JJNY : แกนนำยาง จวกมาตรการรัฐ แค่เหล้าเก่าในขวดใหม่ ทางแก้คือ ไล่ผู้ว่ากยท.และบอร์ด

กระทู้คำถาม
วันที่ 17 ธันวาคม 2560 ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช นายทศพล ขวัญรอด ประธานภาคีเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางและปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย กล่าวถึง แนวทางแก้ไขปัญหาราคายาง 3 มาตรการ เตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี 19 ธันวาคมนี้ว่า คงเป็นเหล้าเก่าในขวดใหม่ ทั้ง 3 มาตรการ พอเปลี่ยนฝ่ายบริหารก็ยกขึ้นมาปัดฝุ่นอีกครั้ง โดยเฉพาะ มาตรการที่ 1 รณรงค์ให้ส่วนราชการใช้ยางที่ผลิตในประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่ชาวสวนยางต่อสู้กันมาตลอด ที่ผ่านมา ใช้งบ 4,500 ล้านบาท เพื่อซื้อยาง 100,000 ตัน เพื่อดูดซับน้ำยางจากเกษตรกร แต่สามารถซื้อได้เพียง 2,800 ตัน คำตอบและเหตุผลในรอบนั้นยังไม่มี ที่สำคัญ รัฐบาลในยุคนั้นไม่ปล่อยเงินลงมาให้หน่วยงาน จึงไม่สามารถซื้อยางได้ รอบนี้ก็คงต้องจับตามองดูกันว่าจะเป็นเหมือนเดิมอีกหรือไม่

ส่วนมาตรการที่ 2 ก็เดิมๆอีก รอบที่แล้วใช้งบเพียง 10,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการยางส่งออก โดยรัฐบาลจะชดเชยดอกเบี้ยตามความเป็นจริงให้ไม่เกินร้อยละ 3 ล้มเหลว พอมารอบนี้เพิ่มเงินเป็น 20,000 ล้านบาท และ มาตรการที่ 3 การช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางโดยตรง แบ่งเป็น เกษตรกรที่ลดเลิกการปลูกยาง (กยท.) จะมีเงินชดเชยให้เกษตรกรเจ้าของสวนยางในอัตรารายละ 4,000 บาท สวนยางมิใช่ปลูกพืชสวนครัว ปลูกพริก มะเขือ ฟันทิ้งปลูกใหม่ กว่าจะโตใช้เวลานาน สิ่งที่สำคัญในวันนี้วิธีการที่แก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด คือ เดิม 1 ไร่ ปลูก 76 ต้น โค่นให้เหลือ 46 ต้น ในร่องยางก็ปลูกพืชที่สามารถเผาเป็นถ่านได้ นำไปขายให้โรงไฟฟ้าชีวมวล หรือปลูกพืชอย่างอื่นแซมขึ้นมา เพื่อสร้างเศรษฐกิจรายได้เสริม ด้วยการน้อมนำเอาศาสตร์พระราชามาใช้ ไม่ใช่เอะอะก็โค่น

นายทศพล กล่าว ทั้ง 3 มาตรการ ก็ล้มเหลวเหมือนเดิม แก้ปัญหาแบบเดิมๆ เมื่อไม่กี่วันไปประเทศจีนกัน กลับมา ผู้ว่า กยท.ไม่ได้มาบอกกล่าวอะไรกันเลย วันนี้จีนเองไม่อยากซื้อยางจาก กยท.ไม่มีความเชื่อมั่น หลอกลวง จีนต้องการซื้อยางโดยตรงจากกลุ่มวิสาหกิจของไทยโดยตรงมากกว่า เพราะในยุทธศาสตร์ของจีนเองขณะนี้ได้ขยายพื้นที่ในการปลูกยาง อีก 5 ปี ความต้องการใช้ยางจะเพิ่มมากขึ้น แต่ประเทศไทยกลับบอกให้โค่นยางทิ้ง คุณโง่หรือเปล่า ฆ่าและทำลายแหล่งทรัพย์ของคนเอง นายกรัฐมนตรีบอกว่า การพัฒนาต้องเริ่มจากส่วนบนลงไปสู่ล่าง ผมถามว่าการสร้างบ้านใครบ้างที่สร้างหลังคาก่อลงฐาน บ้ากันไปใหญ่แล้ว

“ ทุกคนเงียบหลังจากกลับจากจีน ยุทธศาสตร์จีนในปี 61 มีความต้องการใช้ยางเพิ่มอีก 5 แสนตันจากเดิมใช้ 4.5 ล้านตัน และ ปี 2560 จะต้องใช้ยางเพิ่มขึ้นอีก 30% ข้อมูลเหล่านี้ผู้ว่า กยท.มาเรียนให้นายกรัฐมนตรีทราบหรือไม่ บอกว่ายางล้นประเทศ ที่ผ่านมา แล้ง 4 เดือน ท่วม 4 เดือน ตกๆหยุดๆ ตัดยางสัปดาห์ละ 3 วัน ถามว่ายางหายไป ทำไมราคายางยังถูกลง เป็นเพราะมีการทุบราคา จนนำมาสู่การปิดตลาดกลาง 3 แห่ง เพื่อกระทำการบางอย่างที่ไม่ถูกต้องใช้หรือมี”


นายทศพล กล่าว ขอนำเรียนผ่านสื่อมวลชนไปยังนายกรัฐมนตรีที่ท่านต้องการแก้ปัญหายางพาราอย่างเป็นระบบจากต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ สิ่งที่ดีที่สุดคือ แก้ที่คนก่อน เพราะคนเป็นตัวทำให้ป่วยมิใช่ต้นยาง หรือเกษตรกร ผู้ว่า กยท. และ บอร์ด กยท.เท่านั้น และหาคนที่มีความเข้าใจ และ เข้าถึงมาบริหารงาน เพราะชุดที่ผ่านมาเป็นคนไม่มีความรู้ความเข้าใจ บางท่านยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเงิน CESS มาจากไหน เข้าใจว่ามาจากการเก็บภาษีของประชาชน แย่แล้ว เอาคนแบบนี้มาบริหารได้อย่างไรจึงล้มเหลวไม่เป็นท่า ส่งผลไปถึงรัฐบาลทำให้ชาวสวนยางไม่รักนายกรัฐมนตรี อย่ามารบกับชาวสวนยางเลยจะดีกว่า
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่