เราควรทำไงกับชีวิตดี ?

สวัสดีค่ะ เรามีเรื่องที่ไม่สามารถจะรับมันได้ !! เราแค่อยากระบายกับสิ่งที่มันจะเกิด เข้าเรื่องเลยน่ะค่ะ :: ตอนเด็กเราไม่สบายมีคนพาเราไปหาหมอ เราได้ยามาทานแต่อาการกับไม่ดีขึ้น ตอนนั้นเราเด็กเราไม่สามารถจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเราได้ แต่สิ่งที่เราต้องเจอคือ เรามีอาการแพ้ยาขั้นรุนแรง จึงต้องส่งตัวมาอีกโรงพยาบาล อาการของเราคือ 50/50 แต่เราเหมือนโชคดีที่เรายังไม่ตาย แต่ !! การมีชีวิตหลังจากนั้น จนมาถึงตอนนี้ เราคิดว่าตอนนั้นเราตายไปเลยมันน่าจะดีที่สุดแล้วว เพราะจากการที่เรารอดตาย เราต้องมาเจอกับอาการของยาที่เราแพ้ ผิวหนังเราเริ่มดีตุ่มใส่ๆ จนกลายเป็นเหมือนเด็กดักแด้ เหมือนคนโดนน้ำร้อนลวกทั้งตัว เล็บมือของเราเริ่มหลุด เรานอนกับผ้าธรรมดาไม่ได้เราต้องนอนใบตอบชุบน้ำมันแทนเพื่อที่ให้แผลไม่ติด (*อั้นนี้พ่อเราบอกน่ะ) ที่เราจำได้ก้มีแค่ตื่นเช้ามาปากเราติดกัน ต้องใช้ผ้าชุ้ปน้ำอุ่นมาเขี่ยให้ปากเราเปิด พออาการเราดีขึ้นทุกอย่างก็ปกติ แต่อาการที่เราเป็นเห็นชัดที่สุดคือตา ตาข้างซ้ายเรามีอาการน้ำตาไหล ไหลอยุ่ตลอดเวลา เหมือนกับคนร้องไห้ เรากลายเป็นคนปากซีดและมีก้อนเหมือนติ่งติดอยุ่ที่ตาอย่างเหนได้ชัด ขนาดตอนนั้นเรายังเด็กเรายังอาย ทุกวันเราได้แต่กินยา หยอดยาใส่ตาทุกวันแต่อาการก้ยังเหมือนเดิม เราเบื่อที่ต้องคอยมากินยา เวลามีคนให้ยา เราก้จะแอบเอาไปทิ้งเอาไปซ้อนแทน แต่ใครจะเชื่อว่าติ่งตรงตาซ้ายมันยุบลงจนเหนได้ชัด หลังจากนั้นเราก้เลิกกินยา แต่ก้ต้องหยอดตาอยุ่ตลอด เราไปหาทั้งหมอที่ศิรีราช ไปปรึกษาไปขอคำแนะนำแต่ตอนนั้นเครื่องมือทางการแพทย์ก้ไม่ได้มีอุปกรณ์เยอะขนาดนั้น เราต้องรอเครื่องมาจากเยอรมัน เราต้องสร้างท่อน้ำตาใหม่ เราต้องผ่าตัดที่จมูกเพื่อทำการสร้างท่อน้ำตา  แต่ค่าใช้จ่ายมันสูงมากป้าเราไม่มีเงินพอที่จะทำตรงนั้นให้ได้ ตอนนั้นป้าเราพาเราไปหาหมอทุกทีและแต่อาการก้เหมือนเดิม เราขอเปลี่ยนหมอที่ดูแลเรา เขาไม่ยอมให้เราเปลี่ยน เราจะย้านไปอีกโรงพยาบาลเราโชคดีที่เราเจอหมอคนที่เราอยากให้เขารักษา แต่ก้ต้องเจอเรื่องตกใจ จากที่ตาเราเปนแค่ข้างเดียวก้ได้ลามมาอีกข้างนึ้ง คือท่อน้ำตาตัน หมดเค้าทำการเจอท่อน้ำตาให้ใหม่ แต่ก้สามารถเจอะได้ข้างเดียวคือข้างขวา พอเวลาผ่านไปนาน ตอนนั้นเราอยุ่ ม.3 จำได้เลยว่าอยุ่ดีๆเราก้เกิดอาการแสบตาลืมตาทั้งสองข้างไปขึ้น พี่เราเลยพาเราไปหาหมอ ได้ยามาหยอดตาอาการก้ดีขึ้น (เราไปคลีคิคหมอที่เจอะท่อน้ำตาให้เรา ) หมอบอกกับเราเลยว่าโรคนี้ไม่สามารถรักษาหายได้ มีสิทธ์ที่จะตาบอด หลังจากนั่นเราก้ไปตาหมอนัดตลอด แต่เราก้มีอยุ่ช่วงนึ่งที่ไม่ได้ไป ล่าสุดนี้เราพึ่งกลับไปหาหมอมาเมื่อวันอาทิตย์ที่ 17/12/60 อาการขุ่นของเลนล์ตาเรา เริ่มลามไปที่ข้างขวาแล้ววว เรารุ้มาตั้งนานแล้วว่าตาเราจะบอด แต่เอาจิงๆเราก้ไม่สามารถรับเรื่องนี้ได้ โอกาสที่จะพบได้ประมาณ 2.6 - 7.1 รายต่อประชากร 1 ล้านคน ตอนนี้เราพึ่งอายุ 23 เราไม่อยากให้ถึงวันนั้นเลย แค่คิดก้เหนื่อยพอแล้ววว โรคที่เราเปนคือ :: สะตีเวนส์จอห์นสัน (Stevens-Johnson syndrome ) ขอบคุณน่ะค่ะที่อ่านที่เราละบาย 🙏🙏*กราบบ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่