เคยไหม ขับผ่านเส้นทาง สถานที่ ถนน ร้านอาหาร แล้วมักจะนึกถึงคนๆนึงเป็นประจำ..
ผู้หญิงที่รับเราได้ทุกอย่าง ให้อภัยเราบ่อยๆรับได้ถึงแม้ผมจะมีแม่ขี้เมาก็ตามนี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมรักเธอ เราเริ่มต้นจากการคุยกันแค่ไม่กี่คำ ผมก็ลองขอเธอคบ คบกันใหม่ๆก็ตามประสาข้าวใหม่ปลามัน ตัวติดกันถ่ายรูปกันบ่อยๆ ซื้อของซื้อตุ๊กตาเธอชอบไรก็ซื้อให้เอาใจเธอทุกอย่าง เราต่างคนต่างไม่มีอะไรปิดบังกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว หรือเรื่องอะไรเรามักจะมาพูดมาคุยกันตลอด เธอเป็นคนดี ร่าเริง มองโลกในแง่ดี ขยัน ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย เพราะทางบ้านเธอก็ไม่ได้มีฐานะที่ดีอะไร ผมเองก็รู้ดีว่าเธอก็ลำบาก มีไรช่วยได้ผมก็ช่วย คอยไปรับไปส่ง เลี้ยงข้าว แรกๆที่คบกันก็แค่แวะไปหาที่เซเว่น ไปส่งแค่ปากซอยยังไม่ถึงบ้านเพราะเธออาจจะกลัวผมรับไม่ได้ เธออยู่บ้านไม้หลังเก่าๆกับย่าสองคนต้นไม้เต็มหน้าบ้านไปหมด มีต้นมะม่วงต้นใหญ่ปกคลุมหน้าบ้าน ผมไม่เคยรังเกียจเลย เพราะเราสองคนก็ไม่ต้องอะไรต่างมีปัญหาทางบ้านเหมือนกัน แรกๆส่วนใหญ่ก็จะเจอกันแค่ในโรงเรียน ทุกเช้า พักกลางวัน เลิกเรียน หรือโดดเรียนมานั่งอยู่ด้วยกัน ผมได้เงินไปโรงเรียนวันละ 100ผมมักจะแบ่งไว้ให้เธอ 60 บาท ด้วยความที่ว่าอยากแบ่งเบาภาระเธอด้วย และจำได้ว่าเคยมีอาจารย์สอนมาว่า ถ้าจะมีแฟนตอนวัยเรียนเราต้องแบ่งเงินของเราให้เขาใช้เพราะเราเป็นผช. ประมาณว่า ควรแบ่งจากเงินของตัวเองที่พ่อให้มาคือ 100 ให้เธอไว้ 60 เราก็กินแค่ 40 ก็อยู่ได้ แต่เธอแทบไม่ได้ใช้มันเลยเธอให้เหตุผลว่าก็เก็บไว้กินด้วยกัน ใช้ด้วยกัน ไว้ไปไหนมาไหนด้วยกันดีกว่าให้เธอใช้คนเดียว คือฟังแล้วก็รู้สึกดีนะ รักเลยแหละ เวลาเธอเงินเดือนออก เธอก็จะแบ่งเงินมาเลี้ยงหนัง เลี้ยงข้าวผมบ้างในบางครั้ง มาช่วงนึงผมใกล้จะเรียนจบผมเลยไม่ค่อยอยากจะโดดเรียนเท่าไร ผมเลยแนะนำให้เธอเลิกโดดเรียนมาเจอกันได้แล้ว ไว้เจอหลังเลิกเรียนก็ได้ ก็โอเคการเรียนของเราก็ดีขึ้น เกรดเธอดีขึ้นมาก ผมเองก็ดีใจที่เราพากันดี ดีกว่าพากันเสียคำนี้แม่ผมมักพูดประจำ ไม่นานก็พาไปที่บ้านไปเปิดตัว เธออาจจะไม่ใช่คนแรกที่มาบ้านผม แต่เธอเป็นคนแรกที่มาอยู่มาเล่นที่บ้านเป็นประจำ จนที่บ้านผมก็ไม่ได้ว่าอะไร เธอก็มาช่วยดูน้อง เด็กๆมาช่วยขายของ แต่เธอก็มีอายๆบ้าง ช่วงคบกันแรกๆทุกเช้าเธอจะนั่งวินจากบ้านของเธอ มาลงบ้านผมแล้วรอผมแต่งตัวเดินไปเรียนด้วยกันเป็นอะไรที่น่ารักมากผมก็จะออกค่าวินให้ แต่พอผมเริ่มได้รถขับ(เวฟ100) ก็เปลี่ยนเป็นไปรับเธอที่บ้านแทน มาเรียนก็เลิกโดดเรียนมาหากัน เจอกันตอนพักเที่ยง แล้วเลิกเรียนผมก็ไปส่งทำงานบ้าง ไปเล่นที่บ้านผมบ้าง พาไปหาไรกิน แล้วผมก็เริ่มอยากจะรู้จักคนที่บ้านเธอ เธออยู่กับย่าแค่สองคน ผมไม่เคยอายเลยนะ ผมรับได้เหมือนกับที่เธอรับผมได้ จริงๆ แล้วย่าเธอไม่เหมือนคนอื่น เข้ากับคนอื่นยากมาก แต่แปลกที่ย่าแกดัน เข้ากับผมได้ มีอะไรแกจะคุยกับผม ดีกับผมมาก แกมักจะมาบ่นหลานแกให้ฟังบ่อยๆ ให้ผมไปบอกไปสอนมันที ผมก็จะบอกเธอเสมอว่าย่าแก่แล้วรักแกมากๆ จำได้ว่าตอนนั้นผมก็จะเอาใจย่าตลอด ซื้อของไปให้กิน ช่วยเหลือแก แกให้ช่วยไรก็ช่วย เหมือนกับเป็นย่าแท้ๆ ของผมอีกคน พอผมเรียนจบเราก็เรียนกันคนละที่แต่ตอนเช้าผมก็ไปส่งเธอไปโรงเรียน เย็นก็ไปรับเหมือนเดิมตัวยังติดกันเหมือนเดิม ถามว่าเที่ยวบ่อยไหม ไม่คอยเที่ยวแต่เราเน้นหาไรกินกันมากกว่าจากตอนแรกเธอเป็นคนตัวเล็กๆ คบไปคบมาเธอก็เริ่มอ้วนขึ้นๆ ผมชอบนะอวบๆหน่อย คนอื่นจะทักว่าผมเลี้ยงเธอดี ก็จริงเรื่องกินผมไม่หวงกินไปเถอะอยากให้กินของดีๆ อยากให้กินให้อิ่มจะไม่ปล่อยให้อด ผมมักจะซื้อน้ำ น้ำแข็งไว้ให้ตลอด เพราะที่ผ่านมาคงจะลำบากมา ผมอยากให้เธอสบาย ด้วยความที่ผมชอบตามใจเธอ เธอชอบแมวอยากเลี้ยง ส่วนตัวแล้วผมก็ไม่ได้ชอบแมวอะไรในตอนแรก ผมพากันไปหาแมวมาเลี้ยง ได้มาสองตัว ตัวผู้ กับตัวเมีย ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้เลยว่าจะไปเลี้ยงที่ไหนได้ จะมีเวลาเลี้ยงไหม บ้านเธอก็เลี้ยงหมาหนึ่งตัว บ้านผมก็เลี้ยงหมาสองตัว ก็เลยตัดสินใจมาเลี้ยงบ้านผมแล้วกันให้แม่ช่วยดูด้วย ตอนผมกับเธอไปเรียน ก็ยอมโดนบ่นนิดหน่อย เริ่มจากการไปเลี้ยงหลังบ้านข้างบน เลิกเรียนเราก็กลับมาเล่นมาดูทำความสะอาด อยู่ได้สักพักก็เริ่มเกิดปัญหาเรื่องกลิ่น ตรงนั้นจะเป็นที่ตากผ้าด้วย เลยต้องหาที่อยู่ใหม่ย้ายไปอยู่หน้าระเบียงหน้าบ้านได้สักพักก็ปัญหาเรื่องฝน เรื่องกลิ่นลงไปหน้าบ้าน ก็ย้ายลงไปข้างบ้านก็ปัญหาเดิม สักพักก็ย้ายขึ้นมาไว้ในห้องพี่ที่ไม่มีคนอยู่ได้อีกสักพักก็โดนบ่น ว่าทำห้องเหม็น เลยตัดสินใจจะเอาไปไว้บ้านเธอแล้วกัน เธอก็ต้องให้ผมไปขอย่าเธอบอกว่าแมวเธอฝากเลี้ยงไว้ก่อน โกหกว่าเลี้ยงแปปเดียวที่สุดท้ายก็ไปไว้บ้านเธอจนได้ เราก็มักจะหารตังกันซื้ออาหาร ทรายแมว มาจนถึงจุดที่ผมต้องตัดสินใจเลิกเรียนเพราะปัญหาทางบ้าน เธอพาผมเข้าไปทำงานเซเว่นเดียวกับเธอ ทำได้สักพักผมก็คิดว่าบ้านเธอใกล้กับเซเว่นมากกว่าผม และมันอาจจะดีถ้าให้ผมไปอยู่บ้านเดียวกับเธออาจจะช่วยเธอกับย่าได้หลายๆอย่าง แต่ก็กลับไปบ้านตัวเองบ้างไปๆมาๆ เราก็เริ่มสร้างอะไรหลายๆอย่าง ผมเข้าไปอยู่พัดลมเก่าๆตัวเดียวก็คงจะไม่พอแต่เราก็อยู่กันได้นะแต่ผมก็หาใหม่มาให้ ผ้าห่มก็ขนมาจากบ้าน ทีวีก็หาซื้อต่อมา กล่องดิจิตอลก็แลก คสทช. มาฟรีๆไว้ให้เธอมีไรดูมีไรทำที่บ้าน โทรศัพท์ก็หามาให้เสื้อผ้าก็ใช้ด้วยกันบ้างซื้อให้เธอบ้างขาดเหลืออะไรก็ช่วยๆกัน พาไปโน้นนี้ ผมก็บ่นแต่ผมก็ทำ เคยทะเลาะกันผมเคยทิ้งเธอไว้ที่สำโรงให้กลับเอง ผมหนีกลับมาบ้าน สักพักก็คิดได้ตามเคยว่าเราทำแบบนี้ทำไม ผู้หญิงคนนึง ตังก็ไม่มีถ้าเธอเดินกลับมาอันตรายแค่ไหน ผมจึงโทรถามเธอว่ากลับได้มั้ยอยู่ไหนแล้ว เธอนั่งวินกลับมาแล้วให้ผมออกไปจ่ายตังให้ เธอก็นั่งร้องไห้อยู่หน้าบ้านผมก็ง้อตามเดิม นี้แค่ยกตัวอย่างหนึ่งครั้งที่ทำเธอเสียน้ำตา แต่ผมก็รักเธอเหมือนเดิมพาไปกินให้หายโกด อีกเรื่องคือวันครบรอบก็แอบไปเล่นน้ำสงกรานต์วันไหลวันนั้นไปรับเธอที่ทำงานไม่ทันเลยให้พ่อไปรับแทนแล้ว แต่เธอก็โกธรอยู่ดีโกธรมากๆ จนผมต้องพาไปกิน เคเอฟซี ง้อ คือตอนนั้นผมรักเธอมากๆ มีความสุขทุกครั้งที่เห็นเธออิ่ม เธอมีความสุข ดูเหมือนเธอจะเป็นคนเอาแต่ใจนะแต่ผมก็มีความสุขที่ได้ตามใจ คิดดูดีๆแล้วเราก็มักจะผลัดกันดูแล เราอยู่กันแค่สามคนในบ้าน พอผมเริ่มตั้งตัวทำงานมีเงินเดือนเป็นของตัวเอง ก็มีแบ่งให้ทางบ้านผม จ่ายค่าน้ำค่าไฟให้บ้านเธอ แล้วเราก็ใช้ตังด้วยกัน ผมไม่เคยเสียดายเงินที่เสียให้เธอไปเลยนะคือตอนที่ผมนั้นยังไม่มีภาระอะไร จนคิดที่จะเริ่มออกรถใหม่สักคันเป็นของตัวเอง ก็มีภาระเพิ่มขึ้นมาเป็นการผ่อนค่ารถ ถามว่ารักกันมากขนาดนี้เคยทะเลาะกันไหม บ่อยมากนะเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ แต่ส่วนใหญ่เรื่องใหญ่ๆเนี้ยผมจะผิดเองแต่ผมก็ง้อเธอ เธอก็มักจะให้อภัยผมอยู่เป็นประจำ เรื่องผมนอกใจก็มีแต่ก็ตามประสาวัยรุ่น แอบเล่นเฟส คุยกับคนโน้นคนนี้ ประมาณนี้ จนเธอห้ามผมเล่นเฟส แต่ผมก็ยังแอบเล่นนะ เธอก็เช็คโทรศัพท์ เช็คไลน์ จัดได้แล้วจับได้อีก เธอก็ให้อภัย แต่ตรงกันข้ามที่เธอไม่เคยคุยกับใครหรือนอกใจผมเลย บางครั้งผมก็คิดนะว่าเธอดีมาก ผมสิที่แย่มาตลอด จนมาถึงจุดเปลี่ยนที่สุดในชีวิต..มันเริ่มจากการที่ผมนึกสนุกนอกใจเธออีกครั้ง ผมดันไปเจอพนักงานเซเว่นคนนึง ก็ไม่ได้คิดจริงจังอะไรตอนแรก แค่ว่าเออน่ารักดีนะ แต่ด้วยความเป็นวัยรุ่นอยากลอง ก็ให้เพื่อนไปขอเบอร์ จนได้คุยกัน ได้ไปมาหากันบ้างจนวันนึงแฟนผมก็จับได้คาหนังคาเขา คืนนั้นผมทำไรไม่ถูกจริงๆเมื่อแฟนมาถึงที่จับได้ว่าผมแอบมาหากัน ผมคิดไรไม่ออกตัดสินใจหนีงาน หนีทุกอย่าง ไปไกล ตอนนั้นคือทำไรไม่ถูกตัดสินใจไม่ได้ว่าจะทำไงต่อ แต่เวลานั้น คนใหม่โทรมาประมาณว่าอยู่ไหน กลับมาเถอะเขาไม่โกธร ผมก็ดีใจนะ แต่เวลาเดียวกันผมลืมคิดไปหรือป่าวว่าที่แฟนเราไม่โทรมาตาม เพราะเธอกำลังร้องไห้เสียใจในสิ่งที่ผมทำอยู่ มาคิดได้ก็สายไปทุกทีด้วยอารมณ์ตอนนั้นเลยตัดสินใจคุยกับคนใหม่ต่อไป พูดถึงคนใหม่ เอ (นามสมมุติ) เขาก็ดีกับเรานะ ตอนที่เราหยุดงานไม่มีเงินเขาก็เอาเงินมาให้เราใช้ก่อนมันเลยเหมือนเป็นการติดหนี้กัน ผมก็ไม่ชอบอยู่แล้วที่ต้องให้ผู้หญิงมาจ่ายตังให้ผมเลยคิดว่าเราก็ต้องตอบแทนเค้าด้วย เราเลยเหมือนมีอะไรติดค้างกันอยู่ ตอนนั้นผมก็คิดว่าเราคงเลิกกันแล้ว ผมจึงคบกับ เอ ช่วงแรกๆ ก็ปกติ ผมย้ายออกมาจากบ้านเธอ(แฟนเก่า) กลับมาอยู่บ้านตัวเอง ผมแทบไม่คิดถึงแฟนเก่าเลย แต่พอกลับมาทำงานเซเว่นที่แฟนเก่าทำอยู่มันทำให้เราได้คุย ได้พบเจอกัน มันทำให้ผมเริ่มรู้สึก คิดถึงเธอขึ้นมา ผมก็ยังอยากคุยอยากคอยไปรับไปส่งเหมือนเดิมมันทำให้ผม เริ่มลังเลใจ สับสนในความรู้สึก ว่าเรารักใครกันแน่ จนวันนึงวันที่แม่ผมจากไป คนแรกที่ผมคิดถึงมันเป็นความรู้สึกที่เราอยากจะกอดใครสักคนและคนแรกที่ผมนึกถึงคือเธอ แฟนเก่าของผมเอง ผมรีบขับรถทั้งน้ำตาไปกอดเธอแล้วบอกว่าแม่ผมเสียแล้วนะ ไม่กอดเธอไม่ปล่อยร้องไห้ไม่หยุด วินาทีนั้นต้องการใครสักคน เธอเองก็ตกใจไม่น้อยพี่ที่ร้านก็ค่อยๆ มาปลอบถึงตรงนี้ผมก็ยังไม่เลิกสับสนในความรู้สึกว่าผมต้องการใครกันแน่ งานศพแม่ผมก็มาทั้งคู่ แต่วันลอยอังคารผมเลือกที่จะชวนเธอ (แฟนเก่า) ไปลอยอังคารแม่ เพราะผมว่าแม่คงจะชอบ เธอมากกว่า หลังจากนั้นผมก็ยังคุย ยังไม่รับไปส่ง ไปหาบ้างซื้ออาหารแมวทรายแมวไปให้ คือยังไม่เลิกกันขาดสักที ตอนนั้นเองผมเหมือนให้ความหวังเธอว่าผมจะกลับไปแต่ผมก็ยังกลับไปหาเธอไม่ได้สักทีอาจจะด้วยเรื่องของเงิน ที่ยังติดค้างกันอยู่หรืออะไรหลายๆอย่างตอนนั้น มาจนถึงอีกจุดเปลี่ยนนึงที่ทำให้ผมกับเธอ(แฟนเก่า)ต้องห่างกันจิงๆ คือผมเปลี่ยนที่ทำงาน เลยทำให้ผมไม่ได้ไปรับ ไปส่ง ไม่ค่อยได้คุยกันไม่ค่อยได้เจอ คุยทางโทรศัพท์มันก็ไม่สะดวก แต่ผมก็ยังคิดถึงเธออยู่ตลอด ผมเองก็เริ่มรู้ๆมาว่าเธอก็มีคนที่เธอชอบใหม่ ผมก็คิดนะจะเลิกให้ขาดไปเลยไปเลยแต่ในใจลึกๆ ยังเป็นห่วงในทุกๆเรื่องของเธอตลอด ก็ยังถามผ่านเพื่อนๆ พี่ๆ จนมาวันนึงได้ข่าวมาว่าย่าเธอล้มป่วยต้องนอนรพ.รักษาตัวผมไม่ว่างไปดูจริงๆตอนนั้น จนเธอต้องย้ายบ้านไปอยู่ที่ลาดกระ

้งแมวที่เราเลี้ยงด้วยกันมาไว้ นานๆทีเธอจะกลับมาให้อาหารสุดท้ายแมวก็หายไป.... พร้อมกับเธอที่ไม่ได้ติดต่อ
ช่วงนั้นเธอกำลังเรียนมหาลัย ตอนนั้นเธอไม่ค่อยตอบแชทผมแล้วแต่ยังไม่ได้บล็อกเฟสบล็อกไลน์กัน ผมก็เห็นว่าย่าเธอเสียแล้วนะ อยู่วัดนี้เผาวันไหน ผมไปวันแรกไปฟังสวด หลังจากที่ไม่ได้เจอทั้งย่าและเธอนานหลายเดือนก็น้ำตาคลอ ใจมันอยากกอดแต่ทำไมได้เราแค่เพื่อนกัน ขอบอกก่อนว่าวัดที่จัดงานกับบ้านผม มันไกลกันมากคนละจังหวัดเลยด้วยซ้ำแต่ไกลแค่ไหนผมต้องไป ไปอีกทีวันเผาวันนี้แม่เธอบินกลับมาจากเยอรมันด้วย ผมเองเคยเจอแม่เธอแค่ไม่กี่ครั้ง แม่เธอก็ยังดีกับผมเหมือนเดิม เสร็จงานแม่เธอก็พาผมไปเลี้ยง BBQ พาซ่า นั่งกินนั่งคุยกันสามคน แม่ก็บอกว่าให้เป็นเพื่อนกันก็ยังดี ที่ผ่านมาเรื่องดีๆที่ผมทำให้เธอก็เยอะ จะมาตักันแบบนี้ทำไม พอถึงเวลาที่เราต้องจากกันอีกครั้งผมแทบไม่อยากจะละสายตาจากเธอและแม่เลย แต่เราต้องกลับหลังจากวันนั้นมันแย่กว่าที่คิด เมื่อเธอรู้ความจริงว่าผมมีลูกกับเอ แล้ว มันทำให้เธอ บล็อกผมทุกอย่าง ตัดการเชื่อมต่อ ทั้งเฟส ไลน์ ไอจี ทวิตเตอร์ เบอร์โทรศัพท์ ผมก็เข้าใจเธอนะ แต่เธอไม่เข้าใจผมเลย ความจริงคือผมไม่ได้ตั้งใจให้มีลูก ช่วงที่แม่เสียใหม่ๆ ผมคิดนะจะกลับไปคบกับเธอแต่แฟนผม(เอ) ดันบอกว่าท้อง มันเลยทำให้ความคิดที่จะกลับไปหยุดชะงัก ผมปิดบังเรื่อง เอ ท้องกับเธอมาตลอด จนเธอรู้เองและเธอก็ไม่ชอบเธอเลยตัดกับผมจนถึงทุกวันนี้แต่ความคิดถึง มันไม่จบแค่นี้ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ในส่วนลึกผมยังคิดถึงเธอเสมอ ไม่ว่าด้วยในสถานะอะไรผมยังอยากรู้จักเธอ ชีวิตเธอดีอยู่แล้ว อยู่ที่ทำงานใหม่ มีเพื่อนใหม่ สถานที่ใหม่ไม่แปลกที่เธอตัดผมได้ แต่กับผมสิ เส้นทางเดิมๆ ร้านเดิมๆ ถนนเส้นเดิม แล้วยิ่งตอนนี้ผมกลับไปทำพาทไทม์ เซเว่นเดิมที่เราเคยทำด้วยกันแล้วมันอดคิดถึงไม่ได้จิงๆ เคยอยากเจอจนต้องนั่งรถไปหาในที่ๆไกลและเราไม่เคยไปไม่รู้จักเลย รู้แค่ชื่อซอยบ้านเลขที่ นั่งรถผิดๆถูกๆ นั่งไปหลายต่อมาก ผลลัพท์ที่ได้คือ ไม่มีคำพูดสักคำใดๆ
ไม่เด็ดขาดเอง ลังเลใจจนเสียโอกาสไป
ผู้หญิงที่รับเราได้ทุกอย่าง ให้อภัยเราบ่อยๆรับได้ถึงแม้ผมจะมีแม่ขี้เมาก็ตามนี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมรักเธอ เราเริ่มต้นจากการคุยกันแค่ไม่กี่คำ ผมก็ลองขอเธอคบ คบกันใหม่ๆก็ตามประสาข้าวใหม่ปลามัน ตัวติดกันถ่ายรูปกันบ่อยๆ ซื้อของซื้อตุ๊กตาเธอชอบไรก็ซื้อให้เอาใจเธอทุกอย่าง เราต่างคนต่างไม่มีอะไรปิดบังกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว หรือเรื่องอะไรเรามักจะมาพูดมาคุยกันตลอด เธอเป็นคนดี ร่าเริง มองโลกในแง่ดี ขยัน ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย เพราะทางบ้านเธอก็ไม่ได้มีฐานะที่ดีอะไร ผมเองก็รู้ดีว่าเธอก็ลำบาก มีไรช่วยได้ผมก็ช่วย คอยไปรับไปส่ง เลี้ยงข้าว แรกๆที่คบกันก็แค่แวะไปหาที่เซเว่น ไปส่งแค่ปากซอยยังไม่ถึงบ้านเพราะเธออาจจะกลัวผมรับไม่ได้ เธออยู่บ้านไม้หลังเก่าๆกับย่าสองคนต้นไม้เต็มหน้าบ้านไปหมด มีต้นมะม่วงต้นใหญ่ปกคลุมหน้าบ้าน ผมไม่เคยรังเกียจเลย เพราะเราสองคนก็ไม่ต้องอะไรต่างมีปัญหาทางบ้านเหมือนกัน แรกๆส่วนใหญ่ก็จะเจอกันแค่ในโรงเรียน ทุกเช้า พักกลางวัน เลิกเรียน หรือโดดเรียนมานั่งอยู่ด้วยกัน ผมได้เงินไปโรงเรียนวันละ 100ผมมักจะแบ่งไว้ให้เธอ 60 บาท ด้วยความที่ว่าอยากแบ่งเบาภาระเธอด้วย และจำได้ว่าเคยมีอาจารย์สอนมาว่า ถ้าจะมีแฟนตอนวัยเรียนเราต้องแบ่งเงินของเราให้เขาใช้เพราะเราเป็นผช. ประมาณว่า ควรแบ่งจากเงินของตัวเองที่พ่อให้มาคือ 100 ให้เธอไว้ 60 เราก็กินแค่ 40 ก็อยู่ได้ แต่เธอแทบไม่ได้ใช้มันเลยเธอให้เหตุผลว่าก็เก็บไว้กินด้วยกัน ใช้ด้วยกัน ไว้ไปไหนมาไหนด้วยกันดีกว่าให้เธอใช้คนเดียว คือฟังแล้วก็รู้สึกดีนะ รักเลยแหละ เวลาเธอเงินเดือนออก เธอก็จะแบ่งเงินมาเลี้ยงหนัง เลี้ยงข้าวผมบ้างในบางครั้ง มาช่วงนึงผมใกล้จะเรียนจบผมเลยไม่ค่อยอยากจะโดดเรียนเท่าไร ผมเลยแนะนำให้เธอเลิกโดดเรียนมาเจอกันได้แล้ว ไว้เจอหลังเลิกเรียนก็ได้ ก็โอเคการเรียนของเราก็ดีขึ้น เกรดเธอดีขึ้นมาก ผมเองก็ดีใจที่เราพากันดี ดีกว่าพากันเสียคำนี้แม่ผมมักพูดประจำ ไม่นานก็พาไปที่บ้านไปเปิดตัว เธออาจจะไม่ใช่คนแรกที่มาบ้านผม แต่เธอเป็นคนแรกที่มาอยู่มาเล่นที่บ้านเป็นประจำ จนที่บ้านผมก็ไม่ได้ว่าอะไร เธอก็มาช่วยดูน้อง เด็กๆมาช่วยขายของ แต่เธอก็มีอายๆบ้าง ช่วงคบกันแรกๆทุกเช้าเธอจะนั่งวินจากบ้านของเธอ มาลงบ้านผมแล้วรอผมแต่งตัวเดินไปเรียนด้วยกันเป็นอะไรที่น่ารักมากผมก็จะออกค่าวินให้ แต่พอผมเริ่มได้รถขับ(เวฟ100) ก็เปลี่ยนเป็นไปรับเธอที่บ้านแทน มาเรียนก็เลิกโดดเรียนมาหากัน เจอกันตอนพักเที่ยง แล้วเลิกเรียนผมก็ไปส่งทำงานบ้าง ไปเล่นที่บ้านผมบ้าง พาไปหาไรกิน แล้วผมก็เริ่มอยากจะรู้จักคนที่บ้านเธอ เธออยู่กับย่าแค่สองคน ผมไม่เคยอายเลยนะ ผมรับได้เหมือนกับที่เธอรับผมได้ จริงๆ แล้วย่าเธอไม่เหมือนคนอื่น เข้ากับคนอื่นยากมาก แต่แปลกที่ย่าแกดัน เข้ากับผมได้ มีอะไรแกจะคุยกับผม ดีกับผมมาก แกมักจะมาบ่นหลานแกให้ฟังบ่อยๆ ให้ผมไปบอกไปสอนมันที ผมก็จะบอกเธอเสมอว่าย่าแก่แล้วรักแกมากๆ จำได้ว่าตอนนั้นผมก็จะเอาใจย่าตลอด ซื้อของไปให้กิน ช่วยเหลือแก แกให้ช่วยไรก็ช่วย เหมือนกับเป็นย่าแท้ๆ ของผมอีกคน พอผมเรียนจบเราก็เรียนกันคนละที่แต่ตอนเช้าผมก็ไปส่งเธอไปโรงเรียน เย็นก็ไปรับเหมือนเดิมตัวยังติดกันเหมือนเดิม ถามว่าเที่ยวบ่อยไหม ไม่คอยเที่ยวแต่เราเน้นหาไรกินกันมากกว่าจากตอนแรกเธอเป็นคนตัวเล็กๆ คบไปคบมาเธอก็เริ่มอ้วนขึ้นๆ ผมชอบนะอวบๆหน่อย คนอื่นจะทักว่าผมเลี้ยงเธอดี ก็จริงเรื่องกินผมไม่หวงกินไปเถอะอยากให้กินของดีๆ อยากให้กินให้อิ่มจะไม่ปล่อยให้อด ผมมักจะซื้อน้ำ น้ำแข็งไว้ให้ตลอด เพราะที่ผ่านมาคงจะลำบากมา ผมอยากให้เธอสบาย ด้วยความที่ผมชอบตามใจเธอ เธอชอบแมวอยากเลี้ยง ส่วนตัวแล้วผมก็ไม่ได้ชอบแมวอะไรในตอนแรก ผมพากันไปหาแมวมาเลี้ยง ได้มาสองตัว ตัวผู้ กับตัวเมีย ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้เลยว่าจะไปเลี้ยงที่ไหนได้ จะมีเวลาเลี้ยงไหม บ้านเธอก็เลี้ยงหมาหนึ่งตัว บ้านผมก็เลี้ยงหมาสองตัว ก็เลยตัดสินใจมาเลี้ยงบ้านผมแล้วกันให้แม่ช่วยดูด้วย ตอนผมกับเธอไปเรียน ก็ยอมโดนบ่นนิดหน่อย เริ่มจากการไปเลี้ยงหลังบ้านข้างบน เลิกเรียนเราก็กลับมาเล่นมาดูทำความสะอาด อยู่ได้สักพักก็เริ่มเกิดปัญหาเรื่องกลิ่น ตรงนั้นจะเป็นที่ตากผ้าด้วย เลยต้องหาที่อยู่ใหม่ย้ายไปอยู่หน้าระเบียงหน้าบ้านได้สักพักก็ปัญหาเรื่องฝน เรื่องกลิ่นลงไปหน้าบ้าน ก็ย้ายลงไปข้างบ้านก็ปัญหาเดิม สักพักก็ย้ายขึ้นมาไว้ในห้องพี่ที่ไม่มีคนอยู่ได้อีกสักพักก็โดนบ่น ว่าทำห้องเหม็น เลยตัดสินใจจะเอาไปไว้บ้านเธอแล้วกัน เธอก็ต้องให้ผมไปขอย่าเธอบอกว่าแมวเธอฝากเลี้ยงไว้ก่อน โกหกว่าเลี้ยงแปปเดียวที่สุดท้ายก็ไปไว้บ้านเธอจนได้ เราก็มักจะหารตังกันซื้ออาหาร ทรายแมว มาจนถึงจุดที่ผมต้องตัดสินใจเลิกเรียนเพราะปัญหาทางบ้าน เธอพาผมเข้าไปทำงานเซเว่นเดียวกับเธอ ทำได้สักพักผมก็คิดว่าบ้านเธอใกล้กับเซเว่นมากกว่าผม และมันอาจจะดีถ้าให้ผมไปอยู่บ้านเดียวกับเธออาจจะช่วยเธอกับย่าได้หลายๆอย่าง แต่ก็กลับไปบ้านตัวเองบ้างไปๆมาๆ เราก็เริ่มสร้างอะไรหลายๆอย่าง ผมเข้าไปอยู่พัดลมเก่าๆตัวเดียวก็คงจะไม่พอแต่เราก็อยู่กันได้นะแต่ผมก็หาใหม่มาให้ ผ้าห่มก็ขนมาจากบ้าน ทีวีก็หาซื้อต่อมา กล่องดิจิตอลก็แลก คสทช. มาฟรีๆไว้ให้เธอมีไรดูมีไรทำที่บ้าน โทรศัพท์ก็หามาให้เสื้อผ้าก็ใช้ด้วยกันบ้างซื้อให้เธอบ้างขาดเหลืออะไรก็ช่วยๆกัน พาไปโน้นนี้ ผมก็บ่นแต่ผมก็ทำ เคยทะเลาะกันผมเคยทิ้งเธอไว้ที่สำโรงให้กลับเอง ผมหนีกลับมาบ้าน สักพักก็คิดได้ตามเคยว่าเราทำแบบนี้ทำไม ผู้หญิงคนนึง ตังก็ไม่มีถ้าเธอเดินกลับมาอันตรายแค่ไหน ผมจึงโทรถามเธอว่ากลับได้มั้ยอยู่ไหนแล้ว เธอนั่งวินกลับมาแล้วให้ผมออกไปจ่ายตังให้ เธอก็นั่งร้องไห้อยู่หน้าบ้านผมก็ง้อตามเดิม นี้แค่ยกตัวอย่างหนึ่งครั้งที่ทำเธอเสียน้ำตา แต่ผมก็รักเธอเหมือนเดิมพาไปกินให้หายโกด อีกเรื่องคือวันครบรอบก็แอบไปเล่นน้ำสงกรานต์วันไหลวันนั้นไปรับเธอที่ทำงานไม่ทันเลยให้พ่อไปรับแทนแล้ว แต่เธอก็โกธรอยู่ดีโกธรมากๆ จนผมต้องพาไปกิน เคเอฟซี ง้อ คือตอนนั้นผมรักเธอมากๆ มีความสุขทุกครั้งที่เห็นเธออิ่ม เธอมีความสุข ดูเหมือนเธอจะเป็นคนเอาแต่ใจนะแต่ผมก็มีความสุขที่ได้ตามใจ คิดดูดีๆแล้วเราก็มักจะผลัดกันดูแล เราอยู่กันแค่สามคนในบ้าน พอผมเริ่มตั้งตัวทำงานมีเงินเดือนเป็นของตัวเอง ก็มีแบ่งให้ทางบ้านผม จ่ายค่าน้ำค่าไฟให้บ้านเธอ แล้วเราก็ใช้ตังด้วยกัน ผมไม่เคยเสียดายเงินที่เสียให้เธอไปเลยนะคือตอนที่ผมนั้นยังไม่มีภาระอะไร จนคิดที่จะเริ่มออกรถใหม่สักคันเป็นของตัวเอง ก็มีภาระเพิ่มขึ้นมาเป็นการผ่อนค่ารถ ถามว่ารักกันมากขนาดนี้เคยทะเลาะกันไหม บ่อยมากนะเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ แต่ส่วนใหญ่เรื่องใหญ่ๆเนี้ยผมจะผิดเองแต่ผมก็ง้อเธอ เธอก็มักจะให้อภัยผมอยู่เป็นประจำ เรื่องผมนอกใจก็มีแต่ก็ตามประสาวัยรุ่น แอบเล่นเฟส คุยกับคนโน้นคนนี้ ประมาณนี้ จนเธอห้ามผมเล่นเฟส แต่ผมก็ยังแอบเล่นนะ เธอก็เช็คโทรศัพท์ เช็คไลน์ จัดได้แล้วจับได้อีก เธอก็ให้อภัย แต่ตรงกันข้ามที่เธอไม่เคยคุยกับใครหรือนอกใจผมเลย บางครั้งผมก็คิดนะว่าเธอดีมาก ผมสิที่แย่มาตลอด จนมาถึงจุดเปลี่ยนที่สุดในชีวิต..มันเริ่มจากการที่ผมนึกสนุกนอกใจเธออีกครั้ง ผมดันไปเจอพนักงานเซเว่นคนนึง ก็ไม่ได้คิดจริงจังอะไรตอนแรก แค่ว่าเออน่ารักดีนะ แต่ด้วยความเป็นวัยรุ่นอยากลอง ก็ให้เพื่อนไปขอเบอร์ จนได้คุยกัน ได้ไปมาหากันบ้างจนวันนึงแฟนผมก็จับได้คาหนังคาเขา คืนนั้นผมทำไรไม่ถูกจริงๆเมื่อแฟนมาถึงที่จับได้ว่าผมแอบมาหากัน ผมคิดไรไม่ออกตัดสินใจหนีงาน หนีทุกอย่าง ไปไกล ตอนนั้นคือทำไรไม่ถูกตัดสินใจไม่ได้ว่าจะทำไงต่อ แต่เวลานั้น คนใหม่โทรมาประมาณว่าอยู่ไหน กลับมาเถอะเขาไม่โกธร ผมก็ดีใจนะ แต่เวลาเดียวกันผมลืมคิดไปหรือป่าวว่าที่แฟนเราไม่โทรมาตาม เพราะเธอกำลังร้องไห้เสียใจในสิ่งที่ผมทำอยู่ มาคิดได้ก็สายไปทุกทีด้วยอารมณ์ตอนนั้นเลยตัดสินใจคุยกับคนใหม่ต่อไป พูดถึงคนใหม่ เอ (นามสมมุติ) เขาก็ดีกับเรานะ ตอนที่เราหยุดงานไม่มีเงินเขาก็เอาเงินมาให้เราใช้ก่อนมันเลยเหมือนเป็นการติดหนี้กัน ผมก็ไม่ชอบอยู่แล้วที่ต้องให้ผู้หญิงมาจ่ายตังให้ผมเลยคิดว่าเราก็ต้องตอบแทนเค้าด้วย เราเลยเหมือนมีอะไรติดค้างกันอยู่ ตอนนั้นผมก็คิดว่าเราคงเลิกกันแล้ว ผมจึงคบกับ เอ ช่วงแรกๆ ก็ปกติ ผมย้ายออกมาจากบ้านเธอ(แฟนเก่า) กลับมาอยู่บ้านตัวเอง ผมแทบไม่คิดถึงแฟนเก่าเลย แต่พอกลับมาทำงานเซเว่นที่แฟนเก่าทำอยู่มันทำให้เราได้คุย ได้พบเจอกัน มันทำให้ผมเริ่มรู้สึก คิดถึงเธอขึ้นมา ผมก็ยังอยากคุยอยากคอยไปรับไปส่งเหมือนเดิมมันทำให้ผม เริ่มลังเลใจ สับสนในความรู้สึก ว่าเรารักใครกันแน่ จนวันนึงวันที่แม่ผมจากไป คนแรกที่ผมคิดถึงมันเป็นความรู้สึกที่เราอยากจะกอดใครสักคนและคนแรกที่ผมนึกถึงคือเธอ แฟนเก่าของผมเอง ผมรีบขับรถทั้งน้ำตาไปกอดเธอแล้วบอกว่าแม่ผมเสียแล้วนะ ไม่กอดเธอไม่ปล่อยร้องไห้ไม่หยุด วินาทีนั้นต้องการใครสักคน เธอเองก็ตกใจไม่น้อยพี่ที่ร้านก็ค่อยๆ มาปลอบถึงตรงนี้ผมก็ยังไม่เลิกสับสนในความรู้สึกว่าผมต้องการใครกันแน่ งานศพแม่ผมก็มาทั้งคู่ แต่วันลอยอังคารผมเลือกที่จะชวนเธอ (แฟนเก่า) ไปลอยอังคารแม่ เพราะผมว่าแม่คงจะชอบ เธอมากกว่า หลังจากนั้นผมก็ยังคุย ยังไม่รับไปส่ง ไปหาบ้างซื้ออาหารแมวทรายแมวไปให้ คือยังไม่เลิกกันขาดสักที ตอนนั้นเองผมเหมือนให้ความหวังเธอว่าผมจะกลับไปแต่ผมก็ยังกลับไปหาเธอไม่ได้สักทีอาจจะด้วยเรื่องของเงิน ที่ยังติดค้างกันอยู่หรืออะไรหลายๆอย่างตอนนั้น มาจนถึงอีกจุดเปลี่ยนนึงที่ทำให้ผมกับเธอ(แฟนเก่า)ต้องห่างกันจิงๆ คือผมเปลี่ยนที่ทำงาน เลยทำให้ผมไม่ได้ไปรับ ไปส่ง ไม่ค่อยได้คุยกันไม่ค่อยได้เจอ คุยทางโทรศัพท์มันก็ไม่สะดวก แต่ผมก็ยังคิดถึงเธออยู่ตลอด ผมเองก็เริ่มรู้ๆมาว่าเธอก็มีคนที่เธอชอบใหม่ ผมก็คิดนะจะเลิกให้ขาดไปเลยไปเลยแต่ในใจลึกๆ ยังเป็นห่วงในทุกๆเรื่องของเธอตลอด ก็ยังถามผ่านเพื่อนๆ พี่ๆ จนมาวันนึงได้ข่าวมาว่าย่าเธอล้มป่วยต้องนอนรพ.รักษาตัวผมไม่ว่างไปดูจริงๆตอนนั้น จนเธอต้องย้ายบ้านไปอยู่ที่ลาดกระ
ช่วงนั้นเธอกำลังเรียนมหาลัย ตอนนั้นเธอไม่ค่อยตอบแชทผมแล้วแต่ยังไม่ได้บล็อกเฟสบล็อกไลน์กัน ผมก็เห็นว่าย่าเธอเสียแล้วนะ อยู่วัดนี้เผาวันไหน ผมไปวันแรกไปฟังสวด หลังจากที่ไม่ได้เจอทั้งย่าและเธอนานหลายเดือนก็น้ำตาคลอ ใจมันอยากกอดแต่ทำไมได้เราแค่เพื่อนกัน ขอบอกก่อนว่าวัดที่จัดงานกับบ้านผม มันไกลกันมากคนละจังหวัดเลยด้วยซ้ำแต่ไกลแค่ไหนผมต้องไป ไปอีกทีวันเผาวันนี้แม่เธอบินกลับมาจากเยอรมันด้วย ผมเองเคยเจอแม่เธอแค่ไม่กี่ครั้ง แม่เธอก็ยังดีกับผมเหมือนเดิม เสร็จงานแม่เธอก็พาผมไปเลี้ยง BBQ พาซ่า นั่งกินนั่งคุยกันสามคน แม่ก็บอกว่าให้เป็นเพื่อนกันก็ยังดี ที่ผ่านมาเรื่องดีๆที่ผมทำให้เธอก็เยอะ จะมาตักันแบบนี้ทำไม พอถึงเวลาที่เราต้องจากกันอีกครั้งผมแทบไม่อยากจะละสายตาจากเธอและแม่เลย แต่เราต้องกลับหลังจากวันนั้นมันแย่กว่าที่คิด เมื่อเธอรู้ความจริงว่าผมมีลูกกับเอ แล้ว มันทำให้เธอ บล็อกผมทุกอย่าง ตัดการเชื่อมต่อ ทั้งเฟส ไลน์ ไอจี ทวิตเตอร์ เบอร์โทรศัพท์ ผมก็เข้าใจเธอนะ แต่เธอไม่เข้าใจผมเลย ความจริงคือผมไม่ได้ตั้งใจให้มีลูก ช่วงที่แม่เสียใหม่ๆ ผมคิดนะจะกลับไปคบกับเธอแต่แฟนผม(เอ) ดันบอกว่าท้อง มันเลยทำให้ความคิดที่จะกลับไปหยุดชะงัก ผมปิดบังเรื่อง เอ ท้องกับเธอมาตลอด จนเธอรู้เองและเธอก็ไม่ชอบเธอเลยตัดกับผมจนถึงทุกวันนี้แต่ความคิดถึง มันไม่จบแค่นี้ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ในส่วนลึกผมยังคิดถึงเธอเสมอ ไม่ว่าด้วยในสถานะอะไรผมยังอยากรู้จักเธอ ชีวิตเธอดีอยู่แล้ว อยู่ที่ทำงานใหม่ มีเพื่อนใหม่ สถานที่ใหม่ไม่แปลกที่เธอตัดผมได้ แต่กับผมสิ เส้นทางเดิมๆ ร้านเดิมๆ ถนนเส้นเดิม แล้วยิ่งตอนนี้ผมกลับไปทำพาทไทม์ เซเว่นเดิมที่เราเคยทำด้วยกันแล้วมันอดคิดถึงไม่ได้จิงๆ เคยอยากเจอจนต้องนั่งรถไปหาในที่ๆไกลและเราไม่เคยไปไม่รู้จักเลย รู้แค่ชื่อซอยบ้านเลขที่ นั่งรถผิดๆถูกๆ นั่งไปหลายต่อมาก ผลลัพท์ที่ได้คือ ไม่มีคำพูดสักคำใดๆ