วงเวลานั้นเราไม่เคยคบหรือพูดคุยผู้ชายคนไหนอีกเลย เราค่อนข้างหน้าตาโอเคค่ะเลยมีคนพยายามเข้าหาตลอด แต่คือเราไม่แม้แต่จะลองคุยด้วยซ้ำ ในความคิดเราคือ.. เวลามีคนถามว่าทำไมถึงไม่ยอมเปิดใจซะทีลองคุยเล่นๆก็ได้แก้เหงา มีมักจะมีความคิดที่ว่า "ไม่รู้ว่าถ้าคบใครซักคนไป จะยังเป็นคนที่สนใจแค่ลูกอยู่มั้ย? และมีจริงๆหรอที่เข้ามาคุยเพราะรับที่เรามีลูกแล้วจริงๆไม่ใช่แค่เพราะหน้าตา" เรามักจะตอบคนอื่นไปแบบนั้นค่ะ จนถึงตอนนี้เรามีลองคุยนะคะแต่ไม่เกิน 3 วัน เราก็เหมือนรู้สึกเบื่อ ไม่อยากคุยแล้ว ไม่รู้ว่าชินอยู่กับการทำอะไรด้วยตัวคนเดียวแบบนั้นรึเปล่า
เราได้เจอแฟนเก่าเราบ้างค่ะ ช่วงเทศกาล ทางนั้นเขาจะมาหาหลานเราก็โอเค แล้ว1ปีให้หลังมานี้แฟนเก่าเราบอกว่าอยากกลับมาคืนดีอยู่ตลอดแต่เราก็ปฏิเสธไปเพราะส่วนหนึ่งก็ลืมสิ่งร้ายๆที่พวกเขาเคยทำไม่ดีกับเรากับลูกไว้ และส่วนหนึ่งมาจากที่รู้จักเขาดีว่าเขาไม่มีทางเปลี่ยนตัวเองได้หรอก ช่วงนี้ก็ได้เจอบ่อยหน่อยเพราะจะมาทุกเทศกาลเพราะดูจะเห่อหลานที่กำลังเป็นเด็กซนๆ
ในความรู้สึกเรา เราไม่ได้หวั่นไหวนะคะเวลาเจอเขา มันรู้สึกเฉยๆ ไม่ได้คิดแค้นอะไรเหมือนตอนแรกๆ เจอกันก็คุยกันได้ แต่จะให้ลืมสิ่งที่ผ่านมาว่าเราสู้มาด้วยตัวคนเดียวกับครอบครัวเราโดยที่เขาไม่แยแสยังทำลายซ้ำนั้นคงลืมไม่ได้จริงๆ
คนรอบข้างเราทั้งครอบครัว ญาติ เพื่อน พี่น้อง ต่างก็อยากให้เราลองเปิดใจนะคะ มีติดต่อคนนู้นนี่นั่นให้ก็มี แต่เรามักจะปฏิเสธพร้อมกับเหตุผลหลายๆอย่าง ทั้งเหตุผลข้างต้นที่บอกว่ากลัวตัวเองเปลี่ยนไป ไม่คิดว่าจะมีใครยอมรับแม่ลูกติดได้จริงๆ ทั้งความคิดที่ไม่อยากเอาตัวเองไปลูปเก่าๆที่ต้องมีคนที่สามมาเพิ่มเหนือจากเราและลูก แค่ทำงานได้มีเงินเลี้ยงลูกชีวิตตอนนี้ก็โอเคแล้ว
แต่เราก็มักจะได้ทำสวนกลับที่ว่า.. ไม่ใช่ว่ารักแฟนเก่าอยู่หรอ? ไม่ใช่ว่าลืมไม่ได้หรอกหรอ? รักคนเดียวแค่นั้นหรอ? รอเขากลับมาอยู่รึไง? คำพวกนี้จะมีอยู่ตลอด จนในตอนนี้บางครั้งเราก็แอบสงสัยว่าลึกๆข้างในแล้ว เป็นเพราะเราโฟกัสแค่ลูกแค่นั้นจริงๆ หรืออีกด้านนึง เรายังรักยังรอเขาอยู่จริงๆรึเปล่า?
**รบกวนเพื่อนๆแสดงความคิดเห็นด้วยนะคะ ในมุมมคนที่ไม่รู้จักกันแล้ว จากเรื่องคร่าวๆข้างต้น คิดเห็นอะไงกัน ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
เลิกกับแฟนเก่าไปแล้วหลายปี แต่ไม่ยอมเปิดใจให้ใคร เรายังรักแฟนเก่าอยู่ไหม?
เรื่องเกิดขึ้นตอนปี 2014 เราอายุ 17 ท้องกับแฟนที่คบกันมาสามปี แต่ในตอนนั้นเราเลิกกันเกือบเดือนเพราะเขามีคนอื่น ทางนั้นเขาไม่อยากรับผิดชอบเลยเป็นเรื่องกันอยู่พอสมควรแต่ก็ตกลงกันได้ว่าจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้
ในตอนที่อุ้มท้องเราต้องอดทนหลายอย่าง เขามีผู้หญิงหลายคน แม้แต่โดนทำร้าย จนเราทนไม่ไหวเลยกลับมาอยู่ที่บ้าน
เขาทำไม่ดีกับเราหลายอย่างค่ะ นอกจากจะไม่สนใจแล้วยังทำร้ายร่างกาย และตอนเราท้องได้ 7 เดือนยังไปทำเด็ก 14 ท้อง แต่โชคร้ายที่ดันเชื่อคำหว่านล้อมจนซื้อยามาทำแท้งเองจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด
เราเลิกกันทันทีหลังคลอดลูก ที่เด็ดขาดตอนนั้นเพราะเราเพิ่งได้สติซะมากกว่าค่ะว่าเราควรสนใจแค่เรื่องลูกพอ เพราะยังไงผู้ชายคนนั้นก็ไม่ได้มาสนใจอยู่แล้ว แม้แต่เซ็นรับเป็นพ่อยังไม่มา เราเลี้ยงลูกคนเดียวกับที่บ้าน ทางนั้นนานๆทีจะติดต่อมา แต่เราก็โอเคค่ะเพราะไม่อยากให้ติดต่อมาอยู่แล้ว
เราเลี้ยงลูกอยู่ประมาน 1 ปี ครึ่งค่ะ ก่อนจะออกไปหางานทำที่ต่างจังหวัด ในช่วงเวลานั้นเราไม่เคยคบหรือพูดคุยผู้ชายคนไหนอีกเลย เราค่อนข้างหน้าตาโอเคค่ะเลยมีคนพยายามเข้าหาตลอด แต่คือเราไม่แม้แต่จะลองคุยด้วยซ้ำ ในความคิดเราคือ.. เวลามีคนถามว่าทำไมถึงไม่ยอมเปิดใจซะทีลองคุยเล่นๆก็ได้แก้เหงา มีมักจะมีความคิดที่ว่า "ไม่รู้ว่าถ้าคบใครซักคนไป จะยังเป็นคนที่สนใจแค่ลูกอยู่มั้ย? และมีจริงๆหรอที่เข้ามาคุยเพราะรับที่เรามีลูกแล้วจริงๆไม่ใช่แค่เพราะหน้าตา" เรามักจะตอบคนอื่นไปแบบนั้นค่ะ จนถึงตอนนี้เรามีลองคุยนะคะแต่ไม่เกิน 3 วัน เราก็เหมือนรู้สึกเบื่อ ไม่อยากคุยแล้ว ไม่รู้ว่าชินอยู่กับการทำอะไรด้วยตัวคนเดียวแบบนั้นรึเปล่า
เราได้เจอแฟนเก่าเราบ้างค่ะ ช่วงเทศกาล ทางนั้นเขาจะมาหาหลานเราก็โอเค แล้ว1ปีให้หลังมานี้แฟนเก่าเราบอกว่าอยากกลับมาคืนดีอยู่ตลอดแต่เราก็ปฏิเสธไปเพราะส่วนหนึ่งก็ลืมสิ่งร้ายๆที่พวกเขาเคยทำไม่ดีกับเรากับลูกไว้ และส่วนหนึ่งมาจากที่รู้จักเขาดีว่าเขาไม่มีทางเปลี่ยนตัวเองได้หรอก ช่วงนี้ก็ได้เจอบ่อยหน่อยเพราะจะมาทุกเทศกาลเพราะดูจะเห่อหลานที่กำลังเป็นเด็กซนๆ
ในความรู้สึกเรา เราไม่ได้หวั่นไหวนะคะเวลาเจอเขา มันรู้สึกเฉยๆ ไม่ได้คิดแค้นอะไรเหมือนตอนแรกๆ เจอกันก็คุยกันได้ แต่จะให้ลืมสิ่งที่ผ่านมาว่าเราสู้มาด้วยตัวคนเดียวกับครอบครัวเราโดยที่เขาไม่แยแสยังทำลายซ้ำนั้นคงลืมไม่ได้จริงๆ
คนรอบข้างเราทั้งครอบครัว ญาติ เพื่อน พี่น้อง ต่างก็อยากให้เราลองเปิดใจนะคะ มีติดต่อคนนู้นนี่นั่นให้ก็มี แต่เรามักจะปฏิเสธพร้อมกับเหตุผลหลายๆอย่าง ทั้งเหตุผลข้างต้นที่บอกว่ากลัวตัวเองเปลี่ยนไป ไม่คิดว่าจะมีใครยอมรับแม่ลูกติดได้จริงๆ ทั้งความคิดที่ไม่อยากเอาตัวเองไปลูปเก่าๆที่ต้องมีคนที่สามมาเพิ่มเหนือจากเราและลูก แค่ทำงานได้มีเงินเลี้ยงลูกชีวิตตอนนี้ก็โอเคแล้ว
แต่เราก็มักจะได้ทำสวนกลับที่ว่า.. ไม่ใช่ว่ารักแฟนเก่าอยู่หรอ? ไม่ใช่ว่าลืมไม่ได้หรอกหรอ? รักคนเดียวแค่นั้นหรอ? รอเขากลับมาอยู่รึไง? คำพวกนี้จะมีอยู่ตลอด จนในตอนนี้บางครั้งเราก็แอบสงสัยว่าลึกๆข้างในแล้ว เป็นเพราะเราโฟกัสแค่ลูกแค่นั้นจริงๆ หรืออีกด้านนึง เรายังรักยังรอเขาอยู่จริงๆรึเปล่า?
**รบกวนเพื่อนๆแสดงความคิดเห็นด้วยนะคะ ในมุมมคนที่ไม่รู้จักกันแล้ว จากเรื่องคร่าวๆข้างต้น คิดเห็นอะไงกัน ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ