สวัสดีปีใหม่ 2018 เจ้าา วันนี้จะมาแบ่งปันการตะลุยดินแดนเมืองล้านนาสามหมอกแบบครบทุกรสชาติกัน
แรงบันดาลใจในทริปนี้ คงเป็นการตามรอยละครเรื่องลมซ่อนรัก รากนครา และตามรักคืนใจ อิอิ แต่เอาเข้าจริงก็ไปได้ไม่กี่ที่
ทริปนี้ใช้เวลาทั้งหมด 7 วัน 6 คือ 24 ธันวา - 30 ธันวา ใช้เวลาการจองทุกอย่างตั้งแต่เดือนกันยานู่นแน่ะ ส่วนรายละเอียดค่าใช้จ่าย จะสรุปไว้ในแต่ละวันกันเน้อเจ้าา
นี่คือแพลนเที่ยวของเราค่ะ ใช้เวลาที่เชียงใหม่ 3วัน 3คืน แม่ฮ่องสอน 1คืน ปางอุ๋ง 1คืน และปาย 1คืนค่ะ
รูปถ่ายอาจจะเบลอๆ หน่อย สลับกันถ่าย ไม่เมารถ ฝนตก ก็ง่วงค่ะ ;)
ภาพถ่ายจากกล้อง Sony A5100 เลนส์ 1.8/35mm ค่า
Day 0 (23 ธันวา 60)
ออกเดินทางจากสถานีรถไฟหัวลำโพงค่ะ เราตัดสินใจจองตั๋วแบบนอน ในตู้รถไฟขบวน "อุตราวิถี" ขอแนะนำว่าควรจองล่วงหน้ามากๆ เราจองวันที่ 23 ตุลาคม เลยค่ะ เพราะว่ากำหนดจองล่วงหน้าได้มากสุด 2 เดือน แต่ก่อนรู้สึกราคาประมาณ 900 สำหรับเตียงล่างนะคะ แต่พึ่งมีประกาศขึ้นราคารถไฟ ทำให้เตียงล่างขบวนใหม่ของเราวันนี้ อยู่ที่ละ 1,041 บาทค่ะ
ไม่ค่อยมีภาพรีวิวในตู้ เคยขึ้นบ่อยมากเลยค่ะ ชอบทุกครั้งที่ได้ไปกับขบวนนี้ ปกติ 1 ขบวน จะมีประมาณ 12-13 ตู้ค่ะ เราอยู่ตู้ที่ 12 ไม่ต้องเดินไปไกลนะคะ อยู่ท้ายสุดเลย ส่วนตู้เสบียงถ้าจำไม่ผิดจะอยู่ที่ ตู้ 7 ค่ะ ขบวนเชียงใหม่นี้เขาลืมกันว่าอาหารตาเวิร์คมาก แต่ว่าแต่ละขบวนอาหารจะไม่เหมือนกันนะคะ สำหรับขบวนนี้นอกจากขนมจีบ เครื่องดื่มแล้ว จะมีพวกไก่ทอด ข้าวเหนียว หมูทอด แล้วก็อาหารมังสวิรัติค่ะ TT นั่งไปสักพักพนักงานก็มาปูเตียง เราก็นอนยาวไปเลยตั้งแต่ 3 ทุ่ม ตื่นอีกทีก็ตี 5 ครึ่ง ล้างหน้าแปรงฟัน เปลี่ยนชุดเพื่อเตรียมเที่ยวเลยค่ะ รถไฟขบวนนี้ตรงเวลามาก ถึงสถานีเชียงใหม่ ก็ 7.15 พอดี ลงรถไฟปุ๊ป ลมหนาวก็มาเยือนเลยค่ะ
ณ จุดนี้ ทริปมนุษย์ป้าวัย 24 ก็เริ่มต้นขึ้น
เราจองที่พักเป็นโฮสเทล @25 Hostel ไว้ อยู่แถวๆ ถนนมณีนพรัตน์ ค่ะ ราคาถูกมากเพราะจองล่วงหน้า ตกคนละ 660/3คืน ค่ะ
แต่จากสถานีรถไฟไปค่อนข้างไกล เลยนั่งรถแดงซึ่งมีลุงรับเหมาเรา 5 คน ตกคนละ 30 บาทเท่านั้น
@25 Hostel
ที่พักของเราเป็นตึกแถว เล็กๆ แต่ออกแบบได้โปร่งมาก สิ่งที่ชอบสุดคือประตูห้องของโฮสที่แกะสลักเป็นลายไทยแบบต่างๆ สีขาวสวยมากๆ และพี่เจ้าของก็ดูแลเราเป็นอย่างดี ทั้งให้ฝากของ ซึ่งเราไปถึง 8 โมง ยังไม่ถึงเวลาเช็คอิน /ให้ที่จอดทั้งมอไซค์ และรถยนต์ /เปิดทีวี NetFlix ให้ดู แต่ว่าจะไม่มีอาหารเช้านะคะ มีแชมพู สบู่ ไม่มีไดร์และผ้าเช็ดตัว แนะนำให้ติดผืนเล็กไป ส่วนที่นอนจะเป็นห้อง 4 เตียงล่างบน ค่อนข้างแคบและเป็นซอกๆ แต่จะมีประตูเปิดหากันได้ เราว่าแอร์มันร้อนไปหน่อย เพราะที่เรานอนกำแพงจะบังทำให้นอนไม่ค่อยสบาย แต่ผ้าห่มค่อนข้างหนานุ่ม เป็นผ้านวมสีขาวดีค่ะ มีไฟในเตียงสว่างปรับทั้งแสงขาวแสงส้มได้ มีโต๊ะพับตั้งเวลาแต่งหน้าหรือวางของได้ค่ะ ส่วนห้องน้ำจะมีชั้นละ 2 ห้อง ชอบตรงห้องอาบน้ำเป็นฝักบัวแบบสายฝน อาบน้ำร้อนแล้วสบายตัวมากเลยค่ะ ส่วนล้างหน้าจะอยู่ตรงระเบียง ก็หนาวเข้าไส้ไปอีกแบบ ที่พักโซนนี้ จะอยู่ห่างจากนิมมานประมาณ 1โล เดินได้ค่ะ แต่ถ้ามีมอไซค์จะสะดวกกว่า แต่หน้าปากซอยด้านซ้ายถ้าเดินไป 500 เมตรจะเป็นตลาด อาหารมากมีอยู่ ส่วนในซอยนิยมทำเป็นโฮสเทล ทุกที่มีฝอค่ะ ยกเว้นโฮสเรา 555
หลังจากเราได้ฝากของไว้ ก็ติดตามโทรหาร้านเช่ามอเตอร์ไซค์ เจ้าหนึ่งที่ค่อนข้างดัง ซึ่งเราก็จองผ่านเฟสบุ๊คเอาไว้ แต่พอโทรไปปรากฏว่าไม่มีรถค่ะ หัวร้อนนิดๆ พี่โฮสแนะนำร้านหนึ่ง ชื่อว่าร้าน Bikky ราคาคันละ 250/วัน ไม่รวมน้ำมัน ใช้แค่บัตรประชาชนในการเช่าเท่านั้นค่ะ หมวกฟรีมีให้เลือกเยอะ แถมพี่ให้เช่าก็ยังเกาหลีโอปป้าอีกด้วย
สำหรับ Plan วันแรกของเรามีดังนี้ค่ะ
หรือจะดูแบบเต็มได้ที่ >>
https://goo.gl/6MS8Y9
1. @25 Hostel
2. โจ๊กศรีพิงค์
3. วัดอุโมงค์
4. บ้านข้างวัด
5. No.39 Cafe'
6. ฮ้านถึงเจียงใหม่
7. วัดพระธาตุดอยคำ
8. Jibberish Homemade shop
9. กาดหน้ามอ
10. ถนนคนเดินท่าแพ
เริ่มต้นที่ โจ๊กศรีพิงค์ เราก็ไม่รู้หรอกค่ะว่าคนนิยมไป พอดีไปเช่ามอไซค์แล้วเจอ หิว เลยจอด โต๊ะมักว่างให้แก๊งค์สาวสวยเสมอ ในร้านมีโจ๊กให้เลือกเยอะมาก ทั้งข้าวต้ม ปลา หมู กุ้ง เห็ด และตามใจสั่งมา รวมทั้งปาท่องโก๋ยักษ์ถาดละ 40 บาทมี 4 ชิ้น พร้อมนมข้น สังขยา ถือว่าก็จัดเต็มในมื้อแรกและอิ่มหนำพอสมควร
หลังจากนั้นก็ถึงเวลาสตาร์ทรถแมงกะไซ แว๊นไปยังวัดอุโมงค์ ที่ตั้งใจจะไปตามรอยเรื่องรากนคราสุดๆ เราเช่ามอไซค์ 2 คันค่ะ ส่วนอีกคันยืมพี่ เนื่องจากเราเป็นน้องใหม่พึ่งไปสอบใบขับขี่มอไซค์มาเมื่อวานก่อน และไม่เคยออกถนนใหญ่เลยถูกจัดแจงให้แว๊นเดี่ยว ก็ค่อยๆ ไปค่ะ ถนนเชียงใหม่ยากตรงที่บางซอยจะเป็น One way บางซอยจะเลี้ยวไม่ได้ กลับรถก็งงๆ
1. วัดอุโมงค์
จุดเด่นของวัดก็คืออุโมงค์ที่เจ้าแม้นเมืองมาขอพรนั่นเองเจ้า555 สวยงามตามท้องเรื่อง ฉาบด้วยปูนโบกอิฐ มีเสน่ห์ในตัว ระหว่างทางจะมีพระพุทธรูปองค์เล็กๆ อยู่ ใช้แสงไฟเข้าส่องทำให้ค่อนข้างงดงาม แต่เหมือนกับว่าจะมีการบูรณะมาทำจิตรกรรมฝาผนังด้านในถ้าเข้าใจไม่ผิด ซึ่งเราคิดว่าแบบนี้ค่อนข้างดีกว่าอีกค่ะ ที่เป็นอุโมงค์เพราะด้านบนจะมีบันใดขึ้นไปลานกว้าง เป็นพระบรมสารีริกธาตุ เราไม่ได้ขึ้นไปค่ะ ตัดสินใจไปยังเกาะลอย ให้อาหารปลา แต่จะมีนกพิราบมาอาศัยอยู่เต็ม เหมือนจะโรแมนติกนะคะ เดินผ่านแล้วนกปลิว รอบๆ เป็นอ่างน้ำ คล้ายๆ บึง สวยงามไปอีกแบบ แต่เราก็ไม่ได้เที่ยวหมด เพราะวัดค่อนข้างกว้าง มีทั้งพิพิธภัณฑ์ และที่ปฏิบัติธรรม นอกจากนี้ยังมีคำคมเจ้ากลอนติดไว้ตามต้นไม้บริเวณวัดไว้นำไปทำแคปชั่นไอจี เอ้ย เอาไว้เตือนใจได้อีกค่ะ หนทางมาวัดอุโมงค์ขับออกนอกตัวเมืองมาเล็กน้อย เข้ามาในซอยเล็กๆ ไม่ลาดไม่ชันอะไรทั้งนั้นค่ะ
2. บ้านข้างวัด
ปกติก็จะเป็นบ้านสวน มีลานกว้าง ขายของน่ารักแฮนด์เมด และร้านกาแฟ แต่วันนี้ที่เรามามีอีเว้นท์ "SAWASDEE CRAFT #3" โดยจะต้องเสียค่าเข้า 50 บาท แต่ว่าจะสามารถเล่นเกมได้ 2 เกม และหากเดินครบเป็นกิจกรรม Walk Rally เดินไปปั๊มจุดครบ จะได้ของรางวัล เราไปช่วงสายๆ คนไม่เยอะมาก ส่วนใหญ่จะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋าและเครื่องประดับ ราคาก็ค่อนข้างสูง เครื่องประดับ 120+ เสื้อผ้าที่แอบเล็งไว้ 2900+ เชียวค่ะ อาหารก็จะมีทั้งอาหารเกาหลี ลูกชิ้น น้ำผลไม้ และถ้าเดินไปทางด้านขวาจะมีร้านชาเล็กๆ ที่ใช้เวลาชงนานมากกกกกกก แต่น่ารักและรสชาติดี ราคาแค่เหยือกละ 50 บาทเท่านั้น ใช้เวลาอยู่ที่นี่ประมาณ 1 ชั่วโมง เดินวนก็นั่งพัก ถ้ามาตอนกลางคืนรู้สึกจะมีหนังกลางแปลงด้วยค่ะ ตรงกลางลานกว้างเขาทำเป็นอัฒจรรย์แบบพื้นดินนั่งลึกลงไป น่ารักมากๆ ค่ะ
3. No.39
ร้านกาแฟยอดนิยมของเชียงใหม่ ตัวร้านจะเป็นลานกว้าง มีบ่อน้ำ ตรงกลาง รอบๆ จะมีเก้าอี้ เพิงยื่นแบบนอนจิบกาแฟ และสไลเดอร์ค่ะ ราคาไม่แพง 70+ /แก้ว มีอาหารเช่นเบอร์เกอร์ เฟรนช์ฟรายไว้รองท้อง บรรยากาศชิวมาก เพราะมีต้นไม้ปกคลุม อากาศเย็น และยังมีพัดลมไอน้ำให้อีก เหมาะที่จะมานั่งพักทั้งคนเดียว และเป็นกลุ่ม
4. ฮ้านถึงเจียงใหม่
ร้านเด็ดไม่มาถือว่าไม่ถึง เพราะร้านเป็นร้านง่ายๆ แบบชาวบ้านๆ แต่อาหารนั้นเป็นอาหารพื้นบ้านที่หาทานไม่ได้ง่ายๆ อยู่ไม่ไกลจากวัดอุโมงค์ค่ะ แต่ก็ต้องมีรถไปเหมือนกัน เรามาถึงก็ประมาณบ่ายเกือบบ่ายสอง ดังนั้นคนเลยไม่มาก จัดการสั่งอาหารไป
สำหรับเมนูที่เราลิ้มรสไปประกอบด้วย ออเดิร์ฟ(รวมน้ำพริกเมืองเหนือ เครื่องเคียง แคปหมู) ไข่เจียวมดแดง ยำผักบุ้งกรอบ แกงอ่อม ลาบหมูคั่ว กุ้งฝอยชุบแป้งทอด คอหมูแดดเดียว ถือว่าอร่อยมากค่ะ ไม่แพงเลย ตกจานละ 40-60 บาทเท่านั้น จ่ายไปคนละ 120 บาทเองสำหรับมื้อนี้ ฮี่ๆๆ
5. วัดพระธาตุดอยคำ
ครึ่งทางแล้วค่ะ แหะๆ วัดนี้เดิมทีไม่ได้ตั้งใจจะมา เพราะนึกว่าอยู่ไกล แต่บังเอิญเรามาร้านขายของแถวนี้เลยต้องแวะมา ณ จุดนี้เป็นจุดพลิกผันที่ขี่มอไซค์ขึ้นเขาเป็นครั้งแรกค่ะ มันก็จะหวาดเสียวหน่อยๆ สำหรับมือใหม่ แต่ขึ้นได้สบายค่ะ รู้สึกว่าชันกว่าดอยสุเทพ แต่ระยะทางสั้นกว่า ส่วนคนที่ซ้อน 2 ก็เสียวๆ หน่อยเพราะรถจะหน่วงๆ ยิ่งซ้อน 3 คงไม่แนะนำ ในที่สุดเราก็ถึงวัด ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของ หลวงพ่อทันใจ นั่นเองค่ะ ศักดิ์สิทธิ์มากๆ ใครที่บนท่านสำเร็จก็จัดการนำพวงมาลัยดอกมะลิ 50 พวงขึ้นไปมาถวาย คึกคักกันแน่นๆ แต่เมื่อขึ้นไปไหว้พระเสร็จ ลานกว้างให้ชมวิวของเมืองเชียงใหม่ได้ด้วยนะคะ
เดี๋ยวขอต่อในคอมเม้นเลยนะคะ
7 วัน 6 คืน เชียงใหม่ - แม่ฮ่องสอน รีวิวตั้งแต่หัวจรดเท้า
สวัสดีปีใหม่ 2018 เจ้าา วันนี้จะมาแบ่งปันการตะลุยดินแดนเมืองล้านนาสามหมอกแบบครบทุกรสชาติกัน
แรงบันดาลใจในทริปนี้ คงเป็นการตามรอยละครเรื่องลมซ่อนรัก รากนครา และตามรักคืนใจ อิอิ แต่เอาเข้าจริงก็ไปได้ไม่กี่ที่
ทริปนี้ใช้เวลาทั้งหมด 7 วัน 6 คือ 24 ธันวา - 30 ธันวา ใช้เวลาการจองทุกอย่างตั้งแต่เดือนกันยานู่นแน่ะ ส่วนรายละเอียดค่าใช้จ่าย จะสรุปไว้ในแต่ละวันกันเน้อเจ้าา
นี่คือแพลนเที่ยวของเราค่ะ ใช้เวลาที่เชียงใหม่ 3วัน 3คืน แม่ฮ่องสอน 1คืน ปางอุ๋ง 1คืน และปาย 1คืนค่ะ
รูปถ่ายอาจจะเบลอๆ หน่อย สลับกันถ่าย ไม่เมารถ ฝนตก ก็ง่วงค่ะ ;)
ภาพถ่ายจากกล้อง Sony A5100 เลนส์ 1.8/35mm ค่า
Day 0 (23 ธันวา 60)
ออกเดินทางจากสถานีรถไฟหัวลำโพงค่ะ เราตัดสินใจจองตั๋วแบบนอน ในตู้รถไฟขบวน "อุตราวิถี" ขอแนะนำว่าควรจองล่วงหน้ามากๆ เราจองวันที่ 23 ตุลาคม เลยค่ะ เพราะว่ากำหนดจองล่วงหน้าได้มากสุด 2 เดือน แต่ก่อนรู้สึกราคาประมาณ 900 สำหรับเตียงล่างนะคะ แต่พึ่งมีประกาศขึ้นราคารถไฟ ทำให้เตียงล่างขบวนใหม่ของเราวันนี้ อยู่ที่ละ 1,041 บาทค่ะ
ไม่ค่อยมีภาพรีวิวในตู้ เคยขึ้นบ่อยมากเลยค่ะ ชอบทุกครั้งที่ได้ไปกับขบวนนี้ ปกติ 1 ขบวน จะมีประมาณ 12-13 ตู้ค่ะ เราอยู่ตู้ที่ 12 ไม่ต้องเดินไปไกลนะคะ อยู่ท้ายสุดเลย ส่วนตู้เสบียงถ้าจำไม่ผิดจะอยู่ที่ ตู้ 7 ค่ะ ขบวนเชียงใหม่นี้เขาลืมกันว่าอาหารตาเวิร์คมาก แต่ว่าแต่ละขบวนอาหารจะไม่เหมือนกันนะคะ สำหรับขบวนนี้นอกจากขนมจีบ เครื่องดื่มแล้ว จะมีพวกไก่ทอด ข้าวเหนียว หมูทอด แล้วก็อาหารมังสวิรัติค่ะ TT นั่งไปสักพักพนักงานก็มาปูเตียง เราก็นอนยาวไปเลยตั้งแต่ 3 ทุ่ม ตื่นอีกทีก็ตี 5 ครึ่ง ล้างหน้าแปรงฟัน เปลี่ยนชุดเพื่อเตรียมเที่ยวเลยค่ะ รถไฟขบวนนี้ตรงเวลามาก ถึงสถานีเชียงใหม่ ก็ 7.15 พอดี ลงรถไฟปุ๊ป ลมหนาวก็มาเยือนเลยค่ะ
ณ จุดนี้ ทริปมนุษย์ป้าวัย 24 ก็เริ่มต้นขึ้น
เราจองที่พักเป็นโฮสเทล @25 Hostel ไว้ อยู่แถวๆ ถนนมณีนพรัตน์ ค่ะ ราคาถูกมากเพราะจองล่วงหน้า ตกคนละ 660/3คืน ค่ะ
แต่จากสถานีรถไฟไปค่อนข้างไกล เลยนั่งรถแดงซึ่งมีลุงรับเหมาเรา 5 คน ตกคนละ 30 บาทเท่านั้น
@25 Hostel
ที่พักของเราเป็นตึกแถว เล็กๆ แต่ออกแบบได้โปร่งมาก สิ่งที่ชอบสุดคือประตูห้องของโฮสที่แกะสลักเป็นลายไทยแบบต่างๆ สีขาวสวยมากๆ และพี่เจ้าของก็ดูแลเราเป็นอย่างดี ทั้งให้ฝากของ ซึ่งเราไปถึง 8 โมง ยังไม่ถึงเวลาเช็คอิน /ให้ที่จอดทั้งมอไซค์ และรถยนต์ /เปิดทีวี NetFlix ให้ดู แต่ว่าจะไม่มีอาหารเช้านะคะ มีแชมพู สบู่ ไม่มีไดร์และผ้าเช็ดตัว แนะนำให้ติดผืนเล็กไป ส่วนที่นอนจะเป็นห้อง 4 เตียงล่างบน ค่อนข้างแคบและเป็นซอกๆ แต่จะมีประตูเปิดหากันได้ เราว่าแอร์มันร้อนไปหน่อย เพราะที่เรานอนกำแพงจะบังทำให้นอนไม่ค่อยสบาย แต่ผ้าห่มค่อนข้างหนานุ่ม เป็นผ้านวมสีขาวดีค่ะ มีไฟในเตียงสว่างปรับทั้งแสงขาวแสงส้มได้ มีโต๊ะพับตั้งเวลาแต่งหน้าหรือวางของได้ค่ะ ส่วนห้องน้ำจะมีชั้นละ 2 ห้อง ชอบตรงห้องอาบน้ำเป็นฝักบัวแบบสายฝน อาบน้ำร้อนแล้วสบายตัวมากเลยค่ะ ส่วนล้างหน้าจะอยู่ตรงระเบียง ก็หนาวเข้าไส้ไปอีกแบบ ที่พักโซนนี้ จะอยู่ห่างจากนิมมานประมาณ 1โล เดินได้ค่ะ แต่ถ้ามีมอไซค์จะสะดวกกว่า แต่หน้าปากซอยด้านซ้ายถ้าเดินไป 500 เมตรจะเป็นตลาด อาหารมากมีอยู่ ส่วนในซอยนิยมทำเป็นโฮสเทล ทุกที่มีฝอค่ะ ยกเว้นโฮสเรา 555
หลังจากเราได้ฝากของไว้ ก็ติดตามโทรหาร้านเช่ามอเตอร์ไซค์ เจ้าหนึ่งที่ค่อนข้างดัง ซึ่งเราก็จองผ่านเฟสบุ๊คเอาไว้ แต่พอโทรไปปรากฏว่าไม่มีรถค่ะ หัวร้อนนิดๆ พี่โฮสแนะนำร้านหนึ่ง ชื่อว่าร้าน Bikky ราคาคันละ 250/วัน ไม่รวมน้ำมัน ใช้แค่บัตรประชาชนในการเช่าเท่านั้นค่ะ หมวกฟรีมีให้เลือกเยอะ แถมพี่ให้เช่าก็ยังเกาหลีโอปป้าอีกด้วย
สำหรับ Plan วันแรกของเรามีดังนี้ค่ะ
หรือจะดูแบบเต็มได้ที่ >> https://goo.gl/6MS8Y9
1. @25 Hostel
2. โจ๊กศรีพิงค์
3. วัดอุโมงค์
4. บ้านข้างวัด
5. No.39 Cafe'
6. ฮ้านถึงเจียงใหม่
7. วัดพระธาตุดอยคำ
8. Jibberish Homemade shop
9. กาดหน้ามอ
10. ถนนคนเดินท่าแพ
เริ่มต้นที่ โจ๊กศรีพิงค์ เราก็ไม่รู้หรอกค่ะว่าคนนิยมไป พอดีไปเช่ามอไซค์แล้วเจอ หิว เลยจอด โต๊ะมักว่างให้แก๊งค์สาวสวยเสมอ ในร้านมีโจ๊กให้เลือกเยอะมาก ทั้งข้าวต้ม ปลา หมู กุ้ง เห็ด และตามใจสั่งมา รวมทั้งปาท่องโก๋ยักษ์ถาดละ 40 บาทมี 4 ชิ้น พร้อมนมข้น สังขยา ถือว่าก็จัดเต็มในมื้อแรกและอิ่มหนำพอสมควร
หลังจากนั้นก็ถึงเวลาสตาร์ทรถแมงกะไซ แว๊นไปยังวัดอุโมงค์ ที่ตั้งใจจะไปตามรอยเรื่องรากนคราสุดๆ เราเช่ามอไซค์ 2 คันค่ะ ส่วนอีกคันยืมพี่ เนื่องจากเราเป็นน้องใหม่พึ่งไปสอบใบขับขี่มอไซค์มาเมื่อวานก่อน และไม่เคยออกถนนใหญ่เลยถูกจัดแจงให้แว๊นเดี่ยว ก็ค่อยๆ ไปค่ะ ถนนเชียงใหม่ยากตรงที่บางซอยจะเป็น One way บางซอยจะเลี้ยวไม่ได้ กลับรถก็งงๆ
1. วัดอุโมงค์
จุดเด่นของวัดก็คืออุโมงค์ที่เจ้าแม้นเมืองมาขอพรนั่นเองเจ้า555 สวยงามตามท้องเรื่อง ฉาบด้วยปูนโบกอิฐ มีเสน่ห์ในตัว ระหว่างทางจะมีพระพุทธรูปองค์เล็กๆ อยู่ ใช้แสงไฟเข้าส่องทำให้ค่อนข้างงดงาม แต่เหมือนกับว่าจะมีการบูรณะมาทำจิตรกรรมฝาผนังด้านในถ้าเข้าใจไม่ผิด ซึ่งเราคิดว่าแบบนี้ค่อนข้างดีกว่าอีกค่ะ ที่เป็นอุโมงค์เพราะด้านบนจะมีบันใดขึ้นไปลานกว้าง เป็นพระบรมสารีริกธาตุ เราไม่ได้ขึ้นไปค่ะ ตัดสินใจไปยังเกาะลอย ให้อาหารปลา แต่จะมีนกพิราบมาอาศัยอยู่เต็ม เหมือนจะโรแมนติกนะคะ เดินผ่านแล้วนกปลิว รอบๆ เป็นอ่างน้ำ คล้ายๆ บึง สวยงามไปอีกแบบ แต่เราก็ไม่ได้เที่ยวหมด เพราะวัดค่อนข้างกว้าง มีทั้งพิพิธภัณฑ์ และที่ปฏิบัติธรรม นอกจากนี้ยังมีคำคมเจ้ากลอนติดไว้ตามต้นไม้บริเวณวัดไว้นำไปทำแคปชั่นไอจี เอ้ย เอาไว้เตือนใจได้อีกค่ะ หนทางมาวัดอุโมงค์ขับออกนอกตัวเมืองมาเล็กน้อย เข้ามาในซอยเล็กๆ ไม่ลาดไม่ชันอะไรทั้งนั้นค่ะ
2. บ้านข้างวัด
ปกติก็จะเป็นบ้านสวน มีลานกว้าง ขายของน่ารักแฮนด์เมด และร้านกาแฟ แต่วันนี้ที่เรามามีอีเว้นท์ "SAWASDEE CRAFT #3" โดยจะต้องเสียค่าเข้า 50 บาท แต่ว่าจะสามารถเล่นเกมได้ 2 เกม และหากเดินครบเป็นกิจกรรม Walk Rally เดินไปปั๊มจุดครบ จะได้ของรางวัล เราไปช่วงสายๆ คนไม่เยอะมาก ส่วนใหญ่จะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋าและเครื่องประดับ ราคาก็ค่อนข้างสูง เครื่องประดับ 120+ เสื้อผ้าที่แอบเล็งไว้ 2900+ เชียวค่ะ อาหารก็จะมีทั้งอาหารเกาหลี ลูกชิ้น น้ำผลไม้ และถ้าเดินไปทางด้านขวาจะมีร้านชาเล็กๆ ที่ใช้เวลาชงนานมากกกกกกก แต่น่ารักและรสชาติดี ราคาแค่เหยือกละ 50 บาทเท่านั้น ใช้เวลาอยู่ที่นี่ประมาณ 1 ชั่วโมง เดินวนก็นั่งพัก ถ้ามาตอนกลางคืนรู้สึกจะมีหนังกลางแปลงด้วยค่ะ ตรงกลางลานกว้างเขาทำเป็นอัฒจรรย์แบบพื้นดินนั่งลึกลงไป น่ารักมากๆ ค่ะ
3. No.39
ร้านกาแฟยอดนิยมของเชียงใหม่ ตัวร้านจะเป็นลานกว้าง มีบ่อน้ำ ตรงกลาง รอบๆ จะมีเก้าอี้ เพิงยื่นแบบนอนจิบกาแฟ และสไลเดอร์ค่ะ ราคาไม่แพง 70+ /แก้ว มีอาหารเช่นเบอร์เกอร์ เฟรนช์ฟรายไว้รองท้อง บรรยากาศชิวมาก เพราะมีต้นไม้ปกคลุม อากาศเย็น และยังมีพัดลมไอน้ำให้อีก เหมาะที่จะมานั่งพักทั้งคนเดียว และเป็นกลุ่ม
4. ฮ้านถึงเจียงใหม่
ร้านเด็ดไม่มาถือว่าไม่ถึง เพราะร้านเป็นร้านง่ายๆ แบบชาวบ้านๆ แต่อาหารนั้นเป็นอาหารพื้นบ้านที่หาทานไม่ได้ง่ายๆ อยู่ไม่ไกลจากวัดอุโมงค์ค่ะ แต่ก็ต้องมีรถไปเหมือนกัน เรามาถึงก็ประมาณบ่ายเกือบบ่ายสอง ดังนั้นคนเลยไม่มาก จัดการสั่งอาหารไป
สำหรับเมนูที่เราลิ้มรสไปประกอบด้วย ออเดิร์ฟ(รวมน้ำพริกเมืองเหนือ เครื่องเคียง แคปหมู) ไข่เจียวมดแดง ยำผักบุ้งกรอบ แกงอ่อม ลาบหมูคั่ว กุ้งฝอยชุบแป้งทอด คอหมูแดดเดียว ถือว่าอร่อยมากค่ะ ไม่แพงเลย ตกจานละ 40-60 บาทเท่านั้น จ่ายไปคนละ 120 บาทเองสำหรับมื้อนี้ ฮี่ๆๆ
5. วัดพระธาตุดอยคำ
ครึ่งทางแล้วค่ะ แหะๆ วัดนี้เดิมทีไม่ได้ตั้งใจจะมา เพราะนึกว่าอยู่ไกล แต่บังเอิญเรามาร้านขายของแถวนี้เลยต้องแวะมา ณ จุดนี้เป็นจุดพลิกผันที่ขี่มอไซค์ขึ้นเขาเป็นครั้งแรกค่ะ มันก็จะหวาดเสียวหน่อยๆ สำหรับมือใหม่ แต่ขึ้นได้สบายค่ะ รู้สึกว่าชันกว่าดอยสุเทพ แต่ระยะทางสั้นกว่า ส่วนคนที่ซ้อน 2 ก็เสียวๆ หน่อยเพราะรถจะหน่วงๆ ยิ่งซ้อน 3 คงไม่แนะนำ ในที่สุดเราก็ถึงวัด ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของ หลวงพ่อทันใจ นั่นเองค่ะ ศักดิ์สิทธิ์มากๆ ใครที่บนท่านสำเร็จก็จัดการนำพวงมาลัยดอกมะลิ 50 พวงขึ้นไปมาถวาย คึกคักกันแน่นๆ แต่เมื่อขึ้นไปไหว้พระเสร็จ ลานกว้างให้ชมวิวของเมืองเชียงใหม่ได้ด้วยนะคะ
เดี๋ยวขอต่อในคอมเม้นเลยนะคะ