โปรดระวังพวกหากินกับกฎหมายพรากผู้เยาว์

พอดีผมมีน้องที่รู้จักคนนึง เขาเป็นคนซื่อๆ จนบื้อ ชอบช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่ค่อยสนอะไร จนบางครั้งก็นำความเดือดร้อนเข้าหาตัวเอง และครั้งนี้เกือบตัดอนาคตตัวเองไป ซึ่งเรื่องนี้น้องเขาเคยมาปรึกษาผม และคิดว่าเรื่องน่าจะจบไปแล้ว

เรื่องมีอยู่ว่า น้องคนนี้ อายุ 21 ปี ได้รู้จักกันและสนิทกับน้องคนนึงอายุ 17 ปี ซึ่งผมคิดว่าคงกำลังคุยๆดูใจกันอยู่
น้องผู้หญิงคนนี้ถูกเลี้ยงมาค่อนข้างเป็นระบบปิด ไม่มีอิสระในการใช้ชีวิตเหมือนเด็กคนอื่น เลิกเรียนมาไปเรียนพิเศษ กลับบ้านก็ดึก เว้นแต่วันหยุดที่จะเรียนแค่ช่วงเช้า แล้วก็มีเวลาถึง 4 โมงเย็นที่จะเข้าบ้าน
ส่วนน้องผู้ชายก็เป็นคนขี้สงสารคน ชอบช่วยชาวบ้าน จนบางทีก็ได้เรื่อง ซึ่งน้องเขาบอกว่าที่มาคุยกับน้องผู้หญิงเนี่ย เพราะสงสารน้องที่ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวไหนไม่มีค่อยมีคนคุยด้วย
ทั้งสองไปเที่ยวหลังเลิกเรียนพิเศษในวันเสาร์-อาทิตย์ เดินห้าง หาของกิน แต่ก็ไปกับเพื่อนๆของทั้งสองฝ่าย หลายครั้ง จนเวลาผ่านไปเดือนกว่า ได้มีโอกาสไปที่บ้านของฝ่ายน้องผู้หญิง เพื่อไปกินเลี้ยงหมูกะทะกัน ไปกัน 4 คน พ่อแม่ของฝ่ายนั้นก็อยู่ น้องเขาบอกว่า ไม่ค่อยถูกชะตากับพ่อแม่ของฝ่ายนั้นเลย ชอบทำหน้าทำตาแปลกๆ แต่คงเป็นเพราะเห็นน้องเขาขับ จยย. น้องบอกว่าเพื่อนน้องผู้หญิงบอกไว้ว่า พ่อแม่น้องเขาไม่ชอบคนที่ขับ จยย.
แต่น้องเขาก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะพ่อแม่ฝั่งนั้นก็คุยกับเขาปกติ แต่ก็ไม่ได้คุยอะไรลึกซึ้งมากมาย คุยแค่ผ่านๆพอรู้จักกัน
หลังจากวันนั้นก็มีเรื่องค่อยๆเข้ามา เมื่อแม่ของฝ่ายนั้นเริ่มต่อว่าลูกสาวที่มาคุยกับน้องคนนี้(ไม่รู้จริงไหมนะ) ซึ่งน้องเขาก็ยังไม่ได้คิดอะไรอีก ยังทำตัวเหมือนปกติ จนวันนึง น้องผู้หญิงบอกว่าทะเลาะกะแม่ ป่วยไม่สบาย ปวดท้อง ไม่มีสมาธิเรียน ให้มารับกลับไปพักหน่อย น้องผู้ชายคนนี้เลยถามว่าจะให้กลับไปส่งบ้านไหม น้องผู้หญิงบอกว่าไม่ได้ถ้ากลับไปโดนแม่หวดแน่ พึ่งทะเลาะกันมา ไม่ต้องบอกแม่เขาด้วยนะ แค่อยากพักเฉยๆ ไปพักบ้านน้องผู้ชายก็ได้ กินยาแล้วนอนพักคงดีขึ้น น้องเขาจึงไปรับน้องผู้หญิงที่บริเวณใกล้ๆ รร เวลาประมาณ 8 โมงกว่าๆ และขากลับแวะร้านขายยาใกล้บ้าน ซื้อยามาให้น้องผู้หญิงกิน พาไปที่บ้าน จากนั้นก็พาไปนอนพัก แล้วโทรตามเพื่อนของน้องผู้ชายมา ซึ่งเขารู้จักกับแม่ของฝ่ายน้องผู้หญิงเพื่อให้มาอยู่เป็นเพื่อน ซึ่งน้องเขาบอกว่า น้องผู้หญิงนั้นนอนอยู่ข้างบน ส่วนน้องเขากับเพื่อนนั้นนั่งเล่นอยู่ด้านล่าง
สาบานได้ว่าไม่ได้ทำอะไรน้องผู้หญิงเลย
ซึ่งผมเชื่อน้องผู้ชายนะครับ ผมก็สนิทกับน้องเขาพอควร น้องเขาไปหาผู้หญิงมาหลายคนนะ แต่ไม่เคยมีอะไรกับ ผญ พวกนั้นเลย เดี๋ยวผมจะมาสรุปให้ฟังทีหลัง
จนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบๆ บ่ายโมง น้องผู้ชายต้องไปทำงาน เลยไปถามอาการน้องผู้หญิงว่าดีขึ้นมั้ย จะพาน้องผู้หญิงไปส่งคืนที่ รร โดยบอกกับน้องผู้หญิงไว้ว่าไปเรียนครึ่งวันก็ยังดี น้องเขาก็ตกลง เลยไปส่งน้องผู้หญิงที่บริเวณใกล้ รร และไปทำงาน โดยที่ไม่ได้ติดต่อกับน้องผู้หญิงเลย เวลาผ่านไปกระทั่งเกือบๆ 4 โมงเย็น แม่ของฝ่ายน้องผู้หญิงโทรมา น้องเขาก็ไม่รู้ว่าเอาเบอร์มาจากไหน โทรมาถามว่าวันนี้น้องผู้หญิงเขาไปหาเธอไหม ฝ่ายน้องเขาก็กระอึกกระอักนึกขึ้นได้ว่า น้องเขาไม่ให้บอก เลยตอบแบบปิดบังไป แม่ฝ่ายนั้นก็เออออตาม แล้วบอกว่า เออยังไงก็ฝากดูแลน้องด้วยนะ แล้วก็วางสายไป หลังจากนั้นน้องเขาเลยโทรหาฝ่ายน้องผู้หญิง ปรากฎว่าติดต่อไม่ได้
จากนั้นประมาณ เกือบ2ทุ่ม เพื่อนของน้องผู้ชายโทรมาว่า แม่ของทางนั้นกำลังไปแจ้งความข้อหาพรากผู้เยาว์ที่พาน้องเขาไปทำมิดีมิร้าย ถ้าไม่อยากให้แจ้งให้เลิกติดต่อ ลบช่องทางติดต่อทั้งหมดห้ามติดต่อกัน แล้วจะไม่เอาความ
น้องเขาก็ตกใจสิครับ ไม่ทันไรได้เรื่องแล้ว ทำอะไรไท้ถูกเลยทำตามกะว่าคงไม่มีอะไรแล้วมั้ง ให้เรื่องมันจบๆไป แต่เรื่องไม่จบสิครับ ฝ่ายน้องผู้หญิงยังพยายามติดต่อมา จนน้องเขาก็รับสาย แม่ของน้องผู้หญิงโทรมาด่าครับ ด่าสารพัดเลยแถมขู่ด้วยว่าจะเอาเรื่องแล้วไปแจ้งความแล้ว ชีวิตเขาต้องเหมือนตกนรกทั้งเป็น บลาๆๆ สารพัด แล้วก็วางสายไป น้องผู้ชายก็เครียด เลยมาปรึกษาผม ผมเลยพยายามติดต่อทางนั้นไป เขาบอกจะไม่เจรจาทุกกรณีใดๆทั้งสิ้น ให้ดำเนินการตามกฎหมาย ระหว่างที่รอและคิดว่ากำลังจะทำยังไงต่อ ก็มีข้อความแชตมาข่มขู่ด่าทอต่อว่าในไลน์ รวมถึงส่งรูปอาวุธปืนมาข่มขู่ และบอกอีกว่า อย่าให้เห็นหน้า ไม่งั้นเป็นศพแน่ ซึ่งผมได้แนะนำให้น้องเขาเก็บเป็นหลักฐานไว้ แล้วไม่ต้องไปลบอีกล่ะ กระทั้งผ่านไปประมาณ 2 อาทิตย์ มีตำรวจโทรมาให้น้องผู้ชายไปให้ปากคำที่ สภ. หน่อย น้องเขาก็ไป ตำรวจก็เล่าเรื่องให้ฟัง ประมาณว่า เนี่ยคดีเนี่ย สามารถจับกุมได้เลยนะ ไม่ต้องรอหมายศาล เพราะเป็นคดีอาญา ให้ไปคุยกับทางนั้นให้เรียบร้อย น้องเขาเลยขอให้ตำรวจเป็นสื่อกลางนัดมาไกล่เกลี่ยให้ ครั้งแรก ฝ่ายนั้นบอกไม่มีเวลา ครั้งสอง ก็ยังไม่ว่าง อ่อ ฝั่งนั้นบ้านเขาเปิดร้านขายของ จนครั้งที่ 3 ถึงยอมมา ซึ่งกินเวลาไปเกือบ 1 เดือนเต็มจากครั้งแรกที่นัด ฝ่ายน้องผู้ชายก็พาแม่ไปด้วย ในที่สุดก็ได้ข้อสรุปว่า ฝ่ายพ่อแม่น้องผู้หญิงขอเรียกเงินเป็นจำนวน 200,000 บาทเพื่อเป็นค่าทำขวัญ แต่ปากบอกว่าจริงๆไม่อยากได้เงินนะ แต่ถ้าไม่อยากให้เรื่องบานปลายเสียอนาคตลูกคุณก็จ่ายมาเถอะ
เงิน 200,000 น่ะเขาหาเมื่อไหร่ก็ได้มันไม่มีค่าอะไรมากมายหรอก แถมแม่ของฝ่ายนั้นก็บอกอีกว่า ได้บอกให้น้องผู้ชายมาขอขมาแล้ว แต่ก็ไม่มา และจะไม่ให้น้องผู้หญิงมาติดต่อใดๆทั้งสิ้นตัวเขาจะเป็นคนเดินเรื่องเอง
ฝ่ายแม่น้องผู้ชายก็กล่าวว่าจะจ่ายได้อย่างไรในเมื่อน้องเขายังไม่ได้ทำอะไรเลย พยานก็มี ป้าข้างบ้าน และเพื่อนของน้องผู้ชาย
แต่ฝ่ายนั้นก็ยืนยันว่า มีหลักฐาน ว่ามีคราบถุงยางในอวัยวะเพศน้อง ไปตรวจมาแล้วซึ่งมันจริงไหมผมก็ไม่รู้ แล้วทางตำรวจก็ช่วยพูดประมาณว่าจ่ายๆไปเถอะจะได้จบๆไม่ต้องเป็นเรื่องใหญ่ ทั้งที่ยังไม่ได้สอบสวนน้องผู้ชายเลยซักคำ แล้วถุงยางนั่นใครใช้ ถุงยางอยู่ที่ไหน
สรุปคือไม่ตกลงจ่ายค่าเสียหายใดๆทั้งสิ้น เพราะน้องผู้ชายก็ยืนยันว่าไม่ได้ทำ และแม่ของฝ่ายนั้นไม่เคยคิดจะเจรจา หรือบอกให้ไปขอขมาอะไรทั้งสิ้น มีแต่ข่มขู่

ขากลับมาผมจึงได้ไปเปิดใจคุยกับน้องเขา น้องเขาเลยบอกว่า ผมไม่ได้ทำจริงๆ ผมไปบ้าน ผญ มาหลายคนแล้ว ไม่เคยมีอะไรกับพวกเขาเลย บางคนไล่กลับด้วยซ้ำเพราะไม่ทำอะไรเขา ผมเลยแนะนำ ให้ไปตามพวกผู้หญิงที่น้องเขาเคยไปนอนด้วยมาเป็นพยานให้ จะได้มีน้ำหนักเพิ่ม
จนถึงวันที่ทางตำรวจโทรมานัดวันไปให้ปากคำ น้องเขาเลยไปและพา ผู้หญิงที่เคยไปค้างที่บ้านมาช่วยยืนยัน

หลังจากนั้นทางตำรวจก็เงียบไปเกือบเดือนหลังจากที่บอกจะสรุปสำนวน จนกระทั่งน้องผู้ชายต้องไปตามเรื่องเอง ทางตำรวจก็อ้างว่า ฝ่ายน้องผู้หญิงนะ้นมาแจ้งความผิดท้องที่ ทางเขาไม่มีอำนาจในการจับกุมไม่สามารถดำเนินการทางคดีกับน้องเขาได้ ตอนนี้กำลังส่งเรื่องไปอีกท้องที่นึง ให้รอเจ้าพนักงานของทางนั้นติดต่อไป

เอ้า คือตอนฝ่ายนั้นมาแจ้งความไม่ทราบเหรอว่าไม่ใช่พื้นที่รับผิดชอบของตัวเอง ปล่อยให้ดึงเรื่อง ให้น้องเขาเครียดจนต้องลาออกจากงานมาว่างงาน ถึงเกือบ 3 เดือน สร้างหนี้มารอจ้างทนายอีกเกือบ 200,000
หวังว่าน้องผู้ชายคงเข็ดไม่กล้าคุยกับใครอีกแน่เลย

นี่เวลาก็ผ่านมาเกือบ 2 เดือนละ ยังเงียบอยู่เลย สรุปคือไม่มีหลักฐานเอาผิดจริงใช่ไหม
ยังไงก็ฝากเป็นอุทาหรณ์สำหรับใครที่มีลูกๆหลานๆเป็นผู้ชายด้วยนะครับ ให้ระวังพวกหากินกับกฎหมายไว้ด้วย ระวังจะตกเป็นเหยื่อของคนเหล่านี้ สมัยนี้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่