โชคชะตาหรือพรมลิขิต

เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันนั้นที่โรงเรียนของฉันเอง วันนั้นเป็นวันที่ฉันต้องได้ใกล้ชิดกับรุ่นพี่ที่ฉันชอบมาก ฉันรู้สึกว่าตอนนั้นฉันเริ่มจะหลงรักรุ่นพี่คนนั้นแล้วแหละ แต่แล้วโชคชะตาดันเล่นตลกกับฉัน โชคชะตาส่งให้รุ่นพี่คนนั้นมาเป็นบัดดี้ของฉัน  การที่เป็นบัดดี้นั้นจะต้องใกล้ชิดกันมาก ถึงขั้นว่าตัวติดกันไปไหนไปด้วยกัน กินข้าวก็กินด้วยกัน คือแบบว่าถ้าพี่เค้าไปไหนฉันต้องไปด้วย ตอนนั้นฉันรู้สึกดีมากเลยนะ ฉันดีใจที่ฉันได้อยู่ใกล้กับพี่เค้าฉันก็แอบคิดและใช้ความมโนในตัวฉันอย่างสูง ฉันมโนว่าฉันได้เป็นแฟนกับพี่เค้า ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน เราใช้เวลาอยู่ด้วยกันเกือบๆ 2 ปีได้มั้ง แต่พอมาปี 3 พี่เค้าก็เริ่มเปลี่ยนไป พี่เค้าเริ่มห่างจากฉัน เริ่มไม่สนใจ เริ่มไม่แคร์ความรู้สึกของฉัน ฉันก็สงสัยว่าทำไมนิสัยของพี่เค้าเปลี่ยนไปฉันเลยไปสืบดูฉันจึงรู้ที่นิสัยพี่เค้าเปลี่ยนเป็นเพราพี่เค้าทะเลาะกันกับแฟนเค้าจนเค้าทั้งคู่ได้เลิกกันเพราะเรื่องของฉัน แฟนพี่เค้าไม่พอใจที่เห็นฉันสนิทกับพี่เค้าเกินไป เมื่อฉันรู้เรื่องนี้ฉันเสียใจมาก เสียใจจนไม่อยากจะเห็นหน้าพี่เค้าเลย ฉันจึงได้หยุดเรียนไปโดยที่ไม่มีกำหนด ผ่านไป 2 อาทิตย์ พี่เค้าไม่เห็นฉันไปโรงเรียนพี่เค้าก็เริ่มสงสัยว่าทำไมฉันถึงไม่ไปโรงเรียนพี่เค้าก็ได้ถามถึงสาเหตุที่ฉันไม่ไปโรงเรียนกับกลุ่มเพื่อนๆฉัน เพื่อนๆของฉันก็พูดด้วยความโมโหว่าก็เพราะพี่นั่นแหละ เพื่อนของพวกเราเลยไม่มาโรงเรียน เพราะมันรู้ว่าคนที่มันแอบชอบมีแฟนแล้วและพี่ก็ยังแคร์แฟนเก่าพี่อยู่ไงมันเสียใจหนักมากจนมันไม่อยากจะเจอหน้าพี่มันบอกกับพวกเราว่ามันจะย้ายโรงเรียนเพื่อที่มันจะได้ไม่ต้องเจอหน้าพี่อีก ต่อไปนี้พี่ไม่ต้องถามถึงมันอีกแล้วนะถือซะว่าพี่ไม่เคยมีมันเป็นบัดดี้แล้วกัน หลังจากที่พี่เค้ารู้ความจริงทั้งหมดพี่เค้าก็ได้เลิกตามหาฉัน และพี่เค้าก็เลิกคิดเรื่องของฉันไปสักพัก จนวันหนึ่งขณะที่ฉันไปเที่ยวทะเลกับครอบครัวของฉัน ฉันก็ได้เจอกับพี่เค้า ณ ตอนนั้นฉันอยากจะวิ่งหนีพี่เค้าไปให้ไกลแต่มันวิ่งไม่ทันเพราะว่าฉันเจอกับพี่เค้าจังๆ แต่ฉันก็ไม่ได้ทักพี่เค้าหรอกได้แค่ยิ้มให้แล้วเดินหนีไปให้ไกลที่สุด แต่แล้วพี่เค้ากับฉันก็เจอกันอีกครั้งเพราะว่าห้องที่พี่เค้าพักมันดันมาติดกับห้องของฉัน ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่ามันเป็นความบังเอิญหรือมันเป็นพรมลิขิตที่โชคชะตาทำให้เรามาเจอกันหรือเปล่า  แต่แล้วพี่เค้าก็ได้เข้ามาทักฉัน พี่เค้าถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ ความเป็นอยู่ของฉันว่าฉันสบายดีไหม แต่เราทั้งสองคนก็ไม่ได้พูดเรื่องราวในอดีต พี่เค้าได้ถามฉันว่าฉันมาเที่ยวกับใคร ฉันเลยตอบไปว่าฉันมากับครอบครัว พี่เค้ายังถามฉันต่ออีกว่า อ้าว!!แล้วแฟนเราไม่มาหรอ  ฉันตอบไปว่า ยังไม่มีแฟนค่ะและฉันพูดต่อว่า แล้วพี่ล่ะค่ะมากับใครมากับแฟนหรอ? พี่เค้าตอบฉันว่าพี่ไม่มีแฟนพี่เลิกกับแฟนได้สักพักละ ฉันเลยตอบไปว่า อ่อค่ะ และยิ้มออกมาด้วยความสุขเล็กๆ พี่เค้าบอกกับฉันว่าพี่ขอเบอร์เราหน่อยดิ  ฉันถามว่าพี่จะเอาไปทำไมหรอค่ะ พี่เค้าตอบว่าจะเอาไว้โทรไปเล่นด้วย แล้วสรุปจะให้เบอร์โทรศัพท์พี่ป่ะเนี่ย?   ฉันตอบไปว่า098-xxx-xxxx นี่ค่ะ พี่เค้าพูดขอบคุณด้วยความดีใจ และเราสองคนก็คุยกันจนพี่เค้ามาสารภาพกับฉันว่า พี่เค้ารู้สึกดีกับฉันตั้งแต่ตอนที่พี่เค้าเจอฉันครั้งแรกแล้ว พี่เค้าบอกว่าฉันเป็นคนร่าเริง แจ่มใส กล้าแสดงออกทุกๆด้าน ฉลาด เอาตัวรอดได้ และที่สำคัญพี่เค้าชอบฉันตรงที่ฉันเป็นตัวของตัวเอง หลังจากที่พี่เค้าสารภาพความรู้สึกกับฉันแล้วพี่เค้ายังถามฉันกลับว่า แล้วตอนนี้เรายังรู้สึกกับพี่เหมือนเดิมไหม ฉันเลยถามกลับว่ารู้สึกแบบไหนหรอ? พี่เค้าตอบว่าก็ยังชอบพี่เหมือนเดิมไหม? คือแบบว่าความรู้สึกตอนนั้นคือแบบฉันเขินมาก ฉันไม่กล้าตอบพี่เค้า  พี่เค้าก็ถามฉันอีกรอบว่ายังชอบพี่อยู่ไหม? ฉันเลยตอบไปว่า ถ้ายังชอบอยู่พี่จะทำไม!!พี่เค้าตอบว่างั้น ‘‘เรามาเป็นแฟนกันไหมล่ะ’’ พอฉันได้ยินอย่างงี้แล้วฉันก็รีบตอบอย่างรวดเร็วว่า “เป็นทำไมจะไม่เป็น ตอนนี้เราเป็นแฟนกันแล้วนะ” พี่เค้าตอบว่าครับผม พี่รักน้องนะ และนี่ก็คือเรื่องราวชีวิตของฉันมันอาจจะดูเหมือนกับละครน้ำเน่าแต่สำหรับฉันมันเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่