รีวิวกากๆ.. สิ่งที่ได้รู้เมื่อแบกเป้เที่ยวจีน

*กระทู้นี้เป็นแค่รีวิวเล็กๆ ที่เกิดจากการแบกเป้เที่ยวจีน 2 ครั้ง ในมณฑลยูนาน 10 วัน  และเสฉวน 10 วัน ปี 2559
*กระทู้นี้ไม่มีบอกวิธีการเดินทาง ไม่มีแผนที่ ไม่มีสรุปค่าใช้จ่าย เป็นแค่การบอกเล่า "ประสบการณ์และความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้น"
*กระทู้นี้ถ่ายภาพตามมีตามเกิดด้วยโทรศัพท์มือถือ และกล้องกระป๋อง มีการปรับแสงบ้างเพื่อความสวยงาม


ตอนแรกก็คิดอยู่นานว่าจะเขียนดีมั้ย จะมีคนอ่านหรือเปล่า จะมีคนโหวตให้บ้างมั้ยน้อ ถ่ายรูปก็ไม่สวยอย่างคนอื่นเขา เขียนรีวิวก็ไม่ถนัด ใช้คำพูดกระแทกใจคนรุ่นใหม่ชวนให้คนติดตามไม่เป็นซะด้วย แถมยังขี้เกียจสุดๆ เป็นเหตุให้ดองรีวิวอยู่นานมาก จนมาวันนี้อยู่ๆ ก็อยากรีวิวขึ้นมา บอกกับตัวเองว่าอย่างน้อยไม่มีคนอ่านก็ไม่เป็นไร เราเก็บไว้ดูเองก็ได้ พอเวลาผ่านไปนานๆ การย้อนกลับมาดูภาพ ดูสิ่งที่ตัวเองเขียนไว้ ก็เหมือนเป็นการย้อนดูไดอารีทบทวนความทรงจำ เอาเป็นว่ารีวิวนี้เขียนเป็นข้อๆ ไม่มีการเรียงลำดับใดๆ อยากเขียนอะไรก็เขียนแล้วกันโนะ นี่เคยรีวิวไต้หวันไว้ครั้งนึง มีคนมาเม้นท์ว่ารีวิวไม่ดี และอคติ 55 เอาเป็นว่าใครไม่ชอบข้ามผ่านไปเลยจ้า เราเขียนกระทู้นี้ด้วยความจริงใจ ไม่มีสปอนเซอร์ไม่จำเป็นต้องอวยใคร ชอบคือชอบ ไม่ชอบคือไม่ชอบ


1.    ห้องน้ำตามรร. ห้าง และสถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำ จัดว่าดีได้มาตรฐาน แต่กลิ่นแรง (เคยเจอร้านอาหารดูดีมาก แต่เข้าห้องน้ำแล้วผงะ ก็สะอาดดี แต่เป็นส้วมนั่งยอง ไม่มีประตู มีแค่ฉากกั้นเตี้ยๆ นั่งคุยกันได้)

2.    ห้องน้ำตามสถานีรถบัสและจุดแวะพักรถ พอใช้ได้บ้าง ใช้ไม่ได้บ้าง ต้องลุ้นเอา โดยรวมกลิ่นแรง เฉอะแฉะ และค่อนข้างสกปรก หลายที่ไม่มีประตูกั้น (ถึงมีแต่หลายคนก็ไม่ปิดประตู มั่นใจมาก)

3.    ห้องน้ำตามชานเมือง จุดพักรถนอกเมืองตามป่าเขา ส่วนใหญ่เป็นห้องน้ำในตำนาน ประตูไม่ต้องพูดถึง บางที่ขนาดฉากกั้นยังไม่มี มีแค่รางยาวๆ ให้นั่งเล็งเป้าหมายให้ตรงช่อง น้ำเหรอ ทิชชูว์เหรอ ฝันไปเถอะ (เจอแบบนี้วิ่งเข้าป่า เอาใบไม้เช็ดก้นยังสบายใจกว่า)

4.    คนจีนหาคนพูดอังกฤษยากมาก โดยเฉพาะคนวัย 40 อัพ พอหาได้บ้างในกลุ่มวัยรุ่นหรือวัยทำงานเริ่มต้นที่อยู่ในตัวเมืองหรือสถานที่เที่ยวใหญ่ๆ

5.    เมนูอาหาร และป้ายต่างๆ หาภาษาอังกฤษยาก เมนูก็ไม่ค่อยมีรูปภาพกำกับ ใครมาเที่ยวจีนแล้วได้ภาษาจีนถือว่าได้เปรียบมาก

6.    แถบเสฉวนอะไรๆ ก็ใส่หมาล่า ทั้งปิ้งย่าง ของทอด ก๋วยเตี๋ยว ฮอตพอต แรกๆ ก็อร่อยดีแต่พอกินเยอะๆ แล้วเริ่มเบื่อ เพราะเผ็ดแบบลิ้นชา เผ็ดแบบอารมณ์เสีย เผ็ดแบบมีรสขมติดลิ้น

7.    มาม่าจีนอร่อย ถ้วยนึงประมาณ 5 หยวน รสเค็มๆ เผ็ดๆ ซื้อมากินคู่กับไข่ ผักดอง และเนื้อสัตว์ที่คนจีนชอบแพ็คขายในซองสูญญากาศตามร้านขายของชำทั่วไป

8.    สตาร์บัคเกือบทุกสาขาเน้นตกแต่งแบบจีน หลายแห่งทำเหมือนโรงเตี๊ยม มีความชิคแบบย้อนยุค

9.    เคเอฟซี และแมคโดนัลด์ ไม่ค่อยอร่อย สู้บ้านเราไม่ได้ ไก่ชืดๆ ไม่กรอบ เหมือนทอดทิ้งไว้นาน

10.    ร้านสะดวกซื้อแบบเซเว่น ไม่ได้มีดาษดื่นเหมือนไทยและอีกหลายประเทศ โดยเฉพาะนอกเขตตัวเมืองใหญ่

11.    ของในร้านสะดวกซื้อไม่ค่อยอร่อย เทียบญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน หรือแม้แต่ไทย ไม่ติดเลย หน้าตาก็ไม่ค่อยน่ากิน

12.    ร้านขายของชำหาง่าย แต่ละเจ้าก็ขายเหมือนๆ กัน พวกมาม่า ของแห้ง ผักดอง ไข่ดำ เนื้อสัตว์ เช่น ตีนขาไก่ อัดใส่ซองสูญญากาศ เครื่องดื่มไม่นิยมแช่เย็น หรือบางทีแช่ตู้เย็นแต่ไม่เปิดไฟ

13.    ช้อปปิ้งไม่สนุก ขาช็อปอย่าได้มาเหยียบ ของส่วนใหญ่ก็เหมือนบ้านเรา บ้านเรายังมีหลากหลายน่าช็อปกว่าเยอะ ราคาก็ไม่ถูก แพงกว่าไทยเราอีก อยากช็อปเชิญญี่ปุ่น เกาหลี

14.    โซเชียล ทั้งเฟซบุ๊ค ไอจี ไลน์ ยูทูบ กูเกิ้ล บล็อคเกือบทุกอย่าง จีนใช้สื่อของตัวเอง ใครอยากเล่นต้องเปิดโรมมิ่ง หรือไม่ก็ดาวโหลด VPN จาก ปสก หลายตัวเปิดยาก หลุดง่าย ก่อนไปเทสต์ก่อนดีที่สุด

15.    ค่าเข้าสถานที่เที่ยวแพงมากกก อย่างจิ่วจ้ายโกว ค่าเข้าบวกค่ารถเที่ยวภายในอุทยาน ช่วงไฮซีซั่นปาเข้าไปวันละ 310 หยวน (อย่างตอนเราไปเทียบเงินตกประมาณ 1,600 บาท)

16.    อุทยานแห่งชาติที่ไปมาไม่ให้รถส่วนตัวเข้า ต้องซื้อบัตรโดยสารรถภายในอุทยานเท่านั้น ซึ่งเป็นรถแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (ก็ดีนะ ไม่งั้นคงขับรถสะเปะสะปะอีรุงตุงนังน่าดู)

17.    ทางเดินภายในอุทยานทุกแห่งทำดีมากๆ ทางเดินแข็งแรง ดูแลรักษาดี เดินง่ายสะดวก

18.    ถนนหนทาง พื้นที่สาธารณะ และแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ดูสะอาดเรียบร้อยดีมาก ไม่มีเห็นการขีดเขียน ทำลายธรรมชาติ และแทบไม่เคยเห็นขยะให้รกสายตา มีถังขยะจัดเตรียมตามจุด และมีเจ้าหน้าที่คอยทำความสะอาดตลอด

19.    แท็กซี่มิเตอร์แต่แทบไม่เปิดมิเตอร์ ต้องต่อรองราคา มารยาทยังต้องพัฒนาอีกแยะ

20.    แหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะระดับ 4A 5A คนเยอะมาก รอคิวนานมาก เสาร์อาทิตย์ วันหยุดยาวควรหลีกเลี่ยง เพราะนึกดูคนจีนมีพันกว่าล้าน เวลาไปเที่ยวพร้อมๆ กันมันจะขนาดไหน

21.    การแซงคิว ลัดคิวเป็นเรื่องธรรมดา ต่อแถวอยู่ดีๆ อ้าวมีแถวพิเศษจ้า มาจากไหนไม่รู้กรูกันเบียดกันเข้าไป ไอ้คนยืนรอจนเมื่อยก็รอต่อปายยย ดังนั้นมาจีนต้องสตรอง

22.    ขากยิ้มเป็นเรื่องธรรมดา เดินแป๊บๆ เดี๋ยวเอาละเดี๋ยวขากเดี๋ยวขาก โดยเฉพาะคนรุ่น 30 ปลายๆ ขึ้นไปนี่เจอบ่อย

23.    มารยาทการถ่ายรูป ไม่ต้องแปลกใจถ้าเรายืนถ่ายรูปของเราอยู่ดีๆ จะมีคนมาตัดหน้า หรือมนุษย์จีนขั้นแอดว้านซ์คือจู่ๆ ก็มาสะกิดให้เราหลบ หลบไปๆ ไม่หลบมีโวยวายด้วยนะ เอาซี้

24.    จากที่ไปมาพบว่าคนเฉิงตูดูศิวิไล ดูมีมารยาทมากที่สุด ฉงชิ่งเป็นมหานครแต่ผู้คนยังดูเป็นจีนบ้านๆ ยังไม่ค่อยพัฒนา แต่เฉิงตูผู้คนแต่งตัวดี สะอาดสะอ้าน และมีมารยาทกว่ามาก เวลาเราถ่ายรูปก็ยืนหลบหรือก้มหัว และรู้จักต่อคิว ค่อนข้างเป็นระเบียบ

25.    เคยได้ยินว่าคนจีนปากเหม็น ก่อนไปคิดว่า เอ๊ะ มันจะจริงเหรอ ใครจะปล่อยให้ตัวเองปากเหม็นแล้วมั่นหน้าไปคุยกับคนอื่น พอไปแล้ว เออ เห็นด้วย 55 บอกก่อนว่าเป็นส่วนน้อยมาก แต่ก็เรียกว่าเจอบ่อยเมื่อเทียบกับไป ปท อื่นที่ไม่เคยเจอเลย

26.    เวลาอยู่ใกล้คนจีนรู้สึกมีกลิ่นอับ ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะอากาศหนาวเลยไม่ค่อยอาบน้ำ หรือเพราะไม่ค่อยซักเสื้อผ้า

27.    คนจีนมีน้ำใจก็มีเยอะ โดยเฉพาะตาม ตจว หรือนอกเมืองใหญ่ ดูแล้วไม่ต่างจากคนไทย ดูเขาซื่อๆ และธรรมชาติไม่ปรุงแต่ง เมื่อมองข้ามเรื่องมารยาทสากลไป ก็พบว่าเขาก็มีมารยาทในแบบของเขา และสังคม สิ่งแวดล้อมแตกต่างกัน ถึงแสดงออกมาอย่างนั้น หลายครั้งที่ได้รับน้ำใจจากคนจีน ยังนึกขอบคุณจนถึงทุกวันนี้

28.    คนจีนชอบคนไทย พอบอกไท่กั๋วๆ ก็ดูยินดีต้อนรับ

29.    เวลาเข้าสถานีรถไฟใต้ดิน สถานีรถไฟ หรือสถานีรถบัส มีเจ้าหน้าที่คอยสแกนกระเป๋าทุกอย่างยังกะสนามบิน

30.    ภูมิประเทศหลายส่วนเป็นเทือกเขาสูง คนไทยที่อยู่บนที่ราบต้องปรับตัวเยอะ การเตรียมตัวเป็นสิ่งสำคัญ เมื่ออยู่บนระดับความสูง 3,000 ม.ขึ้นไป ยาไดอะม็อกควรมี จิบน้ำบ่อยๆ เตรียมร่างกายให้พร้อม พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะร่างกายอาจขาดอ๊อกซิเจน ปวดหัว เหนื่อยง่าย และเป็นอันตรายได้

31.    ใบไม้เปลี่ยนสีไม่สวยสู้ญี่ปุ่นหรือเกาหลี ที่นี่สีออกเหลืองๆ อมส้ม ไม่มีสีแดงจัด

32.    มณฑลยูนานตอนบนและมณฑลเสฉวนมีธรรมชาติที่สวยมาก บางมุมนี่ยังกะยุโรป หลายที่คนไทยยังไม่ค่อยนิยม หลายที่รอการพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ

33.    คุนหมิงอากาศดีตลอดปี ไม่หนาว ไม่ร้อนเกินไป

34.    ลีเจียงเป็นเมืองที่สวยงาม ได้ฟีลราวกับอยู่ในหนังจีนกำลังภายในย้อนยุค เช้ากับกลางคืน บรรยากาศแตกต่างกันสิ้นเชิง

35.    จิ่วจ้ายโกวดินแดนเทพนิยาย ก็สวยราวเทพนิยายจริงๆ แหละ ไม่ต้องไปถึงยุโรปก็มาที่นี่แทนได้ (ตอนนี้ปรับปรุงหลังแผ่นดินไหว คาดว่าเปิดกลางปีหน้า)

จบแล้วเนาะรีวิวแบบห้วนๆ ทีนี้ก็มาดูภาพกัน สุ่มเลือกมาเพราะภาพเยอะมาก ย้อนกลับมาดูภาพนี่ถึงกับงง 55 ไม่มีรายละเอียดใดๆ นะครับ
แต่สงสัยตรงไหนยินดีตอบครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่