JJNY : หลากมุมนักวิชาการ 'รีเซต' พรรคการเมือง ใครได้-ใครเสีย

กระทู้คำถาม
ที่มา    หน้า 2 มติชนรายวัน
เผยแพร่    วันที่ 18 ธันวาคม 2560

หมายเหตุ – ความเห็นจากฝ่ายต่างๆ กรณี นายไพบูลย์ นิติตะวัน เสนอให้แก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 140 และ 141 หรือรีเซตสมาชิกพรรคการเมือง เพื่อขจัดความเหลื่อมล้ำไม่เป็นธรรมระหว่างสมาชิกพรรคและพรรคการเมือง ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)


พนัส ทัศนียานนท์
อดีตคบดีคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

ส่วนตัวผมเห็นว่าไม่จำเป็นต้องมีการรีเซต และไม่มีเหตุผลอะไรด้วยต้องรีเซต คนที่เขาเสนอให้รีเซตเขามีเหตุผลว่าอย่างไร มันกำจัดคนหน้าเก่าได้ ถ้านอกจากว่าคุณเสนอให้ตัดสิทธินักการเมืองเก่าทั้งหมด ถ้าหากว่านั่นคือการรีเซตในความหมายของคุณก็คือต้องเป็นอย่างนั้น คุณไปรีเซตพรรคการเมืองเพื่อตั้งพรรคการเมืองใหม่ แล้วรับสมัครเข้ามาใหม่ ยังไงคนเก่าคุณก็กำจัดเขาไม่ได้อยู่แล้ว ยกเว้นอย่างที่ผมว่าคือเขาพยายามทำไว้แล้ว คือการกำหนดเป็นลักษณะต้องห้าม โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักการเมืองคนที่เขาตั้งข้อรังเกียจนักการเมือง พรรคการเมืองทั้งหลาย เหตุผลการพิสูจน์ของเขาคือนักการเมืองทุจริตคอร์รัปชั่น เขาจึงกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญว่าถ้าใครทำผิดฐานคอร์รัปชั่นก็จะถูกตัดสิทธิทั้งหมด เข้ามาสู่การเมืองไม่ได้ตลอดชีวิต นี่คือคอนเซ็ปต์เดียวกัน

ในเมื่อเขาไม่รู้จะหาเหตุอะไรมาตัดสิทธินักการเมืองเก่าได้ การรีเซตพรรคการเมืองน่าจะทำให้เกิดความยุ่งยากลำบากมากขึ้น ในการที่จะกลับเข้าสู่การเมืองใหม่ของพรรคต่างๆ เพราะต้องผ่านขั้นตอนการก่อตั้งพรรคใหม่ ในที่สุดก็ต้องรับสมาชิก ทำให้เกิดความยุ่งยาก เกิดสิ่งที่จะต้องนำมาปฏิบัติอีกมากมายหลายอย่างเหมือนสร้างพรรคใหม่ ไม่สะดวกเหมือนการมีพรรคอยู่แล้ว สิ่งนี้อาจทำให้คนที่กำลังคิดจะตั้งพรรคใหม่ อย่างน้อยที่สุดเกิดความรู้สึกว่าไม่เป็นต่อกันมากนัก เพราะคนที่จะตั้งพรรคใหม่ต้องเริ่มต้นใหม่หมดทุกอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องไปหาสมาชิกมาให้ได้จำนวนเท่านั้นเท่านี้ ในความรู้สึกของเขามันเสียเปรียบ เลยเกิดไอเดียขึ้นมาว่าให้รีเซตพรรคการเมืองเก่าทั้งหมด อย่างน้อยที่สุดตัวเองไม่เสียเปรียบมากเกินไป นั่นคือความคิดของเขา

แต่ผมคิดว่าถึงอย่างไรเขาก็ยังเสียเปรียบอยู่วันยันค่ำ เพราะเขาไม่มีฐาน พรรคการเมืองเก่าเขามีฐานอยู่แล้ว ถ้าคิดจะทำลายพรรคการเมืองเก่าให้ได้ทั้งหมดเหมือนความคิดที่แท้จริงของพวกเขา เหมือนความคิดร้ายของเขา มันต้องหาทางอย่างที่ผมว่า นั่นคือคุณเสนอมาเลยว่ารีเซตนักการเมืองเก่าทั้งหมด ดูสิว่าคุณจะทำได้ไหม การที่คุณไม่กล้าเสนอถึงขนาดนั้นแสดงว่าคุณไม่แน่จริง

ถามว่าการเลือกตั้งก่อนหน้านี้เคยมีเงื่อนไขการรีเซตพรรคการเมืองหรือไม่ ไม่มีหรอกครับ ถ้ามีพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นพรรคเก่าแก่จะอยู่มาถึงตอนนี้ได้อย่างไร ขนาดพรรคประชาธิปัตย์ไม่ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง บอยคอตการเลือกตั้ง ก็ยังอยู่รอดปลอดภัยมาได้จนถึงทุกวันนี้ อันนั้นมันเป็นการกระทำในทางการเมืองที่ถือว่าร้ายแรงที่สุด เท่ากับตัวเองต่อต้านการเลือกตั้ง หรือเป็นการต่อต้านประชาธิปไตยนั่นเอง แต่พรรคประชาธิปัตย์มีประวัติศาสตร์มาแล้ว 2 ครั้ง 2 ครา เขาก็ยังอยู่มาได้ ถึงบอกว่าเป็นพรรคที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งก็เป็นความจริง ถ้าคุณรีเซตคุณจะรีเซตเขาได้อย่างไร พรรคเก่าแก่เช่นนี้

ส่วนจะกระทบโรดแมปการเลือกตั้งหรือไม่นั้น กระทบแน่นอน ถ้าหากว่ามีเจตนาเพียงแค่นั้น มันก็โอเค ชัดเจนว่าต้องการยื้อต่อไปอีกให้ตัวเองตั้งหลักให้ได้เสียก่อน อาจเป็นอย่างนั้นก็ได้ เพราะตัวเองเป็นพรรคใหม่ เพิ่งประกาศตั้งพรรคมา และประกาศชัดเจนว่าจะสนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรี

ผมเสนอว่า ควรรีเซตคนที่เข้ามาแฝงอยู่ในระบอบการเมือง ถ้าจะรีเซตจริงๆ ควรรีเซตอย่างนั้นมากกว่า คนที่ไม่เชื่อถือในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย แต่พยายามแทรกตัวเข้ามามีตำแหน่งทางการเมือง ผมว่าถ้าจะรีเซตจริงๆ ควรรีเซตคนพวกนี้ทั้งหมด ไม่ควรให้เข้ามาสู่ระบบการเมืองได้เลย


ยุทธพร อิสรชัย
คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

มองว่าการรีเซตนักการเมืองต้องตอบคำถามที่สำคัญเลยว่า มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ปัญหาอะไรบ้าง หากย้อนกลับไปในปัญหาการเมืองไทยก็มีปัญหาใหญ่ๆ อยู่ 2 เรื่อง คือ
1.การรีเซตพรรคการเมืองจะทำให้ความต่อเนื่องของพรรคการเมืองหายไป ทำลายความเข้มแข็งของนักการเมืองลงไปอีก
2.พรรคการเมืองที่ไม่ได้เกิดจากมวลชน ส่งผลให้การตัดสินใจเกิดจากคนไม่กี่กลุ่ม ที่ผ่านมาเราจึงเห็นพรรคเฉพาะกิจเกิดขึ้นโดยผลของกฎหมาย ไม่ได้เกิดขึ้นจากการที่ประชาชนรวมกลุ่มกันจัดตั้งองค์กร หรือพรรคการเมือง เพื่อร่วมกันกำหนดนโยบายและเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการอำนาจรัฐ

หากเราดูแนวคิดการรีเซ็ตพรรคการเมืองกับปัญหาลักษณะของการเมืองไทยทั้ง 2 ส่วน จะเห็นได้ว่าไม่ได้ตอบโจทย์เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ได้เลย จึงไม่เห็นความจำเป็นจะต้องรีเซตพรรคการเมือง

หลายคนอาจบอกว่า การรีเซตพรรคการเมืองหรือแนวคิดรัฐสภาสีขาวจะช่วยลดปัญหาความขัดแย้งต่างๆ ลงได้ เช่น จะทำให้ไม่มี ส.ส.สังกัดพรรค ผมมองว่าเป็นมุมมองในมิติแคบเกินไป เพราะทุกวันนี้ความขัดแย้งเรื่องการเมืองไทยไม่ได้เกิดจากพรรคการเมือง หรือการเมืองในระบบเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยอื่นที่สร้างความขัดแย้ง เช่น ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม จากการที่สังคมไม่มีหลักนิติธรรม สิ่งต่างๆ เหล่านี้ต้องได้รับการแก้ไข

การรีเซตพรรคการเมืองอาจทำให้การเลือกตั้งถูกเลื่อนออกไป เพราะขณะนี้รัฐธรรมนูญปี 2560 ได้ประกาศใช้แล้ว การรีเซตพรรคการเมืองทำให้ต้องมีการแก้รัฐธรรมนูญ และในบางประเด็นอาจต้องจัดทำประชามติด้วย หลายคนมองว่าให้ใช้ทางลัดด้วยมาตรา 44 ได้ไหม ผมมองว่าหากเลือกทางนี้จะทำให้สภาวะรัฐธรรมนูญคู่เป็นปัญหาซับซ้อนเข้าไปอีก ในวันนี้ก็มีข้อวิจารณ์อยู่แล้วว่ามาตรา 265 ในรัฐธรรมนูญปี 2560 ไปรับรองบรรดา คสช.ต่างๆ ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว ปี 2557 เป็นการรับรองมาตรา 44 อยู่แล้ว ถ้าเกิดมีการแก้รัฐธรรมนูญในสภาวะรัฐธรรมนูญคู่อีก ก็จะทำให้เกิดความซับซ้อนและเกิดปมต่างๆ อีกมากมาย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่