หมู : “เธอๆ เดี๋ยวก็ถึงวันที่จะได้ไปเที่ยวเวียดนามกันละเนอะ”
ผมหันควับไปทางเจ้าหมูผู้ซึ่งขนาดผมเล่าวีรกรรมการเที่ยวคนเดียวที่มันวินาศสันตโรขนาดไหนก็ยังกล้าที่จะเชื่อใจคนบ้าๆบอๆอย่างผม จากประสบการณ์การไปเวียดนามเหนือคนเดียวครั้งที่แล้ว มันทำให้ผมรู้ว่าการไปเวียดนามไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องระวังตัวโคตรๆกับบริการหรือสถานที่สุ่มเสี่ยงต่างๆ แต่ก็แค่นั้นแหละ เก็บประสบการณ์มาเยอะตอนไปไปเวียดนามเหนือ เวียดนามใต้คงไม่ต่างหรอก กรั้กๆๆ
หมู : “เค้าอยากลองนั่งซิ๊กโคล่(จักรยานถีบ)อะ”
ไอ้นี่แหละโว้ยที่เสี่ยงและเลื่องชื่อลือชาที่สุดในพันทิพ!!!
แผนการคร่าวๆสุดหยาบยิ่งกว่ากระดาษทรายเบอร์ศูนย์ของผมก็เริ่มต้นขึ้น แน่นอนล่ะ วางแผนดิบเอาหน้างาน จองที่พักไปก็พอ ชุ่ยขนาดนี้ยังมีคนเชื่อใจอี๊ก!!
DAY 1 โฮจิมินต์
DAY 2 ดาลัต
DAY 3 ดาลัต
DAY 4 มุยเนห์
DAY 5 โฮจิมินต์
การเดินทางของหมูสายชิลด์กับหมีขี้ระแวงโดยงบคนละ 7000 รวมตั๋วเครื่องบิน จึงเริ่มขึ้น...............แต่เงินที่เอาไปมันไม่พอโว้ยยยยยยย
DAY 1 ดอนเมือง – โฮจิมินห์
เริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยความสดใส..............ม๊ากกกกกกกกกกกกกกกก ด้วยความงกเงินไม่กี่ร้อยบาทของตั๋วเครื่องบิน กดจองตั๋วเครื่องบินรอบเช้าจัด 7 โมง ตอนทำงานตื่นสายแตะบัตรคาบเส้นทุกวัน แต่ทีเรื่องเที่ยวล่ะขยันจนน่าใจหาย ถ้าหัวหน้ารู้นี่คงเอาคีย์บอร์ดจิ้มตาทะลุถึงท้ายทอย
โดยผมกับเจ้าหมูได้ราคาตั๋วเครื่องบินไปกลับของแอร์เอเซียมาคนละ 2400 บาทครับ ระยะเวลาในการเดินทางอยู่แค่สองชั่วโมงนิดๆ น้อยกว่ารถติดในกรุงเทพอี๊ก!!!
ส่วนการเดินทางเข้าประเทศเวียดนามนั้นไม่ต้องเขียนใบตม.แล้วครับ แค่เดินผ่านตม.ยิ่นพาสปอร์ตให้พร้อมยิ้มหวานอัดหน้าสวนตม.ผู้ที่ทำหน้าตูดโคตรสุดมาให้เราแล้วเดินผ่านตม.ไปเลย
อย่างกับตัวเองเป็นเซเล็ป!!!
ในตอนที่คุณก้าวขาออกมาจากสนามบินนั้น ประหนึ่งเหมือนมีแฟนคลับมารอต้อนรับคุณมากมาย ชูป้ายชื่อโบกมือไปมา มาขนาดนี้เอาป้ายไฟมาเลยเหอะ แต่แน่นอนล่ะ ป้ายชื่อมันไม่มีชื่อของพวกผมหรอก == คณะทัวร์ทั้งนั้น ทำได้แค่ก้มหน้าก้มตาเดินผ่านไป แต่อย่าพึ่งน้อยใจไปครับ แม้จะไม่มีคณะทัวร์มาห้อมล้อมเรา แต่ก็ยังมีแกงค์แท็กซี่ที่แทบจะเดินมาเกาะแขนเหมือนกับเรารู้จักกันมาตั้งแต่สมัยปั่นจักรยานเล่นแถวบ้านด้วยกัน แต่.............ไม่ได้งั่มเงินตูหรอกโว้ย เตรียมการมาดี!!!
ด้วยความรู้ที่มั่นใจ(เพียงหนึ่งเดียวในหัวตอนนี้) หลังจากเดินออกมาจากประตูผู้โดยสารขาเข้าให้เดินไปทางขวาเล็กน้อย ก็จะเจอท่ารถเมลล์ในตำนาน นั่นก็คือ
152 ผ่ามๆผ๊ามมม รถเมลล์คู่บุญนั่งท่องเที่ยวสายทุนต่ำ นั่งต่อเดียวยาวๆอัดไปถึงกลางเมืองเลยจ้า โดยสนนราคาคนละ 5000 ด่อง(8บาท) ให้ตายเถอะ ถูกกว่ารถเมลล์บ้านเราอีก 8 บาทติดแอร์ดั๊วะ นึกถึงบ้านเราแล้วรู้สึกอดสูแบบเจ็บแปลบ
และแน่นอน สิ่งที่อยู่คู่ฟ้าดินมากับประเทศเวียดนาม ทันทีที่รถได้บี้ล้อเข้ากับถนนเส้นนี้นั้น เสียงที่คุ้นเคยแล้วจะต้องโดนปั่นสมองยาวไปตลอดทางจนละเมอเอาได้ง่ายๆก็เริ่มขึ้น
เสียงแตร!! และมาแบบต่อเนื่องยังกะจังหวะบีต
ยืนยันคำเดิม ถ้าเป็นประเทศไทยนี่ได้มีคนลงไปพบยมบาลกันวันนึงหลักร้อยคนแน่
ผมกับเจ้าหมูนั่งกันเงียบๆอย่างสงบเสงี่ยมไปเรื่อยๆจนกระทั่งรถเมลล์ได้หยุดลง
อันดับแรกเลยก่อนที่เราจะไปฝากของที่ๆพักก็ต้องไปซื้อตั๋วรถบัสข้ามคืนไปดาลัตคืนนี้ก่อนครับ
“โชคดีนะเนี่ย ด้วยความฉลาดของข้าพเจ้าที่โหลดแอ็พ mapme ติดมาด้วย เอาพวกตูไปปล่อยดาวอังคารก็หาทางไปซื้อตั๋วถูกได้ โคตรสุดเมพจริงๆ” ผมพูดโม้แบบรัวๆใส่เจ้าหมูที่อยู่ข้างๆแบบอ้อนหวังเพียงจะได้สายตาแห่งความชื่นชมกลับมา
มา mapme แอ็พคู่บุญติดมือถือที่เสมือนเป็นพี่น้องที่คลานตามๆกันมา
.
.
“โปรดเชื่อมต่อ WIFI เพื่อโหลดแผนที่”
.
.
บนหน้าจอมือถือของผมตอนนี้มีเพียงแค่จุดสีฟ้าๆส่งรัศมียิ้มแฉ่งแสดงตำแหน่งของผมที่ยืนอยู่ท่ามกลางตารางสีขาวเทาบนหน้าจอเท่านั้น.......................................
ละลละลละ หลังหัก!!!! อย่าทำอย่างนี้นะโวร้ยยยยย ที่โม้ไปอย่างเยอะนี่เด้งกลับมากระแทกหน้าแหกแบบรัวๆ ลืมโหลดแผนที่ประเทศเวียดนามมาเว้ยเฮ้ย มีมาแต่ App เปล่าๆไร้ซึ่งแผนที่แบบอัดหน้า ประหนึ่งเตรียมเดินท่ามกลางความมืด หยิบเทียนพรรษามาแต่ไร้ซึ่งไม้ขีดไฟ แทบจะเอาเทียนพรรษาทุบหัวตัวเอง
ผมก้มๆเงยๆมองมือถือสลับกับสีหน้าของเจ้าหมูที่อยู่ข้างๆที่ทำหน้าเหมือนจะฉีกอกผมเอาไส้มาสังเวยแยกไฟแดงซะเดี๋ยวนั้น
อย่าดูถูก!!! ถึงเรื่องอื่นอาจจะพึ่งพาไม่ได้
แต่วิชาลูกเสือตูได้เกรดสี่มาตลอดเลยนะเฮ้ย
แผนที่กระดาษมา ลูกหมู่ตามข้าพเจ้าม๊า(เสียงสูง)!!!
.
.
ขอบคุณฝรั่งคนนั้นมากๆครับ ที่ทนรังษีความน่าสงสารปนสังเวชของพวกผมไม่ไหวจนเป็นฝ่ายเดินมาเสนอความช่วยเหลือโดยการเดินไปส่งที่ออฟฟิตขาวตั๋วให้ ขอกอดหน่อยเหอะลุ๊งงง
ราคาค่าตั๋วรถบัสที่ผมจะต้องพาร่างกายที่มีสกิลต้านทานการเมารถต่ำต้อยเท่ากับตัวกีกี้ของขบวนการ 5 สี ค่าตั๋วไปดาลัตคืนนี้อยู่ที่คนละ 210000 ด่อง ครับ โดยเดินทางกันที่เวลา 22.40 น.
และหลังจากนั้น ก็ถึงเวลาในการเอาสัมภาระที่อยากจะเน้นว่าภาระสามร้อยครั้งที่อยู่ที่หลังของผมไปปล่อยไว้ที่ๆพักที่จองไว้ เพราะถ้าหอบไปเที่ยวในเมืองด้วยนี่กลับมาสงสัยได้เป็นแชมป์โอลิมปิกเพาะกายปประเภทกล้ามเนื้อแผ่นหลังเป็นแน่แท้ เราสองคนจึงเดินทางไปยังที่พักที่จองมาจาก AGODA ซึ่งเอาจริงๆ.............

โคตรไกล!!! ยัง ยังไม่พอ บวกสกิลการอ่านแผนที่กระดาษที่วิชาลูกเสือเกรดสี่ยังไม่ช่วยอะไรอีก!!! พาลากเดินอ้อมไปกันใหญ่หายนะแบบดับเบิ้ลๆ
Phuc khanh Hotel
โฮสเทลราคาย่อมเยาเบาหวิวที่จองมาได้ในราคา 220 กว่าบาท หารสองมา บ๊ะ คนละร้อย ได้นอนได้ฝากของก็แจ่มอยู่นะ แต่ระยะทางนั้นก็เดินพอตึงๆให้เหงื่อออกบ้าง (พูดในขณะหลังฉ่ำ)
ข้อดี – ราคาค่อนข้างถูกสำหรับการอาบน้ำและการฝากของ
- มีล็อเกอร์ให้ฝากของที่ขนาดค่อนข้างใหญ่เพียงพอสำหรับกระเป๋าแครี่ออน
- พนักงานสื่อสารภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างดี
ข้อเสีย - ค่อนข้างเปลี่ยวเลยล่ะ ช่วงระหว่างถนนหน้าที่พักไปถึงถนนใหญ่นี่น่าสะพรึงเอาเรื่อง
- ไม่มีมินิมาร์ทใกล้ๆเลยอะ ร้านของชำแถวนั้นก็พูดอังกฤษไม่ค่อยได้แฮะ เล่นภาษามือกันจนแทบจะเป็นกล้ามเนื้ออักเสบ
- ระยะทางชนิดที่ว่าถึงอาบน้ำจากที่นี่ไปก่อนที่จะไปขึ้นรถบัสไปดาลัตกว่าจะเดินถึงก็เหงื่อกรุ่นกับหัวมีกลิ่นควันหมดแล้ว
- เตียงแคปซูล 8 เตียงต่อห้องน้ำและห้องอาบน้ำหนึ่งห้อง ไม่อยากจะนึกสภาพในช่วงเวลาเร่งด่วนจะตีกันแย่งห้องน้ำขนาดไหน
หลังจากที่วางกระเป๋าแล้วก็ต้องทำสิ่งที่สำคัญที่สุด...............โหลดแผนที่ลง MAPME นี่แหละ!!
มา!!! ไอ้แผนที่กระดาษ แกทำให้ชั้นดูโง่ววววว ไม่พึ่งพาอีกต่อไปแล้วโว้ยยยยย
ตลาดเบ๋นถั่น
ย้ำว่าเบ๋นถั่น (เบ๋น-ถั่น) นี่เรียกได้ว่าแทบจะเดินไปเอาโทรศัพท์อัดเสียงเอาไว้ ตัวผมนั้นอ่านว่าเบ่นถันมาตลอด โคตรเขินเลยให้ตายเถอะ
ภายในตลาดเบ๋นถั่นที่ไม่ใช่เบ่นถันนั้น เป็นเหมือนตลาดกลางที่มีทั้งเสื้อผ้า ขนม กระเป๋า รองเท้า ของฝาก บลาๆ รวมกระจุกตัวอยู่ในนี้ทั้งหมด โดยจะมีการแบ่งโซนอย่างชัดเจน โซนนึงรองเท้าก็รองเท้าติดกันเป็นพรื้ด เสื้อยืดก็ยังกับอาณาจักรตั้งขายติดๆกันเป็นตับเช่นเดียวกัน และแน่นอน สำหรับบางคนที่แห่งนี้อาจจะเป็นสนามรบในการเชือดเฉือนกันระหว่างคนซื้อกับคนขายเพื่อให้ได้ราคาที่ตนเองพอใจมากที่สุด แต่สำหรับคนบางคนนั้นอาจจะเป็นโรงเชือดที่ตนเองเป็นลูกวัวตาใสแป๋วเดินดื้อๆยื่นคอให้เค้าไปเอามีดจิ้มซะอย่างนั้น
เจ้าหมู : “เค้าอยากได้รองเท้าผ้าใบง่ะ”
ลูกทริปที่มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าแกงค์และมีอำนาจในการสั่งการสูงสุดเริ่มสะกิดจึ๋งๆเข้าที่ข้อศอกของผม
มาดิ! จัดไป๊
เจ๊คนขาย : “30 ดอลล่า สเปเชียลฟอยูววววววว”
สงครามได้เริ่มขึ้นแล้ว พวกผมสองคนทำหน้าผิดหวังเข้าหากันพร้อมทำท่าจะเดินออกมาจากร้านเหมือนอย่างกับเตี๊ยมกันมาตั้งแต่ปีที่แล้ว
เจ๊คนขาย : “เดี๋ยววววววว ช็อตโตะมาเตะโกดาสรั้ย อยากได้ราคาเท่าไหร่บอกมาเลยยย”
เป็นไปตามแผน!!! รอยยิ้มปีศาจเกิดขึ้นบนใบหน้าของพวกผมก่อนจะรับเครื่องคิดเลขมาจากอาเจ๊
ผม : “เธอๆ ต่อลงมาเหลือเท่าไหร่ดีอะ”
ผมเป็นฝ่ายสะกิดก่อนบ้างก่อนที่เจ้าหมูจะบอกตัวเลขกระซิบที่ข้างหูผม
…………………
เอาจิงดิ๊!!! ต่ออย่างนี้ที่ไทยนี่มีแจกคำสรรเสริญกันแน่ เอาวะ ลองดู
.
.
.
ได้เฉย!!!!!!! คือราคาบอกผ่านมันต้องเยอะแค่ไหนวะเนี่ย!!!
สรุปเจ้าหมูผมได้ราคารองเท้ามาอยู่ที่ 18 ดอลล่าครับ
และที่สำคัญกว่านั้น ระหว่างที่เรารอเงินทอนก็มีฝรั่งที่มากันสองคนซื้อสองคู่แต่ได้ราคาที่แพงกว่าพวกผมอีก
เจ๊ขายของ : “ราคานี้นี่ สเปเชียลฟอยู๊ววว(เสียงสูง)”
เกลียดคำนี้ชิบผาย!!!
ซึ่งแน่นอนครับ ถ้าผมมาคนเดียว...............ตูนี่แหละที่จะเป็นลูกวัวให้ฝูงหมาป่าขย้ำ เกิดมาเวลาซื้อของเคยต่อซะที่ไหน อย่างกับเดินเข้าไปในดงหมาป่าชัดๆ ซึ่งสำหรับชายใดที่ไม่มีสกิลการต่อราคาเต็มแม็ก แนะนำอีกวิธีนึงครับ ที่จะอธิบายให้ทราบในลำดบถัดไป เตรงเตร๊ง
[CR] แบกเป้เที่ยวเวียดนามใต้ 5 วัน 4 คืน โฮจิมินห์ ดาลัต มุยเน่ ด้วยงบ 7000 รวมทุกอย่าง........แต่ไม่พอ ==
หมู : “เธอๆ เดี๋ยวก็ถึงวันที่จะได้ไปเที่ยวเวียดนามกันละเนอะ”
ผมหันควับไปทางเจ้าหมูผู้ซึ่งขนาดผมเล่าวีรกรรมการเที่ยวคนเดียวที่มันวินาศสันตโรขนาดไหนก็ยังกล้าที่จะเชื่อใจคนบ้าๆบอๆอย่างผม จากประสบการณ์การไปเวียดนามเหนือคนเดียวครั้งที่แล้ว มันทำให้ผมรู้ว่าการไปเวียดนามไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องระวังตัวโคตรๆกับบริการหรือสถานที่สุ่มเสี่ยงต่างๆ แต่ก็แค่นั้นแหละ เก็บประสบการณ์มาเยอะตอนไปไปเวียดนามเหนือ เวียดนามใต้คงไม่ต่างหรอก กรั้กๆๆ
หมู : “เค้าอยากลองนั่งซิ๊กโคล่(จักรยานถีบ)อะ”
ไอ้นี่แหละโว้ยที่เสี่ยงและเลื่องชื่อลือชาที่สุดในพันทิพ!!!
แผนการคร่าวๆสุดหยาบยิ่งกว่ากระดาษทรายเบอร์ศูนย์ของผมก็เริ่มต้นขึ้น แน่นอนล่ะ วางแผนดิบเอาหน้างาน จองที่พักไปก็พอ ชุ่ยขนาดนี้ยังมีคนเชื่อใจอี๊ก!!
DAY 1 โฮจิมินต์
DAY 2 ดาลัต
DAY 3 ดาลัต
DAY 4 มุยเนห์
DAY 5 โฮจิมินต์
การเดินทางของหมูสายชิลด์กับหมีขี้ระแวงโดยงบคนละ 7000 รวมตั๋วเครื่องบิน จึงเริ่มขึ้น...............แต่เงินที่เอาไปมันไม่พอโว้ยยยยยยย
DAY 1 ดอนเมือง – โฮจิมินห์
เริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยความสดใส..............ม๊ากกกกกกกกกกกกกกกก ด้วยความงกเงินไม่กี่ร้อยบาทของตั๋วเครื่องบิน กดจองตั๋วเครื่องบินรอบเช้าจัด 7 โมง ตอนทำงานตื่นสายแตะบัตรคาบเส้นทุกวัน แต่ทีเรื่องเที่ยวล่ะขยันจนน่าใจหาย ถ้าหัวหน้ารู้นี่คงเอาคีย์บอร์ดจิ้มตาทะลุถึงท้ายทอย
โดยผมกับเจ้าหมูได้ราคาตั๋วเครื่องบินไปกลับของแอร์เอเซียมาคนละ 2400 บาทครับ ระยะเวลาในการเดินทางอยู่แค่สองชั่วโมงนิดๆ น้อยกว่ารถติดในกรุงเทพอี๊ก!!!
ส่วนการเดินทางเข้าประเทศเวียดนามนั้นไม่ต้องเขียนใบตม.แล้วครับ แค่เดินผ่านตม.ยิ่นพาสปอร์ตให้พร้อมยิ้มหวานอัดหน้าสวนตม.ผู้ที่ทำหน้าตูดโคตรสุดมาให้เราแล้วเดินผ่านตม.ไปเลย
อย่างกับตัวเองเป็นเซเล็ป!!!
ในตอนที่คุณก้าวขาออกมาจากสนามบินนั้น ประหนึ่งเหมือนมีแฟนคลับมารอต้อนรับคุณมากมาย ชูป้ายชื่อโบกมือไปมา มาขนาดนี้เอาป้ายไฟมาเลยเหอะ แต่แน่นอนล่ะ ป้ายชื่อมันไม่มีชื่อของพวกผมหรอก == คณะทัวร์ทั้งนั้น ทำได้แค่ก้มหน้าก้มตาเดินผ่านไป แต่อย่าพึ่งน้อยใจไปครับ แม้จะไม่มีคณะทัวร์มาห้อมล้อมเรา แต่ก็ยังมีแกงค์แท็กซี่ที่แทบจะเดินมาเกาะแขนเหมือนกับเรารู้จักกันมาตั้งแต่สมัยปั่นจักรยานเล่นแถวบ้านด้วยกัน แต่.............ไม่ได้งั่มเงินตูหรอกโว้ย เตรียมการมาดี!!!
ด้วยความรู้ที่มั่นใจ(เพียงหนึ่งเดียวในหัวตอนนี้) หลังจากเดินออกมาจากประตูผู้โดยสารขาเข้าให้เดินไปทางขวาเล็กน้อย ก็จะเจอท่ารถเมลล์ในตำนาน นั่นก็คือ
152 ผ่ามๆผ๊ามมม รถเมลล์คู่บุญนั่งท่องเที่ยวสายทุนต่ำ นั่งต่อเดียวยาวๆอัดไปถึงกลางเมืองเลยจ้า โดยสนนราคาคนละ 5000 ด่อง(8บาท) ให้ตายเถอะ ถูกกว่ารถเมลล์บ้านเราอีก 8 บาทติดแอร์ดั๊วะ นึกถึงบ้านเราแล้วรู้สึกอดสูแบบเจ็บแปลบ
และแน่นอน สิ่งที่อยู่คู่ฟ้าดินมากับประเทศเวียดนาม ทันทีที่รถได้บี้ล้อเข้ากับถนนเส้นนี้นั้น เสียงที่คุ้นเคยแล้วจะต้องโดนปั่นสมองยาวไปตลอดทางจนละเมอเอาได้ง่ายๆก็เริ่มขึ้น
เสียงแตร!! และมาแบบต่อเนื่องยังกะจังหวะบีต
ยืนยันคำเดิม ถ้าเป็นประเทศไทยนี่ได้มีคนลงไปพบยมบาลกันวันนึงหลักร้อยคนแน่
ผมกับเจ้าหมูนั่งกันเงียบๆอย่างสงบเสงี่ยมไปเรื่อยๆจนกระทั่งรถเมลล์ได้หยุดลง
อันดับแรกเลยก่อนที่เราจะไปฝากของที่ๆพักก็ต้องไปซื้อตั๋วรถบัสข้ามคืนไปดาลัตคืนนี้ก่อนครับ
“โชคดีนะเนี่ย ด้วยความฉลาดของข้าพเจ้าที่โหลดแอ็พ mapme ติดมาด้วย เอาพวกตูไปปล่อยดาวอังคารก็หาทางไปซื้อตั๋วถูกได้ โคตรสุดเมพจริงๆ” ผมพูดโม้แบบรัวๆใส่เจ้าหมูที่อยู่ข้างๆแบบอ้อนหวังเพียงจะได้สายตาแห่งความชื่นชมกลับมา
มา mapme แอ็พคู่บุญติดมือถือที่เสมือนเป็นพี่น้องที่คลานตามๆกันมา
.
.
“โปรดเชื่อมต่อ WIFI เพื่อโหลดแผนที่”
.
.
บนหน้าจอมือถือของผมตอนนี้มีเพียงแค่จุดสีฟ้าๆส่งรัศมียิ้มแฉ่งแสดงตำแหน่งของผมที่ยืนอยู่ท่ามกลางตารางสีขาวเทาบนหน้าจอเท่านั้น.......................................
ละลละลละ หลังหัก!!!! อย่าทำอย่างนี้นะโวร้ยยยยย ที่โม้ไปอย่างเยอะนี่เด้งกลับมากระแทกหน้าแหกแบบรัวๆ ลืมโหลดแผนที่ประเทศเวียดนามมาเว้ยเฮ้ย มีมาแต่ App เปล่าๆไร้ซึ่งแผนที่แบบอัดหน้า ประหนึ่งเตรียมเดินท่ามกลางความมืด หยิบเทียนพรรษามาแต่ไร้ซึ่งไม้ขีดไฟ แทบจะเอาเทียนพรรษาทุบหัวตัวเอง
ผมก้มๆเงยๆมองมือถือสลับกับสีหน้าของเจ้าหมูที่อยู่ข้างๆที่ทำหน้าเหมือนจะฉีกอกผมเอาไส้มาสังเวยแยกไฟแดงซะเดี๋ยวนั้น
อย่าดูถูก!!! ถึงเรื่องอื่นอาจจะพึ่งพาไม่ได้
แต่วิชาลูกเสือตูได้เกรดสี่มาตลอดเลยนะเฮ้ย
แผนที่กระดาษมา ลูกหมู่ตามข้าพเจ้าม๊า(เสียงสูง)!!!
.
.
ขอบคุณฝรั่งคนนั้นมากๆครับ ที่ทนรังษีความน่าสงสารปนสังเวชของพวกผมไม่ไหวจนเป็นฝ่ายเดินมาเสนอความช่วยเหลือโดยการเดินไปส่งที่ออฟฟิตขาวตั๋วให้ ขอกอดหน่อยเหอะลุ๊งงง
ราคาค่าตั๋วรถบัสที่ผมจะต้องพาร่างกายที่มีสกิลต้านทานการเมารถต่ำต้อยเท่ากับตัวกีกี้ของขบวนการ 5 สี ค่าตั๋วไปดาลัตคืนนี้อยู่ที่คนละ 210000 ด่อง ครับ โดยเดินทางกันที่เวลา 22.40 น.
และหลังจากนั้น ก็ถึงเวลาในการเอาสัมภาระที่อยากจะเน้นว่าภาระสามร้อยครั้งที่อยู่ที่หลังของผมไปปล่อยไว้ที่ๆพักที่จองไว้ เพราะถ้าหอบไปเที่ยวในเมืองด้วยนี่กลับมาสงสัยได้เป็นแชมป์โอลิมปิกเพาะกายปประเภทกล้ามเนื้อแผ่นหลังเป็นแน่แท้ เราสองคนจึงเดินทางไปยังที่พักที่จองมาจาก AGODA ซึ่งเอาจริงๆ.............
โฮสเทลราคาย่อมเยาเบาหวิวที่จองมาได้ในราคา 220 กว่าบาท หารสองมา บ๊ะ คนละร้อย ได้นอนได้ฝากของก็แจ่มอยู่นะ แต่ระยะทางนั้นก็เดินพอตึงๆให้เหงื่อออกบ้าง (พูดในขณะหลังฉ่ำ)
ข้อดี – ราคาค่อนข้างถูกสำหรับการอาบน้ำและการฝากของ
- มีล็อเกอร์ให้ฝากของที่ขนาดค่อนข้างใหญ่เพียงพอสำหรับกระเป๋าแครี่ออน
- พนักงานสื่อสารภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างดี
ข้อเสีย - ค่อนข้างเปลี่ยวเลยล่ะ ช่วงระหว่างถนนหน้าที่พักไปถึงถนนใหญ่นี่น่าสะพรึงเอาเรื่อง
- ไม่มีมินิมาร์ทใกล้ๆเลยอะ ร้านของชำแถวนั้นก็พูดอังกฤษไม่ค่อยได้แฮะ เล่นภาษามือกันจนแทบจะเป็นกล้ามเนื้ออักเสบ
- ระยะทางชนิดที่ว่าถึงอาบน้ำจากที่นี่ไปก่อนที่จะไปขึ้นรถบัสไปดาลัตกว่าจะเดินถึงก็เหงื่อกรุ่นกับหัวมีกลิ่นควันหมดแล้ว
- เตียงแคปซูล 8 เตียงต่อห้องน้ำและห้องอาบน้ำหนึ่งห้อง ไม่อยากจะนึกสภาพในช่วงเวลาเร่งด่วนจะตีกันแย่งห้องน้ำขนาดไหน
หลังจากที่วางกระเป๋าแล้วก็ต้องทำสิ่งที่สำคัญที่สุด...............โหลดแผนที่ลง MAPME นี่แหละ!!
มา!!! ไอ้แผนที่กระดาษ แกทำให้ชั้นดูโง่ววววว ไม่พึ่งพาอีกต่อไปแล้วโว้ยยยยย
ย้ำว่าเบ๋นถั่น (เบ๋น-ถั่น) นี่เรียกได้ว่าแทบจะเดินไปเอาโทรศัพท์อัดเสียงเอาไว้ ตัวผมนั้นอ่านว่าเบ่นถันมาตลอด โคตรเขินเลยให้ตายเถอะ
ภายในตลาดเบ๋นถั่นที่ไม่ใช่เบ่นถันนั้น เป็นเหมือนตลาดกลางที่มีทั้งเสื้อผ้า ขนม กระเป๋า รองเท้า ของฝาก บลาๆ รวมกระจุกตัวอยู่ในนี้ทั้งหมด โดยจะมีการแบ่งโซนอย่างชัดเจน โซนนึงรองเท้าก็รองเท้าติดกันเป็นพรื้ด เสื้อยืดก็ยังกับอาณาจักรตั้งขายติดๆกันเป็นตับเช่นเดียวกัน และแน่นอน สำหรับบางคนที่แห่งนี้อาจจะเป็นสนามรบในการเชือดเฉือนกันระหว่างคนซื้อกับคนขายเพื่อให้ได้ราคาที่ตนเองพอใจมากที่สุด แต่สำหรับคนบางคนนั้นอาจจะเป็นโรงเชือดที่ตนเองเป็นลูกวัวตาใสแป๋วเดินดื้อๆยื่นคอให้เค้าไปเอามีดจิ้มซะอย่างนั้น
เจ้าหมู : “เค้าอยากได้รองเท้าผ้าใบง่ะ”
ลูกทริปที่มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าแกงค์และมีอำนาจในการสั่งการสูงสุดเริ่มสะกิดจึ๋งๆเข้าที่ข้อศอกของผม
มาดิ! จัดไป๊
เจ๊คนขาย : “30 ดอลล่า สเปเชียลฟอยูววววววว”
สงครามได้เริ่มขึ้นแล้ว พวกผมสองคนทำหน้าผิดหวังเข้าหากันพร้อมทำท่าจะเดินออกมาจากร้านเหมือนอย่างกับเตี๊ยมกันมาตั้งแต่ปีที่แล้ว
เจ๊คนขาย : “เดี๋ยววววววว ช็อตโตะมาเตะโกดาสรั้ย อยากได้ราคาเท่าไหร่บอกมาเลยยย”
เป็นไปตามแผน!!! รอยยิ้มปีศาจเกิดขึ้นบนใบหน้าของพวกผมก่อนจะรับเครื่องคิดเลขมาจากอาเจ๊
ผม : “เธอๆ ต่อลงมาเหลือเท่าไหร่ดีอะ”
ผมเป็นฝ่ายสะกิดก่อนบ้างก่อนที่เจ้าหมูจะบอกตัวเลขกระซิบที่ข้างหูผม
…………………
เอาจิงดิ๊!!! ต่ออย่างนี้ที่ไทยนี่มีแจกคำสรรเสริญกันแน่ เอาวะ ลองดู
.
.
.
ได้เฉย!!!!!!! คือราคาบอกผ่านมันต้องเยอะแค่ไหนวะเนี่ย!!!
สรุปเจ้าหมูผมได้ราคารองเท้ามาอยู่ที่ 18 ดอลล่าครับ
และที่สำคัญกว่านั้น ระหว่างที่เรารอเงินทอนก็มีฝรั่งที่มากันสองคนซื้อสองคู่แต่ได้ราคาที่แพงกว่าพวกผมอีก
เจ๊ขายของ : “ราคานี้นี่ สเปเชียลฟอยู๊ววว(เสียงสูง)”
เกลียดคำนี้ชิบผาย!!!
ซึ่งแน่นอนครับ ถ้าผมมาคนเดียว...............ตูนี่แหละที่จะเป็นลูกวัวให้ฝูงหมาป่าขย้ำ เกิดมาเวลาซื้อของเคยต่อซะที่ไหน อย่างกับเดินเข้าไปในดงหมาป่าชัดๆ ซึ่งสำหรับชายใดที่ไม่มีสกิลการต่อราคาเต็มแม็ก แนะนำอีกวิธีนึงครับ ที่จะอธิบายให้ทราบในลำดบถัดไป เตรงเตร๊ง
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น