ตั้งแต่นายกฯลุงตู่ทำหน้าที่ผู้นำประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2557
มีนักการเมืองและบุคคลหลายกลุ่มที่มองว่าท่านก็แค่นายพลทหารคนหนึ่ง..จะมีความสามารถเป็นผู้นำไปได้
ไม่รอดอย่างเช่นรัฐบาลทหารที่ผ่านมา จะไม่มีประเทศไหนยอมรับ คบค้าด้วย
แต่กลับปรากฎว่า นายกฯลุงตู่กลับแสดงความตั้งมั่นในการทำงานอย่างจริงใจและเฉลียวฉลาด สามารถนำพาประเทศรอดอันตรายที่จะล้มละลายแตกแยกมาได้ ยังได้รับความเชื่อมั่นจากนานาประเทศที่เห็นผลงานของรัฐบาลทหารอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
อันดับแรกที่ฮือฮาก็คือ..การที่ประธานาธิบดีทรัมป์แห่งสหรัฐอเมริกาได้เชิญท่านไปเยือนทำเนียบขาว สัมพันธไมตรีต่อกันหลังจากที่เสื่อมซามานาน พูดคุยสนทนากันอย่างมีมิตรภาพที่ดี นี่ก็คิดว่าเป็นเรื่องดีที่สุดแล้ว

แต่มาไม่ทันข้ามปี..
แถลงการณ์ของรัฐมนตรีต่างประเทศ สหภาพยุโรป หรือ อียู ขอปรับความสัมพันธ์ด้านการเมืองกับประเทศไทยอย่างช้าๆ เป็นเรื่อง นอกเหนือความคาดหมายที่ดีมากสำหรับประเทศไทย
การหวนกลับมาคืนดี ปรับระดับความสัมพันธ์อย่างช้าๆ ครั้งนี้ถือว่า เป็นการเปลี่ยนท่าทีที่เร็วกว่าที่ควรจะเป็น คือ อียู ไม่รอให้มีการเลือกตั้ง ไม่รอจนกว่าจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว
ผลดีคือ...การเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรี หรือเอฟทีเอ ระหว่างไทย กับอียู จะได้เริ่มเจรจากันอีกครั้ง
อียู คงเห็นว่ารัฐบาลไทยในยุคทหารนั้นไม่มีอะไรต่างไปจากรัฐบาลประชาธิปไตยที่เคยเป็นมา

ในตอนนี้ท่านก็ชนะใจนักการเมืองหลายคนหลายพรรค ที่มีใจให้ท่าน ก็ลุงตู่ทำงานอย่างขยันจริงจังจริงใจ
ใครๆก็เลยเห็นเพชรน้ำหนึ่งที่ส่องประกายเจิดจ้า ท้าทายนักการเมืองน้ำเสียที่มีแต่พูดโจมตีท่านไปวันๆ
แต่ท่านมิได้มัวหมองไปเลย
ท่านชนะใจคนด้วยผลงานมิใช่ทรัพย์สินเงินทองค่ะ
🌟~มาลาริน~ รัฐบาลลุงตู่ชนะใจประเทศต้นแบบปชต.อย่างอเมริกาสหภาพยุโรป(อียู)และกำลังชนะใจนกม.และปชช.ที่สนับสนุนท่าน 💗💗💗
ตั้งแต่นายกฯลุงตู่ทำหน้าที่ผู้นำประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2557
มีนักการเมืองและบุคคลหลายกลุ่มที่มองว่าท่านก็แค่นายพลทหารคนหนึ่ง..จะมีความสามารถเป็นผู้นำไปได้
ไม่รอดอย่างเช่นรัฐบาลทหารที่ผ่านมา จะไม่มีประเทศไหนยอมรับ คบค้าด้วย
แต่กลับปรากฎว่า นายกฯลุงตู่กลับแสดงความตั้งมั่นในการทำงานอย่างจริงใจและเฉลียวฉลาด สามารถนำพาประเทศรอดอันตรายที่จะล้มละลายแตกแยกมาได้ ยังได้รับความเชื่อมั่นจากนานาประเทศที่เห็นผลงานของรัฐบาลทหารอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
อันดับแรกที่ฮือฮาก็คือ..การที่ประธานาธิบดีทรัมป์แห่งสหรัฐอเมริกาได้เชิญท่านไปเยือนทำเนียบขาว สัมพันธไมตรีต่อกันหลังจากที่เสื่อมซามานาน พูดคุยสนทนากันอย่างมีมิตรภาพที่ดี นี่ก็คิดว่าเป็นเรื่องดีที่สุดแล้ว
แต่มาไม่ทันข้ามปี..
แถลงการณ์ของรัฐมนตรีต่างประเทศ สหภาพยุโรป หรือ อียู ขอปรับความสัมพันธ์ด้านการเมืองกับประเทศไทยอย่างช้าๆ เป็นเรื่อง นอกเหนือความคาดหมายที่ดีมากสำหรับประเทศไทย
การหวนกลับมาคืนดี ปรับระดับความสัมพันธ์อย่างช้าๆ ครั้งนี้ถือว่า เป็นการเปลี่ยนท่าทีที่เร็วกว่าที่ควรจะเป็น คือ อียู ไม่รอให้มีการเลือกตั้ง ไม่รอจนกว่าจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว
ผลดีคือ...การเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรี หรือเอฟทีเอ ระหว่างไทย กับอียู จะได้เริ่มเจรจากันอีกครั้ง
อียู คงเห็นว่ารัฐบาลไทยในยุคทหารนั้นไม่มีอะไรต่างไปจากรัฐบาลประชาธิปไตยที่เคยเป็นมา
ในตอนนี้ท่านก็ชนะใจนักการเมืองหลายคนหลายพรรค ที่มีใจให้ท่าน ก็ลุงตู่ทำงานอย่างขยันจริงจังจริงใจ
ใครๆก็เลยเห็นเพชรน้ำหนึ่งที่ส่องประกายเจิดจ้า ท้าทายนักการเมืองน้ำเสียที่มีแต่พูดโจมตีท่านไปวันๆ
แต่ท่านมิได้มัวหมองไปเลย
ท่านชนะใจคนด้วยผลงานมิใช่ทรัพย์สินเงินทองค่ะ