ประธานสโมสรบอกเป๊ปตั้งแต่เจอกันครั้งแรกว่าไม่ได้สนใจว่าเป๊ปได้กี่ถ้วยก่อนนี้และจากนี้ไป
ตอนนี้ City Football Group (CFG) มีสโมสรอยู่ในเครือข่ายทั้งหมด 6 สโมสร
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในลีกกะลา เป็นเจ้าของเต็ม
นิวยอร์ก ซิตี้ ในเมเจอร์ลีก สหรัฐอเมริกา เป็นเจ้าของเต็ม
เมลเบิร์น ซิตี้ ในเอลีก ออสเตรเลีย เป็นเจ้าของเต็ม
โยโกฮามา เอฟ. มารินอส ในเจลีก ญี่ปุ่น เป็นเจ้าของขณะนี้ 19.95% และกำลังขยายซื้อเพิ่ม
คิโรน่า ในลา ลีกา มีหุ้น 44.3%
อัตเลติโก ตอร์เก ในลีกอุรุกวัย เพิ่งควบกิจการเสร็จสรรพเมื่อเดือนมีนาที่ผ่านมา
ตอนนี้กำลังมองหาทีมในประเทศอาฟริกาใต้ และมีพาร์ทเนอร์อยู่แล้วในกาน่า
มูลค่าทั้งหมดในตอนนี้ตีราคาในทางตลาดได้ถึง 3,000 ล้าน USD จากการที่มีผู้ร่วมทุนจากจีนมาซื้อหุ้น CFG 13% ด้วยเงิน 400 ล้าน USD
CFG วางเป้าว่าจะเป็นเจ้าของ 2 ถึง 3 สโมสรในแต่ละทวีปเพื่อเป็นฐานผลิตนักเตะส่งสำนักงานใหญ่ในเมืองแมนเชสเตอร์
โดยลูกข่ายแชร์ลูกโซ่จะทำหน้าที่เป็นแมวมองคอยหานักเตะในภูมิภาคและภายในทวีป
และนอกจากนี้ยังรับหน้าที่เอานักเตะฝึกหัดไปสะสมประสบการณ์เช่น 4 นักเตะจากอแคดิมีแมนเชสเตอร์ไปลงเล่นในลาลิกาให้เมสซี่สอนบอล
ผลกำไรที่ลงทุนนอกจากจะได้จากการแข่งขันและเงินสปอร์นเซอร์แล้วก็ยังทำเงินได้จากการขายนักเตะ
เฟอร์ราน โซเรียโน ซีอีโอซิตี้ ผู้อยู่เบื้องหลังแผนครองโลกขยายให้ฟังว่า บาร์ซ๋าสโมสรที่เขาเคยเป็นรองประธานอยู่นักเตะมีมูลค่ารวมกันกว่าพันล้าน
แต่ไม่ได้ซื้อมา เป็นผลผลิตโอทอปจาก ลา มาเซีย แหล่งผลิตนักเตะชื่อดังของโลก
มูลค่านักเตะนับวันจะพองตัวขึ้นและไม่มีแนวโน้มว่าฟองสบู่จะแตกเพราะคนยังดูและยอมเสียเงิน มีบ้านขายบ้าน มีรถขายรถ
สโมสรที่ต้องการนักเตะไปเสริมทัพก็ต้องยอมจ่ายเงิน โดยทาง CFG เป็นโรงงานผลิตแบบครบวงจร
ตั้งแต่สอนเด็กเตะบอล เอาไปลงเล่นในลีคของลูกข่ายทั่วโลกตามแต่ความสามารถ ป้อนสำนักงานใหญ่ถ้าสุดยอด ขายออกเมื่อมีกำไร
เช่น อารอน มอย ผลผลิตจากเมลเบิร์น เอามาอังกฤษให้ฮัดเดอร์สฟิลด์ลองใช้งาน ก่อนจะขายขาด 10 ล้านปอนด์
เป็นราคาที่มากกว่าราคาของทั้งสโมสรเมลเบิร์นตอน CFG ซื้อมา 40%
ทำอย่างไรจึงจะผลิตนักเตะในแต่ละแห่งให้หมุนเวียนไปเล่นในเครือข่ายให้ประสบความสำเร็จได้
เหมือนการผลิตเครื่องยนต์ก็ต้องผ่านการวิจัย ผ่านการพิสูจน์ว่าเครื่องเดินดีมีประสิทธิภาพ หลังจากนั้นก็ผลิตอะไหล่ที่ใช้งานกับเครื่องจากหลายแหล่ง
รูปแบบการเล่นโททอลฟุตบอลของเป๊ปผ่านการพิสูจน์แล้วจึงถูกเลือก
อะไหล่ก็คือนักเตะจากโรงงานผลิตแต่ละแห่งที่ต้องไปหาทรัพยากรท้องถิ่นมาลงเป้าหล่อขึ้นรูป
ถ้าดีมากๆก็เอามาใช้งานที่แม่ข่าย ส่วนเกินที่ดีแต่มีดีกว่าแล้วก็ขายออกไปทำกำไร
อุปสรรค
ที่อเมริกายังไม่ประสบความสำเร็จในตอนนี้เพราะคุณภาพท้องถิ่นยังไม่ถึงเกณฑ์ จะเล่นแบบเป๊ปคุณภาพนักเตะต้องดี คงต้องรอนักเตะรุ่นใหม่อีกสักพัก
ถ้าบังเอิญต้องแข่งขันกันเองบนเวทีใหญ่แต่ละทวีปยกตัวอย่างเช่นแชมเปี้ยนลีค
คิโรน่าก็ต้องถูกตัดสิทธิไปตามกฏ แต่ก็ไม่เป็นปัญหาเพราะคิโรน่าไม่มีทางไปถึงระดับนั้น
พอมีนักเตะดีๆเกิด ก็เอากลับมาแมนเชสเตอร์หมด อย่างเก่งก็คงอยู่กลางตารางไปตลอด
อย่างที่ประธานสโมสรบอก ไม่ได้เอาเป๊ปมาเอาถ้วย ก็คือเอามาสร้างเป้าหลอมผลิตนักเตะทั่วโลก
งานของเป๊ปแค่เพิ่งเริ่มต้น หวังว่าจะอยู่สานต่อไปอีกนานแสนนานอย่างน้อยก็ให้ผ่านไปอีกรุ่น
ให้เด็กที่เติบโตจากอแคดิมี ไปเล่นอาชีพประสบความสำเร็จ และเป็นผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จแบบเป๊ป
หลังจากนั้นเป๊ปค่อยวางมือให้เด็กรุ่นต่อไปสานต่อ และสืบสานจากรุ่นไปอีกรุ่น
ปล. ทำไมฉบับย่อมันยาวนัก
ลองอ่านฉบับเต็มเอาแล้วกันครับ
https://www.theguardian.com/news/2017/dec/15/manchester-city-football-group-ferran-soriano?
ซิตี้จะเอาเป๊ปมาครองโลก (ฉบับย่อ)
ตอนนี้ City Football Group (CFG) มีสโมสรอยู่ในเครือข่ายทั้งหมด 6 สโมสร
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในลีกกะลา เป็นเจ้าของเต็ม
นิวยอร์ก ซิตี้ ในเมเจอร์ลีก สหรัฐอเมริกา เป็นเจ้าของเต็ม
เมลเบิร์น ซิตี้ ในเอลีก ออสเตรเลีย เป็นเจ้าของเต็ม
โยโกฮามา เอฟ. มารินอส ในเจลีก ญี่ปุ่น เป็นเจ้าของขณะนี้ 19.95% และกำลังขยายซื้อเพิ่ม
คิโรน่า ในลา ลีกา มีหุ้น 44.3%
อัตเลติโก ตอร์เก ในลีกอุรุกวัย เพิ่งควบกิจการเสร็จสรรพเมื่อเดือนมีนาที่ผ่านมา
ตอนนี้กำลังมองหาทีมในประเทศอาฟริกาใต้ และมีพาร์ทเนอร์อยู่แล้วในกาน่า
มูลค่าทั้งหมดในตอนนี้ตีราคาในทางตลาดได้ถึง 3,000 ล้าน USD จากการที่มีผู้ร่วมทุนจากจีนมาซื้อหุ้น CFG 13% ด้วยเงิน 400 ล้าน USD
CFG วางเป้าว่าจะเป็นเจ้าของ 2 ถึง 3 สโมสรในแต่ละทวีปเพื่อเป็นฐานผลิตนักเตะส่งสำนักงานใหญ่ในเมืองแมนเชสเตอร์
โดยลูกข่ายแชร์ลูกโซ่จะทำหน้าที่เป็นแมวมองคอยหานักเตะในภูมิภาคและภายในทวีป
และนอกจากนี้ยังรับหน้าที่เอานักเตะฝึกหัดไปสะสมประสบการณ์เช่น 4 นักเตะจากอแคดิมีแมนเชสเตอร์ไปลงเล่นในลาลิกาให้เมสซี่สอนบอล
ผลกำไรที่ลงทุนนอกจากจะได้จากการแข่งขันและเงินสปอร์นเซอร์แล้วก็ยังทำเงินได้จากการขายนักเตะ
เฟอร์ราน โซเรียโน ซีอีโอซิตี้ ผู้อยู่เบื้องหลังแผนครองโลกขยายให้ฟังว่า บาร์ซ๋าสโมสรที่เขาเคยเป็นรองประธานอยู่นักเตะมีมูลค่ารวมกันกว่าพันล้าน
แต่ไม่ได้ซื้อมา เป็นผลผลิตโอทอปจาก ลา มาเซีย แหล่งผลิตนักเตะชื่อดังของโลก
มูลค่านักเตะนับวันจะพองตัวขึ้นและไม่มีแนวโน้มว่าฟองสบู่จะแตกเพราะคนยังดูและยอมเสียเงิน มีบ้านขายบ้าน มีรถขายรถ
สโมสรที่ต้องการนักเตะไปเสริมทัพก็ต้องยอมจ่ายเงิน โดยทาง CFG เป็นโรงงานผลิตแบบครบวงจร
ตั้งแต่สอนเด็กเตะบอล เอาไปลงเล่นในลีคของลูกข่ายทั่วโลกตามแต่ความสามารถ ป้อนสำนักงานใหญ่ถ้าสุดยอด ขายออกเมื่อมีกำไร
เช่น อารอน มอย ผลผลิตจากเมลเบิร์น เอามาอังกฤษให้ฮัดเดอร์สฟิลด์ลองใช้งาน ก่อนจะขายขาด 10 ล้านปอนด์
เป็นราคาที่มากกว่าราคาของทั้งสโมสรเมลเบิร์นตอน CFG ซื้อมา 40%
ทำอย่างไรจึงจะผลิตนักเตะในแต่ละแห่งให้หมุนเวียนไปเล่นในเครือข่ายให้ประสบความสำเร็จได้
เหมือนการผลิตเครื่องยนต์ก็ต้องผ่านการวิจัย ผ่านการพิสูจน์ว่าเครื่องเดินดีมีประสิทธิภาพ หลังจากนั้นก็ผลิตอะไหล่ที่ใช้งานกับเครื่องจากหลายแหล่ง
รูปแบบการเล่นโททอลฟุตบอลของเป๊ปผ่านการพิสูจน์แล้วจึงถูกเลือก
อะไหล่ก็คือนักเตะจากโรงงานผลิตแต่ละแห่งที่ต้องไปหาทรัพยากรท้องถิ่นมาลงเป้าหล่อขึ้นรูป
ถ้าดีมากๆก็เอามาใช้งานที่แม่ข่าย ส่วนเกินที่ดีแต่มีดีกว่าแล้วก็ขายออกไปทำกำไร
อุปสรรค
ที่อเมริกายังไม่ประสบความสำเร็จในตอนนี้เพราะคุณภาพท้องถิ่นยังไม่ถึงเกณฑ์ จะเล่นแบบเป๊ปคุณภาพนักเตะต้องดี คงต้องรอนักเตะรุ่นใหม่อีกสักพัก
ถ้าบังเอิญต้องแข่งขันกันเองบนเวทีใหญ่แต่ละทวีปยกตัวอย่างเช่นแชมเปี้ยนลีค
คิโรน่าก็ต้องถูกตัดสิทธิไปตามกฏ แต่ก็ไม่เป็นปัญหาเพราะคิโรน่าไม่มีทางไปถึงระดับนั้น
พอมีนักเตะดีๆเกิด ก็เอากลับมาแมนเชสเตอร์หมด อย่างเก่งก็คงอยู่กลางตารางไปตลอด
อย่างที่ประธานสโมสรบอก ไม่ได้เอาเป๊ปมาเอาถ้วย ก็คือเอามาสร้างเป้าหลอมผลิตนักเตะทั่วโลก
งานของเป๊ปแค่เพิ่งเริ่มต้น หวังว่าจะอยู่สานต่อไปอีกนานแสนนานอย่างน้อยก็ให้ผ่านไปอีกรุ่น
ให้เด็กที่เติบโตจากอแคดิมี ไปเล่นอาชีพประสบความสำเร็จ และเป็นผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จแบบเป๊ป
หลังจากนั้นเป๊ปค่อยวางมือให้เด็กรุ่นต่อไปสานต่อ และสืบสานจากรุ่นไปอีกรุ่น
ปล. ทำไมฉบับย่อมันยาวนัก
ลองอ่านฉบับเต็มเอาแล้วกันครับ https://www.theguardian.com/news/2017/dec/15/manchester-city-football-group-ferran-soriano?