[CR] "ดอยผ้าห่มปก วันหมอกหนา ฟ้าปิด" ความฟินที่ได้มาโดยไม่ได้ตั้งใจ ^^

ณ วันที่ 6 ธค 2560

….เมื่อวันพุธผมมีธุรด่วนที่เชียงใหม่นิดหน่อย  หลังจากทำธุระเสร็จถ้าจะให้กลับ กทม เลยก็รู้สึกแปลกๆ  เชียงใหม่ใครเค้าไปแค่ 2 วัน  เชียงใหม่นะเฮ้ย!!   ผมก็เลยปรึกษากับแฟนว่าจะเอาไงดี สถานการณ์แบบนี้ มันบีบบังคับให้เราต้องเที่ยวแล้วแหละ....  หากันไปหากันมา ก็มาสรุปกันได้ว่า  ณ เวลานี้เราต้องไป “อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก”  เท่านั้น.... พอตกลงกันได้ ก็ลุยเลย!!!

เรามาทวนภาพรวมคร่าวๆของอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปกกันก่อน  ส่วนรายละเอียดเชิงลึกต่างๆ ไปยังไง ไกลแค่ไหนเด๋วค่อยอธิบายตามรูปละกันเนาะ

….อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก มีหลายฟิล  บางคนมาเจออากาศแจ่มใส บางคนมาเจอฝนตก บางคนมาเจอหมอก...  ส่วนผม มาแล้วเจอหมอกเต็มๆ ไม่มีแดดแม้แต่นิด
….อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก ตั้งอยู่ก้ำกึ่งระหว่างอำเภอฝาง และอำเภอแม่อาย  บางคนจะบอกว่าอยู่แม่อาย  แต่เจ้าหน้าที่อุทยานบอกว่าจริงๆแล้ว อยู่อำเภอฝาง
….อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก ออกจากตัวเมืองเชียงใหม่มาประมาณ 160 กิโลเมตร
….อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก เป็นยอดดอยสูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศไทยที่ความสูง 2,285 เมตร แต่!!!  จุดกางเต้นท์จุดกางเต้นท์กิ่วลม  คือจุดกางเต้นท์ที่สูงสุดในประเทศไทย ที่ความสูง 1,924 เมตร  
….อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก ในตอนเช้า เราต้องตื่นประมาณ ตี 3 ครึ่ง  เพื่อเดินจากจุดกางเต้นท์ ขึ้นไปบนยอดดอย เพื่อดูพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้า  ระยะทางประมาณ 3 กิโลฯ​กว่าๆ (ไป-กลับ เกือบๆ 7 กิโลฯ) รายละเอียดเด๋วเล่าที่รูปนะครับ
….อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก  สามารถเดินทางมาได้ทั้งรถยนต์ส่วนตัว  และรถขนส่งสาธรณะ
….อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก  ทางเจ้าหน้าที่ไม่แนะนำให้นำรถเก๋งขึ้นไป เพราะมีโอกาศติดหล่ม และช่วงล่างพังได้ เนื่องจากเส้นทางบางช่วงยังเป็นลูกรังอยู่  ถ้าอยากเอารถขึ้นไปเอง ควรเป็นรถยกสูง+4WD (แต่ก็มีบางคนไม่เชื่อฟังเจ้าหน้าที่  เก๋งบางคันก็รอดขึ้นไปถึง  บางคันก็พังกลางทาง)
….จุดกางเต้นท์กิ่วลม อุณหภูมิทั้งปี ไม่เคยเกิน 25 องศา
….จุดกางเต้นท์กิ่วลม เลิกปั่นไฟตอน 2 ทุ่ม   หลังจาก 2 ทุ่มทุกอย่างจะมืดสนิท  เพราะฉะนั้นสำคัญมากเรื่องไฟฉาย+ตะเกียง   ห้ามลืมเด็ดขาด ไม่งั้นจะโดนความมืดเข้าครอบงำ
โอเค... เรียกน้ำย่อยเท่านี้ก่อน  เราไปดู detail กันเลยดีกว่า!!!
------------------------------------------------------
**การเดินทางด้วยรถส่วนตัว** จากตัวเมืองเชียงใหม่มาถึงจุดเปลี่ยนรถเป็น 4WD ระยะทางประมาณ   160 km ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง เพราะช่วงที่เลยอำเภอเชียงดาวขึ้นไป ทางจะโค้งเยอะมาก เลยทำความเร็วไม่ค่อยได้เท่าไหร่  
ทางขึ้นจุดกางเต้นท์กิ่วลม จะอยู่บริเวณ อ่างเก็บน้ำห้วยบอน  พิกันตามนี้  19.964694, 99.196956 เอาไปเสริชใน Google maps แล้วไปตามทางได้เลย
การติดต่อจ้างรถ 4wd สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ อุทยานได้เลยที่เบอร์  089-263-4585, 084-483-4689  รถ 4wd นั่งได้มากสุด 8 คน  ราคา 1,800 บาท
------------------------------------------------------
สำหรับคนที่ไม่มีรถส่วนตัว การเดินทางจากเชียงใหม่-ฝาง  สามารถขึ้นรถบัสหรือรถตู้ได้ที่บริเวณขนส่งช้างเฝือกในอำเภอเมืองเชียงใหม่ เพื่อมาลงที่ขนส่ง อ.ฝาง
รถบัสใช้เวลาประมาณ 3.20 ชั่วโมง  
รถตู้ใช้เวลาประมาณ  3 ชั่วโมง
โดยทั้ง 2 แบบจะมีการจอดพักรถ ประมาณ 10 นาทีที่ท่ารถเชียงดาว
ส่วนเรื่องราคาและรายละเอียดอื่นๆ สามารถโทรสอบถามได้ที่ 053-215604, 053-211577, 053-218627
หรือดูข้อมูลได้ที่ website  http://www.yanyonnakornchiangmai.com/index.php
พอมาถึงที่ขนส่ง อ.ฝาง ก็หารถเหมาต่อไปที่ อ่างเก็บน้ำห้วยบอน  อีกประมาณ 8 กิโลฯ
การติดต่อจ้างรถ 4wd สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ อุทยานได้เลยที่เบอร์  089-263-4585, 084-483-4689  รถ 4wd นั่งได้มากสุด 8 คน  ราคา 1,800 บาท
------------------------------------------------------
ขึ้นไปถึงจุดกางเต้นท์ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง  ทางขึ้นมีทั้งลูกรัง-คอนกรีตสลับกันไป จนท อุทยานบอกว่า อีกไม่เกิน 2 ปีก็น่าจะเป็น คอนกรีตหมดแล้ว  ถ้าเป็นคอนกรีตหมดก็สามารถอยู่รถเก๋งขึ้นไปเองได้
------------------------------------------------------
มีจุดให้พักชมวิว บางเป็นระยะๆ ลงไปดูวิว ถ่ายรูปเล่นบ้างไรบ้าง
------------------------------------------------------
ลานจอดรถ รองรับได้มากสุดไม่เกิน 100 คัน ....  จนท บอกว่า บนจุดกางเต้นท์กับด่านจะคุยกันตลอด  ถ้า 100 คันแล้ว จะปิดด่านไม่ให้ขึ้นทันที  ทางที่ดี ก็โทรไปสอบถามข้อมูลก่อน จะได้ไม่เสียเที่ยวครับ
------------------------------------------------------
ถึงแล้ววววว เป็นไงละ หมอกทั้งนั้น 5555555
------------------------------------------------------
สำหรับใครที่ไม่ได้พกเต้นท์มาเอง... แบบผม  ทางอุทยานก็มีเต้นท์บริการให้ ในราคาย่อมเยา 225 บาท เป็นเต้นท์ขนาด 3 คนนอน และราคา 200 บาท สำหรับ 2 คนนอน..
แต่ผมไป 2 คน เจ้าหน้าที่ก็แนะนำว่า เช่าเต้น 3 คนไปเลย สบายกว่ากันเยอะ..  ซึ่งเป็นอะไรที่จริงมาก 55555

เต้นที่อยู่ริมๆ จะมีก๊อกน้ำใกล้ๆ สามารถเอาไว้ล้างหน้า แปรงฟัน ล้างมือได้เลย สะดวกมากๆ
------------------------------------------------------
ข้างบนมีร้านค้าบริการ กาแฟ,โอวัลติน ชุดละ 20 บาท แล้วก็พวกมาม่าคัฟ โจ๊กคัฟ อะไรง่ายๆพวกนี้  น้ำดื่ม+น้ำแข็งควรเตรียมขึ้นไปเอง
ตรงร้านค้า จะมีน้ำร้อนฟรีบริการตลอด  โดยทางเจ้าหน้าที่ จะต้มใส่กาน้ำร้อนแล้วตั้งไว้หน้าร้าน  ตอนกลางคืนก็สามารถเดินไปเอาได้เลย------------------------------------------------------
ที่นี้เลิกปั่นไฟตอน 2 ทุ่ม   หลังจาก 2 ทุ่มทุกอย่างจะมืดสนิท  เพราะฉะนั้นสำคัญมากเรื่องไฟฉาย+ตะเกียง   ห้ามลืมเด็ดขาด ไม่งั้นจะโดนความมืดเข้าครอบงำ
------------------------------------------------------
และสำหรับใครที่อยากปิ้งย่าง  ทางศูนย์ก็มีให้เช่าเตาถ่าน   50 บาทพร้อมถ่าน 1 ชุด   ถ่านชุดต่อไป ชุดละ 20 บาท ส่วนอุปกรณ์ทั้งหลายแหล  เราต้องเตรียมไปเองนาจาาาาา รวมถึงตะแกรงปิ้งย่างด้วย
------------------------------------------------------
ในตอนเช้าเราต้องตื่นประมาณตี 3 ครึ่ง เพื่อที่จะเดินเข้าป่าทะลุทะลวงความเป็นธรรมชาติเพื่อขึ้นไปถึงยอดดอย ตรงจุดนี้เราต้องจ้างน้องไกด์ไว้ก่อน ตั้งแต่ตอนมาถึงจุดกางเต้นท์ เพื่อให้เป็นคนเดินนำทางให้เราในป่า และช่วยเราถือน้ำ หรือขาตั้งกล้องอะไรพวกนี้  ในราคา 300 บาท  ต่อกรุ๊ป กรุ๊ปละไม่เกิน 8 คน
ระยะทางในการเดินประมาณ 3,000 เมตร กว่าๆ   ช่วง 1,000 เมตรแรกเราจะเจอ ม่อนวัดใจ  ตรงนี้นี้ผมกับแฟนเกือบถอดใจกลับกันแล้ว  เพราะว่า การเดินป่าของที่นี้จะไม่เหมือนที่อื่น  โดยเฉพาะตรงม่อนวัดใจเนี่ย   ความชัน ลองกะคราวๆจากที่ตาเห็นน่าจะประมาณ 45 องศาได้เลย แถมยังเป็นช่วงที่ชันต่อเนื่องกันยาวด้วย แล้วด้วยความที่เป็นป่าดิบชื้น ทำให้พื้นดินที่เดินมันจะมีน้ำเกาะตลอดทำให้ค่อนข้างลื่น
เพราะฉะนั้นรองเท้าสำคัญมาก  และห้ามลืมเด็ดขาดเลยคือไฟฉายและน้ำเปล่าต้องพกติดตัวไปด้วย  คนละขวดใส่ถุงก๊อบแก๊บ แล้วให้น้องไกด์ถือให้ก็ได้
------------------------------------------------------
ถ้าเราเดินโดยไม่พักเลย น้องไกด์บอกว่า จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง  แต่ผมกับแฟนพักบ่อยมาก  หน้าเกือบมืดไปหลายจังหวะอยู่เหมือนกัน  เลยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง  กว่าจะถึงยอดดอย...  
ตอนจังหวะที่เดินอยู่ในป่า อุณหภูมิก็ประมาณ 12-15 องศานะ  แต่เหงือแตก+ร้อนมาก  เพราะการเดินมันทำให้ร่างกายเราอุ่นขึ้น 5555
------------------------------------------------------
มาถึงยอดดอยเวลาประมาณ ตี 5 ครึ่ง  พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นก็นั่งพักเหนื่อย รับอากาศบริสุทธิ์รอไปก่อน
------------------------------------------------------
โดยปกติช่วงนี้พระอาทิตย์จะขึ้นเวลาประมาณ 05.45-06.00   แต่วันที่ผมไปเนี่ย เมฆเยอะเป็นพิเศษ เลยอดเห็นพระอาทิตย์ขึ้น..
…  แต่เราก็ได้เห็นความสวยงามในแบบที่แปลกตาไปอีกแบบนะ ยิ้ม
------------------------------------------------------
ขาลง เราจะเดินกลับทางเดิมที่เราขึ้นมาเมื่อตอนตี 3 เราก็จะได้เห็นแล้ว ว่าทางที่แท้จริงเป็นยังไงบ้าง
.... บางช่วงเป็นหินจะเดินง่ายหน่อย
บางช่วงเป็นดินแฉะๆ
ทางค้อนข้างชัน สังเกตุจากตัวแฟนผมไปจนถึงน้องไกด์
------------------------------------------------------
ลงมาถึงจุดกางเต้นท์ ก็นั่งพักจิบกาแฟร้อนกับอากาศเย็นๆ ก่อนที่จะเก็บของแล้วลงไปอาบน้ำแร่ที่น้ำพุร้อนฝางกันต่อ

เป็นอันเสร็จสิ้นเรียบร้อยสำหรับทริปกางเต้นบนยอดดอยของผม
ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านมาจนจบมากครับ ^^
ติดตามได้ที่ Facebook Fanpage : เปิดวาร์ป https://www.facebook.com/OpenWarpNow
ชื่อสินค้า:   ดอยผ้าห่มปก
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่