เราเป็นคนต่างจังหวัดค่ะ แต่ต้องเดินทางไปอบรมที่กรุงเทพ และต้องพักอยู่กับเพื่อนที่เขาทำงานอยู่แถวเดอะมอล์ท่าพระเป็นเวลาหนึ่งเดือน ด้วยความที่เป็นคนต่างจังหวัดและยังไม่ค่อยรู้เรื่องราวอะไรเลยไม่ได้ออกไปไหนนอกจากอยู่แต่ในห้องค่ะ เพื่อนจะเป็นคนซื้อกับข้าวขึ้นมาให้ทานที่ห้องแทนทุกครั้งเวลาที่มันเลิกงาน เราไปอยู่ตอนแรกประมาณครึ่งเดือนแรกก็ไม่มีปัญหาอะไรนะคะ ปรกติดี จนมาเช้าวันหนึ่งเพื่อนก็ไปซื้อข้าวมาให้ปรกติ แต่แปลกตรงที่วันนั้นมันซื้อข้าว แล้วก็ผลไม้มาถุงหนึ่ง เป็นฝรั่งที่หั่นแล้วใส่เล็กๆถุงหลายๆถุงเหมือนคนเตรียมของใส่บาตร ตอนแรกเราก็ไม่ได้เอะใจอะไรค่ะนึกว่ามันซื้อมาจากตลาด เราก็กินเข้าไปชิ้นหนึ่ง รสชาติมันแปลกๆบอกไม่ถูก ไม่เหมือนฝรั่งแต่กลิ่นเหมือนกินไม้ชื้นๆเข้าไป เราก็เลยถามเพื่อนว่าไปซื้อมาจากไหน เพื่อนเลยบอกไมได้ซื้อ มียายแก่ๆคนหนึ่งแกเอายัดใส่มือให้ แกบอกจะเอาไว้ใส่บาตรตอนเช้าแต่ไปไม่ทันพระ ก็เลยเอาให้เพื่อนเรา ซึ่งเพื่อนเรามันก็เป็นคนขี้สงสารก็ไปรับของยายแกมา ตอนเรากินมันก็ถามเราว่าทำไมมันไม่อร่อยหรอ เราเลยบอกเพื่อนว่ารสชาติเหมือนมันเสียแล้วก็เลยไม่ให้เพื่อนกิน เลยเอาไปทิ้งถังขยะหลังห้อง พอตกเย็นเราก็ร็สึกคลื่นใส้เลยค่ะ อาเจียนน้ำลายเป็นเมือกใสๆประมาณสี่ห้ารอบ ตอนแรกก็คิดว่าตัวเองอาหารเป็นพิษ เลยกะว่าจะเอาฝรั่งที่ทิ้งนั้นไปหาหมอ ปรากฏฝรั่งที่เราทิ้งไปมันแห้งติดถุงเลยค่ะ แห้งแบบเหมือนเอาไปตากแห้งมาซักสามสี่วันทั้งที่ผ่านมาแค่ไม่กี่ชั่วโมง เราก็ถือแบบนั้นแหละไปหาหมอ หมอก็เลยให้แค่ยามากินค่ะ ก็คิดว่าจะหายดีแล้ว นอนได้ซักพักเพื่อนก็บอกว่าเรานอนละเมอ เรียกหาใครก็ไม่รู้ฟังก็ไม่รู้เรื่อง คืนนั้นก็ไม่ได้นอนเลยทั้งคืน แล้วมันก็ยังไม่จบแค่นี้พอตื่นเช้าขึ้นมาเราก็รู้สึกร้อนไปทั้งตัวค่ะ ร้อนมากจนเสื้อผ้าเปียกไปหมด ทั้งที่เพื่อนมันก็บอกอากาศวันนี้ไม่ร้อน แล้วก็หงุดหงิด ทรมาน ยิ่งตกกลางคืนมาอีกยิ่งร้อนมากกว่าปรกติเหมือนไปนอนอังไฟ วันที่สองกับที่สามแขนขาเราแดงหมดเลยค่ะ ตกมาวันที่สี่มันเขียวคล้ำ พอหมดอาทิตย์นึงมันก็ตกสะเก็ด เป็นแค่แขนกับขานะคะตัวไม่เป็น ทั้งๆที่เราก็ไม่ค่อยได้ออกไปไหน อยู่แต่ในห้องทั้งวัน ตอนนั้นรู้สึกทรมานมากค่ะกับอาการแปลกๆ ไปหาหมอสามสี่รอบก็ไม่หาย ยิ่งปรกติเป็นคนที่ไม่เชื่อเรื่องไสยศาสตร์เลยไม่ได้เอะใจเรื่องนี้เลย จนกระทั่งแม่โทรมาหาเราบอกว่าหลวงพ่อบอกให้เรากลับบ้านเดี่ยวนี้ ไม่ให้อยู่ที่นั่นเพราะโดนของจริงๆ และเป็นของสกปรกที่หมอเขมรทำ ตอนนั้นเราแทบพูดไม่ออก ไม่กล้าบอกแม่ว่าเราเป็นอะไร อยากกลับบ้านจนร้องไห้แต่ก็กลับไม่ได้เพราะยังอบรมไม่เสร็จ งานเราก็ทิ้งไปไม่ได้ จนในที่สุดแม่เลยบอกให้ตัดผมกับเล็บตัวเองไปลอยน้ำแล้วไปจุดธูปปักดินหน้าน้ำนั้นหนึ่งดอก สวดตามที่หลวงพ่อบอกทีละประโยค ตอนนั้นขนลุกไปทั้งหัวเลยค่ะ อาทิตย์ต่อมาถึงได้กลับบ้านแล้วไปอาบน้ำมนกับหลวงพ่อที่วัดแถวบ้านทุกวัน กว่าจะหายดีก็เกือบเดือนเลยค่ะ ทุกวันนี้ยังคิดอยู่ไม่หายว่าอารการที่เป็นมันเป็นเพราะอะไรกันแน่ ยอมรับว่าเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ก็ไม่ลบหลู่ ผู้ใหญ่บอกให้ทำอะไรก็ทำ อีกอย่างก็เป็นบทเรียนว่าเราไม่ควรไปรับหรือทานของจากคนแปลกหน้า เพราะบางทีก็ไม่รู้ว่าจะมีอะไรตามมาบ้าง เลยเป็นข้อคิดให้ตัวเองได้ระวังมากขึ้น
ไม่ทราบว่า อาการแบบนี้เรียกว่าโดนของรึเปล่าคะ?