'รมว.เกษตรฯ'สั่งกยท.เปิดจุด รับซื้อยางทั่วประเทศเริ่ม1ม.ค.61
"รมว.เกษตรฯ"สั่ง กยท. เปิดจุดรับซื้อยางจากเกษตรกรโดยตรงทั่วประเทศ เริ่ม 1 ม.ค.61 ระบุรับซื้อราคานำตลาด พร้อมส่งทีมพิเศษสุ่มตรวจซ้ำทั้งคุณภาพ และปริมาณยางในสต็อกรัฐ 1.4 แสนตัน และสต็อกยางเอกชน ควบคุมการส่งออกตามมติไตรภาคียาง 3 ประเทศ ลดยางออกสู่ตลาดต่างประเทศ 3.5 แสนตัน ช่วง 3 เดือนแรกของปีหน้า มุ่งหวังผลักดันราคาตลาดโลกปรับตัวขึ้น
29 ธ.ค. 60 นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้การยางแห่งประเทศ (กยท.) เปิดจุดรับซื้อยางจากเกษตรกรชาวสวนยางโดยตรงทั่วประเทศ เริ่มวันที่ 1 ม.ค.2561 นี้โดยจะรับซื้อในราคานำตลาด ให้ไปสู่ราคาตามเป้าหมาย ซึ่งกยท.ได้ทำแผนการรับซื้อยางจากเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ในงบกลางที่ครม.อนุมัติ 1.2 หมื่นล้านบาท และนำยางไปให้กับหน่วยงานต่างๆตามวัตถุประสงค์ ที่เสนอความต้องการมาที่ กยท.ในการใช้ยางแต่ประเภท เข่น กระทรวงคมนาคม นำไปผสมทำถนน กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ไปทำถนนในเส้นทางชุมชน เป็นไปตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ตั้งเป้าปีหน้าเพิ่มการใช้ยางในประเทศตามโครงการส่งเสริมการใช้ยางของหน่วยงานภาครัฐ เป้าหมาย 2 แสนตัน
รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า ขณะนี้ตนได้สั่งให้ทีมพิเศษ โดยเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานอื่นลงไปสุ่มตรวจสต็อกยาง และตรวจคุณภาพยางในโกดังซ้ำอีกรอบ หลังจากให้ กยท. ตรวจสต็อกยางทั้งหมดภายใน 7 วัน ซึ่งในเบื้องต้นตนได้รายงานตัวเลขและเป็นเอกสารจาก กยท. แจ้งจำนวนสต็อกยางเหลืออยู่ 1.4 แสนตันเศษ จากก่อนหน้านี้ กยท.ได้ขายให้กับบริษัทไหน่าน ประเทศจีน แต่ทางบริษัทได้ขนยางไปเพียงบางส่วน
อย่างไรก็ตามในวันที่ 8 ม.ค.ได้ให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสต็อกของเอกชนทุกรายตามบัญชีผู้ส่งออก เพื่อควบคุมปริมาณยางเข้าสู่ตลาดโลกตามมติไตรภาคียาง 3 ประเทศ มี ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ร่วมมือกันบรรเทาความเดือดร้อนเกษตรกร แก้ไขสถานการณ์ราคายางที่ต่ำผิดปกติ โดยลดการส่งออก 3.5แสนตันเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อผลักดันราคายางโลกให้ปรับตัวขึ้นด้วย
สำหรับโครงการส่งเสริมการใช้ยางของหน่วยงานภาครัฐ เป้าหมาย 2 แสนตัน โดย กยท. เปิดจุดรับซื้อจากเกษตรกรขึ้นทะเบียนกับ กยท. วงเงิน 12,240 ล้านบาท ใช้จ่ายจากงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือ จำเป็น ปี 2561 เพื่อเพิ่มปริมาณการใช้ยางพาราในประเทศ โดยส่งมอบให้หน่วยงานภาครัฐนาไปใช้ เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรชาวสวนยาง ลดผลกระทบที่ส่งผลต่อราคายางพาราภายในประเทศ
ทั้งนี้เป็นไปตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ให้กำหนดเป้าหมายนำยางไปใช้หน่วยงานราชการ จำนวน ประมาณ 200,000 ตัน หรือตามจำนวนที่แต่ละหน่วยงานภาครัฐแจ้งความประสงค์ เช่น ถนนลาดยางมะตอย ผสมยางพาราชนิดผสมร้อน ( Para Asphaltic Concrete) ชั้นพื้นทางของถนน (Based) Para rubber polymer soil cementยางปูพื้นแบบ Block สนามฟุตซอล หรือ สนามเด็กเล่น ยางปูสระน้า และอื่นๆ จากการสำรวจหน่วยงานรัฐเบื้องต้น ได้แก่ กระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงศึกษาธิการ
แต่ละหน่วยงานขอรับงบประมาณ จากการจัดสรร หรือปรับงบประมาณเพื่อจัดซื้อจัดจ้างต่อไป โดยการรับซื้อยางจากภาคเกษตรกร ถึง 30 เมษายน 2561 เปิดรับซื้อยางแผ่นดิบคุณภาพ 3 ความชื้นไม่เกินร้อยละ 3 ตามมาตรฐานที่ กยท. กำหนด น้ำยางสด มีปริมาณเนื้อยางแห้ง (DRC) ไม่ต่ากว่าร้อยละ 28 และไม่มีสิ่งปลอมปน ยางก้อนถ้วย มีปริมาณเนื้อยางแห้ง (DRC)ไม่ต่ากว่าร้อยละ 60 ตามมาตรฐานที่ กยท. กำหนด และยางชนิดอื่นที่ กยท. กำหนด โดยดำเนินการรับซื้อยางตามคุณภาพที่เกษตรกรชาวสวนยางนำมาขายในราคาที่เปลี่ยนแปลงไป ตามสถานการณ์ตลาด
ซึ่งเป็นธรรมแก่เกษตรกรชาวสวนยาง โดยตามประกาศราคากลาง ที่ กยท. กำหนด ตั้งจุดรับซื้อยาง ตลาดยาง กยท. และตลาดเครือข่ายตลาดยาง กยท.ตลาดกลางยางพารา จำนวน 6 ตลาด (สงขลา ยะลา สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช บุรีรัมย์ หนองคาย) และตลาดเครือข่ายตลาดกลางยางพารา ที่ กยท. กำหนด
http://www.naewna.com/politic/311757
เอ้า..ใครจำนำอะไร ไปเอาออกมาค่ะ
ได้เงินจากการขายยางเที่ยวปีใหม่อีกด้วยนะคะ
🎁😄~มาลาริน~ชาวสวนยางเฮ !.....'รมว.เกษตรฯ'สั่งกยท.เปิดจุด รับซื้อยางทั่วประเทศเริ่ม1ม.ค.61 ได้เงินใช้ปีใหม่พอดีค่ะ เย้ๆ
"รมว.เกษตรฯ"สั่ง กยท. เปิดจุดรับซื้อยางจากเกษตรกรโดยตรงทั่วประเทศ เริ่ม 1 ม.ค.61 ระบุรับซื้อราคานำตลาด พร้อมส่งทีมพิเศษสุ่มตรวจซ้ำทั้งคุณภาพ และปริมาณยางในสต็อกรัฐ 1.4 แสนตัน และสต็อกยางเอกชน ควบคุมการส่งออกตามมติไตรภาคียาง 3 ประเทศ ลดยางออกสู่ตลาดต่างประเทศ 3.5 แสนตัน ช่วง 3 เดือนแรกของปีหน้า มุ่งหวังผลักดันราคาตลาดโลกปรับตัวขึ้น
29 ธ.ค. 60 นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้การยางแห่งประเทศ (กยท.) เปิดจุดรับซื้อยางจากเกษตรกรชาวสวนยางโดยตรงทั่วประเทศ เริ่มวันที่ 1 ม.ค.2561 นี้โดยจะรับซื้อในราคานำตลาด ให้ไปสู่ราคาตามเป้าหมาย ซึ่งกยท.ได้ทำแผนการรับซื้อยางจากเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ในงบกลางที่ครม.อนุมัติ 1.2 หมื่นล้านบาท และนำยางไปให้กับหน่วยงานต่างๆตามวัตถุประสงค์ ที่เสนอความต้องการมาที่ กยท.ในการใช้ยางแต่ประเภท เข่น กระทรวงคมนาคม นำไปผสมทำถนน กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ไปทำถนนในเส้นทางชุมชน เป็นไปตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ตั้งเป้าปีหน้าเพิ่มการใช้ยางในประเทศตามโครงการส่งเสริมการใช้ยางของหน่วยงานภาครัฐ เป้าหมาย 2 แสนตัน
รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า ขณะนี้ตนได้สั่งให้ทีมพิเศษ โดยเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานอื่นลงไปสุ่มตรวจสต็อกยาง และตรวจคุณภาพยางในโกดังซ้ำอีกรอบ หลังจากให้ กยท. ตรวจสต็อกยางทั้งหมดภายใน 7 วัน ซึ่งในเบื้องต้นตนได้รายงานตัวเลขและเป็นเอกสารจาก กยท. แจ้งจำนวนสต็อกยางเหลืออยู่ 1.4 แสนตันเศษ จากก่อนหน้านี้ กยท.ได้ขายให้กับบริษัทไหน่าน ประเทศจีน แต่ทางบริษัทได้ขนยางไปเพียงบางส่วน
อย่างไรก็ตามในวันที่ 8 ม.ค.ได้ให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสต็อกของเอกชนทุกรายตามบัญชีผู้ส่งออก เพื่อควบคุมปริมาณยางเข้าสู่ตลาดโลกตามมติไตรภาคียาง 3 ประเทศ มี ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ร่วมมือกันบรรเทาความเดือดร้อนเกษตรกร แก้ไขสถานการณ์ราคายางที่ต่ำผิดปกติ โดยลดการส่งออก 3.5แสนตันเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อผลักดันราคายางโลกให้ปรับตัวขึ้นด้วย
สำหรับโครงการส่งเสริมการใช้ยางของหน่วยงานภาครัฐ เป้าหมาย 2 แสนตัน โดย กยท. เปิดจุดรับซื้อจากเกษตรกรขึ้นทะเบียนกับ กยท. วงเงิน 12,240 ล้านบาท ใช้จ่ายจากงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือ จำเป็น ปี 2561 เพื่อเพิ่มปริมาณการใช้ยางพาราในประเทศ โดยส่งมอบให้หน่วยงานภาครัฐนาไปใช้ เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรชาวสวนยาง ลดผลกระทบที่ส่งผลต่อราคายางพาราภายในประเทศ
ทั้งนี้เป็นไปตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ให้กำหนดเป้าหมายนำยางไปใช้หน่วยงานราชการ จำนวน ประมาณ 200,000 ตัน หรือตามจำนวนที่แต่ละหน่วยงานภาครัฐแจ้งความประสงค์ เช่น ถนนลาดยางมะตอย ผสมยางพาราชนิดผสมร้อน ( Para Asphaltic Concrete) ชั้นพื้นทางของถนน (Based) Para rubber polymer soil cementยางปูพื้นแบบ Block สนามฟุตซอล หรือ สนามเด็กเล่น ยางปูสระน้า และอื่นๆ จากการสำรวจหน่วยงานรัฐเบื้องต้น ได้แก่ กระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงศึกษาธิการ
แต่ละหน่วยงานขอรับงบประมาณ จากการจัดสรร หรือปรับงบประมาณเพื่อจัดซื้อจัดจ้างต่อไป โดยการรับซื้อยางจากภาคเกษตรกร ถึง 30 เมษายน 2561 เปิดรับซื้อยางแผ่นดิบคุณภาพ 3 ความชื้นไม่เกินร้อยละ 3 ตามมาตรฐานที่ กยท. กำหนด น้ำยางสด มีปริมาณเนื้อยางแห้ง (DRC) ไม่ต่ากว่าร้อยละ 28 และไม่มีสิ่งปลอมปน ยางก้อนถ้วย มีปริมาณเนื้อยางแห้ง (DRC)ไม่ต่ากว่าร้อยละ 60 ตามมาตรฐานที่ กยท. กำหนด และยางชนิดอื่นที่ กยท. กำหนด โดยดำเนินการรับซื้อยางตามคุณภาพที่เกษตรกรชาวสวนยางนำมาขายในราคาที่เปลี่ยนแปลงไป ตามสถานการณ์ตลาด
ซึ่งเป็นธรรมแก่เกษตรกรชาวสวนยาง โดยตามประกาศราคากลาง ที่ กยท. กำหนด ตั้งจุดรับซื้อยาง ตลาดยาง กยท. และตลาดเครือข่ายตลาดยาง กยท.ตลาดกลางยางพารา จำนวน 6 ตลาด (สงขลา ยะลา สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช บุรีรัมย์ หนองคาย) และตลาดเครือข่ายตลาดกลางยางพารา ที่ กยท. กำหนด
http://www.naewna.com/politic/311757
เอ้า..ใครจำนำอะไร ไปเอาออกมาค่ะ
ได้เงินจากการขายยางเที่ยวปีใหม่อีกด้วยนะคะ