ทำงานไกลบ้าน แล้วพ่อแม่ชอบบอกให้ลางานเพื่อจะได้มีเวลากลับบ้านมากขึ้น

ไม่รู้ว่าคนที่ทำงานไกลๆบ้าน เคยเจอแบบนี้ไหม

ปกติเราจะกลับบ้านเฉพาะช่วงที่มีวันหยุด 3 วันขึ้นไป เพราะบ้านเราค่อนข้างอยู่ไกล ถ้านั่งเครื่องบินก็ประมาณ 2 ชม. ถ้านั่งรถทัวร์ก็ประมาณ 12 ชม.

ดังนั้นกลับด้วยเครื่องบินจึงดีกว่า แต่ปัญหาคือต้องจองตั๋วล่วงหน้านานๆ จึงจะได้ราคาถูก แต่เราเป็นคนเปลี่ยนงานบ่อย เปลี่ยนทุกปี แต่ละบริษัทก็มีกำหนดการวันหยุดไม่ค่อยเหมือนกัน ดังนั้นเราจึงไม่สามารถจองตั๋วล่วงหน้านานๆได้ พอเจอตั๋วราคาแพง แล้วมีวันหยุดแค่ 3 วัน เราจึงไม่กลับบ้าน เพราะเห็นว่าไม่คุ้ม ถ้านั่งรถทัวร์ก็จะมีเวลาอยู่บ้านแค่วันเดียว แถมต้องเหนื่อยกับการเดินทางอีก และถึงจะไปด้วยเครื่องบิน แล้วกลับด้วยรถทัวร์ ได้มีเวลาอยู่บ้านเกือบ 2 วัน ก็ยังไม่ค่อยคุ้มเช่นกัน(กับบางคนอาจจะคุ้ม แต่กับคนเงินน้อยอย่างเรานั้นไม่คุ้ม)

ทีนี้พ่อแม่จะชอบขอให้เราลางานเพิ่ม อย่างเช่นถ้าหยุด 3 วัน พ่อแม่จะขอให้ลางาน 1 วันเพื่อเพิ่มวันหยุดเป็น 4 วัน พอวันหยุดช่วงเทศกาลที่หยุด 4 วัน พ่อแม่ก็อยากให้ลาเพิ่มอีก แต่เราก็ไม่ลา เพราะเพิ่งเข้าทำงานได้ไม่นาน ยังอยู่ในช่วงโปร บริษัทไม่อยากให้ลา เราก็ไม่ค่อยกล้าลาเพราะกลัวไม่ผ่านโปร

เราก็อธิบายให้พ่อแม่เข้าใจตามนั้น พ่อแม่ก็ยอมเข้าใจ แต่เดี๋ยวพอจะถึงวันหยุดยาวอีก พ่อแม่ก็จะขอให้ลางานอีก และพ่อเราก็ชอบบ่นๆ ว่าเราทำงานเหมือนพวกพม่า มีสิทธิ์ลาได้แต่ไม่ยอมลา(พ่อเราเป็นเจ้าของธุรกิจเล็กๆ ไม่เคยเป็นลูกจ้าง ก็อาจไม่เข้าใจความรู้สึกของลูกจ้างในเรื่องแบบนี้) ทีลูกน้องของพ่อยังลาได้(ก็ลูกน้องพ่อรับค่าจ้างเป็นรายวัน วันไหนลูกน้องไม่มาทำงาน พ่อก็สามารถทำแทนได้ทุกอย่าง)

บางทีพ่อก็เอาเราไปเปรียบเทียบกับคนข้างบ้านที่ทำงานไกลบ้านเหมือนกัน คนนึงเป็นข้าราชการ เพิ่งเข้าทำงานได้เดือนเดียวก็ลางาน 1 วันในช่วงวันหยุดยาว เพื่อกลับบ้าน (เราเถียงพ่อไปว่า ก็เขาเป็นข้าราชการ เข้าแล้วออกยาก ก็คงลางานได้) ส่วนอีกคนเป็นนักวิจัยระดับด็อกเตอร์ กลับบ้านแทบทุกสัปดาห์ (เรามองว่างานเขามีรายได้สูง จึงกลับบ้านได้บ่อยๆ) พ่อก็คงอยากให้เราทำแบบพวกเขา แต่เราทำไม่ได้ เราไม่ใช่ข้าราชการ และก็ไม่ได้มีรายได้สูง ไม่ใช่ว่าเราไม่อยากกลับบ้าน แต่กลับบ้านครั้งนึงมีค่าใช้จ่ายเดินทางสูง เราก็อยากเก็บเงิน และก็อยากเป็นลูกจ้างที่ได้รับการประเมินให้ผ่านโปร หรือได้รับการประเมินดีๆในช่วงปลายปีด้วยเหมือนกัน บางทีมันก็อดรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจไม่ได้ แค่ทำงานอยู่ห่างไกลครอบครัวก็น่าเศร้าอยู่แล้ว

ใครเจอแบบเราบ้าง แล้วทำยังไงกัน
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่