ซื้อเก็บไว้เแล้ว "คู่สร้างคู่สม" เล่มสุดท้าย

ผมเป็นคนหนึ่งที่ได้ซื้อนิตยสารคู่สร้างคู่สมมาเก็บเอาไว้หลายเล่ม โดยผมซื้อเล่มแรกในฉบับที่เท่าไรก็จำไม่ได้ จำได้แค่ว่าเป็นช่วงปี 2552 ซึ่งกำลังปิดเทอมก่อนขึ้นชั้น ม.5 จำได้แค่ว่านายแบบนางแบบของเล่มนั้นคือ หนุ่ม-ศรราม กับ นุ่น-วรนุช ตอนที่เล่นเรื่องแม่หญิงทางช่อง 7 เหตุที่ผมซื้อเล่มนั้นก็เพราะเห็นหัวข้อตรงหน้าปกที่จะมีลงเกี่ยวกับความเครียดของราชวงศ์ญี่ปุ่นที่ไม่มีรัชทายาทชายสืบราชบัลลังก์

แต่หลังจากนั้นผมก็ไม่ได้ซื้อคู่สร้างคู่สมแบบติด ๆ กัน จะซื้อก็เฉพาะเล่มที่มีเรื่องที่ผมสนใจ โดยมากมักจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ที่เขียนโดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช จนมาหลัง ๆ ช่วงไหนผมก็จำไม่ได้ เวลาผมเปิดอ่านตามร้านแล้วก็รู้สึกว่ามันน่าสนใจทุกเรื่อง ทุกเล่มก็เลยซื้อมาค่อนข้างจะติด ๆ กัน มีเว้นไม่ได้ซื้อบ้างบางเล่ม ระหว่างที่อ่านผมก็เห็นว่ามีคนจากทางบ้านเขียนบทความไปส่งมากมาย แต่ ณ เวลานั้นผมไม่ได้คิดถึงเรื่องที่จะเขียนเรื่องส่งไปบ้าง อาจจะเป็นเพราะในช่วงปี 2558 ผมทำงานในที่ทำงานแรกหลังเรียนจบ ซึ่งที่ทำงานนั้นค่อนข้างเครียด และผมไม่ชอบ ทำให้ไม่ค่อยมีอารมณ์อยากทำอะไรเท่าไร

จนเข้าช่วงปี 2559 ผมย้ายมาทำในที่ทำงานปัจจุบันซึ่งผมรู้สึกสบายใจมากกว่าเดิม เข้ากลางปีผมก็เริ่มมีความคิดที่จะลองเขียนบทความส่งไปดู ก็เลยลองส่งไป 2-3 เรื่อง แต่ก็ไม่ได้รับการพิจารณา จนกระทั่งวันหนึ่ง ผมได้ส่งบทความเรื่องเกี่ยวกับเจ้านายญี่ปุ่นในที่ทำงานเดิมที่มีพฤติกรรมไม่ดีเท่าไร ก็ปรากฏว่าได้รับพิจารณา บทความของผมจึงได้ลงครั้งแรกในฉบับที่ 956 วันที่ 10-20 สิงหาคม พ.ศ.2559 คอลัมน์คุณผู้ชายเขียนมาเล่า ชื่อเรื่อง "จากหน้ามือเป็นหลังเท้า จะมองคนต้องมองนาน ๆ เจ้านายญี่ปุ่นจอมโหด" ท่านใดที่มีเล่มนั้นก็ลองเปิดอ่านดูได้นะครับ


เล่ม 956 คอลัมน์คุณผู้ชายเขียนมาเล่า
"จากหน้ามือเป็นหลังเท้า จะมองคนต้องมองนาน ๆ เจ้านายญี่ปุ่นจอมโหด"


พอได้ลงเล่มหนึ่งแล้ว ก็เกิดกำลังใจที่จะเขียนต่อไป ก็พอดีกับที่ตอนนั้นกำลังมีดราม่าเรื่อง MV ไทยมีเฮ ที่มีคนใส่หัวโขนทศกัณฐ์ออกไปทำกิจกรรมตลกโปกฮาต่าง ๆ จนมีคนวิจารณ์ว่าไม่เหมาะสม เป็นการลบหลู่ครูบาอาจารย์ ซึ่งผมก็มีความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนั้นที่อยากนำเสนอ ว่าบางทีการที่จะเผยแพร่วัฒนธรรมไทย จะมามัวแต่คิดว่าลบหลู่อะไรแบบนี้ไม่ได้ ก็เลยส่งไปในหัวข้อ จะเผยแผร่วัฒนธรรมไทย ต้องดึงลงจาก "หิ้ง" ให้ได้ก่อน ก็ปรากฏว่าได้ลงในฉบับที่ 962 วันที่ 10-20 ตุลาคม พ.ศ.2559 ซึ่งนั่นเป็นฉบับสุดท้ายในรัชกาลที่ 9


ฉบับที่ 962


หลังจากนั้น ก็เป็นช่วงที่รัชกาลที่ 9 สวรรคต ซึ่งทางคู่สร้างคู่สมก็ได้ออกฉบับพิเศษมา 2 ฉบับ และยังเปิดโอกาสให้ใครก็ตามที่มีความระลึกหรือความทรงจำเกี่ยวกับรัชกาลที่ 9 ก็ให้เขียนส่งมาได้ แต่จะไม่ได้รับค่าตอบแทนหากเขียนเกี่ยวกับรัชกาลที่ 9 ผมก็โอเค ซึ่งผมเองก็ได้เขียนบทความเล่าความประทับใจถึงครั้งแรกที่ได้เห็นพระพักตร์ของรัชกาลที่ 9 พระองค์จริง จึงได้เขียนส่งไปในชื่อเรื่อง ความฝันอันสูงสุด น้ำตาลูกผู้ชายที่ไหลเมื่อได้พบพระพักตร์ "พ่อแห่งแผ่นดิน" และได้ลงนำคอลันม์ ความระลึกของพสกนิกร ในฉบับที่ 969 วันที่ 20-31 ธันวาคม พ.ศ.2559


ฉบับที่ 969


ช่วงนั้นคู่สร้างคู่สมจะลงบทความเกี่ยวกับรัชกาลที่ 9 หลายเรื่องและหลายฉบับต่อเนื่องกันมาก ผมเองก็พอจะมีความรู้หรือเรื่องที่อยากจะเล่าเกี่ยวกับรัชกาลที่ 9 พอสมควร จึงลองเขียนบทความส่งไปอีก บทความต่อไปที่ผมเขียนก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับจิตรกรรมฝาผนังวัดโพธิทอง เขตจอมทอง กรุงเทพฯ ที่ในอุโบสถมีจิตรกรรมเกี่ยวกับรัชกาลที่ 9 ก็ปรากฏว่าได้ลง และเป็นเล่มแรกที่บทความของผมได้ลงในหน้าสี ตอนแรกผมส่งรูปที่ผมถ่ายเองไปด้วย แต่ตอนหลังทางทีมงานเขาก็ไปเก็บภาพมาใหม่ ไฉไลกว่าเดิม และเพิ่มเติมในส่วนของการสัมภาษณ์เจ้าอาวาสไปด้วย คือบทความที่ผมส่งไป ไม่ได้หมายความว่าผมจะก็อปที่ผมเขียนไปแล้วลงทั้งดุ้น จะมีกองบรรณาธิการพิจารณาและคอยปรับแต่ง ขัดเกลาเนื้อหาให้ภาษามันสละสลวยขึ้นบ้างเล็กน้อย


ฉบับที่ 973


ต่อมาผมยังได้นึกถึงเรื่องสถูปของราชสกุลมหิดลที่วัดปทุมวนารามอีก ผมจึงลองเขียนส่งไปดู ก็ได้ลงอีกครั้งในฉบับที่ 981 วันที่ 20-30 เมษายน พ.ศ.2560 ซึ่งเรื่องที่ผมส่งไปเองผมเขียนในส่วนของประวัติวัดปทุมวนารามไปไม่เยอะเท่าไร ทางทีมงานเขาจึงได้เพิ่มเนื้อหาส่วนของประวัติวัดปทุมวนารามเข้าไป แต่ในส่วนของเล่าเกี่ยวกับพระอัฐิ หรือพระสรีรางคารที่ประดิษฐานในพระสถูปดังกล่าว เขาคงข้อความของผมไว้ทุกประการ



แล้วก็มาถึงเล่มสุดท้ายที่บทความของผมได้ลง นั่นคือในเล่ม 992 วันที่ 10-20 สิงหาคม พ.ศ.2560 จะเกี่ยวกับเรื่องความเชื่อ ความงมงายของคนไทย ที่บางเรื่องผมได้เขียนเพื่อทำให้บางคนตาสว่างว่าอะไรมันคืออะไร



หลังจากนั้นผมก็ยังส่งบทความไปอีกเรื่อย ๆ แต่ก็ไม่ได้รับการพิจารณาให้ได้ลงตีพิมพ์ อาจจะเป็นเพราะเขียนไม่ดี หรืออาจจะมีคนส่งบทความเข้ามามากจนยังไม่ถึงคิวก็ไม่ทราบได้ แต่ผมก็ยังคงซื้อมาเรื่อย ๆ แต่ผมก็คิดว่าก็จะส่งไปเรื่อย ๆ และคิดว่าคู่สร้างคู่สมคงจะไม่ปิดตัวง่าย ๆ แต่เมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อนหน้านี้ก็มีประกาศเป็นทางการออกมาว่าคู่สร้างคู่สมจะปิดตัวลงแล้ว และฉบับสุดท้ายก็จะออกในวันที่ 20 ธันวาคมปีนี้ ผมก็รู้สึกใจหาย และเสียดายที่จะไม่มีหนังสือดี ๆ อ่านแล้ว (รวมถึงไม่มีช่องให้บทความได้ลงด้วย) จนวันที่ 20 ธันวาคมมาถึง ผมก็ไปตามหาที่ร้านหนังสือแต่ก็ยังไม่มีที่ร้านไหนมี

จนเมื่อวานนี้ผมได้ไปดูที่เซเว่นสาขาโรงพยาบาลที่ผมทำงานอยู่ ก็ไปเจอคู่สร้างคู่สมฉบับสุดท้ายอยู่จำนวนหนึ่ง จึงซื้อมา 1 เล่ม ซึ่งปรากฏว่าพอตอนพักกลางวันและตอนเย็นผมไปดู ก็พบว่าหมดเกลี้ยงแล้ว โชคดีที่ผมยังหยิบมาทันเล่มหนึ่ง จึงนับเป็นฉบับประวัติศาสตร์อีกฉบับที่ผมจะขาดไม่ได้แน่นอน





คุณดำรง พุฒตาล เจ้าของนิตยสารฉบับนี้ขึ้นปกด้วยตัวเอง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่