ต่อจากตอนที่แล้ว
รถแท็กซี่จอดอยู่หน้าบ้านแล้ว ผมจ่ายเงิน ประตูหน้าบ้านเปิดรอไว้ ภายนอกค่อนข้างเงียบ ต้นไม้ใหญ่ปกคลุมอย่างสวยงาม ขณะเปิดประตูรถ ผมได้ยินเสียงเปียโนบรรเลงบทฝึก Inventions ของ Bach ลอยออกมา แน่นอนว่าเป็นเสียงเปียโนของแนท เล่นได้หนักแน่น และสวยงาม เธอเริ่มเอาจริงทางด้านเปียโน และเริ่มเรียนกับผมตั้งแต่อยู่ชั้นม.3 จนตอนนี้ขึ้นม.5 แล้ว
ม.5 นี้โตมากแล้วนะ แนทเป็นเด็กที่สูงโปร่ง ตาคม ผิวพรรณดีเลยทีเดียว
ฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้ผมคิดวนไปมา
เป็นจริงดังคาด ผมเปิดประตูเข้าไปเจอแนทในชุดนักเรียนนั่งอยู่หน้าเปียโนเพียงคนเดียว แอร์เย็นฉ่ำและความเงียบ พรมผืนนุ่มที่อยู่ใต้ฝ่าเท้า ทุกอย่างเหมาะมาก ผมคิด
แนทบอกว่าคุณแม่เตรียมกาแฟและของว่างไว้ให้แล้ว คุณแม่กลัวไปเข้าฟิตเนตไม่ทัน ผมจึงให้แนทกลับไปเล่นบทฝึกของ Bach ต่อไป เพื่อเริ่มเรียน
Johann Sebastian Bach – invention and sinfonias
ระหว่างบทฝึกนั้น ผมเหลือบมองไปทั่วทั้งตัวหญิงสาวที่ครั้งหนึ่งมองเห็นว่าเป็นเด็ก สายตาผมมองเกินกว่ามารยาทที่ครูพึงทำกับศิษย์ ภายในชุดนักเรียน ม.ปลาย มีร่างขาวโปร่งที่มีรูปรอยส่วนเว้าโค้งของสาวแรกรุ่นที่โตเกินกว่าวัย น้ำลายใต้ลิ้นของผมเริ่มแตกฟอง
ริมฝีปากแดงระเรื่อของแนท ทำให้ผมมองต่ำลงมาเรื่อยๆ
ความคิดในหัวหมุนรอบคล้ายพายุ ผมควรหยุดคิดได้แล้ว
ผมหยิบแก้วกาแฟ อุ่นๆมาถือไว้ในมือเพื่อให้คลายอารมณ์ในตอนนี้ลง พร้อมกับสังเกตเห็นประตูหน้าบ้านยังไม่ได้ปิด จึงถามถึงป้าทิพย์คนดูแลบ้านว่าคงลืมปิดประตู
“ป้าทิพย์ก็ไปกับแม่ค่ะ” แนทตอบซื่อๆ
เท่ากับว่า ในบ้านหลังนี้มีผมกับแนท แค่สองคน
สองต่อสอง ในเวลาอีกเป็นชั่วโมง กว่าที่ใครบางคนจะกลับมาบ้าน
ความคิดคล้ายภาพจริง กระโดดขึ้นมาในหัวผม
ใจผมสั่นระรัว ไม่รู้ว่าเพราะฤทธิ์เบียร์หรือเพราะกาแฟ หรือเพราะอารมณ์
ผมหูอื้อไปด้วยความอยาก คิดหาหนทางในเรื่องอื่นที่ไม่ใช้เรื่องสอนเปียโน ความคิดมากมายลอยเข้ามาในสมอง ผมหันมองไปที่ห้องครัวด้านหลังห้องนั่งเล่น เห็นมีดขนาดต่างๆวางอยู่ในชั้นอุปกรณ์
ผมสูดหายใจเข้า-ออกยาว แล้วให้แนทเริ่มบทเพลงของ Chopin ที่กำลังเรียนกันอยู่
Frederic Chopin – Nocturne op.9-2
ด้วยความยากของบทเพลงนี้ ทำให้ผมต้องจัดท่านั่งและการวางแขนของใหม่ ผมสัมผัสแขนอย่างช้าๆเพื่อจัดท่าทาง จนดูเหมือนว่าแนทจะสังเกตได้ แต่เธอยังคงบรรเลงอย่างต่อเนื่อง ท่วงทำนองที่ช้าเนิบนาบ การใช้กำลังของมือซ้ายเพื่อเล่นคอร์ดเพลงมากกว่าปกติทำให้ช่วงหลังเกรงเกินไป ผมจึงใช้มือดันด้านหลังเพื่อให้ยืดตรง
ผมชะงัก เมื่อมือสัมผัสถึงขอบชุดชั้นในแต่ก็ยังดันหลังต่อ พลันเสื้อนักเรียนด้านข้างของแนทก็เผยอขึ้น
เผยให้เห็นขอบเอวขาว ผิวนวล ผมกลั้นหายใจมองไปที่จุดเดียวนั้น
ฉับพลันนั้น ไฟในบ้านก็ดับลง ทุกอย่างนิ่งสนิท แต่เสาไฟนอกบ้านยังส่องลอดเข้ามาพอมองเห็นภายในบ้านได้เล็กน้อย ผมมองเห็นท่าทางอันเรียบเฉยของแนท
ไฟดับ? นี้คือโอกาสใช่ไหม?
ผมจับต้นแขนแนทอย่างจงใจ พลางถามว่า ที่บ้านมีไฟสำรองรึเปล่า?
“ไม่รู้ค่ะ” แนทตอบ ยังไม่ทันสิ้นเสียง ผมก็จับแนทลงนอนที่พื้นทันที พร้อมกับเอามือปิดปากไว้ มือขวาของผมล้วงควานสะเปะสะปะไปในชุดนักเรียนที่เปิดออกมา ผมขึ้นคร่อมเพื่อกดทับไว้ไม่ให้หนี แนทเริ่มร้อง ดิ้นสุดกำลัง แต่อะไรก็มาหยุดผมตอนนี้ไม่ได้แล้ว ผมพยายามเอื้อมมือจับทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้า
ผมหันไปที่ห้องครัว เพื่อมองหามีดที่เล็งไว้ก่อนหน้านี้
คิดในใจว่า หากจำเป็นจริง ๆ คงต้องเอามาใช้ขู่
พลันสายตาของผมก็เห็น แสงสว่างบางอย่าง ลอดออกมาจากประตูหลังห้องครัว ประตูดูเหมือนค่อยๆแง้มออกมาพร้อมกับไฟที่สว่างขึ้น ไฟนั้นช่วยเผยให้เห็นใบหน้าของคนสามคน ที่ผมไม่รู้จักคือผู้ชายที่อยู่ด้านข้าง อีกคนนั้นน่าจะเป็นป้าทิพย์และส่วนคนที่อยู่ตรงกลางผมจำได้ไม่ลืม คุณแม่ของแนท!!
แนทยังคงร้องเสียงดังผ่านร่องมือของผม และพยายามดึงเสื้อลงมาปิดพร้อมกับดันตัวออกมา
วินาทีนั้น ไฟทั้งบ้านก็สว่างขึ้นทันที แววตาตกใจปนสงสัยของคุณแม่นั้น ดูไม่เหมาะกับเค้กจุดเทียนที่กำลังถืออยู่เลย
ทุกอย่างเริ่มกระจ่างชัด ฤทธิ์แอลกอฮอล์จางหายไปในทันที สวนทางกับอาการชาบนหน้าที่เพิ่มขึ้น
ผมอยากจะทุบหัวตัวเองที่เพิ่งจำได้ว่า แม่แนทเพิ่งถามวันเกิดไป เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา
ความลับของครู 2
รถแท็กซี่จอดอยู่หน้าบ้านแล้ว ผมจ่ายเงิน ประตูหน้าบ้านเปิดรอไว้ ภายนอกค่อนข้างเงียบ ต้นไม้ใหญ่ปกคลุมอย่างสวยงาม ขณะเปิดประตูรถ ผมได้ยินเสียงเปียโนบรรเลงบทฝึก Inventions ของ Bach ลอยออกมา แน่นอนว่าเป็นเสียงเปียโนของแนท เล่นได้หนักแน่น และสวยงาม เธอเริ่มเอาจริงทางด้านเปียโน และเริ่มเรียนกับผมตั้งแต่อยู่ชั้นม.3 จนตอนนี้ขึ้นม.5 แล้ว
ม.5 นี้โตมากแล้วนะ แนทเป็นเด็กที่สูงโปร่ง ตาคม ผิวพรรณดีเลยทีเดียว
ฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้ผมคิดวนไปมา
เป็นจริงดังคาด ผมเปิดประตูเข้าไปเจอแนทในชุดนักเรียนนั่งอยู่หน้าเปียโนเพียงคนเดียว แอร์เย็นฉ่ำและความเงียบ พรมผืนนุ่มที่อยู่ใต้ฝ่าเท้า ทุกอย่างเหมาะมาก ผมคิด
แนทบอกว่าคุณแม่เตรียมกาแฟและของว่างไว้ให้แล้ว คุณแม่กลัวไปเข้าฟิตเนตไม่ทัน ผมจึงให้แนทกลับไปเล่นบทฝึกของ Bach ต่อไป เพื่อเริ่มเรียน
ระหว่างบทฝึกนั้น ผมเหลือบมองไปทั่วทั้งตัวหญิงสาวที่ครั้งหนึ่งมองเห็นว่าเป็นเด็ก สายตาผมมองเกินกว่ามารยาทที่ครูพึงทำกับศิษย์ ภายในชุดนักเรียน ม.ปลาย มีร่างขาวโปร่งที่มีรูปรอยส่วนเว้าโค้งของสาวแรกรุ่นที่โตเกินกว่าวัย น้ำลายใต้ลิ้นของผมเริ่มแตกฟอง
ริมฝีปากแดงระเรื่อของแนท ทำให้ผมมองต่ำลงมาเรื่อยๆ
ความคิดในหัวหมุนรอบคล้ายพายุ ผมควรหยุดคิดได้แล้ว
ผมหยิบแก้วกาแฟ อุ่นๆมาถือไว้ในมือเพื่อให้คลายอารมณ์ในตอนนี้ลง พร้อมกับสังเกตเห็นประตูหน้าบ้านยังไม่ได้ปิด จึงถามถึงป้าทิพย์คนดูแลบ้านว่าคงลืมปิดประตู
“ป้าทิพย์ก็ไปกับแม่ค่ะ” แนทตอบซื่อๆ
เท่ากับว่า ในบ้านหลังนี้มีผมกับแนท แค่สองคน
สองต่อสอง ในเวลาอีกเป็นชั่วโมง กว่าที่ใครบางคนจะกลับมาบ้าน
ความคิดคล้ายภาพจริง กระโดดขึ้นมาในหัวผม
ใจผมสั่นระรัว ไม่รู้ว่าเพราะฤทธิ์เบียร์หรือเพราะกาแฟ หรือเพราะอารมณ์
ผมหูอื้อไปด้วยความอยาก คิดหาหนทางในเรื่องอื่นที่ไม่ใช้เรื่องสอนเปียโน ความคิดมากมายลอยเข้ามาในสมอง ผมหันมองไปที่ห้องครัวด้านหลังห้องนั่งเล่น เห็นมีดขนาดต่างๆวางอยู่ในชั้นอุปกรณ์
ผมสูดหายใจเข้า-ออกยาว แล้วให้แนทเริ่มบทเพลงของ Chopin ที่กำลังเรียนกันอยู่
ด้วยความยากของบทเพลงนี้ ทำให้ผมต้องจัดท่านั่งและการวางแขนของใหม่ ผมสัมผัสแขนอย่างช้าๆเพื่อจัดท่าทาง จนดูเหมือนว่าแนทจะสังเกตได้ แต่เธอยังคงบรรเลงอย่างต่อเนื่อง ท่วงทำนองที่ช้าเนิบนาบ การใช้กำลังของมือซ้ายเพื่อเล่นคอร์ดเพลงมากกว่าปกติทำให้ช่วงหลังเกรงเกินไป ผมจึงใช้มือดันด้านหลังเพื่อให้ยืดตรง
ผมชะงัก เมื่อมือสัมผัสถึงขอบชุดชั้นในแต่ก็ยังดันหลังต่อ พลันเสื้อนักเรียนด้านข้างของแนทก็เผยอขึ้น
เผยให้เห็นขอบเอวขาว ผิวนวล ผมกลั้นหายใจมองไปที่จุดเดียวนั้น
ฉับพลันนั้น ไฟในบ้านก็ดับลง ทุกอย่างนิ่งสนิท แต่เสาไฟนอกบ้านยังส่องลอดเข้ามาพอมองเห็นภายในบ้านได้เล็กน้อย ผมมองเห็นท่าทางอันเรียบเฉยของแนท
ไฟดับ? นี้คือโอกาสใช่ไหม?
ผมจับต้นแขนแนทอย่างจงใจ พลางถามว่า ที่บ้านมีไฟสำรองรึเปล่า?
“ไม่รู้ค่ะ” แนทตอบ ยังไม่ทันสิ้นเสียง ผมก็จับแนทลงนอนที่พื้นทันที พร้อมกับเอามือปิดปากไว้ มือขวาของผมล้วงควานสะเปะสะปะไปในชุดนักเรียนที่เปิดออกมา ผมขึ้นคร่อมเพื่อกดทับไว้ไม่ให้หนี แนทเริ่มร้อง ดิ้นสุดกำลัง แต่อะไรก็มาหยุดผมตอนนี้ไม่ได้แล้ว ผมพยายามเอื้อมมือจับทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้า
ผมหันไปที่ห้องครัว เพื่อมองหามีดที่เล็งไว้ก่อนหน้านี้
คิดในใจว่า หากจำเป็นจริง ๆ คงต้องเอามาใช้ขู่
พลันสายตาของผมก็เห็น แสงสว่างบางอย่าง ลอดออกมาจากประตูหลังห้องครัว ประตูดูเหมือนค่อยๆแง้มออกมาพร้อมกับไฟที่สว่างขึ้น ไฟนั้นช่วยเผยให้เห็นใบหน้าของคนสามคน ที่ผมไม่รู้จักคือผู้ชายที่อยู่ด้านข้าง อีกคนนั้นน่าจะเป็นป้าทิพย์และส่วนคนที่อยู่ตรงกลางผมจำได้ไม่ลืม คุณแม่ของแนท!!
แนทยังคงร้องเสียงดังผ่านร่องมือของผม และพยายามดึงเสื้อลงมาปิดพร้อมกับดันตัวออกมา
วินาทีนั้น ไฟทั้งบ้านก็สว่างขึ้นทันที แววตาตกใจปนสงสัยของคุณแม่นั้น ดูไม่เหมาะกับเค้กจุดเทียนที่กำลังถืออยู่เลย
ทุกอย่างเริ่มกระจ่างชัด ฤทธิ์แอลกอฮอล์จางหายไปในทันที สวนทางกับอาการชาบนหน้าที่เพิ่มขึ้น
ผมอยากจะทุบหัวตัวเองที่เพิ่งจำได้ว่า แม่แนทเพิ่งถามวันเกิดไป เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา