ตกหลุมรักหมอ

คือเราพาลูกไปหาหมอเพราะว่าลูกเราตัวร้อนมากตอนเช้าของวันที่25ธันวา60(คริตสมาส)   
แล้วหมอก้อให้นอนโรงพยาบาลหมอเจาะเลือดไปตรวจ  ระหว่างที่รอผลเราก้อได้แต่ร้องไห้เพราะเรารู้สึกโดดเดี่ยวเราขับรถมอไซด์พาลูกมาโรงพยาบาลคนเดียวในวันนั้นอากาศเย็นมากมีลมเราโทรหาใครก้อไม่มีใครว่างเราเลยต้องตัดสินใจพาลูกไปเองด้วยความกลัวว่าลูกจะชักมันทุลักทุเลมากเราขับรถไปร้องไห้ไปตลอดทางทั้งสงสารลูกทั้งสงสารตัวเอง  
        เรามองหน้าลูกตอนไหนเราก็น้ำตาไหลสงสารเค้า   ปกติเค้าเป็นเด็กไม่งอแงเลี้ยงง่ายแต่วันนั้นเค้างอแงเรียกหาเราตลอด(ลูกเราอายุ2ขวบครึ่ง)เวลาประมาณ6โมงเย็นพยาบาลมาบอกเราว่าเลือดของน้องที่เจาะไปตรวจเม็ดเลือดขาวมันเยอะผิดปกติแล้วไข้ก้อสูงอยู่ตลอดทางโรงพยาบาลเลยจะขอส่งตัวไปที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา(ลืมบอกเราอยู่ในตัวเมืองโคราช)โอเครเรารู้สึกแย่มากๆในหัวสับสนไปหมดกลัวหลายๆอย่างไม่มีคนให้ปรึกษาเรารู้สึกเคว้งมากในตอนนั้น...พอไปถึงหมอก็สอบถามอาการรวมถึงเจาะเลือดซักประวัติทั่วไป...

        เวลาผ่านไปจนเช้ามีหมออยู่คนนึงมาสอบถามอาการของน้องน่าจะเป็นนักศึกษาแพทย์...อร๊ายยยย สเปคอ่ะ...คือเค้าไม่ได้หล่อจนโดดเด่นอะไรมาก  สูงน่าจะประมาณ165-170ซม.แต่เราอ่อนไหวกับผู้แบบนี้อยู่แล้วคือเรียนหมอเป็นหมอใส่เสื้อกาวสีขาวที่สำคัญเค้าตี๋หน่อยๆนี่แหล่ะประเด็น555   ลักษณะเค้าเวลาคุยกับเราเรารู้สึกเป็นกันเองเค้ายิ้มเก่งดูออกจะเขินหน่อยๆ(อั้นนี้เราอาจจะคิดไปเอง)ยิ่งสบตาเค้าเวลาที่เค้าถามโอ๊ยยยย   ประกายตาคู่นั้นละลายหมดแล้ว...เค้าถามประวัติแล้วอาการของน้องตอนนั้นใจเราอ่ะไปแล้ว....ไปอยู่กับเค้าแล้ว...หลังจากนั้นเค้าก้อเดินไปมาอยู่ในห้องนั้น(ลูกเราอยู่ห้องผู้ป่วยเด็กเล็กรวม)เราแอบมองเค้าตลอดก็คนมันชอบอ่ะเนอะ   เค้าก้อไม่ได้สนใจอะไร  มีบางครั้งที่สบตากันแต่มันก็ปกติรึป่าวก้อมองเค้าตลอดขนาดนั้น555   แววตาเค้าโอ๊ยยยยตกหลุมรักเราจำชื่อเค้าได้เพราะเราอยากรู้จักเค้ามากกว่านี้เผื่อจะได้สืบจากชื่อได้งัยเค้าชื่อ ศุภฤกษ์ ผ่องอำไพ  นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่5โรงพยาบาลรามาธิบดี(ข้อมูลอันหลังเราค้นมาจากกูเกิ้ลน่ะไม่แน่ใจแต่ชื่อบอกเลยโคตรแม่นอ่ะ)

            หลังจากนั้นก้อมีหมอมาตรวจประจำตอนเช้าหมอบอกที่เม็ดเลือดขาวเยอะน่าจะเกิดจากการติดเชื้อไม่น่าเป็นห่วงแต่จะให้นอนดูอาการก่อนถ้าอาการดีขึ้นก้อจะให้กลับบ้าน   ใจนึงเราก็ดีใจเรื่องอาการของบลูกใจนึงเราหวิวๆเฮ้อออจะไม่ได้เจอหน้าเค้าแล้ว  
             ซักพักเค้าก้อเดินเข้ามาถามเราว่าอยากกลับบ้านมั้ย  เราได้แค่ยิ้มๆอยากบอกมากว่าอยู่กับหมอได้มั้ยล่ะค่ะแต่ก็ได้แค่คิดอ่ะน่ะ  จริงแล้วถ้าอยากรู้จริงๆว่าน้องติดเชื้ออะไรต้องเพราะเชื้อประมาณสามวันน่ะครับ อยู่อีกสักวันเนอ๊ะ   เราก้ออ่อได้คร๊ะๆ ตอนที่เค้าถามอ่ะเค้ายิ้มตลอดเราก้อยิ้มตามไปด้วย  โอ้ยยยยยคุณหมอขาาาา  
              รอยยิ้มของหมอพอตกบ่ายหมอประจำไข้ก้อบอกว่าให้เรากลับบ้านได้โอ๊ยยย…จะไม่ได้เจอเค้าจริงๆหรอ  ในตอนนั้นเค้าก้ออยู่ในห้องนั้นน่ะแต่ตรวจเด็กคนอื่นๆอยู่  ไม่นานพยาบาลก็เอาเอกสารมาให้เพื่อติดต่อกลับบ้าน   เราไปยื่นเสร็จ ก็กลับมายื่นที่เคาเตอร์ซึ่งเค้ายืนอยู่ตรงนั้นพอดี   ใจเต้นแรงมากคิดว่าเค้าคงไม่ได้สนใจอะไร  แต่เค้าเข้ามาคุยเว้ยยยย  อร๊ายยยยวินาทีนั้น(เค้าก้อปกตินะแต่เราอ่ะมโนงัย)
               ประโยคแรกที่เค้าพูดคือ อ้าวได้กลับบ้านแล้วหรอ…แล้วเค้าลดตัวลงคุยกับลูกเราน่ารักจังอยู่กับหมอมั้ยพร้อมกับเงยหน้ามาสบตาเราหัวใจเราเต้นไม่เป็นจังหวะเลย ในใจนี่อยากบอกมากว่าอยู่ค่ะหมออยากอยู่กับหมอไปตลอดชีวิตเลย555มโนไปอีก   เรากลับบ้านมาพร้อมความรู้สึกที่ดีมาก  ใช่หมออาจจะไม่ได้รู้สึกอะไรแต่สำหรับเราหมอเป็นเรื่องดีๆในช่วงเวลาแย่ๆ เป็นความรู้สึกดีๆส่งท้ายปี2017เราอยากบอกหมอน่ะว่าเราประทับใจหมอมาก อยากรู้จักหมอมากกว่านี้  แต่เราก็คงต้องเจียมตัวหน่อยมองดูตัวเองแล้วช่างไม่มีเหมาะสมกับเค้าเลยเฮ้ออออ  ถ้าหมอได้มาอ่านหรือคนรู้จักหมอมาอ่านนั่นคือความรู้สึกที่เรามีให้หมอมันเป็นความรู้สึกที่ดีที่สุดในปีนี้เป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำ ชอบหมอนะค่ะ ศุภฤกษ์ ผ่องอำไพ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่