รีโนเวทห้องจัดเลี้ยงร้านปิ้งย่าง เป็นร้านกาแฟสไตล์ลอฟท์

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวพันทิปทุกคนค่ะ เนื่องจากกระทู้นี้เป็นกระทู้แรกที่เขียน เพราะตั้งใจตั้งแต่แรกว่าเมื่อร้านเสร็จจะขอรีวิวการรีโนเวทปรับห้องจัดเลี้ยงร้านปิ้งย่าง เป็นร้านกาแฟ ซึ่งไอเดียหลายๆ อย่างก็หาจากเพื่อนๆ ในพันทิปนี่แหละ ดังนั้นจึงคิดว่าเราควรจะรีวิวคืนบ้าง จากวันที่เปิดร้านจนถึงวันที่เขียนกระทู้ก็ผ่านมาปีกว่าล่ะ เพิ่งจะได้มานั่งศึกษาจริงจังว่าเค้าทำกันยังไง 5555 ถ้าผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยนะคะ เพื่อไม่มีปัญหาเราขอปิดชื่อร้าน เนื่องจากงงๆ ว่าสรุปมันเปิดได้ไหม เพราะเห็นบางกระทู้มีชื่อร้าน บางกระทู้ไม่มีชื่อร้าน เลยคิดว่าปิดไปดีกว่า รูปเยอะนิดนึงน๊ะพยายามย่อแล้วแต่ไม่รู้ว่ามันโอเครึยังมือใหม่ 555 ขอเปิดด้วยรูปหน้าร้านนะคะ เป็นรูปจากทางบริษัทออกแบบถ่ายไปลงเฟชเค้าไปแอบเซฟมา อิอิ


เริ่มกันเลยดีกว่า สืบเนื่องจากเราได้เข้าไปเทคโอเวอร์ร้านอาหารปิ้งย่างแห่งหนึ่งแถวๆ ซอยใหญ่ใกล้เรียบด่วนรามอินทรา ซึ่งพื้นที่ค่อนข้างกว้าง หลังจากทำไปสักพักก็เล็งเห็นว่าเรามีห้องจัดเลี้ยงที่ใช้เปิดเฉพาะ เสาร์ - อาทิตย์ ตอนกลางวัน และสังเกตุว่าในซอยนี้มีพนักงานบริษัทอยู่พอสมควร และในซอยยังไม่มีร้านกาแฟจริงจังนอกจากร้านกาแฟที่อยู่ในปั๊ม (ซึ่งผ่านไปปีกว่าละแวกนี้ตอนนี้นับได้ 5-6 ร้าน ไม่รวมในปั๊ม) เลยคิดว่าน่าจะปรับห้องจัดเลี้ยงที่ว่านี้เป็นร้านกาแฟและขายอาหารจานด่วนด้วย ร้านกาแฟจึงเกิดขึ้นด้วยประการฉะนี้

รูปตอนแรก รูปแรกเป็นงานเลี้ยงปีใหม่พนักงานนะคะ เด๋วจะงง 555

เริ่มแรกเลย เนื่องจากเราไม่รู้เลยว่าควรเริ่มยังไง แต่มีคร่าวๆ ในหัวว่า อยากได้ร้านที่ อิฐๆ ดำๆ ไม้ๆ ดูลอฟท์ๆ หน่อย จนได้ไปเห็นเว็บของบริษัทออกแบบนึงงานประมาณที่ชอบซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้าน จึงได้ติดต่อไปและได้แบบคร่าวๆ มาประมาณนี้


ตอนแรกจะให้บริษัทผู้รับเหมามาทำให้ แต่ตี budget มาแล้วร้องไห้หนักมากเกือบจะได้พับโปรเจ็ค เลยลองปรึกษาพี่ที่รู้จักซึ่งเป็นเจ้าของร้านอาหารที่เราเซ้งมานั่นเอง ให้เค้าลองตีราคาให้ โอเคราคามิตรภาพ น่ารักกับกระเป๋าแฟ่บๆ เลยได้พี่เค้ามาช่วยทำให้ คือจริงๆ อยากให้พี่เค้าทำให้แหละ แต่เค้าออกปากก่อน 555 จะบอกว่าการที่ได้พี่เค้ามาทำให้ถือเป็นความโชคดีขั้นสุด เพราะเนื่องจากเราไม่มีความรู้เลย แล้วพี่เค้าทำงานเป็นระบบมาก มีอะไรอยากได้อะไรบอกได้หมด ไม่มีทิ้งงาน ร้านกาแฟนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าพี่เค้าไม่มาช่วยทำ (อาจจะเพราะเวทนา 555)  ทีมช่างเริ่มเข้ามาประมาณพฤษภาคม 59 งานแรกคือรื้อ รื้อ รื้อ และ รื้อ


พอโต๊ะออกแล้วห้องดูโล่งมาก ดูใหญ่ขึ้นมาเลย ตอนมีโต๊ะรู้สึกว่าห้องไม่ใหญ่ขนาดนี้  เนื่องจากห้องค่อนข้างยาวเราเลยคิดว่าเราจะใช้ไม่เต็มพื้นที่ เนื่องจากคิดว่าร้านกาแฟไม่ต้องใหญ่ กะขายขำๆ เลยกั้นส่วนนึงไว้เป็นออฟฟิตด้านหลัง เนื่องจากออฟฟิตเก่าด้านล่างน้ำท่วมตลอด

จากนั้นเป็นงานปรับโครงสร้าง

หลังจากรื้อแล้ว ช่างอีกชุดเริ่มเข้ามาปูกำแพง ซึ่งขั้นตอนนี้ละเมียดมาก ใช้เวลาปูเกือบๆ 2 วีค เห็นช่างใช้เอ็นใสๆ ขึงแล้วค่อยๆ วาง ไปทีละชั้น แต่ออกมาแล้วชอบมาก เป็นแนวสวยงาม ซึ่งตอนหลังเราเอาชื่อร้านและโซฟามาไว้ให้ลูกค้าเป็นจุดถ่ายรูปด้วย กลายเป็นมุมที่ทุกคนมาจะต้องถ่ายรูป ^^ ผนังอีกข้างเป็นยิปซั่มเพื่อปิดส่วนของร้านปิ้งย่างและกาแฟออกจากกัน ซึ่งเหมือนเดิมทาสีดำจะได้ไม่หลุดคอนเซ็ป อิอิ


ผนังตอนเสร็จแล้ว

หลังคา เนื่องจากอยากให้ร้านดูโปร่งเราเลยรื้อฝ้าออกเฉพาะในส่วนร้านกาแฟ  (แต่ในออฟฟิตเก็บไว้เหมือนเดิม) ดังนั้นร้านเราจึงไม่มีฝ้า ตอนแรกเราอยากได้แผ่นหุ้มฉงวนกันความร้อนแต่พี่คนทำบอกว่าพี่ว่าไม่น่าจะเข้า เพราะมันจะดูแว๊บมาก และเนื่องจากด้านบนร้านมีต้นก้ามปูใหญ่มากเลยคิดว่าเราน่าจะได้อนิสงฆ์ในการบังแดดได้ เลยทาสีดำที่กระเบื้องเป็นอันจบ ซึ่งก็ช่วยได้นิดนึงแต่ต้องมาขวัญผวากะกิ่งไม้ที่เปาะแล้วร่วงมากกว่า 555 สุดท้ายเจ้าของที่ต้องมาโค่นกิ่งไม้ให้ เรื่องแอร์เราใช้แอร์เก่าจากห้องจัดเลี้ยงเดิม แต่สภาพคือเยิน เลยคิดว่าพ่นสีดีกว่า กลายเป็นว่าลูกค้ามาแล้วถามเยอะมากว่าแอร์สีดำพ่นเอาหรอ สวยดี

กระจกหน้าร้าน คุยกันว่าเอาเป็นสีชา แต่พอมาจริงๆ มันมืดมาก คนทักเยอะมาก แต่เราก็ไม่เห็นเป็นไรเลยดีออก แต่สังเกตุว่าคนเดินผ่านไปมาแล้วมองชี้ๆ ซุบซิบ แล้วก็เดินเลยไปประมาณว่าร้านอะไรเพราะจากด้านนอกจะมองไม่เห็นภายในร้านเลย แต่จากในร้านมองออกไปชัดมาก แต่เราก็เฉยๆ ดูแนวดี (จริงๆ คือไม่อยากเสียตังค์) จนจุดเปลี่ยนคือตอนลูกค้าเปิดแล้วทำท่าค่อยๆ ชะโงกหน้าเข้ามาในร้าน แบบหวาดกลัว 555 โอเค เปลี่ยนทั้งเซ็ตแล้วย้ายกระจกดำไปติดออฟฟิตแทนเป็นอันจบปัญหา

กระจกหน้าร้านเจ้าปัญหา

เสร็จแล้วทาสี มืดสนิท 555

ตัวประตูเชื่อมจากครัวและร้านที่แบบตอนแรกเป็นแบบเปิดปิดธรรมดา เราขอปรับเป็นรางประตูเลื่อนเข้าเลื่อนออก เสียดายมากตอนแรกสีจะแบบเป็นสีเหมือนไม้พาเลทดิบๆ มาอีกทีพี่ช่างไม่รู้ทาสีทับไปแล้วฮือๆ เลยโอเคเลยตามเลย คิดซะว่าสีใกล้เคียงกะเคาน์เตอร์เนอะ และที่ประตูหน้าเราอยากให้ที่จับเปิดประตูเป็นแบบไม้แล้วตัดสติ๊กเกอร์ร้านมาแปะเท่านี้ก็โอเคล่ะ เค้าเลยทำมาพร้อมกัน ทั้งเคาน์เตอร์ ประตู ชั้นลอยด้านหลัง

ตรงด้านหลังบริเวณซิงค์ล้างแก้ว ตอนแรกคุยกันว่าอยากได้กระเบื้องขาวๆ อันเล็กๆ ยาวๆ ปูสลับ ตอนเค้าไปซื้อเค้าก็ถ่ายรูปมาก็โอเค สรุปกลายเป็นอันใหญ่ คือดูในรูปนึกว่าอันเล็ก โอเคไม่เป็นไร แต่อยากได้อันเล็ก 5555 แล้วจริงๆ อยากให้ปูสลับตามแบบ แล้วช่างปูไปแล้ว แถมยาแนวสีดำ แล้วกระเบื้องตัวนี้เนื้อมี texture เบาๆ ทำให้แอบกินสีของยาแนว เลยสีขมุกขมัว 555 ต้องเอาน้ำยามาเช็ดออก แต่ก็ไม่เนียนเลยต้องปล่อย ตอนแรกชั่งใจมากว่าจะรื้อดีไหม แต่พอดูเงินในกระเป๋าแล้วไม่เป็นไรปล่อยผ่านๆ ไปบ้างก็ได้ อยู่ด้านหลังคงไม่เป็นไร ซึ่งพอใช้งานจริงๆ ก็รู้สึกอืมห์ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่ ดีนะไม่รื้อเปลืองเงิน


ด้านบนเคาน์เตอร์ ตอนออกแบบ มีบอกคนออกแบบว่าอยากได้โครงเหล็กประมาณนี้ห้อยลงมา แต่ทางคนออกแบบบอกว่ากังวลเรื่องโครงสร้าง เราเลยบอกโอเคไม่เป็นไร ช่วยออกแบบให้หน่อย แล้วเราเอาให้พี่รับเหมาทำให้ ซึ่งตรงนี้แร่ะที่ทำให้ร้านเรามันดูไม่โล่งเกิน โครงเหล็กมาแล้วแต่มันเลยเคาน์เตอร์ต้องเอามาตัดออกล็อคนึงเลย ได้พอดี


เอาล่ะเครื่องกาแฟมาแว้วว คือว่าลืมไปหมดแล้วที่เรียนมา เทสต์สูตรๆๆๆ พนักงานร้านปิ้งย่างนี่แหละเหยื่อ 5555 เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวเริ่มทยอยเข้า โต๊ะเก้าอี้ ชั้น เริ่มจัดร้านอย่างจริงจัง ร้านเราเปิดขายประมาณต้นเดือน สิงหาคม 2559  หลังจากขายไปสักพักสังเกตุว่าเก้าอี้ไม้ที่สั่งมามันเล็กแล้วเหมือนเค้าไม่ได้ลบเหลี่ยมให้พอนั่งแล้วแอบไม่สบายเลย ดูลูกค้าไม่ค่อยแฮปปี้ ซึ่งเก้าอี้ของล็อตแรกสรุปขายหมด สุดท้ายต้องเปลี่ยนใหม่เป็นเก้าอี้เหล็กได้มาตอนลดราคาที่อิมแพคนั่งสบายมาก


จากนั้นตกแต่งด้วยต้นไม้ ซึ่งได้พี่คนที่เป็นกราฟฟิกร้านปิ้งย่างมาช่วยดูแลให้ รอบแรกออกมา เรารู้สึกมันบางๆ ไปนิดนึง แล้วมันดูไม่ค่อยลอฟท์ เลยคุยกะพี่เค้าว่าอยากได้แน่นกว่านี้ค่ะ พี่เค้าก็น่ารักมากเข้ามาปรับให้  ซึ่งต้นไม้ที่เค้าเอามาแต่งให้คือดีมาก ตั้งแต่เปิดร้าน จนถึงวันนี้ยังมีคนคิดว่าเป็นต้นไม้จริงอยู่เลย 5555 ผนังอีกด้าน ทำง่ายๆ ทาสี แล้วติดตระแกรงไว้ห้อยเมนู ต้นไม้ ของตกแต่ง

ติดตั้งป้าย ทั้งนอกและใน

กันสาด ซึ่งตอนแรกที่กันสาดเราอยากสกรีนชื่อร้านไปด้วย เกร๋ๆ แต่ร้านที่ทำแนะนำว่าให้ตัดสติ๊กเกอร์มาแปะถูกกว่า สบายเลย สวยและถูก อิอิ ตรงรั้วเรามีให้เค้าขึงลวดทำรั้วให้ด้วย เอาง่าย ๆ ประหยัด ตังค์เริ่มหมด 555

พร้อมเปิดล่ะ เราเริ่มขายต้นเดือน สิงหาคม 59 จนตอนนี้ก็ปีกว่าแล้ว


และนี้คือสภาพปัจจุบัน เริ่มรู้สึกเอ๊ะแอบรกนะ ดูของเต็มไปหมด 5555

สุดท้ายเนื่องจากเป็นกระทู้แรก ถ้าผิดพลาดยังไง หรือทำอะไรไม่ถูก แท็กห้องไม่ครบหรือยังไง ใจเย็นๆ กะเก๊าหน่อยน๊า แค่อยากแชร์ประสบการณ์จ้า และขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่