....ขออนุญาติรบกวนปรึกษาปัญหาด้านเกี่ยวกับจิตใจกับทุกๆ ท่านซักนิด
....ขอเท้าความก่อน 2 สิ่ง คือ......
1) ผมมีอดีตช่วงวัยเด็กช่วงหนึ่งที่ผมไปมีชีวิตอยู่ในต่างจังหวัด โดยที่ไม่มีเงิน ไม่มีญาติ เป็นคนไร้บ้านในต่างที่ประมาณนั้น ในช่วงเวลานั้นทำให้สภาพจิตใจของผมอาจจะแตกต่างจากคนทั่วไปนิดหน่อย
....พื้นฐานทางสามัญสำนึก จริยธรรม มนุษยธรรม และความรู้สึกผิดชอบ ชั่วดีของผมอาจจะไม่เหมือนคนทั่วไป ง่ายๆ คือผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้ผม "อยู่รอด"
....จิตใจของผมมีความเป็นปรปักษ์สูง คือ เมื่อมีสิ่งใดมากระทบกระเทือนจิตใจผม ผมจะไม่มีความรู้สึกเสียใจ เจ็บปวด แต่จะเป็นความรู้สึก "เจ็บแค้น" ชิงชัง เกลียดชัง ต่อผู้ที่มาทำร้ายผมแทน ,เพราะในช่วงเวลานั้น หากผมล้มมันจะมีแต่คนเหยียบผมซ้ำ และจะไม่มีใครมาฉุดผมขึ้นมา
....ดังนั้นผมจึงไม่มี...... อารมสุนทรีย์โลกสวยงามที่จะนั่งร้องไห้ เศร้าเสียใจ มีแต่จะต้องรีบลุก แล้วก็งับคอคนๆ นั้นกลับ หรือไม่ก็หนี อะไรก็ได้ที่จะทำให้ผมรอดจากสถานการณ์นั้น
---------------------------------
2) หลังจากที่รอดจากสภาพนั้นกลับมาบ้าน ผมก็ได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจเนื่องจากได้ยินคำพูดจากปากคนในครอบครัวผม พูดกับผู้อื่นว่าจะขอให้เขารับผมไปเลี้ยง นั่นทำให้ผม.... "แตกสลาย" ผมเสียความรู้สึกเชื้อใจในทุกๆ สิ่ง ผมจมสู่การใช้ความเกลียดชังเป็นแรงผลักดันหลักในการดำรงชีพ
....ดังนั้น ผมจึงสามารถที่จะทำได้ทุกสิ่งเพื่อ "ให้ได้มาในสิ่งที่ผมต้องการ" ผมสามารถทำร้ายได้ทุกคนโดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ หากอยากที่จะทำ หรือมีเหตุ มีประโยชน์ที่ผมจะกระทำ
....หรือก็คือ ไม่สนอะไรนอกจากตนเองนั่นแหละ
---------------------------------
....แต่ทั้ง 2 ข้อคือเรื่องในอดีต ปัจจุบัน ผมเติบโตขึ้นแล้ว อายุก็เลข 3 ละ ทำงานมีเงินเดือน ชีวิตก็เหมือนปกติชนคนทั่วไป ผมได้เรียนรู้หลายๆ สิ่ง เจ้าปม 2 ข้อที่ผมเกรินไว้ มันก็เป็นแค่ "ช่วงโง่เขล่าตอนวัยรุ่นของผม"
....แต่มันส่งผลต่อตัวผม แม้ปัจจุบันผมจะเหมือนคนปกติทั่วไป แต่พื้นฐานจิตใจผม
....ผมเข้าใจสิ่งที่เรียกว่า "อารม" ได้ค่อนข้างยาก
....มันเหมือนจะเข้าใจ แต่มัน........ ไม่ได้ซึมทราบเข้าสู่ในจิตใจ
....คือ... ผมเป็นคนที่ "ขาดความอ่อนโยน"
....ผมเลยอยากจะสอบถามว่า อะไรมันคือสิ่งที่เรียกว่า "ความรัก" ซึ่งขอบเขตที่ผมถาม ไม่ใช่รักแบบชาย-หญิง ผมไม่คิดจะมีครอบครัว ผมสนุกกับชีวิตโสดของผมดี
....แต่เพราะความแข็งกระด่างในจิตใจของผม มันทำให้ผม... มีปัญหากระทบกระทั้งกับครอบครัวของผม... ซึ่งปัจจุบันนี้คือสิ่งอันมีคุณค่าที่ผมอยากจะปกป้อง ดูแล
....แต่นะ.... บางครั้งก็กลายเป็นว่าความแข็งกระด่างของผมไปทำร้ายสิ่งที่ผมไม่อยากจะทำร้าย เช่น
- เมื่อคนในครอบครัวเจอปัญหา พวกเขาหมดกำลังล้มลงร้องไห้เสียใจ ผม "เข้าใจ" เหตุผลที่เขาเสียใจ แต่ในหัวของผมจะคิดก่อนเลย "เราจะสู้ยังไง?" จะ "แก้ยังไง?"
- เหมือนการไปเจอคนที่พึ่งจมน้ำเกิบตาย แต่ผมกลับคิดว่าจะทำยังไงไม่ให้จมน้ำอีก ซึ่งผมมองข้ามไปว่า "เขาผู้นั้นต้องการ การปลอมโยน"
....ผมเป็นแบบนี้บ่อยครั้งมาก แม้ว่าจะทราบจุดบอดตนเอง แต่....มันเหมือนเป็นสันดาร เจอปัญหาอะไร เจออะไรทำนองนี้ จะข้ามประเด็นด้านความละเอียดอ่อนทางจิตใจไป มุมหาหนทางที่จะแก้ปัญหาก่อนเลยทุกที
....แต่หากจะให้นั่งลงจับมือ ปลอบใจใคร............. คือ ผมเข้าใจ "เหตุผล" ของการเกิดอารมนั้น แต่มัน.... "ความรู้สึก" มันคืออะไร?
....ผมโกรธได้ ผมเสียใจได้นะ ผมคือมนุษย์ปุตุชนคนทั่วไปคนหนึ่ง แต่....การเกิดอารมของผม บางทีมันก็เหมือนควัน เกิดมาแล้วก็.... หายไป จะยึดไว้ก็ได้ จะไม่ใส่มันก็ได้ จะปล่อยไปก็ได้
....อาจจะเป็นเพราะพื้นฐานผมเป็นพวกรักตัวเอง ผมจึงรักตัวเองมากเกินกว่าจะเอาอะไรมา "ใส่ใจ"
....ดังนั้นการเกิดอารม เกิดความรู้สึกใดๆ กับสิ่งอื่น หรือผู้อื่นที่มากระทบ จึงมักจะเป็นการแสดงออกที่ "ผ่านการไตรตรอง" มาแล้ว , จะเรียกว่าการเสแสร้งก็ได้
....ผมยิ้มไปกับคุณได้ ผมจะกระโดดโลดเต้นทำอะไรบ้าๆ บอๆ ก็ได้ทั้งนั้น
....วิธีที่ผมใช้คือการสร้าง "มโนทัศน์" หรือก็คือ พยายามคิดเหตุผลที่จะ "คล้ายตาม" แล้วฝั่งมันลงหัวตัวเอง
....คุณเล่าเรื่องสนุกมา ผมก็สนุกกับคุณได้ เพราะผมจะพยายามมองหาสิ่งที่จะจูงให้ผมสนุกไปกับคุณ แต่ใจจิตใจลึกของผม ผมอาจจะคิดสิ่งอื่น
....เมื่อเร็วๆ มานี้ผมเกิดเรื่องผิดใจกับทางครอบครัวเนื่องจากความแข็งกระด่างของผม มันทำให้ผมไม่เข้าใจในมุมมองที่พวกเขามอง
....แล้วนั่นผมจึงเข้าใจว่า "หากเรามีหัวใจ" หรือหากเรามี "ความรัก" ให้แก่ใคร เราจะก้ามข้ามทุกเหตุผล ทุกสิ่ง ทุกอุปสรรค
....แต่อาจจะเป็นเพราะผม..... ไม่มี ผมจึงเป็นแบบนี้ก็ได้มัง
....แล้วผมควรจะทำอย่างไร?
....คือ ผมอยากจะดูแลครอบครัวของผม อยากจะดูแลพ่อ แม่ และน้องผม
- ผมไม่อยากจะทำให้พวกท่านเสียใจ
- เวลามีสิ่งใดที่ดีเข้ามา ผมจะให้พวกท่านก่อน โดยไม่คิดถึงตัวเอง เช่น รับงานพิเศษได้สิทธิ์ฟรีไปเทียวต่างประเทศ ก็โทรฯ ไปถามแม่ก่อนเลย ว่าท่านอยากจะไปประเทศไหน แล้วก็ให้พวกท่านไป
- แต่ผมก็ไม่ได้อ่อนโยนขนาดที่รู้สึกห่วงหาอาทร
....ลักษณะสภาพของผมในตอนนี้ ผมรู้สึกเหมือนผมเป็น "ทหาร" ผมรู้ดีว่าผมแข็งกระด่าง รักตัวเองสูง ลืมตัวทีไรสันดารมักจะออก ผมจึงไม่อยากจะเข้าใกล้ท่านมาก แต่ผมจะทำทุกสิ่งที่ผมจะทำได้ให้ดีที่สุด แล้วถ้ามีอะไรดีๆ เข้ามาผมจะยกให้พวกท่านก่อน แต่หากถามว่าเมื่อยกให้แล้วรู้สึกมีความสุขไหม?
....ก็ไม่ อารมเหมือนการได้ทำหน้าที่ของตนให้สมบูรณ์ จากนั้น.... ก็ลุยสิ่งอื่นต่อ เดินหน้าต่อ สู้ต่อ
....ผมไม่รู้ว่าสิ่งที่ผมพยายามทำอยู่คือ "ความรัก" ในแบบของผมหรือเปล่า?
....หากใช่.... ก็หมายความว่าผมก็มีความรักให้ แล้วผมจะทำอย่างไรที่จะทำให้ตัวผมอ่อนโยนลง?
---------------------------------
....เหมือนคำถามโง่ๆ ที่เกรินโครตยาว หากท่านใดพอจะมีเวลาว่าง ขอรบกวนสละเวลาตอบซักที , ผมจะนำมุมมองของท่านมาปรับใช้กับการดำรงชีวิตของผมครับ
....ขอบคุณทุกๆ ท่านอย่างสูงครับ
อะไรคือสิ่งที่เรียกว่า "ความรัก" ?
....ขอเท้าความก่อน 2 สิ่ง คือ......
1) ผมมีอดีตช่วงวัยเด็กช่วงหนึ่งที่ผมไปมีชีวิตอยู่ในต่างจังหวัด โดยที่ไม่มีเงิน ไม่มีญาติ เป็นคนไร้บ้านในต่างที่ประมาณนั้น ในช่วงเวลานั้นทำให้สภาพจิตใจของผมอาจจะแตกต่างจากคนทั่วไปนิดหน่อย
....พื้นฐานทางสามัญสำนึก จริยธรรม มนุษยธรรม และความรู้สึกผิดชอบ ชั่วดีของผมอาจจะไม่เหมือนคนทั่วไป ง่ายๆ คือผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้ผม "อยู่รอด"
....จิตใจของผมมีความเป็นปรปักษ์สูง คือ เมื่อมีสิ่งใดมากระทบกระเทือนจิตใจผม ผมจะไม่มีความรู้สึกเสียใจ เจ็บปวด แต่จะเป็นความรู้สึก "เจ็บแค้น" ชิงชัง เกลียดชัง ต่อผู้ที่มาทำร้ายผมแทน ,เพราะในช่วงเวลานั้น หากผมล้มมันจะมีแต่คนเหยียบผมซ้ำ และจะไม่มีใครมาฉุดผมขึ้นมา
....ดังนั้นผมจึงไม่มี...... อารมสุนทรีย์โลกสวยงามที่จะนั่งร้องไห้ เศร้าเสียใจ มีแต่จะต้องรีบลุก แล้วก็งับคอคนๆ นั้นกลับ หรือไม่ก็หนี อะไรก็ได้ที่จะทำให้ผมรอดจากสถานการณ์นั้น
---------------------------------
2) หลังจากที่รอดจากสภาพนั้นกลับมาบ้าน ผมก็ได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจเนื่องจากได้ยินคำพูดจากปากคนในครอบครัวผม พูดกับผู้อื่นว่าจะขอให้เขารับผมไปเลี้ยง นั่นทำให้ผม.... "แตกสลาย" ผมเสียความรู้สึกเชื้อใจในทุกๆ สิ่ง ผมจมสู่การใช้ความเกลียดชังเป็นแรงผลักดันหลักในการดำรงชีพ
....ดังนั้น ผมจึงสามารถที่จะทำได้ทุกสิ่งเพื่อ "ให้ได้มาในสิ่งที่ผมต้องการ" ผมสามารถทำร้ายได้ทุกคนโดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ หากอยากที่จะทำ หรือมีเหตุ มีประโยชน์ที่ผมจะกระทำ
....หรือก็คือ ไม่สนอะไรนอกจากตนเองนั่นแหละ
---------------------------------
....แต่ทั้ง 2 ข้อคือเรื่องในอดีต ปัจจุบัน ผมเติบโตขึ้นแล้ว อายุก็เลข 3 ละ ทำงานมีเงินเดือน ชีวิตก็เหมือนปกติชนคนทั่วไป ผมได้เรียนรู้หลายๆ สิ่ง เจ้าปม 2 ข้อที่ผมเกรินไว้ มันก็เป็นแค่ "ช่วงโง่เขล่าตอนวัยรุ่นของผม"
....แต่มันส่งผลต่อตัวผม แม้ปัจจุบันผมจะเหมือนคนปกติทั่วไป แต่พื้นฐานจิตใจผม
....ผมเข้าใจสิ่งที่เรียกว่า "อารม" ได้ค่อนข้างยาก
....มันเหมือนจะเข้าใจ แต่มัน........ ไม่ได้ซึมทราบเข้าสู่ในจิตใจ
....คือ... ผมเป็นคนที่ "ขาดความอ่อนโยน"
....ผมเลยอยากจะสอบถามว่า อะไรมันคือสิ่งที่เรียกว่า "ความรัก" ซึ่งขอบเขตที่ผมถาม ไม่ใช่รักแบบชาย-หญิง ผมไม่คิดจะมีครอบครัว ผมสนุกกับชีวิตโสดของผมดี
....แต่เพราะความแข็งกระด่างในจิตใจของผม มันทำให้ผม... มีปัญหากระทบกระทั้งกับครอบครัวของผม... ซึ่งปัจจุบันนี้คือสิ่งอันมีคุณค่าที่ผมอยากจะปกป้อง ดูแล
....แต่นะ.... บางครั้งก็กลายเป็นว่าความแข็งกระด่างของผมไปทำร้ายสิ่งที่ผมไม่อยากจะทำร้าย เช่น
- เมื่อคนในครอบครัวเจอปัญหา พวกเขาหมดกำลังล้มลงร้องไห้เสียใจ ผม "เข้าใจ" เหตุผลที่เขาเสียใจ แต่ในหัวของผมจะคิดก่อนเลย "เราจะสู้ยังไง?" จะ "แก้ยังไง?"
- เหมือนการไปเจอคนที่พึ่งจมน้ำเกิบตาย แต่ผมกลับคิดว่าจะทำยังไงไม่ให้จมน้ำอีก ซึ่งผมมองข้ามไปว่า "เขาผู้นั้นต้องการ การปลอมโยน"
....ผมเป็นแบบนี้บ่อยครั้งมาก แม้ว่าจะทราบจุดบอดตนเอง แต่....มันเหมือนเป็นสันดาร เจอปัญหาอะไร เจออะไรทำนองนี้ จะข้ามประเด็นด้านความละเอียดอ่อนทางจิตใจไป มุมหาหนทางที่จะแก้ปัญหาก่อนเลยทุกที
....แต่หากจะให้นั่งลงจับมือ ปลอบใจใคร............. คือ ผมเข้าใจ "เหตุผล" ของการเกิดอารมนั้น แต่มัน.... "ความรู้สึก" มันคืออะไร?
....ผมโกรธได้ ผมเสียใจได้นะ ผมคือมนุษย์ปุตุชนคนทั่วไปคนหนึ่ง แต่....การเกิดอารมของผม บางทีมันก็เหมือนควัน เกิดมาแล้วก็.... หายไป จะยึดไว้ก็ได้ จะไม่ใส่มันก็ได้ จะปล่อยไปก็ได้
....อาจจะเป็นเพราะพื้นฐานผมเป็นพวกรักตัวเอง ผมจึงรักตัวเองมากเกินกว่าจะเอาอะไรมา "ใส่ใจ"
....ดังนั้นการเกิดอารม เกิดความรู้สึกใดๆ กับสิ่งอื่น หรือผู้อื่นที่มากระทบ จึงมักจะเป็นการแสดงออกที่ "ผ่านการไตรตรอง" มาแล้ว , จะเรียกว่าการเสแสร้งก็ได้
....ผมยิ้มไปกับคุณได้ ผมจะกระโดดโลดเต้นทำอะไรบ้าๆ บอๆ ก็ได้ทั้งนั้น
....วิธีที่ผมใช้คือการสร้าง "มโนทัศน์" หรือก็คือ พยายามคิดเหตุผลที่จะ "คล้ายตาม" แล้วฝั่งมันลงหัวตัวเอง
....คุณเล่าเรื่องสนุกมา ผมก็สนุกกับคุณได้ เพราะผมจะพยายามมองหาสิ่งที่จะจูงให้ผมสนุกไปกับคุณ แต่ใจจิตใจลึกของผม ผมอาจจะคิดสิ่งอื่น
....เมื่อเร็วๆ มานี้ผมเกิดเรื่องผิดใจกับทางครอบครัวเนื่องจากความแข็งกระด่างของผม มันทำให้ผมไม่เข้าใจในมุมมองที่พวกเขามอง
....แล้วนั่นผมจึงเข้าใจว่า "หากเรามีหัวใจ" หรือหากเรามี "ความรัก" ให้แก่ใคร เราจะก้ามข้ามทุกเหตุผล ทุกสิ่ง ทุกอุปสรรค
....แต่อาจจะเป็นเพราะผม..... ไม่มี ผมจึงเป็นแบบนี้ก็ได้มัง
....แล้วผมควรจะทำอย่างไร?
....คือ ผมอยากจะดูแลครอบครัวของผม อยากจะดูแลพ่อ แม่ และน้องผม
- ผมไม่อยากจะทำให้พวกท่านเสียใจ
- เวลามีสิ่งใดที่ดีเข้ามา ผมจะให้พวกท่านก่อน โดยไม่คิดถึงตัวเอง เช่น รับงานพิเศษได้สิทธิ์ฟรีไปเทียวต่างประเทศ ก็โทรฯ ไปถามแม่ก่อนเลย ว่าท่านอยากจะไปประเทศไหน แล้วก็ให้พวกท่านไป
- แต่ผมก็ไม่ได้อ่อนโยนขนาดที่รู้สึกห่วงหาอาทร
....ลักษณะสภาพของผมในตอนนี้ ผมรู้สึกเหมือนผมเป็น "ทหาร" ผมรู้ดีว่าผมแข็งกระด่าง รักตัวเองสูง ลืมตัวทีไรสันดารมักจะออก ผมจึงไม่อยากจะเข้าใกล้ท่านมาก แต่ผมจะทำทุกสิ่งที่ผมจะทำได้ให้ดีที่สุด แล้วถ้ามีอะไรดีๆ เข้ามาผมจะยกให้พวกท่านก่อน แต่หากถามว่าเมื่อยกให้แล้วรู้สึกมีความสุขไหม?
....ก็ไม่ อารมเหมือนการได้ทำหน้าที่ของตนให้สมบูรณ์ จากนั้น.... ก็ลุยสิ่งอื่นต่อ เดินหน้าต่อ สู้ต่อ
....ผมไม่รู้ว่าสิ่งที่ผมพยายามทำอยู่คือ "ความรัก" ในแบบของผมหรือเปล่า?
....หากใช่.... ก็หมายความว่าผมก็มีความรักให้ แล้วผมจะทำอย่างไรที่จะทำให้ตัวผมอ่อนโยนลง?
---------------------------------
....เหมือนคำถามโง่ๆ ที่เกรินโครตยาว หากท่านใดพอจะมีเวลาว่าง ขอรบกวนสละเวลาตอบซักที , ผมจะนำมุมมองของท่านมาปรับใช้กับการดำรงชีวิตของผมครับ
....ขอบคุณทุกๆ ท่านอย่างสูงครับ