ห้องเพลงคนรากหญ้า **พักยกการเมือง** มุมนี้ไม่มีสี ไม่มีกลุ่ม..มีแต่เสียง 7/12/2017 "การเมืองไทยเบ็ดเตล็ด สบายๆ"

กระทู้คำถาม
สวัสดีเพื่อนๆทุกคนครับ วันนี้ MC มาริโอ้กลับมารับหน้าที่อีกครั้ง อาจจะหายหัวไปบ้างเพราะปัญหาสุขภาพ แต่ก็จะพยายามดูแลตัวเองให้มากขึ้นเพื่อที่จะได้มาทักทายกับเพื่อนๆบ่อยๆ  วันนี้ขอลัดคิวเป็น MC ก่อนหนึ่งวัน เพราะพรุ่งนี้ติดประชุมช่วงเย็นคงไม่สะดวก  วันนี้ไม่มีเรื่องราวอื่นๆมานำเสนอ นอกจากมาพร่ำบ่นเรื่องการเมืองไทยให้เพื่อนๆฟังก็แล้วกันครับ


ณ เวลานี้การเมืองไทยอาจต้องมีพรรคการเมืองใหม่ นักการเมืองหน้าใหม่ให้ประชาชนได้พิจารณาในการเลือกตั้งครั้งต่อไป พรรคเก่าแก่และพรรคปัจจุบันต้องไม่ปิดกั้นและเปิดโอกาสให้พรรคใหม่ๆ เข้ามาเป็นตัวเลือกแม้ว่าพวกเขาจะสนับใครเป็นนายกฯก็ตาม ในระบอบประชาธิปไตยแล้วเป็นเรื่องที่ดีที่เราจะมีพรรคทางเลือกใหม่ๆเกิดขึ้นมาเป็นทางเลือกให้กับประชาชน หากประชาชนมีความตื่นตัวทางการเมืองและไม่กลัวผลกระทบที่จะเกิดกับตนเองและครอบครัวที่จะก้าวเท้าเข้ามาสู่เวทีการเมือง ก็เป็นที่น่ายินดีครับ เมืองไทยของเรามีบุคลากรที่เก่ง มีความสามารถอยู่มาก แต่ติดตรงที่ว่าพวกเขาเหล่านั้นจะอยากมาลงการเมืองหรือไม่ เพราะจากเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมานี้ แทบจะไม่เอื้ออำนวยใดๆให้เกิดตัวเลือกใหม่ของผู้ที่มีความสามารถอยากเข้ามาช่วยแก้ปัญหาประเทศชาติ  แค่ก้าวแรกที่เข้ามาเหยียบบนเวทีการเมืองก็เสี่ยงกับคำถูกประณามหยามเหยียดและยัดเยียดข้อหาทั้งทางกฏหมายและนอกกฏหมายจากนักการเมืองฝั่งตรงกันข้ามแล้ว ก้าวแรกที่เหยียบบนถนนการเมืองก็สุ้มเสี่ยงกับคำว่าทรราชย์ เราจะทำอย่างไรให้วังวนการเมืองน้ำเน่าด้วยวิธีสาดโคลนใส่ร้ายป้ายสีจ้องทำลายล้างกันให้หมดไป แล้วมาใช้วิธีแข่งขันกันสร้างผลงานหรือนำเสนอในสิ่งที่จะทำอะไรให้กับประชาชนภายใต้กรอบของความเป็นจริง ความเป็นไปได้ที่ไม่ให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติตามมา ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน มีการรณรงค์และปลูกฝังให้เล่นการเมืองด้วยวิธีที่สร้างสรรค์และลดละเลิกการเล่นสกปรกทุกวิถีทางครับ การเมืองไม่ใช่แค่เรื่องที่ต้องการเอาชนะด้วยสารพัดวิธี แต่มารยาททางการเมืองและการเล่นการเมืองอย่างสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่สมควรปลูกฝังให้กับทุกพรรคการเมืองรวมไปถึงเหล่าผู้สนับสนุนพรรคการเมืองทั้งหมด อยากให้นักการเมืองหน้าใหม่ๆเข้ามา จงช่วยกันทำให้การเมืองวงจรอุบาทนี้เบาบางลงให้ได้ก่อน  ปัจจุบันรัฐบาลสามารถรณรงค์เองได้ด้วยตัวเอง หรือส่งโฆษกมาพูดปลูกฝังในทุกๆเย็นก็ย่อมทำได้และยินดีสนับสนุน

หากพรรคการเมืองใหม่ นักการเมืองหน้าใหม่นี้หมายถึงพรรคการเมืองที่จะมาสนับสนุน มาตรา 272 ให้เกิดการคัดสรรนายกฯคนนอกหรือไม่ MC ไม่ค่อยสนับสนุนแต่ก็ไม่ถึงกับปฏิเสธเป้าหมายนี้เพราะจะเป็นอีกหนึ่งสิ่งในภาคการเมืองที่ประชาชนไทยสมควรได้เรียนรู้ว่าควรไม่ควร  แต่ติดตรงที่ความสง่างามในการขึ้นดำรงค์ตำแหน่งครั้งนี้จะได้รับการยอมรับจากประชาชนทั้งในและต่างประเทศหรือไม่ และหากได้มาซึ่งผลคะแนนประกอบกับ 250 เสียงจาก สว. ซึ่งสมควรทำหน้าที่นิติบัญญัติมากกว่ามามีสิทธิเลือกตัวนายกฯที่เป็นฝ่ายบริหาร ย่อมเป็นความไม่สง่างามในการขึ้นดำรงตำแหน่งครับ MC จะลองยกตัวอย่าง ขออนุญาตสมมุติแบบสุดขั้วไปเลยว่า ถ้ามีพรรคการเมืองหน้าใหม่เช่นกันที่ไม่ได้ประกาศเจตนารมย์จะสนับสนุนท่าน แต่ดันกวาดที่นั่งไปได้ทั้งหมด 350 เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ (พรรคๆนี้อาจไม่ได้คะแนนในส่วนของปาร์ตี้ลิสต์เลยด้วยกติการของ ส.ส. ที่พึงจะมีได้) หากมีการโดดเดียวพรรคนี้เป็นฝ่ายค้านเดี่ยว แต่ในส่วนของคะแนนที่มีสิทธิ์โหวตเลือกนายกฯที่เหลือ (รวมพรรคสนับสนุน+250 ส.ว.) อีก 400 เสียงก็สามารถกระทำได้ แต่ความสง่างามในการดำรงตำแหน่งจะไม่มี การอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาตำแหน่งนายกฯอยู่ในสภาวะเสี่ยง เพราะ สว.โหวตเลือกนายกฯได้ แต่โหวตไว้วงใจในสภาไม่ได้ จึงต้องฝากพิจารณาตรงนี้ด้วยเช่นกัน


ส่วนการที่รัฐบาลจะสนับสนุนพรรคการเมืองใดในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยส่วนตัว MC ถือว่าเป็นสิทธิของท่านครับ (แม้บางท่านอาจคิดว่าด้วยมารยาทสมควรวางตัวที่เป็นกลาง) แต่สมควรแสดงออกในจุดที่สมมาพาควร ไม่นอกหน้าจนเกิดไปนัก เรื่องสิทธิก็เป็นเรื่องของสิทธิแต่มารยาททางการเมืองเราก็จะละทิ้งไม่ได้ด้วยเช่นกัน  จะลองยกตัวอย่างสั้นๆง่ายๆ ของคำว่า "สิทธิ" กับ "มารยาท" เช่นสมมุติว่า มีร้านค้าข้างถนนอยู่หนึ่งร้าน บริเวณริมถนนหน้าร้านเป็นสิทธิของท่านที่จะนำรถไปจอดได้ แต่ถ้าท่านเห็นว่าเป็นสิทธิเลยยึดที่จอดตรงนั้นไว้จอดแช่ประจำข้ามวันข้ามคืนโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อร้านค้าหรือผู้มาใช้บริการร้านค้าคนอื่นนั่นแสดงว่าคำนึงถึงแต่สิทธิแต่มารยาทยังไม่คำนึงครับ  เพราะฉะนั้นแล้วคำว่าสิทธิกับมารยาทต้องเดินเคียงคู่ไปด้วยกันถึงจะสวยงามที่สุดครับ


ช่วงนี้ยังไม่ถึงช่วงเลือกตั้งประชาชนไทยหลายส่วนยังคงต้องเรียนรู้ในการบริหารงานของรัฐบาลไปอีกสักระยะว่าดีหรือไม่ดีอย่างเบ็ดเสร็จ การแก้ไขปัญหาสะสมมานานด้วยการรื้อใหม่หลายอย่าง ประชาชนต้องรู้ได้ด้วยความจริงว่าแก้ปัญหาได้จริงยังไง แล้วผลเป็นยังไงในตอนนี้ ออกมาเป็นบวกหรือเป็นลบในมุมมองของประชาชนทั้งหมดทุกภาคส่วน  การวางแผนอย่างเป็นขั้นตอนมันมีทั้งมีและไม่มี หลายอย่างที่คนในรัฐบาลไปทำโดนกระแสสังคมตีกลับจนท่านนายกฯต้องออกมาพูดภายหลังว่าท่านไม่ได้สั่งก็มี  ยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปถ้าดำเนินการทุกอย่างด้วยความถูกต้องโปร่งใสย่อมดำเนินไปในทิศทางที่ดี แต่ถ้าเพื่อมุ่งหวังกำจัดตัวบุคคลที่มีแนวโน้มเป็นปฏิปักษ์ย่อมไม่ใช่ผลดี เมืองไทยในอนาคตจะมีประสิทธิภาพได้ก็ต่อเมื่อได้คนเก่งที่เป็นคนดีมาบริหารประเทศ แม้จะไม่เห็นด้วยต่อยุทธศาสตร์และแผนการปฏิรูปของรัฐบาล หากทำด้วยความปรารถนาดีกับประเทศชาติด้วยความบริสุทธิใจก็เห็นควรที่จะรับฟังกัน  แต่ MC เห็นด้วยกับสิ่งที่ท่านนายกฯเคยพูดไว้คือ การทำงานของทุกรัฐบาลต้องคำนึงถึงภาพรวมทั้งประเทศไม่ใช่ทำตามเพียงนโยบายพรรคที่หาเสียงไว้ หรือดูแลเฉพาะพื้นที่ฐานเสียงครับ  ทุกฝ่ายแม้แต่รัฐบาลเองต้องวางอคติ วางความชอบส่วนบุคคล มุ่งเน้นด้านการปฏิบัติให้เท่าเทียมทางกฏหมายต่อทุกๆฝ่ายเช่นกัน  ทุกวันนี้ยังคงได้ยินคำว่า "ความยุติธรรมไม่มี สามัคคีไม่เกิด" อยู่เสมอ  ท่านต้องกำจัดประโยคนี้ออกไปจากใจประชาชนอีกบางส่วนให้ได้


เราเคยมีแนวทางจัดตั้งรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในอดีตเป็นสิ่งที่สวยงามตามครรลองประชาธิปไตยมาก่อน ในอดีต MC เคยเห็นคุณชวน หลีกภัย แพ้พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ อย่างฉิวเฉียด แต่คุณชวนก็ออกมายอมรับความพ่ายแพ้อย่างสุภาพบุรุษเพื่อรักษาระบอบฯไว้แล้วยอมให้พลเอกชวลิตจัดตั้งรัฐบาล ห้วงเวลานั้นเป็นสิ่งสวยงามของระบอบประชาธิปไตยหลังจากที่มีเหตุการณ์เรียกร้องประชาธิปไตยจากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬได้ไม่นาน ทุกฝ่ายหากยังรักและศรัทธาในระบอบประชาธิปไตยควรจดจำเรื่องราวดีๆในช่วงที่ประเทศกำลังไปได้ดีในทิศทางประชาธิปไตย มากกว่าที่จะเอาช่วงเหตุการณ์ร้ายๆในสิบกว่าปีที่ผ่านมานี้มาตั้งโจทย์หรือเจริญรอยตาม เพราะที่ผ่านมานี้เกิดเหตุการณ์สร้างความเกลียดชังให้กับคนในชาติกันเอง แบ่งเป็นสีเสื้อต่างๆ และมีการล้มรัฐบาลจากการเลือกตั้งซ้ำๆซากๆ บอยคอตการเลือกตั้งก็มี บอกว่าประเทศชาติยังไม่เหมาะกับระบอบประชาธิปไตยก็มี  การที่ประเทศกำลังอยู่ในช่วงปฏิรูปนี้โปรดอย่าหลงลืมคำว่า "ปฏิรูปประเทศไทยเพื่อประชาธิปไตยที่ยั่งยืน" ไปด้วย  ใครที่พอจะเป็นปากเป็นเสียงได้ในหน้าสื่อช่วยปลูกฝังคนไทยสักครั้งเรื่องยอมรับผลการเลือกตั้งแล้วปล่อยให้คนชนะเขาได้ทำหน้าที่ไป หากทำไม่ดีเราก็ค่อยสั่งสอนมันผ่านคูหาในการเลือกตั้งครั้งใหม่ก็ได้ครับ  แนวทางนี้เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะทำให้บ้านเมืองสงบ และปราศจากการหลอกมวลชนของตัวเองเข้ามาเป็นเครื่องมือทางการเมืองในการกำจัดคู่แข่ง บ้านเมืองก็จะไม่วุ่นวายดังสิบกว่าปีที่ผ่านมาครับ ถ้าเราไม่ช่วยกันแก้ปัญหาตรงนี้ก่อนก็จะมีเหตุผลให้เกิดรัฐประหารเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งอยู่ร่ำไป

MC จะลองยกข้อมูลตัวเลขคร่าวๆให้ดูว่าสิ่งนี้ก็คือสิ่งที่ทำให้การพัฒนาประเทศไม่มีความต่อเนื่องชัดเจนเพียงพอเช่นกัน

บ้านเราตั้งแต่ปี 2475 ผ่านมา 85 ปี มาดูว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง (หากข้อมูลผิดพลาดตรงไหน รบกวนผู้รู้ช่วยแก้ไขด้วย)

ปฏิวัติ 1 ครั้ง คือการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
กบฏ 13 ครั้ง (การรัฐประหาร/ปฏิวัติ ไม่สำเร็จ)
รัฐประหาร 13 ครั้ง (การรัฐประหารสำเร็จ)
รัฐธรรมนูญ 20 ฉบับ (รวมฉบับปัจจุบัน)

แปลว่า

มีการล้มรัฐบาลสำเร็จทุกๆ  6.5 ปี
ถ้ารวมแบบสำเร็จและไม่สำเร็จแปลว่าจะเกิดความวุ่นวายทุกๆ 3.15 ปี
มีการเขียน รธน. ใหม่ทุกๆ 4.25 ปี



ในส่วนของอธิปไตยนั้น ประเทศไทยมีการปกครองแบบประชาธิปไตย  อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  หมายความว่า  อำนาจอธิปไตย  หรือ  อำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศมาจากปวงชนชาวไทย  อันมีพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุข  ทรงใช้อำนาจอธิปไตยผ่านทางรัฐสภา  คณะรัฐมนตรีและศาลตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ  โดยอำนาจขององค์กรทั้ง 3 ฝ่าย  จะต้องเป็นไปอย่างเท่าเทียมกัน  และอยู่ในลักษณะการถ่วงดุลอำนาจซึ่งกันและกัน
    
การแบ่งอำนาจอธิปไตย   อำนาจอธิปไตยทั้งสามฝ่าย  คือ  นิติบัญญัติ  บริหาร  ตุลาการ  มีการถ่วงดุลอำนาจกันไม่ให้อำนาจใดมีอำนาจมากเกินไปหรืออ่อนแอ  เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น มีประสิทธิภาพมิให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งใช้อำนาจจนเกินขอบเขต   หรือเพราะหลายภาคส่วนมีการกังวลถึงการไม่เกิดการถ่วงดุลย์ของอำนาจทั้งสาม แต่ไหลเทไปอยู่ที่อำนาจนิติบัญญัติมากเกิดไป ซ้ำทั้งยังมีองค์กรอิสระที่เคยมีข้อครหาด้านความไม่เป็นกลางเป็นตัวช่วยเพิ่มด้วยแล้ว จะเป็นสิ่งที่การเมืองไทยจะมองข้ามไปไม่ได้ หากต้องการให้การเมืองนิ่งและมีความเชื่อมั่นต่อทุกภาคส่วนทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ

และสิ่งที่เราทุกคนจะช่วยกันได้ทันทีเมื่อเริ่มจากเข้าสู่การเลือกตั้งนั่นคือ ช่วยกันกำจัดการซื้อสิทธิขายเสียงให้หมดไปจากผืนแผ่นดินไทยให้ได้  สิ่งที่หลายท่านเรียกร้องประชาธิปไตยมาอย่างช้านานนี้จะลดค่าลงทันทีเมื่อเรายังปล่อยให้มีการซื้อสิทธิขายเสียงเกิดขึ้นในการเมืองไทย  ไม่ต้องไปรับเงินหมาไม่ต้องไปกาเพื่อใคร ใครแจกเงินช่วยกันถ่ายคลิปหรือนำหลักฐานไปฟ้อง กกต. หรือฟ้องสื่อ ฟ้องเพจต่างๆเพื่อให้นักการเมืองไม่ดีได้ถูกลงโทษทางการเมืองและสังคมครับ








ห้องเพลงคนรากหญ้าเปิดขึ้นมามีวัตถุประสงค์ เพื่อ

1. มีพื้นที่ให้เพื่อนๆ ได้มาพบปะ พูดคุยระหว่างกัน ในภาวะที่ต้องระมัดระวังการโพสการเมืองอย่างเคร่งครัด
2. เป็นพื้นที่ พักผ่อน ลดความเครียดทางการเมือง ให้เพื่อนๆ มีกิจกรรมสนุกๆ ร่วมกัน
3. สร้างมิตรภาพและความปรองดอง ซึ่งเราหวังให้สังคมไทยเป็นเช่นนี้ แม้นคิดต่างกัน แต่เมื่อคุยกันแล้วก็เป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม

กระทู้ห้องเพลงเป็นกระทู้เปิด มิได้ปิดกั้นผู้หนึ่งผู้ใด "ขอให้มาดี เราคือเพื่อนกัน" ซึ่งก็เหมือนกับกระทู้ทั่วไป ที่เราไม่จำเป็นต้องทราบว่า User ท่านไหนเป็นใครมาจากไหน  ...ดังนั้น หากมีบุคคลใดที่มีการโพสสิ่งผิดกฎหมายและศีลธรรมอันดีของสังคมนั้น หรือสิ่งรบกวนใดๆ ในบอร์ด เป็นเรื่องส่วนบุคคล ทางห้องเพลงจึงขอแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งสิ้น....


รักเขาให้เท่าฉัน ฺBig Ass cover by The Mario

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 25
สวัสดีค่ะ MC พี่โอ้ พักผ่อนมากๆ รักษาสุขภาพด้วยค่ะ อย่าหักโหมงานนัก

ส่วนตัวแล้วคิดว่าจะทำอะไรต้องคำนึงถึงความเป็นธรรมและผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ต้องมีกติกามารยาททางการเมือง ฐานรากต้องมั่นคง รากฐานนี้คือรากฐานของประชาชนและประเทศชาติ ไม่ใช่รากฐานอำนาจของใคร

สิ่งสำคัญที่สุดหากจะปลูกบ้านคืออะไร ? ความโอ่โถง พื้นหินอ่อน  หลังคาทันสมัย บันไดอลังการ ประตูหน้าต่างสไตล์อิตาลี ฯลฯ ? ของตกแต่งพวกนี้เปรียบไปก็เหมือนคำพูดที่ดูดี เช่น ไม่มีนักการเมืองโกง ประชาชนอยู่ดีกินดี (แต่ไม่มีแนวทางเป็นรูปธรรม)

เรื่องสำคัญเลยที่ทุกคนต้องคิดหากจะปลูกบ้านอยู่เองสักหลังคือ ความปลอดภัย และแน่นอนสิ่งที่เป็นพื้นฐานและสำคัญที่สุดของบ้านก็คือฐานรากค่ะ หากคุณมีฐานรากที่มั่นคง จะปลูกบ้านกี่ชั้น สร้างอาคารสูงใหญ่โตแค่ไหนก็ไม่มีปัญหา ฐานรากตรงนี้คือ กติกาที่เป็นธรรมเพื่อประโยชน์ของประชาชน



แต่หากไม่ใส่ใจฐานราก เสาเข็มไม่แข็งแรงพอที่จะรองรับน้ำหนักอาคาร ไม่ได้คำนวณมาอย่างถูกต้อง ไม่ว่าบ้านหลังเล็กแค่ไหน ก็พังได้ทุกเมื่อ



วันนี้เปรียบเหมือนทุบบ้านหลังเดิมไปแล้ว (ซึ่งที่จริงบ้านเดิมก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร) จะวางรากฐานใหม่ก็ต้องทำให้ดีไปเลยค่ะ ไม่อย่างนั้นอีกไม่กี่ปีเดี๋ยวก็เกิดเหตุฐานรากทรุด บ้านร้าว ได้ซ่อมกันไม่รู้จบ


ก็เคยสัญญา อัสนี-วสันต์ โชติกุล cover by The Mario

https://www.youtube.com/watch?v=cQk8UpiYZEk
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่