ก็อย่างที่ผมได้ตั้งชื่อกับกระทู้นั้นแหละครับ เหตุผลที่ทำอย่างนี้เพราะผมอยากให้เพื่อนสนิทของผมได้ดี นี่คือเจตนารมณ์ของผมเองผมพยายามบอกให้เขารู้ว่าทำอย่างนี้มันไม่ค่อยโอเคกับคนอื่นเท่าไหร่นะ หัวเราะเสียงดังหรือตะโกนเสียงดังในที่แบบนี้ไม่ดีนะหรือแม้กระทั่งเสื้อหนะรีดหน่อยก็ได้จะมีเตารีดทำไม โดยที่ผมบอกไปก็ไม่ได้ประจานหรือแฉอะไร ผมพยายามบอกเขาในที่ที่เราคุยกันส่วนตัว แต่กลับต่างกันเขาคิดว่าผมทำให้เขากลายเป็นตัวตลกในเพื่อนร่วมชั้น ทำให้เขาดูแย่ ทำให้เขาคิดว่าตัวเขาเองไม่มีอะไรดี จนกระทั่งเขาไปพูดให้คุณครูฟัง แต่เนื้อหามันต่างกัน จนวันถัดมาถึงคาบเรียนครูคนนี้พอดี อาจารย์สอดแทรกความรู้กับคำพูดที่ว่า คนที่ทวงบุญคุณเนี่ยน่ากลัวเนอะ ทั้งๆที่ เขาเนี่ยให้เงินและช่วยเหลือตลอด(ผมขับรถไปส่งเพื่อนทุกวันแต่บ้านอยู่คนละเส้น เช่นสถานศึกษาอยู่ที่กลางเมือง*บ้านเพื่อนเขาต้องเลี๊ยวซ้ายห่างจาก รร อยู่ 7 กม.แต่บ้านผมคือ เลี๊ยวขวาจาก รร ห่างออกไป 12 กม. ซึ่งตอนเลิกเรียนผมไปส่งเพื่อนก่อน 7 กม.และต้องขับจากบ้านเขาไปบ้านตัวเองอีก 19 กม.และเพื่อนผมก็จ่ายค่าน้ำมันรถช่วย)ส่วนช่วยเหลือก็คือบางครั้งผมก็ขับรถไม่ไหวขอพักบ้านเขาบ้านผมไม่มีคอมทำงานก็ต้องเพิ่งบ้านเขาอาจจะกินข้าวบ้านเขาบ้าง.....ผมโดนอาจารย์พูดแล้วจุกเลย จนผมต้องนั่งคิดในคาบเรียนนั้นว่าที่อาจารย์พูดมาก็จริง..ผมรู้สึกว่าผมแย่มาก เจ็บตรงคำว่าบุญคุณสุดใจ ความสัมพันธ์ของผมกับเพื่อน..ผมเคยพูดกับเขาไว้ว่า...หากวันไหนที่เขาทำให้ผมรับไม่ได้จริงๆ คงต้องไม่มีอะไรคุยกันแล้ว และตอนนี้มันก็ใช่มากสำหรับเหตุการณ์นี้ ผมไม่เข้าใจ ความเปนห่วงของผมทำให้เขาคิดว่าผมเอารัดเอาเปรียบ งั้นต่อไปผมจะไม่ขอยุ่งกับชีวิตเขาความเอาใจใส่ของผมอาจทำให้เพื่อนเกลียดผมเองมากขึ้น
ผมควรจะหยุดคุยหรือยุ่งกับเพื่อนคนนี้มั้ยครับ?
เรา...ก้าวก่ายชีวิตเพื่อนมากเกินไป ทำยังไงดีครับ
ผมควรจะหยุดคุยหรือยุ่งกับเพื่อนคนนี้มั้ยครับ?