ฉันไม่อยากร้องไห้ให้กับความรักครั้งนี้เลย

กระทู้สนทนา
สวัสดีค่ะ เราอายุ 23 ปี ตั้งกระทู้นี้ขึ้นมาเพื่อแชร์ความรู้สึกและอยากได้ความคิดเห็นจากเพื่อนๆ
ขอเล่าก่อนนะคะ เราเคยมีความรักมาสามสี่ครั้ง แต่ละครั้งจบลงเพราะมารู้ตัวว่า เป็นคนที่มาทีหลัง เราเสียใจทุกครั้งนะ แต่เราอ่อนแอไม่ลง เพราะเป็นความรู้สึกผิดต่อผู้หญิงคนที่เค้ามาก่อน เรายอมถอยออกไปทุกครั้ง

ครั้งแรก เราจะตั้งชื่อแกว่า พี่หนึ่ง พี่หนึ่งอายุวัยกลางคนแล้ว เข้ามาทำดีกัเราทุกอย่าง จนพ่อแม่เรายอมรับได้ คนในบ้านถามเราว่า ถ้าเค้ามีครอบครัวแล้วหล่ะ เราคิดหนักมากจนหนีไม่คุยกับใคร ป้าเราเลยถามพี่หนึ่งว่า มีครอบครัวรึยัง พี่หนึ่งบอกว่า เคยมีเมียมาคนนึง มีลูกด้วยกันแต่เลิกกันแล้ว ตอนนี้ไม่มีใคร ป้าเลยมาบอกเราว่าอย่าคิดมากเกินไป ตอนนั้นที่เราคิดมากเพราะเหมือนเรารักเค้าไปแล้ว พอวันที่ตัดสินใจคบกัน แม่เราถามว่า แน่ใจใช่มั้ย เราร้องไห้ ตอบแม่ไปว่า หนูรักเค้า แล้วเราก็คบกัน คบมาสามปี เมียก็โผล่มา ตอนนั้นเรางงแต่ไม่ถอย เพราะเราคิดว่าเราไม่ผิด คุณไปอยู่ไหนมา ทำไมฉันไม่เห็น ผู้หญิงบอกรู้มาตลอด แต่ผู้ชายขอว่ามีเราแค่คนเดียวแล้วจะพอ เราเสียใจมาก ตัดใจเลิก ผู้หญิงคนนั้นเหมือนทนมานาน พอได้รุก รุกหนักมาก เราบล็อกการติดต่อผู้ชายเป็นเดือนๆแล้ว นางก็ยังส่งข้อความมาด่าว่าเราหน้าด้าน ว่าเราเลิกจริงหรอ พอผ่านไปเกือบสองเดือน ผู้หญิงก็หายไป ในระยะเวลานั้นเราร้องไห้ทุกวัน เคยมีคนๆนึงอยู่ในชีวิตแบบทุกเช้าทุกเย็น มีความทรงจำดีๆด้วยกันมากมาย เค้าดีมาก ทุกอย่างที่ทำที่แสดงออก เราเชื่อจริงๆว่ามันคือความรัก นอนร้องไห้ วันไหนทนไม่ได้ก็โทรหาแม่แล้วพูดว่า แม่หนูคิดถึงเค้า แม่ก็บอกอดทนนะลูก แม่เข้าใจหนู มันจะผ่านไป เราหันหน้าหาเหล้า เที่ยวกลางคืนกับเพื่อน จนวันที่เราเกือบจะทำใจได้ พี่หนึ่งไปหาแม่เราที่บ้าน บอกว่า เห็นเราเป็นเด็กไร้เดียงสาคนนึง ไม่เคยคิดจะหลอกและรักจริงๆ ขอให้เค้าได้ดูแลจนกว่าเราจะเรียนจบได้มั้ย แม่ไม่ตอบ แม่บอกว่า ลูกเลือกแล้ว คุณก็ควรกลับไปใช้ชีวิตของตัวเอง อดีตทุกๆปีวันสำคัญของคนในครอบครัว เค้าเคยพาไปจัดเลี้ยงกินข้าวข้างนอก ปีนั้นถึงวันเกิดแม่เรา เค้ามีของขวัญจะให้แม่เรา ทั้ังที่เราเลิกกันแล้ว เค้าบอกแม่เราว่า ให้เราเป็นคนไปเอาได้มั้ย เราก็ไปนะ คิดว่าจะแค่ไปเอาของแม่แค่นั้น เราก็รับของขวัญของแม่มาแบบไม่มองหน้าเค้าเลย สิ่งที่รู้สึกในใจตอนนั้นคือ ถ้าคุณรักฉันจริง ควรจะจริงใจต่อกันตั้งแต่แรก รู้สึกที่ผ่านมาโดนหลอก เลยยิ่งรู้สึกเกลียด ส่วนตัวเค้าที่เห็นอาการเย็นชาเมินเฉยของเรา เค้าก็ฝากแม่มาบอกว่า เห็นสายตาเราแล้ว คงหมดเยื่อใยต่อกันแล้ว ต่อไปเค้าจะไม่มายุ่งอีก ความรักครั้งนั้นจบลงไป แต่เรายังมีเค้าในใจเสมอ เห็นหน้าที่ไหนก็ร้องไห้ออกมาตรงนั้นเลย จนคนรอบข้างตกใจ มันคงเพราะเราคงยังรักยังคิดถึงเค้าอยู่ จนวันนึงที่มีผู้ชายคนนึงเดินเข้ามา

วันนึง นั่งร้องไห้อยู่นี่แหละ ร้องเพราะคิดน้อยใจเรื่องเก่าๆ อยู่ดีมีสายเข้าจากชายแปลกหน้า โทรไลน์เข้ามา เราจะเรียกแกว่าพี่สอง เราารับสาย พี่สองถามว่า ทำไรอยู่ เราก็บอกร้องไห้ ! เสียงเค้าหล่อมากเลย เหมือนผู้ชายเจ้าชู้คนนึง เราถามว่าได้ไลน์มาจากไหน พี่สองบอกได้มาจากเฟซ พี่สองถามว่ามีแฟนมั้ย เราตอบว่า มีแล้ว จริงๆไม่มีแต่แค่ไม่อยากบอกเพราะไม่อยากรับใครเข้ามาอีกแล้ว พี่สองเริ่มเข้ามาใกล้ขึ้น ทุกวันต้องโทรมา ส่วนเราปากก็บอกไม่อยาก แต่ก็รับสายเค้าตลอด คุยแล้วก็ยิ้มได้ หัวเราะได้ จนวันนึง เราถามเค้าว่า คุณไม่มีแฟนหรอ เราได้ยินประโยคเดิมเลย เค้าตอบคล้ายๆคนที่แล้วเลย เค้าบอก ผมเคยแต่งงาน แต่เลิกกันแล้ว ไม่มีลูกด้วยกัน ตอบแบบฉะฉาน เราก็ไม่คิดมาก ไม่ใช่ว่าเชื่อหรือไม่เชื่อ เราก็แค่ฟังไว้แล้วคิดว่า จะได้คุยแบบไม่รู้สึกผิดหรือคิดมาก จากที่ตอนแรกโทรคุย เราก็นัดเจอกัน เราก็ยอมเจอ เจอแล้วก็ยังไม่ได้รู้สึกว่ารักหรืออะไร จนวันนึงเราเจอเรื่อง เมทในห้องขโมยของ เราอยู่หอใน เลยเล่าให้เค้าฟัง เค้าเลยบอกไปอยู่หอนอกดีมั้ย พี่สองจะช่วยออกค่าห้องให้ เราย้ายออกไปเลย พี่สองช่วยออกค่าแรกเข้าให้ทุกอย่าง เราเกรงใจมากแต่คิดว่า ให้ผ่านพ้นช่วงนั้นไปก่อนจะรีบหาคืน จากนั้นมา เรากับพี่สองคุยกันเหมือนคนรักกัน แต่ต่างฝ่ายต่างยังไม่คุยเรื่องคบกัน เหมือนต้องการศึกษาค่อยๆดูกันไป หลายเดือนผ่านไป พี่สองเริ่มพาเราไปรู้จักเพื่อนเค้า ไปต่างจังหวัดด้วยกัน เพื่อนพี่สองมองเราแปลกๆตลอด เราก็สงสัยแต่ไม่ถาม จนวันนึงเพื่อนพี่สองนัดเราไปดูหนังกันสองคน เราอยากดูพอดีก็เลยไป ซึ่งก็บอกพี่สองและชวนพี่สองแล้วแต่พี่สองไม่ว่าง พอเข้าโรงหนังเพื่อนพี่สองกระซิบข้างหูเราว่า ทำไมเชื่อคนง่ายจัง อย่าเชื่อคนง่าย ตอนนั้นตกใจมากว่าทำไมมากระซิบวะ แล้วก็ดูหนังต่อไปไม่ได้ถาม ในใจโคตรคิดมากคาใจมาก แล้วตอนที่ดุหนังเพื่อนพี่สองทำท่าทางเหมือนกำลังดูแลเราอยู่ นั่งชิดกันมาก มือกันแทบจะจับกัน ป้อนป๊อบคอร์นเราด้วย เรารู้สึกแปลกๆ หนังก็สนุก ในใจก็หวั่นไหวใจเต้นแรงมาก ไม่รู้ว่าการมาดูหนังนี้มันผิดต่อพี่สองมั้ย แต่สุดท้ายเพื่อนพี่สองก็ไปส่งบ้านพร้อมพูดอีกทีก่อนเราจะลงรถว่า พี่เตือนแล้วนะ !ตอนนั้นเราไม่ระคายว่าแกจะเตือนเรื่องพี่สองมีคนอื่นอยู่แล้วเลย เราคิดว่า เพื่อนพี่สองจะมาจีบเราด้วยซ้ำ พี่สองถามว่าดูหนังเป็นไงบ้าง เราก็บอกไปว่า ก็สนุกดีค่ะ พี่สองถามว่าได้คุยอะไรกันบ้าง เราบอกไม่ได้คุย พี่สองก็เชื่อแล้วจากนั้นมา เรากับเพื่อนพี่สองคนนี้ คุยกันเยอะขึ้น แต่ไม่ได้จีบกัน คุยเรื่องอื่นๆไป เหมือนแกเป็นเพื่อนเป็นพี่คนนึง มีไรเราก็จะเล่าให้แกฟัง แต่แกไม่ได้บอกพี่สองว่าคุยกับเรา เราก็ไม่ได้บอกพี่สองว่าคุยกับแก จนวันนึง พี่สองคุยโทรศัพท์กับเราแบบเบาๆ เหมือนกลัวคนได้ยิน พูดคำว่า คิดถึงนะ แบบเบาๆ เราแปลกใจมาก คืนนั้นเลยถามเพื่อนพี่สองว่า ตกลงพี่สองอยู่บ้านกับใคร ทำไมวันนี้แปลกมากเหมือนคุยไม่ได้ เพื่อนพี่สองบอกว่า รักพี่สองรึยัง เราตอบแบบไม่คิดเลย รักแล้ว เรายังไม่เคยบอกพี่สองว่าเรารักเค้า ในใจตอนนั้นคือคิดว่าระยะเวลาที่ผ่านมา เค้าทำให้เราไม่รู้สึกระแวง เราเชื่อว่าเราไม่ได้กำลังโดนหลอกเลย เพื่อนพี่สองบอกว่า ถ้ารักไปแล้วก็ค่อยๆดูกันไป แกบอกว่าพี่สองก็รักเรานะ แกดูออก เราเลยซักแกว่า พี่ยังไม่ตอบเลย ตกลงพี่สองอยู่บ้านกับใคร แกบอกว่า พี่สองบอกแบบไหนก็ตามนั้น แล้วจบการสนทนา ตอนนั้นเรายังไม่หายข้องใจ แต่เราไม่คิดจะถามพี่สองตรงๆ เราแค่คิดว่า ถ้ากำลังโดนหลอกจริงๆ ซักวันความจริงคงเปิดเผย เราจะทำใจรอวันนั้น เชื่อว่าจะไม่เสียหลักเหมือนครั้งที่แล้วเพราะเตรียมใจไว้แล้ว ต่อไปไม่นาน พี่สองมาพูดเรื่องคบกัน ว่าเรารักกันรึยัง เราจะเรียกว่าแฟนได้รึยัง เราเลยบอกไปตรงๆว่า เรารักพี่สองแล้วนะ พี่สองให้แหวนเราวงนึง เรารู้สึกมีเจ้าของแล้วอีกครั้ง พี่สองตั้งเงื่อนไขกับเราขึ้นมาเยอะมาก ตอนนั้นไม่ได้รู้สึกแย่เลย คิดว่าเงื่อนไขอะไรที่ตั้งขึ้นมาเพื่อไม่ให้เราเอาแต่ใจตัวเองมากกว่า เพราะพี่สองรู้ว่าเราเอาแต่ใจตัวเอง พี่สองถามอะไรเราตอบไปว่า หนูทำได้ทุกอย่าง หนูจะเป็นคนที่น่ารักของพี่สอง เรารู้สึกดีและมีความสุขมาก ตอนกลางคืนเราเล่ให้เพื่อนพี่สองฟังว่า เราคบกันแล้วนะ เพื่อนพี่สองก็บอกดีใจด้วย แต่ก็ทำใจไว้บ้างนะ เราตกใจเลย ทำไมพูดคำนี้อีกแล้ว เราเลยโทรเลย บอกเพื่อนพี่สองถ้าเห็นหนูเป็นน้อง รักและหวังดีกับหนู ถ้ามีอะไรที่หนูควรรู้บอกหนูเถอะ ตกลงพี่สองโสดมั้ย เพื่อนพี่สองตอบว่า ลูกพี่สองอยู่ป.1 เราช็อคมาก เราิดว่าเราระวังแล้ว ดูดีแล้ว เพราะเราเชื่อคำนั้นตั้งแต่แรกที่พี่สองบอกว่า ไม่มีใคร เราขอบคุณเพื่อนพี่สองแล้วบอกว่า หนูจะไม่พูด จะยังทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น เพื่อนพี่สองถามว่า หนูโอเค เราไม่โอเคเลย ช่วงนั้นช่วงสอบ นอนร้องไห้ทั้งคืน ไม่อ่านหนังสือเลย ร้องไห้หนักมาก แต่ยังแชทคุยกับพี่สองปกติเหมือนไม่มีไรเกิดขึ้น เราบอกเพื่อนพี่สองไปว่า จะค่อยๆเลิก เลิกเลยทำไม่ได้จริงๆ คนคุยกันทุกวัน อย่างน้อยก็ขอให้มันเป็นการค่อยๆถอย ยังไงก็จะไปแน่นอน เรารู้สึกตัวเองทั้งโชคร้ายและเป็นคนเลวในเวลาเดียวกัน เพื่อนพี่สองเล่าเรื่องครอบครัวของพี่สองให้เราฟังทุกอย่าง ว่าเมียเค้าเป็นคนดี สวย เก่ง และไม่ได้สนใจตามผัวมาก ปล่อยผัว แล้วทำแต่งานเลี้ยงลูก ดูแลพ่อแม่พี่สอง เราเลยไม่เคยรู้ว่าพี่สองมีเมียอยู่ หลังสอบเรานัดกับพี่สองกินข้าว แต่ก่อนจะไปกินข้าว เรากับพี่สองมีอะไรกัน เป็นครั้งแรกที่เรามีอะไรกัน ในใจคิดว่ารักมาก และคิดว่าจะทำให้เรื่องจบในคืนนี้แหละ พี่สองถามว่า ถ้าเกิดอะไรขึ้นจะยังรักหรือเกลียดกัน เราตอบว่า หนูรักแล้วยังไงก็รัก พี่สองน้ำตาไหล เราคิดว่าแกคงยังไม่รู้ว่าเรารู้เรื่องหมดแล้วและคงรู้สึกผิดต่อเรา พอนอนด้วยกันเสร็จ เราก็ออกไปกินข้าว ตอนที่นั่งกินข้าวอยู่ เราบอกพี่สองว่าเรารู้เรื่องพี่สองหมดแล้วนะ รู้แล้วว่าพี่สองมีเมียมีลูกแล้ว พี่สองตกใจแล้วบอกเราว่า กินข้าวเสร็จค่อยคุย ไม่บอกก็รู้ว่าเรารู้มาจากไหน พี่สองเลยขอดูแชทที่เราคุยกับเพื่อนพี่สอง เราก็ให้ดูนะ เพราะในแชทไม่ได้บอก เพราะเราโทรคุยกัน พี่สองถามว่ารู้ได้ไง เราเลยบอกว่า จะให้ไปหาเมียพี่ที่บ้านมั้ยหล่ะ พี่สองซึมไปเลย กินข้าวไม่ลงอีก เหมือนเราทั้งคู่รู้แล้วว่า เราต้องไปจากกันจริงๆ พี่สองถามว่า รู้ว่าพี่มีเมียแล้ว ทำไมยังยอมนอนกับพี่ เราเลยตอบว่า จะดูว่าพี่สองจะหลอกหนูไปถึงไหน และที่ยอมเพราะรักจริงๆ เราพูดไปกับพี่สองไปว่า เราเคยบอกแต่แรกแล้วว่า ที่ยังไม่ยอมตัดสินใจคบ ขอดูนานๆเพราะเคยโดนหลอกมา แล้วทำไมคุณยังมาหลอกฉันอีก ลูกก็ยังเล็ก เป็นผู้ชายที่ใจร้ายมาก พี่สองก็ร้องไห้ เราก็ร้องไห้ เพราะเรารักเค้ามากเหมือนกัน ในใจไม่เคยคิดจะอยู่ต่อเป็นเมียน้อยใคร เราเลยบอกว่า เราเลิกกกันเถอะ พี่สองขอโทษพร้อมบอกว่า ดูแลตัวเองดีๆนะ พี่เป็นห่วง เราร้องไห้หนักเหมือนเสียของรักอีกรอบ ผ่านไปแปดวัน พี่สองไลน์มาถามว่า เป็นไงบ้าง ตอนนั้นไม่ได้หวั่นไหวเลย เลยตอบว่าหนูโอเค เราพยายามทำใจมากกว่า พยายามเข้มแข็ง พี่สองเลยบอกว่า ถ้าไม่คิดอะไร เราคุยกันเป็นพี่เป็นน้องได้มั้ย เราก็ตอบว่าได้ ความเป็นพี่น้องของเราเป็นพี่น้องจริงๆ คุยกันถามไถ่ธรรมดา เรามีรั้วที่กั้นไว้แล้วในใจ ถ้าจะมีความรู้สึกก็คงเป็นความคิดถึงอดีตที่เราเคยมีต่อกันมากกว่า พอผ่านไปจะเป็นปีที่เราเลิกกัน พี่สองเห็นเราไม่มีใครเลย พี่สองคิดว่าเรายังรัก พี่สองขอคืนดี พยายามเข้ามาใกล้ขึ้นๆ เราก็ไม่ยอมชัดเจน คงเพราะยังรัก แต่ก็รักษาระยะห่างเพราะไม่อยากทำผิด เพื่อนรอบข้างเห็นเลยเตือนสติเราว่า ผู้ชายคนนี้ไม่ดีนะ อย่ายุ่งอีก เราก็หายไปจากพี่สองเลย หลายเดือนเลยที่ติดต่อไม่ได้ เรารู้ว่าพี่สองพยายามหาทางติดต่อเรา จนวันที่พี่สองโทรเข้าเบอร์ใหม่เรา เราก็รับ พี่สองขอเจอ เราเลยถามเพื่อนว่า เอาไงดีวะ เพื่อนบอก ตัดสินใจเอง เราตัดสินใจทำสิ่งที่แย่มากๆ คือเราโทรหาเมียพี่สอง เล่าเรื่องเรากับพี่สองให้ฟังตั้งแต่ต้นจนจบ แล้วบอกว่า วันนี้พี่สองอยากมาหา แต่เราอยากจบเรื่องนี้ และคิดว่าการโทรมาแบบนี้ พี่สองน่าจะจบ ที่จริงเราก็คิดว่า ไม่จำเป็นต้องทำขนาดนี้ แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้พี่สองไม่จบ เราขู่พี่สองหลายทีแล้วว่า จะบอกคนที่บ้านนะ พี่สองก็บอกอย่าทำนะ แต่ก็ไม่ยอมเลิกไปซะที เราเลยทำ เรานัดพี่สองมาที่สถานที่นึง พร้อมนัดเมียพี่สองมาที่นั่น พี่สองโทรหาเราตลอดว่าเมื่อไหร่จะออกมา เราไม่ออกไปอยู่แล้ว เราโทรหาเมียพี่สอง แกก็ไม่รับ เหมือนเมียพี่สองไม่ยอมมา และไม่รับสายเราด้วย ปล่อยพี่สองรอไป เราก็ไม่ออกไปอยู่แล้ว จนหกโมงเย็น พี่สองส่งข้อความหาเราว่า ทำแบบนี้กับพี่ใช่มั้ย ได้ ! เราคิดว่า พี่สองคงรู้แล้ว เราคิดว่า ไปเคลียร์กันเองนะ เราจบแล้ว สองทุ่มเมียพี่สองโทรมา ถามว่า เล่นละครอะไรกัน เราถามว่าละครอะไร คุณไม่ได้ไปตามที่นัดหรอ แกบอกไม่ไไป แกบอกเอาไปเลยนะพี่ยกให้ แล้ววาง แล้วไม่รับสายอีก เรางงไปเลย เล่นละครไรวะ ตกดึกพี่สองโทรมา เรารับสาย พี่สองพูดด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าวว่า วันนี้ทำอะไรลงไป รู้มั้ยมันเสียหายแค่ไหน เราไม่รู้สึกผิดต่อพี่สองเลย แต่พอพี่สองบอกว่า เมียพี่เป็นลมกลางถนนเพราะเรื่องนี้ พ่อพี่เป็นคนพาไปส่งโรงพยาบาล คนในครอบครัวพี่ทุกคนรู้เรื่องหมดแล้ว  . . . เดี๋ยวมาเล่าต่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่