ผมเชื่อเเน่ว่า
ถ้าไทยชนะญี่ปุ่น แค่ชนะเด็กอายุน้อยกว่า อวยกันเข้าไป บลาๆ (เห็นเต็มเพจกีฬาต่างๆ)
ถ้าไทยแพ้ญี่ปุ่น อะไรแค่นี้แพ้เด็กเล่นไม่เรื่อง ไม่มีการพัฒนา บลาๆ
เพราะไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรก็จะมีแฟนบอลบางคนจะมีทัศนคติแบบนี้ โดยตั้งธงไว้แล้ว (ฟุตบอลพัฒนา แฟนบอลก็ควรพัฒนาด้วย อย่าย่ำอยู่กับที่!!โดยเฉพาะทัศนคติ)
ที่นี่เอาข้อมูลมาดูกัน
"ค่าเฉลี่ย 11 ตัวจริงอายุนักเตะไทยและญี่ปุ่นเทียบกันจากเกมนัดแรกที่เล่นไปเมื่อวานนี้
ทีมชาติไทย เฉลี่ย อายุ 20.54 ปี
ทีมชาติญี่ปุ่นเฉลี่ย อายุ 19.45 ปี
(การออกสตาร์ท 11 คนแรกเรามีนักเตะอายุไม่เกิน 20 ปีอยู่ 6คน)
ถ้าดูจากเลขเฉลี่ยผมว่ามันไม่น่าจะต้องเป็นอะไรที่ต้องเป็นประเด็นให้ไปตามเหน็บแนมว่าไทยเล่นกับทีมเด็กของญี่ปุ่น
โดยภาพรวมเราเล่นกับญี่ปุ่นได้ดี สิ่งสำคัญที่สุดคือสู้กับญี่ปุ่นแบบที่ไม่กลัวซะก่อน เมื่อไม่กลัวก็เล่นกับญี่ปุ่นได้ตามที่ใจอยากจะเล่น รูปเกมที่จะไปเล่นบีบเล่นเร็วแบบที่ญี่ปุ่นเล่นคงจะยากที่จำทำได้ในช่วงเวลาปัจจุบัน เมื่อฟุตบอลลีกพื้นฐานของบ้านเรายังเล่นกันช้ากว่าลีกญี่ปุ่นแบบที่เราเห็นกัน
แต่สิ่งที่เราสู้กับญี่ปุ่นได้คือเรื่องแทคติกและระบบการเล่น ฟุตบอลไม่ได้เป็นโลกของผู้ที่ครองบอลเหนือกว่าหรือเก่งกว่าเสมอไป ทุกๆแผน ทุกๆการเล่นมีวิธีแก้ซึ่งกันและกันเสมอ
เมื่อวานเด็กชุดนี้เล่นกับญี่ปุ่นได้แบบนี้ถือเป็นเรื่องน่าชื่นชม ของให้น้องๆทุกคนรักษามาตรฐานและจำความรู้สึกไม่กลัวญี่ปุ่นแบบนี้ให้ได้ตลอดไปครับ"
บทความโดย คุณธีรยุทธ บัญหนองสา
และแน่นอนชุดนี้ของญี่ปุ่นคือชุดเตรียมโอลิมปิค 2020 ด้วยและเล่นลีกอาชีพประเทศเขาเป็นส่วนใหญ่ ไม่ใช่ทีม อบต.ที่จะมาสวมมาแข่งในนามทีมชาติ ชื่อเสียงเขามี
สุดท้ายแล้วเราควรคุยกันแบบมีเหตุผล ไม่ใช่ใช้แต่ความรู้สึก มีข้อมูลมาอ้างอิงกัน ไม่อวย ไม่ดูถูกชาติตัวเองแล้วรู้สึกเท่ห์
ท้ายที่สุดนัดนี้เห็นอะไร? ญี่ปุ่น U23 จริงๆก็จะมาแนวคล้ายๆกันเพราะญี่ปุ่นระบบจะคล้ายกันหมด(โดยเฉพาะทีมเวิร์คและความมีวินัยของตัวเอง) แต่ความแข็งแกร่งมากกว่า และมีประสบการณ์มากกว่า แต่อย่างน้อยเด็กไทยก็สู้ได้ระดับหนึ่งและมีการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมที่จะเจอกันในชิงแชมป์เอเชีย ชื่นชมทีมงานสต๊าฟโค้ช นักบอล เขาบ้างว่าเขาทำได้ดี ข้อผิดพลาดมีก็แก้ไขให้ดีขึ้นกันต่อไป
เอาข้อมูลมาคุยกัน ! ค่าเฉลี่ยอายุนักเตะไทยและญี่ปุ่น เมื่อวานนี้
ถ้าไทยชนะญี่ปุ่น แค่ชนะเด็กอายุน้อยกว่า อวยกันเข้าไป บลาๆ (เห็นเต็มเพจกีฬาต่างๆ)
ถ้าไทยแพ้ญี่ปุ่น อะไรแค่นี้แพ้เด็กเล่นไม่เรื่อง ไม่มีการพัฒนา บลาๆ
เพราะไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรก็จะมีแฟนบอลบางคนจะมีทัศนคติแบบนี้ โดยตั้งธงไว้แล้ว (ฟุตบอลพัฒนา แฟนบอลก็ควรพัฒนาด้วย อย่าย่ำอยู่กับที่!!โดยเฉพาะทัศนคติ)
ที่นี่เอาข้อมูลมาดูกัน
"ค่าเฉลี่ย 11 ตัวจริงอายุนักเตะไทยและญี่ปุ่นเทียบกันจากเกมนัดแรกที่เล่นไปเมื่อวานนี้
ทีมชาติไทย เฉลี่ย อายุ 20.54 ปี
ทีมชาติญี่ปุ่นเฉลี่ย อายุ 19.45 ปี
(การออกสตาร์ท 11 คนแรกเรามีนักเตะอายุไม่เกิน 20 ปีอยู่ 6คน)
ถ้าดูจากเลขเฉลี่ยผมว่ามันไม่น่าจะต้องเป็นอะไรที่ต้องเป็นประเด็นให้ไปตามเหน็บแนมว่าไทยเล่นกับทีมเด็กของญี่ปุ่น
โดยภาพรวมเราเล่นกับญี่ปุ่นได้ดี สิ่งสำคัญที่สุดคือสู้กับญี่ปุ่นแบบที่ไม่กลัวซะก่อน เมื่อไม่กลัวก็เล่นกับญี่ปุ่นได้ตามที่ใจอยากจะเล่น รูปเกมที่จะไปเล่นบีบเล่นเร็วแบบที่ญี่ปุ่นเล่นคงจะยากที่จำทำได้ในช่วงเวลาปัจจุบัน เมื่อฟุตบอลลีกพื้นฐานของบ้านเรายังเล่นกันช้ากว่าลีกญี่ปุ่นแบบที่เราเห็นกัน
แต่สิ่งที่เราสู้กับญี่ปุ่นได้คือเรื่องแทคติกและระบบการเล่น ฟุตบอลไม่ได้เป็นโลกของผู้ที่ครองบอลเหนือกว่าหรือเก่งกว่าเสมอไป ทุกๆแผน ทุกๆการเล่นมีวิธีแก้ซึ่งกันและกันเสมอ
เมื่อวานเด็กชุดนี้เล่นกับญี่ปุ่นได้แบบนี้ถือเป็นเรื่องน่าชื่นชม ของให้น้องๆทุกคนรักษามาตรฐานและจำความรู้สึกไม่กลัวญี่ปุ่นแบบนี้ให้ได้ตลอดไปครับ"
บทความโดย คุณธีรยุทธ บัญหนองสา
และแน่นอนชุดนี้ของญี่ปุ่นคือชุดเตรียมโอลิมปิค 2020 ด้วยและเล่นลีกอาชีพประเทศเขาเป็นส่วนใหญ่ ไม่ใช่ทีม อบต.ที่จะมาสวมมาแข่งในนามทีมชาติ ชื่อเสียงเขามี
สุดท้ายแล้วเราควรคุยกันแบบมีเหตุผล ไม่ใช่ใช้แต่ความรู้สึก มีข้อมูลมาอ้างอิงกัน ไม่อวย ไม่ดูถูกชาติตัวเองแล้วรู้สึกเท่ห์
ท้ายที่สุดนัดนี้เห็นอะไร? ญี่ปุ่น U23 จริงๆก็จะมาแนวคล้ายๆกันเพราะญี่ปุ่นระบบจะคล้ายกันหมด(โดยเฉพาะทีมเวิร์คและความมีวินัยของตัวเอง) แต่ความแข็งแกร่งมากกว่า และมีประสบการณ์มากกว่า แต่อย่างน้อยเด็กไทยก็สู้ได้ระดับหนึ่งและมีการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมที่จะเจอกันในชิงแชมป์เอเชีย ชื่นชมทีมงานสต๊าฟโค้ช นักบอล เขาบ้างว่าเขาทำได้ดี ข้อผิดพลาดมีก็แก้ไขให้ดีขึ้นกันต่อไป