คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 8
สรรพากรเขาไม่ได้สนใจการลงบัญชีนะครับ เขาก็บอกอยู่ว่าเขาวินิจฉัยเรื่องภาษีเท่านั้น
หลักทั่วๆ ไปของบัญชีคือ substance over form แน่นอน ดังนั้นต้องไปดูเนื้อหาในธุรกรรม ไม่ใช่ไปอ้างว่ากฎหมายถือว่าเป็นการขาย
หลักง่ายๆ ก็คือไปดูว่า ผลประโยชน์และความเสี่ยงถูกโอนไปให้ผู้ซื้อหรือยัง ซึ่งก็ต้องไปดูรายละเอียดในสัญญาขายฝากอีก ถ้ามีเงื่อนไขแบบยังไงผู้ที่เอามาขายฝากไม่มีโอกาสซื้อคืน ก็คงต้องลงเป็นการขาย
ในส่วนของ ข้อหารือของสรรพากรนั้น ค่อนข้างมั่นใจว่า เจ้าของเดิมต้องการกลับมาเป็นเจ้าของทรัพย์สิน เพราะตอนสร้างมีปัญหาสภาพคล่อง แล้วจะตั้ง Property Fund และระดมทุนมาสร้างต่อให้เสร็จ ดังนั้นก็ไม่แปลกที่จะลงบัญชีเป็นการกู้ยืม เพราะต้องมีเงื่อนไขที่เจ้าของเดิมเช่ามาประกอบธุรกิจแน่ๆ (ขายฝาก และ leaseback) ตัว Property fund ไม่ได้รับโอนความเสี่ยงบนทรัพย์สินไปด้วย
หลักทั่วๆ ไปของบัญชีคือ substance over form แน่นอน ดังนั้นต้องไปดูเนื้อหาในธุรกรรม ไม่ใช่ไปอ้างว่ากฎหมายถือว่าเป็นการขาย
หลักง่ายๆ ก็คือไปดูว่า ผลประโยชน์และความเสี่ยงถูกโอนไปให้ผู้ซื้อหรือยัง ซึ่งก็ต้องไปดูรายละเอียดในสัญญาขายฝากอีก ถ้ามีเงื่อนไขแบบยังไงผู้ที่เอามาขายฝากไม่มีโอกาสซื้อคืน ก็คงต้องลงเป็นการขาย
ในส่วนของ ข้อหารือของสรรพากรนั้น ค่อนข้างมั่นใจว่า เจ้าของเดิมต้องการกลับมาเป็นเจ้าของทรัพย์สิน เพราะตอนสร้างมีปัญหาสภาพคล่อง แล้วจะตั้ง Property Fund และระดมทุนมาสร้างต่อให้เสร็จ ดังนั้นก็ไม่แปลกที่จะลงบัญชีเป็นการกู้ยืม เพราะต้องมีเงื่อนไขที่เจ้าของเดิมเช่ามาประกอบธุรกิจแน่ๆ (ขายฝาก และ leaseback) ตัว Property fund ไม่ได้รับโอนความเสี่ยงบนทรัพย์สินไปด้วย
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
รบกวนมันสมองของนักบัญชีและผู้สอบบัญชีทั้งหลายมาช่วยผมคิดหน่อยนะครับ ตอนนี้สมองจะแตกอยู่แล้ว
บริษัท ก. ก็ลงที่ดินเป็นสินทรัพย์ของบริษัทในราคา 40 ล้านบาท
ผ่านมา 3 ปี บริษัท ค. สนใจที่ดินแปลงนี้ จึงติดต่อขอซื้อจากบริษัท ก. โดยจะให้ราคา 100 ล้านบาท แต่มีเงื่อนไขว่าที่ดินต้องปราศจากภาระผูกพันใดๆ ทั้งสิ้น
บริษัท ก. เลยมาคุยกับบริษัท ข. ว่า จะขอจ่ายเงินเพิ่มให้อีก 20 ล้านเพื่อให้ ข. ทำข้อตกลงสละสิทธิ์ไถ่ทรัพย์คืน เพื่อ ก. จะได้เอาที่ดินไปขายให้ ค. ได้
ข. ตกลงรับข้อเสนอ และทำสัญญาสละสิทธิ์ที่ สนง.ที่ดินอย่างถูกต้องและรับเงิน 20 ล้านจาก ก. ครบถ้วนในวันที่ 28 ธ.ค. 60
ก. จึงไปทำเรื่องจดทะเบียนโอนขายที่ดินให้ ค. ในวันที่ 10 ม.ค. 61
ปัญหาคือเงิน 20 ล้านบาทที่บริษัท ก. ต้องจ่ายเพิ่ม ก.จะต้องเอามาเป็นรายจ่ายของรอบปี 60 หรือ 61 ครับ
ถ้าต้องนำเงินนี้ไปบันทึกเพิ่มเป็นต้นทุนของที่ดิน ก็เท่ากับว่าจะนำไปเป็นรายจ่ายได้ในปี 61 ซึ่งเป็นปีที่ขายที่ดิน
แต่ถ้าไม่สามารถบันทึกเป็นต้นทุนที่ดินเพราะถือว่าเป็นรายจ่ายภายหลังจากได้ที่ดินมาแล้ว ก็ต้องลงเป็นรายจ่ายในรอบที่จ่ายทันทีทั้งจำนวน คือใน ปี 2560