คือเรื่องของเรามีอยู่ว่า เราเจอกับผู้ชายคนหนึ่งด้วยความเชื่อไร้สาระของเรา เรื่องเลขนำโชค บังเอิญเราเป็นคนชอบเลข9 แล้วพี่ที่เรารู้จักเขาเล่นเกม เอารูปเพื่อนๆเขามาใส่ตัวเลขโพสลงเฟสบุ๊ค แล้วให้สาวๆเลือก มันเป็นเกมส์ขำๆ เราก็เขาไปดูว่าเลข9 หน้าตาเป็นยังไง เลือกดูแค่เลข9เท่านั้นด้วย พอดูปั๊บ คือแบบเขาหล่อมาก เราก็หาเฟสไปส่องแล้วคือเขาโสด เราก็ลองแอดไป แต่แอดไม่ได้ เพื่อนเขาเต็ม เราก็กดไลค์รูปเขาไป แล้วเราก็ไปถามน้องที่เรารู้จักว่ารู้จักไหม ระหว่างที่เราคุยกับน้องอยู่ เราเห็นแจ้งเตือนเฟสบุ๊คขึ้นเยอะมาก พอไปดู คือเขาแอดกลับมา แล้วก็มาไลค์รูปเราเยอะแยะเลย พอเรารับ เขาก็ทักแชทมา แล้วเราก็เริ่มคุยกัน แล้วเขาก็ให้สถานะว่าแฟน แต่พอคุยได้1เดือน เขามีอาการตึงๆ เราก็ถามเขาว่ามีอะไรหรือป่าว เป็นอะไรหรือป่าว ที่แรกเขาก็ไม่ตอบอะไร แต่เราก็พอรู้สึก เราเลยถามย้ำ เขาก็ตอบกลับมาว่า เขารู้สึกสับสนกับตัวเอง เขารู้สึกว่าเราไม่ใช่ เราคือแบบโอเคเข้าใจ ก็ตัดใจเดินออกมา แต่พอวันถัดไปเขาก็โทหาเราเหมือนประมาณว่ายังอยากคุยกับเรา แต่เราไม่อยากคุยกับเขาแล้ว เราก็ตึงๆใส่กันได้ประมาณ2วัน เขาและเรารู้สึกแย่กับสิ่งที่เป็นอยู่ เลยเปิดใจคุย เขาร้องไห้บอกว่าไม่มีเราอยู่ไม่ได้ แต่เขาไม่ได้รู้สึกหวือหวาเหมือนแฟน แต่รู้สึกผูกพันมากกว่าแฟน เขาสับสนกับตัวเอง เราเลยพูดกลับว่าจะให้เราทำไง เราเองก็รู้สึกผูกพัน เราเลยถามกลับไปว่า อยากให้อยู่ข้างๆหรอ เขาตอบว่าใช่ เราเลยพูดกลับไป ว่างั้นก็อยู้กันแบบไม่มีสถานะแบบนี้แระ โฟกัสแต่ความสุขแล้วกัน แล้วระหว่างเราก็ทำตัวเหมือนแฟน เขาก็พาไปเจอครอบครัวเขา เที่ยวกับครอบครัวเขา เราก็พามาเจอครอบครัวเรา เทศกาลอะไรก็จะอยู่ด้วยกันตลอด กินข้าวดินเนอร์เกือบทุกวันหยุดของเขา ไปเที่ยว ไปช้อปปิ้ง ไปดูหนัง เขาก็พาเราไปด้วยตลอด แล้วเกือบทุกอย่างในชีวิตเขา เขาให้เราเป็นคนเลือกคนตัดสินใจให้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธุรกิจเขา เลือกเสื้อผ้า ของใช้ ตกแต่งบ้าน จะสร้างบ้าน หรือแม้จะขยายธุรกิจเพิ่ม ก็คือเขาให้เราช่วยตัดสินใจทุกเรื่อง จนเข้าเดือนที่ 5 ที่คุยกัน เขาพาเราไปเที่ยวญี่ปุ่น ตลอดเวลาที่เขาอยู่กับเรา เขาดูมีความสุขมาก เป็นตัวของตัวเองมาก เพราะด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดแบบนี้ คนอื่นๆในสังคม เพื่อนๆญาติๆ ก็คิดว่าเราเป็นแฟนกัน เขาก็รู้นะว่า ทุกคนคิดแบบนี้ เขาก็ไม่แก้ข่าวปล่อยให้คนอื่นคิดว่าแฟน แต่กับเราเขากลับบอกเราว่าเป็นเพื่อน เราก็เห้ย ได้แต่คิดในใจว่าอยู่ขนาดนี้ยังรู้สึกแค่เพื่อนหรอหรืออะไรยังไง เราก็สับสนในตัวเขา บางครั้งเราท้ออยากจะหยุดนะ เหมือนวิ่งตามเขา แต่ก็ต้องมีเรื่องให้ต้องติดต่อตลอด เราเคยลองหักดิบอยู่ก็บอกลาเขานะ เขาก็แบบโอเค ร่ำลากันอย่างดี ไม่ถึง3วัน เขาปิดเฟสบุ๊ค คือเราตกใจมาก เขาดูซึมจนแม่เขาเป็นห่วง บวกกับแม่เห็นตัสเฟสบุ๊คเราเศร้าๆ แม่คิดว่าเรากับเขาต้องทะเลาะกันแน่ จนครั้งนี้เหมือนมีผู้ใหญ่ดามใจให้ แล้วแม่เขาก็จัดทริปพาเรากับเขาไปเที่ยวเพื่อกระชับความสัมพัน แล้วเรากับเขาก็ต้องกลับเขามาสู่สภาวะเดิมแบบนี้อีก อยู่กับอย่างมีความสุขแบบแฟนแต่คือเพื่อนกัน จนเราตัดสินใจอีกครั้งหลังกลับมาจากญี่ปุ่นว่าจะหยุดทุกอย่าง แต่ครั้งนี้เราปิดเฟสบุ๊คไปเลย เขาคงมาส่องหรือยังไงไม่รู้ เขาโทหาเรา เราไม่รับ จนเพื่อนเราบอกว่าลองรับรู้เขาคงอยากจะคุย พอเราคุยกับเขา แรกเขาทำคุยเรื่องอื่น แล้วก็เขาเรื่องถามว่าบล๊อกเฟสเขาหรอ เราบอกว่าไม่ใช่ เราปิดเฟสบุ๊ค เขาก็อ่อๆ แล้วถามว่าปิดทำไม เราบอกเบื่อๆไม่อยากเล่น เขาก็ทำดีบอกจะซื้อขนมที่เราชอบมาให้กิน เราบอกไม่เป็นไรเกรงใจ เขาเหมือนจะรู้ว่าเราจะไป เขาเลยพูดต่อว่า นี่หนูจะไปจิงๆแล้วใช่ไหม เราก็ตอบว่าใช่ จะให้อยู่ไปทำไม วันหนึ่งที่หนูตัดใจได้จิงๆก็จะกลับมาเป็นเพื่อนที่ดีให้ เขาดูเหมือนเสียใจ เขาตอบแค่ว่าครับพี่จะรอ พอถึงจุดที่จะวางสาย เขาก็ไม่ยอมกดวางเพราะไม่อยากวางสายใส่เรา เราก็ไม่อยากวางสายใส่เขา เราก็เงียบกันไปสักพัก แล้วก็เกี่ยงกันให้วาง แล้วเขาก็พูดขึ้นมาประโยคหนึ่งว่า ไม่อยากวางแต่ก็ต้องวางใช่ไหม ประโยคทำเราน้ำตาไหล แล้วได้แต่ถามในใจว่า ถ้าไม่อยากวางแล้วทำไมไม่พูดหรือทำไรสักอย่างเพื่อความชัดเจน แล้วเราก็วางกันไป แล้วเขาก็ปิดเฟสบุ๊คเหมือนเรา เขาโพสรูปที่ญี่ปุ่นพร้อมแคปชั่นว่า เหลือแค่ความทรงจำดีๆ ขอบคุณนะ แล้วเราก็ไม่คุยไปประมาณ 3 วัน คือเราแบบทรมานยังไงไม่รู้ เราโทไปร้องกับเขา เขาก็บอกเราว่าถ้าอยู่ไม่ได้ก็กลับมาอยู่ข้างๆกันเหมือนเดิม หนูอยากไปกินข้าวไหน เที่ยวไหน ดูหนังเรื่องอะไร พี่ก็จะไปเพื่อนหนูเอง แล้วสรุปว่าเราต้องกลับไปอยู่ในจุดเดิมที่เป็นแค่เพื่อนแต่เหมือนแฟน จนตอนนี้ก็ 6 เดือนละ จนคนรอบข้างคิดว่าเรากับเขาเหลือแค่รอให้พร้อมแต่งงาน แต่เราคืออยากจะบอกว่า แต่งอะไร ยังไม่ได้เป็นแฟนกันเลย เห้อ แล้วเวลาไปเที่ยวผับนะ เราจะไปแยกกัน แล้วอยู่คนละโต๊ะ เขาก็จะมองหาเราตลอด พอเราหายไปยิ่งมองหาเลย (อันนี้เพื่อนเราบอก) แต่พอผับเลิกคือเราก็ไปนอนบ้านเขานะ เหมือนเขาเป็นห่วงไม่อยากให้เราขับรถกลับบ้านเพราะไกล แล้วอีกอย่างเราเคยแอบเล่นเฟสบุ๊คเขา เรากลับเจอว่าช่องค้นหาของเขามีแต่ชื่อเราทุกวัน วันละหลายครั้ง ในไอจีก็เช่นกัน มันยิ่งทำให้เรางง ว่าขนาดนี้แล้วทำไมไม่เป็นให้ชัดเจนไปเลย จนมาเมื่อไม่กี่วันนี้เราถามเขาเหมือนประมาณว่าเปิดใจคุย เราก็เลยรู้ว่าเวลาเขาชอบใครเขาไม่กล้าบอกชอบใครหรอก ให้ตายเขาก็ไม่บอก เราคือแบบมีความหวังนิดๆ แต่เราก็ยังงงในสถานะของเรา บางทีก็ทำตัวไม่ถูก
อยากให้ทุกคนช่วยแนะนำหน่อย ว่าเราควรทำไงต่อดี
.
.
อยากทราบว่า มีใครเคยตกอยู่ในสถานะเพื่อนแต่การกระทำทุกอย่างเหมือนแฟนบ้างไหมค่ะ?
อยากให้ทุกคนช่วยแนะนำหน่อย ว่าเราควรทำไงต่อดี
.
.