ฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดที่ทีมชาติอียิปต์ได้โลดแล่นคือเมื่อครั้งปี 1990 ตอนนั้น โมฮัมเม็ด ซาลาห์ ยังไม่ได้อยู่ในท้องแม่ด้วยซ้ำ ใครจะคิด 27 ปีต่อมาจะมีเด็กหนุ่มจากการ์เบีย เมืองเล็ก ๆ ในอียิปต์ จะซัดจุดโทษในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีสุดท้าย พาอียิปต์ไปฟุตบอลโลกได้อีกครั้งในรอบ 27 ปี เด็กหนุ่มคนนั้นมีผมหยิกฟู ไว้หนวดรุงรังแต่ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ชื่อของเขาถูกตั้งตามชื่อของบิดา Salah Ghaly เขาคือ Mohamed Salah
เด็กหนุ่มเริ่มต้นการเล่นฟุตบอลอาชีพด้วยวัยเพียง 14 ปี ในสโมสรเล็กๆในไคโร ที่ El Mokawloon แม้จะเป็นเพียงสโมสรเล็กๆ ในเกมเหย้ามีคนดูเพียงไม่กี่สิบคน แต่ที่นี่ก็เป็นที่ที่แมวมองมาพบเจอกับเขา ซาลาห์ผู้มากพรสวรรค์ หลังจากติดตามฟอร์มของซาลาห์อยู่สักพัก ทีมสเก๊าจึงส่งรายชื่อของซาลาห์ไปที่ FC Basel ที่เป็นพันธมิตรของทีมสเก๊าที่ติดตามซาลาห์อยู่ตอนนั้น (กล่าวคือ สเก๊าที่เจอซาลาห์ไม่ใช่สเก๊าจากสโมสรใดๆ แต่เป็นบริษัทเอเยนต์นักเตะอิสระที่บังเอิญไปเจอเขาในอียิปต์ เพราะซาลาห์อยู่ในทีมที่เล็กมาก และแทบไม่มีออฟฟิสการสเก๊าท์ติ้งของสโมสรดังๆในสาขาที่อียิปต์เลย)
หลังจากนั้น FC Basel ได้เชิญให้ซาลาห์ไปทดสอบฝีเท้าที่สวิสเซอร์แลนด์ และเมื่อการทดสอบสิ้นสุด เมื่อฝีมือเขาเป็นที่ประจักษ์ บาเซิลก็จับซาลาห์วัย 20 เซ็นสัญญาทันทีด้วยสัญญา 5 ปี ตอนนั้นบาเซิลรู้อยู่แล้วว่าคงไม่อาจปิดบังของดีในมือต่อสายตาชาวโลกได้นานนัก แต่พวกเขาก็จะพยายามยื้อไว้อย่างที่สุด แต่บาเซิลคงไม่ได้คิดว่า มันจะเป็นระยะเวลาสั้นๆแค่ปีเดียว

เขาคือจอมสร้างสถิติใน Swiss Super League ไม่ว่าจะเป็นรางวัลอะไร ซาลาห์ก็กวาดเรียบ ปีที่เขาได้เฉิดฉายในสายตาชาวโลกในสวิสเซอร์แลนด์ เขาก็ได้รับโอกาสในการติดธงทีมชาติด้วย ซาลาห์คว้าทั้งรางวัลนักเตะดาวรุ่งแห่งชนชาติอาหรับ UAFA Golden Boy: 2012, รางวัลนักเตะมากพรสวรรค์แห่งอัฟริกา CAF Most Promising Talent of the Year: 2012, นักเตะยอดเยี่ยมแห่งสวิสซุปเปอร์ลีก SAFP Golden Player: 2013 ด้วยสถิติส่วนตัวมากมายเช่นนี้ และผลงานในรับสโมสรและทีมชาติที่น่าตื่นตาตื่นใจ ข้อเสนอมากมายจึงถูกสงถึง เอฟซี บาเซิล พวกเขารู้จักวิธีตั้งรับต่อข้อเสนอต่างๆ ราวกับรู้อยู่แล้วว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้น สโมสรพิจารณาแต่ละดีลอย่างดี ไม่มีทางจะปล่อยซาลาห์ออกจากสโมสรได้ง่ายดายแน่ และหนึ่งในสโมสรที่มาแรงมากในดีลพิชิตใจซาลาห์ในยามนั้นคือ ลิเวอร์พูล จากเกาะอังกฤษนั่นเอง
ซาลาห์เป็นดีลที่เบรนเดน รอดเจอร์หมายตามานาน พวกเขาตามติดชีวิตซาลาห์แบบเที่ยวไล้เทียวขื่ออยู่นาน แต่บาเซิลไม่ได้หมูอย่างที่คิด แม้ซาลาห์จะเปิดเผยในภายหลังว่า เขามีใจต่อลิเวอร์พูลมาก แต่สโมสรต้นสังกัดก็ไม่ทำให้ดีลนี้ง่ายนัก และลิเวอร์พูลเองก็ไม่สายเปย์พอจะทุ่มเงินโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง ทำให้ดีลซาลาห์กับลิเวอร์พูลยืดเยื้ออยู่นาน แม้ใจซาลาห์จะมาแอนฟิลด์ แต่สุดท้ายเขาก็ตัดใจ
"สายจากมูริณโญ่มันเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างไปเลย" มกราคม 2014 ซาลาห์เปิดตัวที่ลอนดอน ในเสื้อสีน้ำเงินของเชลซีที่ราคา 11 ล้านปอนด์ ดูเหมือนเส้นทางที่สวยหรูได้เริ่มต้นสำหรับซาลาห์ ปีกพรสวรรค์จาก Nagrig แต่เราอาจต้องพูดกันเป็นครั้งที่หนึ่งร้อยว่า พรีเมียร์ลีก ไม่ใช่สวรรค์หรือการเริ่มต้นที่สวยหรูเสมอไป
แม้มูรินโญ่จะได้ใจซาลาห์ แต่เขากลับไม่ได้โอกาสในการลงเล่นเป็นตัวจริงเท่าที่เขาคาดหวัง แม้จะจบฤดูกาลแรกกับเชลซีด้วยคะแนนตามมาตรฐานเมื่อเทียบกับจำนวนนัดที่ได้ลงเล่น แต่ระดับของเขามันสูงกว่าการต้องนั่งเป็นตัวสำรอง ในขณะที่ซาลาห์กำลังพยายามปรับตัวและพยายามจะโชว์ศักยภาพให้โค้ชเห็นเพื่อโอกาสในฤดูกาลต่อไป เรื่องงานบนสนามยังไม่ทันเคลียร์ เรื่องงานรับใช้ชาติก็พุ่งเข้ามาแบบไม่ถูกเวลานัก และงานรับใช้ชาติหนนี้มันไม่ใช่การได้สวมเสื้อทีมชาติลงเล่นบนสนามหญ้า แต่เป็นการสวมเสื้อลายพรางเข้ากรมซาลาห์ได้รับหมายเรียกให้กลับไปฝึกทหารรับใช้ชาติตามหน้าที่ที่ชายชาวอียิปต์ทุกคนพึงกระทำ
เดิมทีเขาอาจะต้องกลับไปรับใช้ชาติราวๆ 1-3 ปี แต่ระยะเวลาขนาดนั้นมันนานเกินไปสำหรับนักฟุตบอลที่กำลังรุ่งโรจน์ในอาชีพและโอกาสสำหรับฟุตบอลอียิปต์ด้วย ด้วยความจำเป็นดังกล่าว ประธานาธิบดีอียิปต์จึงยื่นมือเข้ามาสะสางเรื่องนี้ และสุดท้ายซาลาห์ก็ไม่ต้องกลับอียิปต์ไปเป็นทหาร เหมือนเรื่องจะเริ่มเข้าที่เข้าทาง แต่กลับไม่ใช่ที่ลอนดอน
แม้จะเคลียร์เรื่องทหารได้ลุล่วงแต่แผนการพิสูจน์ตัวเองกับเชลซีกลับไม่เป็นไปตามคาดหวัง สุดท้ายกลับไม่มีที่ว่างให้ซาลาห์ในเชลซี เขาถูกปล่อยตัวไปยังแดนมะกะโรนี สวมเสื้อสีม่วงของชาววิโอล่า ฟิออเรนติน่าอ้าแขนต้อนรับเขาไว้ และร่างของปีกพรสวรรค์ก็ได้ประทับอีกครั้งตอนเขาอยู่ที่ฟิออเรนติน่า
ซาลาห์เคยได้รับฉายาจากสื่ออียิปต์ว่า “เมสซี่อียิปต์” (Egyptian Messi) ฉายานี้เลือนหายไปตอนเขาย้ายมาเชลซี แต่เมื่อเขาได้ไปเล่นในซีรีอา สื่ออิตาลียกฉายานี้ขึ้นมาสรรเสริญซาลาห์อีกครั้ง มันมาจากสไตล์การเล่น ทักษะ เทคนิค การจ่ายบอล และการยืนตำแหน่ง นั่นทำให้ฉายานี้ก็ไม่มากเกินไปนักสำหรับซาลาห์ และบรรดาสื่อเองก็พอใจที่ได้เรียกเขาเช่นนั้น
... เส้นทางของราชาแห่งอียิปต์ Mohamed Salah ...
ฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดที่ทีมชาติอียิปต์ได้โลดแล่นคือเมื่อครั้งปี 1990 ตอนนั้น โมฮัมเม็ด ซาลาห์ ยังไม่ได้อยู่ในท้องแม่ด้วยซ้ำ ใครจะคิด 27 ปีต่อมาจะมีเด็กหนุ่มจากการ์เบีย เมืองเล็ก ๆ ในอียิปต์ จะซัดจุดโทษในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีสุดท้าย พาอียิปต์ไปฟุตบอลโลกได้อีกครั้งในรอบ 27 ปี เด็กหนุ่มคนนั้นมีผมหยิกฟู ไว้หนวดรุงรังแต่ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ชื่อของเขาถูกตั้งตามชื่อของบิดา Salah Ghaly เขาคือ Mohamed Salah
เด็กหนุ่มเริ่มต้นการเล่นฟุตบอลอาชีพด้วยวัยเพียง 14 ปี ในสโมสรเล็กๆในไคโร ที่ El Mokawloon แม้จะเป็นเพียงสโมสรเล็กๆ ในเกมเหย้ามีคนดูเพียงไม่กี่สิบคน แต่ที่นี่ก็เป็นที่ที่แมวมองมาพบเจอกับเขา ซาลาห์ผู้มากพรสวรรค์ หลังจากติดตามฟอร์มของซาลาห์อยู่สักพัก ทีมสเก๊าจึงส่งรายชื่อของซาลาห์ไปที่ FC Basel ที่เป็นพันธมิตรของทีมสเก๊าที่ติดตามซาลาห์อยู่ตอนนั้น (กล่าวคือ สเก๊าที่เจอซาลาห์ไม่ใช่สเก๊าจากสโมสรใดๆ แต่เป็นบริษัทเอเยนต์นักเตะอิสระที่บังเอิญไปเจอเขาในอียิปต์ เพราะซาลาห์อยู่ในทีมที่เล็กมาก และแทบไม่มีออฟฟิสการสเก๊าท์ติ้งของสโมสรดังๆในสาขาที่อียิปต์เลย)
หลังจากนั้น FC Basel ได้เชิญให้ซาลาห์ไปทดสอบฝีเท้าที่สวิสเซอร์แลนด์ และเมื่อการทดสอบสิ้นสุด เมื่อฝีมือเขาเป็นที่ประจักษ์ บาเซิลก็จับซาลาห์วัย 20 เซ็นสัญญาทันทีด้วยสัญญา 5 ปี ตอนนั้นบาเซิลรู้อยู่แล้วว่าคงไม่อาจปิดบังของดีในมือต่อสายตาชาวโลกได้นานนัก แต่พวกเขาก็จะพยายามยื้อไว้อย่างที่สุด แต่บาเซิลคงไม่ได้คิดว่า มันจะเป็นระยะเวลาสั้นๆแค่ปีเดียว
เขาคือจอมสร้างสถิติใน Swiss Super League ไม่ว่าจะเป็นรางวัลอะไร ซาลาห์ก็กวาดเรียบ ปีที่เขาได้เฉิดฉายในสายตาชาวโลกในสวิสเซอร์แลนด์ เขาก็ได้รับโอกาสในการติดธงทีมชาติด้วย ซาลาห์คว้าทั้งรางวัลนักเตะดาวรุ่งแห่งชนชาติอาหรับ UAFA Golden Boy: 2012, รางวัลนักเตะมากพรสวรรค์แห่งอัฟริกา CAF Most Promising Talent of the Year: 2012, นักเตะยอดเยี่ยมแห่งสวิสซุปเปอร์ลีก SAFP Golden Player: 2013 ด้วยสถิติส่วนตัวมากมายเช่นนี้ และผลงานในรับสโมสรและทีมชาติที่น่าตื่นตาตื่นใจ ข้อเสนอมากมายจึงถูกสงถึง เอฟซี บาเซิล พวกเขารู้จักวิธีตั้งรับต่อข้อเสนอต่างๆ ราวกับรู้อยู่แล้วว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้น สโมสรพิจารณาแต่ละดีลอย่างดี ไม่มีทางจะปล่อยซาลาห์ออกจากสโมสรได้ง่ายดายแน่ และหนึ่งในสโมสรที่มาแรงมากในดีลพิชิตใจซาลาห์ในยามนั้นคือ ลิเวอร์พูล จากเกาะอังกฤษนั่นเอง
ซาลาห์เป็นดีลที่เบรนเดน รอดเจอร์หมายตามานาน พวกเขาตามติดชีวิตซาลาห์แบบเที่ยวไล้เทียวขื่ออยู่นาน แต่บาเซิลไม่ได้หมูอย่างที่คิด แม้ซาลาห์จะเปิดเผยในภายหลังว่า เขามีใจต่อลิเวอร์พูลมาก แต่สโมสรต้นสังกัดก็ไม่ทำให้ดีลนี้ง่ายนัก และลิเวอร์พูลเองก็ไม่สายเปย์พอจะทุ่มเงินโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง ทำให้ดีลซาลาห์กับลิเวอร์พูลยืดเยื้ออยู่นาน แม้ใจซาลาห์จะมาแอนฟิลด์ แต่สุดท้ายเขาก็ตัดใจ
"สายจากมูริณโญ่มันเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างไปเลย" มกราคม 2014 ซาลาห์เปิดตัวที่ลอนดอน ในเสื้อสีน้ำเงินของเชลซีที่ราคา 11 ล้านปอนด์ ดูเหมือนเส้นทางที่สวยหรูได้เริ่มต้นสำหรับซาลาห์ ปีกพรสวรรค์จาก Nagrig แต่เราอาจต้องพูดกันเป็นครั้งที่หนึ่งร้อยว่า พรีเมียร์ลีก ไม่ใช่สวรรค์หรือการเริ่มต้นที่สวยหรูเสมอไป
แม้มูรินโญ่จะได้ใจซาลาห์ แต่เขากลับไม่ได้โอกาสในการลงเล่นเป็นตัวจริงเท่าที่เขาคาดหวัง แม้จะจบฤดูกาลแรกกับเชลซีด้วยคะแนนตามมาตรฐานเมื่อเทียบกับจำนวนนัดที่ได้ลงเล่น แต่ระดับของเขามันสูงกว่าการต้องนั่งเป็นตัวสำรอง ในขณะที่ซาลาห์กำลังพยายามปรับตัวและพยายามจะโชว์ศักยภาพให้โค้ชเห็นเพื่อโอกาสในฤดูกาลต่อไป เรื่องงานบนสนามยังไม่ทันเคลียร์ เรื่องงานรับใช้ชาติก็พุ่งเข้ามาแบบไม่ถูกเวลานัก และงานรับใช้ชาติหนนี้มันไม่ใช่การได้สวมเสื้อทีมชาติลงเล่นบนสนามหญ้า แต่เป็นการสวมเสื้อลายพรางเข้ากรมซาลาห์ได้รับหมายเรียกให้กลับไปฝึกทหารรับใช้ชาติตามหน้าที่ที่ชายชาวอียิปต์ทุกคนพึงกระทำ
เดิมทีเขาอาจะต้องกลับไปรับใช้ชาติราวๆ 1-3 ปี แต่ระยะเวลาขนาดนั้นมันนานเกินไปสำหรับนักฟุตบอลที่กำลังรุ่งโรจน์ในอาชีพและโอกาสสำหรับฟุตบอลอียิปต์ด้วย ด้วยความจำเป็นดังกล่าว ประธานาธิบดีอียิปต์จึงยื่นมือเข้ามาสะสางเรื่องนี้ และสุดท้ายซาลาห์ก็ไม่ต้องกลับอียิปต์ไปเป็นทหาร เหมือนเรื่องจะเริ่มเข้าที่เข้าทาง แต่กลับไม่ใช่ที่ลอนดอน
แม้จะเคลียร์เรื่องทหารได้ลุล่วงแต่แผนการพิสูจน์ตัวเองกับเชลซีกลับไม่เป็นไปตามคาดหวัง สุดท้ายกลับไม่มีที่ว่างให้ซาลาห์ในเชลซี เขาถูกปล่อยตัวไปยังแดนมะกะโรนี สวมเสื้อสีม่วงของชาววิโอล่า ฟิออเรนติน่าอ้าแขนต้อนรับเขาไว้ และร่างของปีกพรสวรรค์ก็ได้ประทับอีกครั้งตอนเขาอยู่ที่ฟิออเรนติน่า
ซาลาห์เคยได้รับฉายาจากสื่ออียิปต์ว่า “เมสซี่อียิปต์” (Egyptian Messi) ฉายานี้เลือนหายไปตอนเขาย้ายมาเชลซี แต่เมื่อเขาได้ไปเล่นในซีรีอา สื่ออิตาลียกฉายานี้ขึ้นมาสรรเสริญซาลาห์อีกครั้ง มันมาจากสไตล์การเล่น ทักษะ เทคนิค การจ่ายบอล และการยืนตำแหน่ง นั่นทำให้ฉายานี้ก็ไม่มากเกินไปนักสำหรับซาลาห์ และบรรดาสื่อเองก็พอใจที่ได้เรียกเขาเช่นนั้น