พลังแห่งรัก...จากพ่อ
มัจฉาเป็นรุ่นพี่ที่ทำงานเธอเป็นคนที่มีจิตใจดี ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ที่สำคัญเธอเป็นคนรักสวยรักงามเป็นผู้นำแฟชั่นถึงแม้เธอเองอายุย่างเข้าสู่วัย 50 เธอก็ยังดูเยาว์และดูดีในสายตาของพี่ ๆ น้อง ๆ ที่ทำงาน แต่เธอมักถูกกลุ่มเพื่อนร่วมงานนินทาเสมอ ๆ ว่า เวลาอยู่ใกล้เธอแล้วจะรู้สึกมีกลิ่นเหม็นเหมือนกับว่าเธอไม่ได้อาบน้ำไม่สมกับการแต่งตัวของเธอเลย พักหลัง ๆ ไม่ค่อยได้เจอหน้าพี่มัจฉาบ่อยนักหรืออาจเป็นได้ว่าเธอขาดความมั่นใจเป็นอย่างหนัก จนกระทั่งวันหนึ่งผมได้นั่งคุยกับพี่มัจฉาอย่างเป็นกันเอง พี่เขาเล่าให้ผมฟังว่าช่วงนี้ที่หายหน้าไปเพราะต้องไปโรงพยาบาลบ่อย ๆ เนื่องจากปวดที่โพรงจมูกและหายใจติดขัด จากการวินิจฉัยของคุณหมอได้บอกกับพี่มัจฉาว่าเป็นโรคไซนัสอักเสบและต้องเยียวยาเร่งด่วน ถ้าจะให้หายขาดต้องทำการผ่าตัดเพื่อหาสาเหตุของกลิ่นที่ออกมาจากระบบทางเดินหายใจ แต่ด้วยพี่เป็นคนรักสวยรักงามกลัวว่าเวลาผ่าตัดไปจะทำโครงหน้าเปลี่ยนไปพี่เขาก็เลยเลี่ยงการผ่าตัดมาเป็นวิธีทานยาแก้อักเสบที่คุณหมอให้มาแต่อาการก็ไม่ดีขึ้นแถมกลิ่นเหม็นเหมือนกับเพิ่มมากขึ้นซึ่งผมเองก็รู้สึกได้
พี่มัจฉามีหลานชายอยู่คนหนึ่งชื่อน้องไม้โอ๊ค ที่พี่มัจฉาทั้งรักและเอ็นดูเหมือนกับลูกของตัวเองเนื่องจากหลานคนนี้เป็นคนที่มีขวัญเดียวกับคุณพ่อของพี่มัจฉาที่เสียชีวิตไปเมื่อ 9 ปีที่ผ่านมาและตามความเชื่อของคนเหนือจะเชื่อว่าญาติสนิทหรือบุพการีที่เสียชีวิตไปจะมาเกิดใหม่เป็นลูกหรือหลานของเราโดยผ่านการทำนายทายทักจากพ่อหมอที่มีวิชาอาคมในด้านนี้ พี่มัจฉาเล่าให้ฟังว่าตอนที่คุณพ่อของพี่มีชีวิตอยู่จะรักและห่วงใยในตัวพี่มัจฉามากไม่ว่าจะทำอะไรหรือโตเป็นผู้ใหญ่แล้วท่านก็มิวายที่จะแสดงอาการเป็นห่วงเสมอต้นเสมอปลายเหมือนกับว่าพี่มัจฉายังเป็นเด็ก ที่คุณพ่อต้องคอยดูแลตลอดเวลา ดังนั้นพอมีหลานขึ้นมาและรู้ว่าเป็นคุณพ่อมาเกิดพี่มัจฉาจึงรักและห่วงใยน้องไม้โอ๊คทวีคูณ พี่มัจฉาเล่าให้ฟังต่อว่าน้องไม้โอ๊คมักจะให้แม่ (ลูกของพี่มัจฉา) โทรมาหาทุกครั้งเมื่อรู้สึกไม่สบาย เวลาน้องไม้โอ๊คอยู่กับแม่จะงอแงไปหาหมอก็ไม่ค่อยหายต้องให้ยาย (พี่มัจฉา) ไปหาและอุ้มพาดบ่าอยู่ตลอดจากนั้นพี่มัจฉาจึงมัดข้อมือด้วยด้ายสีขาว อธิฐานว่าขอให้ไม้โอ๊คหายจากอาการเจ็บป่วย ต่อนี้อีกไม่นานอาการของน้องไม้โอ๊คมักจะดีขึ้นและกระปรี้กระเปร่าอย่างน่าอัศจรรย์ใจ
ยิ่งนานวันอาการปวดและกลิ่นที่จมูกของพี่มัจฉาเริ่มทวีคูณขึ้นเป็นสาเหตุให้เพื่อนร่วมงานไม่อยากอยู่ใกล้ วันหนึ่งผมเห็นพี่มัจฉานั่งอยู่ที่ม้าหินอ่อนหน้าสำนักงานด้วยอาการซึมเศร้า ผมเข้าไปทัก พี่มัจฉาบอกว่าวันนี้รู้สึกปวดและตึงที่ใบหน้าเหมือนกับมีก้อนอะไรมาจุกที่จมูก หายใจก็ไม่ค่อยออก แล้วช่วงนี้ปิดเทอมลูกสาวจะไปต่างจังหวัดจะนำน้องไม้โอ๊คมาให้ดูแลประมาณหนึ่งสัปดาห์ พี่บอกว่ากลัวดูแลหลานไม่สะดวกเพราะรู้สึกไม่สบาย ผมก็ปลอบใจพี่เขาไปว่า พี่เป็นคนดีอีกไม่นานสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะช่วยให้พี่กลับมาเป็นคนร่าเริงแจ่มใส สุขภาพดีดังเดิม
เช้าวันต่อมาผมได้รับโทรศัพท์จากพี่มัจฉาด้วยเสียงที่ตื่นเต้นพร้อมกับเล่าให้ผมฟังว่า เมื่อวานไม้โอ๊คเห็นพี่ซึมเศร้า จึงมากอดพี่และถามพี่ว่า “ยายไม่สบายเหรอ” แล้วเมื่อวานทั้งวันไม้โอ๊คมีอาการแปลก ๆ คือจะทำท่าเหมือนสูดหายใจสั้น ๆ แรง ๆ มีเสียงดังฟืดฟาดอยู่บ่อยครั้ง จนพี่มัจฉาต้องเตือนแต่ไม้โอ๊คก็ไม่ฟังพี่มัจฉาจึงดุด้วยความเป็นห่วงหลานว่า
“ไม้โอ๊ค!!! ถ้ายังไม่หยุดทำอย่างนั้นเดี๋ยวก็จะเจ็บจมูกเหมือนยายนะ”
“ไม้โอ๊คก็ไม่ได้ทำอะไรซักหน่อย ไม่เห็นเป็นไร” แล้วไม้โอ๊คก็วิ่งลงบันไดไปเล่นกับเพื่อนที่สนามหญ้าหน้าบ้านพักด้วยใบหน้าที่ร่าเริงแจ่มใส เหมือนทุกวัน
ตกดึกของคืนนั้นพี่มัจฉาได้ฝันเห็นคุณพ่อมานั่งอยู่ใกล้ตัวพร้อมกับใช้มือลูบที่ศีรษะ ส่งยิ้มให้พี่มัจฉาจากนั้นก็หันหน้าจ้องไปที่ไม้โอ๊ค แล้วก็หายไปพี่มัจฉาสะดุ้งตื่นแต่ความรู้สึกสุดท้ายก่อนตื่นนอนปากเพ้อเรียกหาคุณพ่อ เมื่อตื่นขึ้นมาพี่มัจฉามีเหงื่อท่วมตัว จุกที่อก หายใจไม่ทั่วท้อง จู่ ๆ พี่มัจฉาก็นึกถึงกริยาที่ไม้โอ๊คทำเมื่อตอนกลางวัน พี่มัจฉาจึงพยายามพาตัวเองเข้าห้องน้ำพร้อมกับไปยืนที่อ่างล้างหน้า จ้องมองไปที่กระจก แล้วก็สูดหายใจเข้าจมูก สั้น ๆ แรง ๆ เหมือนกับที่ไม้โอ๊คทำ ครั้งแรกเริ่มรู้สึกว่ามีก้อนอะไรบางอย่างเริ่มหลุดลงมาทีโพรงจมูก ครั้งที่สองเหมือนกับมีอะไรจะหลุดออกมาที่ปาก จนกระทั่งทำครั้งที่สามพี่มัจฉาตัดสินใจสูดหายใจเข้าแรง ๆ เสียงดัง ผลุบ! พี่มัจฉาสัมผัสได้ว่ามีก้อนกลมรี คล้ายเม็ดขนุนขนาดเท่าหัวแม่มือหลุดมาอยู่ในปาก จากนั้นจึงคายมันออกมาใส่ในมือ พี่มัจฉาจ้องมองไปที่ก้อนสีดำ ๆ ที่เต็มไปด้วยคราบเมือกและเลือดสด ๆ ในอุ้งมือด้วยความตกใจ หัวใจเต้นแรงตุบ ๆ จากนั้นจึงเอื้อมไปหยิบกระดาษทิชชู่ด้วยมือที่สั่นเทาปิดมันไว้ด้วยความเกลียดชังและขยะแขยง พร้อมกับใช้มือบี้มันให้แหลกละเอียดเพราะในใจคิดว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายและเป็นฝันร้ายมานานแสนนานอีกทั้งกลัวมันจะดิ้นหลุดหนีไป สุดท้ายพี่มัจฉาเลยตัดสินใจโยนมันลงในโถชักโครกและกดปุ่มน้ำทิ้ง น้ำตาของพี่มัจฉาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัวมันเป็นความรู้สึกที่ผสมผสานกันระหว่างความกลัวและความยินดี นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาอาการของพี่มัจฉาก็ดีขึ้นตามลำดับ สุขภาพดีไม่มีกลิ่นเหม็น อยู่กับเพื่อนร่วมงานได้อย่างปกติสุขไม่มีใครรังเกียจที่จะเข้าใกล้พี่มัจฉาอีกเลย
พี่มัจฉาได้เล่าให้ฟังเพิ่มเติมว่าพี่เขาเคยเปิดร้านคาร์แคร์ เมื่อมีรถเข้ามารับบริการจำนวนมากในแต่ละวัน ลูกน้องทำไม่ทันพี่มัจฉาก็จะช่วยลูกน้องดูดฝุ่นในห้องโดยสารรถยนต์อยู่บ่อยครั้ง จากนั้นก็มีเหตุจำเป็นต้องปิดกิจการลงไป นับแต่นั้นเป็นต้นมาพี่มัจฉาก็เริ่มมีอาการดังกล่าว นี่อาจเป็นสาเหตุทำให้พวกฝุ่นละอองไปจับตัวกันและสะสมไว้ที่โพรงจมูกทำให้ได้รับความทุกข์ทรมานมานาน ทุกวันนี้ยังคิดตลอดเวลาว่าเป็นเพราะคุณพ่อท่านห่วงใยและสงสารเรา ซึ่งถึงแม้พ่อจะจากไปหลายปีแต่ด้วยพลังแห่งรักและปรารถนาดีกับลูก เลยมาบอกใบ้ให้กับไม้โอ๊คหลานชายมาทำกริยาอย่างที่ปรากฏ ซึ่งมันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญขนาดนั้น พี่มัจฉาจึงเชื่อระหว่างสายสัมพันธ์ของสายเลือดถึงแม้ว่าจะอยู่กันคนละภพก็ตาม แล้วพี่มัจฉาได้หยิบภาพคุณพ่อที่อยู่ในกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาพร้อมกับพนมมือไหว้เหนือศีรษะ น้ำตาของพี่มัจฉาซึมออกมาด้วยความตื้นตันและสุขใจ
ครูมิตร เชียงราย
พลังแห่งรักจากพ่อ
มัจฉาเป็นรุ่นพี่ที่ทำงานเธอเป็นคนที่มีจิตใจดี ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ที่สำคัญเธอเป็นคนรักสวยรักงามเป็นผู้นำแฟชั่นถึงแม้เธอเองอายุย่างเข้าสู่วัย 50 เธอก็ยังดูเยาว์และดูดีในสายตาของพี่ ๆ น้อง ๆ ที่ทำงาน แต่เธอมักถูกกลุ่มเพื่อนร่วมงานนินทาเสมอ ๆ ว่า เวลาอยู่ใกล้เธอแล้วจะรู้สึกมีกลิ่นเหม็นเหมือนกับว่าเธอไม่ได้อาบน้ำไม่สมกับการแต่งตัวของเธอเลย พักหลัง ๆ ไม่ค่อยได้เจอหน้าพี่มัจฉาบ่อยนักหรืออาจเป็นได้ว่าเธอขาดความมั่นใจเป็นอย่างหนัก จนกระทั่งวันหนึ่งผมได้นั่งคุยกับพี่มัจฉาอย่างเป็นกันเอง พี่เขาเล่าให้ผมฟังว่าช่วงนี้ที่หายหน้าไปเพราะต้องไปโรงพยาบาลบ่อย ๆ เนื่องจากปวดที่โพรงจมูกและหายใจติดขัด จากการวินิจฉัยของคุณหมอได้บอกกับพี่มัจฉาว่าเป็นโรคไซนัสอักเสบและต้องเยียวยาเร่งด่วน ถ้าจะให้หายขาดต้องทำการผ่าตัดเพื่อหาสาเหตุของกลิ่นที่ออกมาจากระบบทางเดินหายใจ แต่ด้วยพี่เป็นคนรักสวยรักงามกลัวว่าเวลาผ่าตัดไปจะทำโครงหน้าเปลี่ยนไปพี่เขาก็เลยเลี่ยงการผ่าตัดมาเป็นวิธีทานยาแก้อักเสบที่คุณหมอให้มาแต่อาการก็ไม่ดีขึ้นแถมกลิ่นเหม็นเหมือนกับเพิ่มมากขึ้นซึ่งผมเองก็รู้สึกได้
พี่มัจฉามีหลานชายอยู่คนหนึ่งชื่อน้องไม้โอ๊ค ที่พี่มัจฉาทั้งรักและเอ็นดูเหมือนกับลูกของตัวเองเนื่องจากหลานคนนี้เป็นคนที่มีขวัญเดียวกับคุณพ่อของพี่มัจฉาที่เสียชีวิตไปเมื่อ 9 ปีที่ผ่านมาและตามความเชื่อของคนเหนือจะเชื่อว่าญาติสนิทหรือบุพการีที่เสียชีวิตไปจะมาเกิดใหม่เป็นลูกหรือหลานของเราโดยผ่านการทำนายทายทักจากพ่อหมอที่มีวิชาอาคมในด้านนี้ พี่มัจฉาเล่าให้ฟังว่าตอนที่คุณพ่อของพี่มีชีวิตอยู่จะรักและห่วงใยในตัวพี่มัจฉามากไม่ว่าจะทำอะไรหรือโตเป็นผู้ใหญ่แล้วท่านก็มิวายที่จะแสดงอาการเป็นห่วงเสมอต้นเสมอปลายเหมือนกับว่าพี่มัจฉายังเป็นเด็ก ที่คุณพ่อต้องคอยดูแลตลอดเวลา ดังนั้นพอมีหลานขึ้นมาและรู้ว่าเป็นคุณพ่อมาเกิดพี่มัจฉาจึงรักและห่วงใยน้องไม้โอ๊คทวีคูณ พี่มัจฉาเล่าให้ฟังต่อว่าน้องไม้โอ๊คมักจะให้แม่ (ลูกของพี่มัจฉา) โทรมาหาทุกครั้งเมื่อรู้สึกไม่สบาย เวลาน้องไม้โอ๊คอยู่กับแม่จะงอแงไปหาหมอก็ไม่ค่อยหายต้องให้ยาย (พี่มัจฉา) ไปหาและอุ้มพาดบ่าอยู่ตลอดจากนั้นพี่มัจฉาจึงมัดข้อมือด้วยด้ายสีขาว อธิฐานว่าขอให้ไม้โอ๊คหายจากอาการเจ็บป่วย ต่อนี้อีกไม่นานอาการของน้องไม้โอ๊คมักจะดีขึ้นและกระปรี้กระเปร่าอย่างน่าอัศจรรย์ใจ
ยิ่งนานวันอาการปวดและกลิ่นที่จมูกของพี่มัจฉาเริ่มทวีคูณขึ้นเป็นสาเหตุให้เพื่อนร่วมงานไม่อยากอยู่ใกล้ วันหนึ่งผมเห็นพี่มัจฉานั่งอยู่ที่ม้าหินอ่อนหน้าสำนักงานด้วยอาการซึมเศร้า ผมเข้าไปทัก พี่มัจฉาบอกว่าวันนี้รู้สึกปวดและตึงที่ใบหน้าเหมือนกับมีก้อนอะไรมาจุกที่จมูก หายใจก็ไม่ค่อยออก แล้วช่วงนี้ปิดเทอมลูกสาวจะไปต่างจังหวัดจะนำน้องไม้โอ๊คมาให้ดูแลประมาณหนึ่งสัปดาห์ พี่บอกว่ากลัวดูแลหลานไม่สะดวกเพราะรู้สึกไม่สบาย ผมก็ปลอบใจพี่เขาไปว่า พี่เป็นคนดีอีกไม่นานสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะช่วยให้พี่กลับมาเป็นคนร่าเริงแจ่มใส สุขภาพดีดังเดิม
เช้าวันต่อมาผมได้รับโทรศัพท์จากพี่มัจฉาด้วยเสียงที่ตื่นเต้นพร้อมกับเล่าให้ผมฟังว่า เมื่อวานไม้โอ๊คเห็นพี่ซึมเศร้า จึงมากอดพี่และถามพี่ว่า “ยายไม่สบายเหรอ” แล้วเมื่อวานทั้งวันไม้โอ๊คมีอาการแปลก ๆ คือจะทำท่าเหมือนสูดหายใจสั้น ๆ แรง ๆ มีเสียงดังฟืดฟาดอยู่บ่อยครั้ง จนพี่มัจฉาต้องเตือนแต่ไม้โอ๊คก็ไม่ฟังพี่มัจฉาจึงดุด้วยความเป็นห่วงหลานว่า
“ไม้โอ๊ค!!! ถ้ายังไม่หยุดทำอย่างนั้นเดี๋ยวก็จะเจ็บจมูกเหมือนยายนะ”
“ไม้โอ๊คก็ไม่ได้ทำอะไรซักหน่อย ไม่เห็นเป็นไร” แล้วไม้โอ๊คก็วิ่งลงบันไดไปเล่นกับเพื่อนที่สนามหญ้าหน้าบ้านพักด้วยใบหน้าที่ร่าเริงแจ่มใส เหมือนทุกวัน
ตกดึกของคืนนั้นพี่มัจฉาได้ฝันเห็นคุณพ่อมานั่งอยู่ใกล้ตัวพร้อมกับใช้มือลูบที่ศีรษะ ส่งยิ้มให้พี่มัจฉาจากนั้นก็หันหน้าจ้องไปที่ไม้โอ๊ค แล้วก็หายไปพี่มัจฉาสะดุ้งตื่นแต่ความรู้สึกสุดท้ายก่อนตื่นนอนปากเพ้อเรียกหาคุณพ่อ เมื่อตื่นขึ้นมาพี่มัจฉามีเหงื่อท่วมตัว จุกที่อก หายใจไม่ทั่วท้อง จู่ ๆ พี่มัจฉาก็นึกถึงกริยาที่ไม้โอ๊คทำเมื่อตอนกลางวัน พี่มัจฉาจึงพยายามพาตัวเองเข้าห้องน้ำพร้อมกับไปยืนที่อ่างล้างหน้า จ้องมองไปที่กระจก แล้วก็สูดหายใจเข้าจมูก สั้น ๆ แรง ๆ เหมือนกับที่ไม้โอ๊คทำ ครั้งแรกเริ่มรู้สึกว่ามีก้อนอะไรบางอย่างเริ่มหลุดลงมาทีโพรงจมูก ครั้งที่สองเหมือนกับมีอะไรจะหลุดออกมาที่ปาก จนกระทั่งทำครั้งที่สามพี่มัจฉาตัดสินใจสูดหายใจเข้าแรง ๆ เสียงดัง ผลุบ! พี่มัจฉาสัมผัสได้ว่ามีก้อนกลมรี คล้ายเม็ดขนุนขนาดเท่าหัวแม่มือหลุดมาอยู่ในปาก จากนั้นจึงคายมันออกมาใส่ในมือ พี่มัจฉาจ้องมองไปที่ก้อนสีดำ ๆ ที่เต็มไปด้วยคราบเมือกและเลือดสด ๆ ในอุ้งมือด้วยความตกใจ หัวใจเต้นแรงตุบ ๆ จากนั้นจึงเอื้อมไปหยิบกระดาษทิชชู่ด้วยมือที่สั่นเทาปิดมันไว้ด้วยความเกลียดชังและขยะแขยง พร้อมกับใช้มือบี้มันให้แหลกละเอียดเพราะในใจคิดว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายและเป็นฝันร้ายมานานแสนนานอีกทั้งกลัวมันจะดิ้นหลุดหนีไป สุดท้ายพี่มัจฉาเลยตัดสินใจโยนมันลงในโถชักโครกและกดปุ่มน้ำทิ้ง น้ำตาของพี่มัจฉาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัวมันเป็นความรู้สึกที่ผสมผสานกันระหว่างความกลัวและความยินดี นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาอาการของพี่มัจฉาก็ดีขึ้นตามลำดับ สุขภาพดีไม่มีกลิ่นเหม็น อยู่กับเพื่อนร่วมงานได้อย่างปกติสุขไม่มีใครรังเกียจที่จะเข้าใกล้พี่มัจฉาอีกเลย
พี่มัจฉาได้เล่าให้ฟังเพิ่มเติมว่าพี่เขาเคยเปิดร้านคาร์แคร์ เมื่อมีรถเข้ามารับบริการจำนวนมากในแต่ละวัน ลูกน้องทำไม่ทันพี่มัจฉาก็จะช่วยลูกน้องดูดฝุ่นในห้องโดยสารรถยนต์อยู่บ่อยครั้ง จากนั้นก็มีเหตุจำเป็นต้องปิดกิจการลงไป นับแต่นั้นเป็นต้นมาพี่มัจฉาก็เริ่มมีอาการดังกล่าว นี่อาจเป็นสาเหตุทำให้พวกฝุ่นละอองไปจับตัวกันและสะสมไว้ที่โพรงจมูกทำให้ได้รับความทุกข์ทรมานมานาน ทุกวันนี้ยังคิดตลอดเวลาว่าเป็นเพราะคุณพ่อท่านห่วงใยและสงสารเรา ซึ่งถึงแม้พ่อจะจากไปหลายปีแต่ด้วยพลังแห่งรักและปรารถนาดีกับลูก เลยมาบอกใบ้ให้กับไม้โอ๊คหลานชายมาทำกริยาอย่างที่ปรากฏ ซึ่งมันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญขนาดนั้น พี่มัจฉาจึงเชื่อระหว่างสายสัมพันธ์ของสายเลือดถึงแม้ว่าจะอยู่กันคนละภพก็ตาม แล้วพี่มัจฉาได้หยิบภาพคุณพ่อที่อยู่ในกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาพร้อมกับพนมมือไหว้เหนือศีรษะ น้ำตาของพี่มัจฉาซึมออกมาด้วยความตื้นตันและสุขใจ
ครูมิตร เชียงราย