ฉันรัก ♥ ภูเก็ต ..... เพราะภูเก็ตน่ารัก

สวัสดีค่ะ หลังจากไม่ได้เขียนกระทู้นานมาก
กระทู้นี้จะพาไปเที่ยวภูเก็ตกัน
เป็นทริปที่แทบไม่มีการเตรียมตัวล่วงหน้าใดๆ
แค่รู้สึกเหนื่อยๆ หนืดๆกับชีวิต เมื่อหัวใจมันเซ ทะเลคือจุดหมาย แบบเพลงเค้าว่าไว้นั่นแหล่ะ
พอน้องที่รู้จักอยู่ภูเก็ตชวนไปเที่ยว ก็คิดว่าถึงเวลาต้องออกไปชาร์ตแบตชีวิตละ
ทริปนี้จะเป็นการเที่ยวแบบ slow life สุดๆ ไม่มีกี่วางแผนอะไรทั้งสิ้น ใกล้ตรงไหนก็ไป อยากกินอะไรก็กิน
เสพงานอาร์ทอย่างบ้าคลั่ง และการเป็นสายฮิปเตอร์แบบไม่รู้ตัว
พร้อมแล้ว ไปกับชะนีเสียศูนย์พร้อมกันเลยจ้า


คำเตือน
1. รูปเยอะมากนะ เผื่อใครชอบดูรูป ก็ดูไปชิวๆเพลินๆ
2. ทริปนี้ไม่เน้นเกาะ ไม่เน้นทะเล
3. ใช้ภาษาพูดนะคะ เพื่ออรรถรสในการอ่าน


รอบนี้บินไปกับ Thai smile ค่ะ จองก่อนล่วงหน้าแค่ สองอาทิตย์ ราคาตั๋วไปกลับประมาณ 3000
ขึ้นสุวรรณภูมิ สบายเลยใกล้คอนโด แค่ 15 นาทีถึง


ไฟรท์ออก 12.05 ถึงภูเก็ต ประมาณ 13.30
เย้ๆๆ ถึงแล้ว มองเห็นทะเลจากบนเครื่องด้วยนะ

พอถึงสนามบิน น้องขับรถมารับค่ะ
สำหรับคนที่ไม่มีใครมารับ ก็สามารถเช่ารถขับเองได้ รึว่านั่งแท็กซี่เข้าเมือง ซึ่งอันนี้เค้าว่ากันว่าราคาค่อนข้างแรง แต่เราก็เห็นว่ามีรถตู้บริการอยู่นะคะ

บ่ายสามเห็นจะได้ หิวละ หาไรกินกัน
จุดหมายแรกของการกินคือ หมี่ต้นโพธิ์ เค้าว่าใครมาไม่ได้กิน ถือว่ามาไม่ถึงภูเก็ต
พวกเราจึงแวะ ที่ร้านหมี่ต้นโพธิ์สาขา 3 ค่ะ
เป็นร้านเก่าแก่ของภูเก็ต แต่สาขาที่เรากิน เป็นสาขาที่ทำใหม่ ร้านสะอาด ไม่ติดแอร์จ้า

มาแล้วววว หมี่ฮกเกี้ยน น่ากินสุดอะไรสุด เครื่องแน่นเอียดดดด ใส่ไข่ด้วยนะ

สั่งหมูสะเต๊ะ มาด้วย

น้ำกระเจี๊ยบชื่นใจ

แอบดูในเมนูมีโอ่วเอ๊ว ที่เป็นขนมที่มีที่ภูเก็ตเท่านั้นด้วย เลยลองสั่งมากิน
กินแล้ว หอมชื่นใจ ตัววุ้นทำจากกล้วย แต่น้องบอกว่า จริงๆมันต้องใส่น้ำแข็งใส กับน้ำแดงนะเจ้ อ่ะไม่เป็นไร เด๋วไปหากินใหม่อาดาบหน้า

จบจากการกิน คิดว่าเวลาเหลืออีกแปป ก่อนกระอาทิตย์ตกดิน
เราเลยไปนั่งเล่นที่แหลมพันวากันค่ะ

บรรยากาศดี เหมาะแก่การนั่งทอดฮุ่ย เสียอย่างเดียว ฝนแปด แดดแค่สอง เอะอ่ะ ท้องฟ้าทำท่าฝนจะตกตลอดเลย

เข้าที่พักกันค่ะ
เรานอนที่ sino imperial Phuket ทั้ง 3 คืน เป็น รร ที่อยู่ใกล้เมืองเก่าภูเก็ต เราเลือก รร นี้เพราะทำเลดี
ใกล้ร้านอาหาร ของกินเพียบ ใกล้ลาดใหญ่ เดินเล่นได้ตอนกลางคืน และใกล้ street art เหมาะเจาะสุด
เป็น รร ที่น่ารักมากกก ห้องสะอาด พนักงานดี
เราจองผ่าน Traveloka ราคาถูกว่าจองหน้าเวบเยอะนะ

ลืมถ่ายนอก รร ตอนกลางวัน แต่กลางคืน เปิดไฟสวยดี


นี่ระเบียงทางเดินหน้าห้องเราเอง นั่งเล่น ชมเมืองได้อีก
เสียดายเราไม่ได้ถ่ายในห้องก่อนมันจะรก เค้าบอกของในตู้เย็นกินได้หมด มีแม่บ้านมาเต็มทุกวัน ชากาแฟ และมาม่าวันละ 2 ซอง น้องพนักงานบอกน้องกินได้ทุกวันเลยนะ พี่แม่บ้านจะมาเต็มให้ใหม่

วันที่ 2
ช่วงเช้าน้องมีธุระ เราเลยว่าจะเดินเที่ยวเมืองเก่าไปพลางๆก่อน กะว่าจะลงมากินติ่มซำ แต่ลงมาช้าอ่ะ 10.30 ร้านปิดแล้ว ใครจะกินติ่มซำ กะเวลาเช้าๆหน่อยน้า ร้านเค้าของหมดปิดไว
ว่าแล้ว เราก็เดินโซซัดโซเซ ด้วยความหิว มาถึงเมืองเก่าแบบงงๆ

คือเป็นอะไรที่กรี๊ดดดดด มากกกก มันน่ารักขั้นสุด

เมืองอะไร ทำไมมันต้องชิค ต้องพาสเทลได้เบอร์นี้

ดูดิ บ้านชมพู แค่ดูก็อินเลิฟ

ส่งโปสการ์ดหาตัวเองด้วย จนป่านนี้ยังไม่ถึงอ่ะ 5555

โอ้ยยยย ช๊อบบบบ ทุกอย่างดูซอร์ฟ เมื่อเป็นพาสเทล

สุดท้ายก็มาแลนดิ้งหาร้านกินข้าว มาลงที่ร้านนี้
ร้าน Eleven two & Co.
เลือกร้านนี้เพราะอะไร ทายซิ ...
ถูกกกก เลือกเพราะหน้าต่างเจ็ดสี มณีเจ็ดแสง มันเร้าใจละเกิน เดินเพลินเข้าไปส่อง

ภายในร้านแบ่งออกเป็น สองโซน เป็นส่วนของ open air มีของขายกระจุกกระจิกด้วย

ส่วนอีกส่วนติดแอร์ นั่งกินข้าว ดื่มกาแฟได้ยาวๆกันไป

เราสั่ง สมูทตี้สตอเบอรี่ และเกี๊ยวซ่าชีสมาค่ะ
อร่อยเลยแหล่ะ ตอนแรกว่าจะกินไม่หมดนะ กินไปกินมาเพลินๆ หมดแหะ
ให้ชีสเยอะ ยืดดดด ซะใจเลย

อิ่มแล้ว เดินกลับ รร กันดีกว่า เราเปิด GPS แล้วเดินตามเลยค่ะ
เป็นชะนียุค 4G ใช้เนทให้เป็นประโยชน์นะจ๊ะ

แต่เอ๊ะ... ตอนกำลังเดินหลับ เห็นอะไรแว๊บๆ
ว๊ายยยย คาเฟ่ แมว!!!

น่าร๊ากกก แวะซิ รออะไร
ร้านแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนหน้า ไม่มีแมวค่ะ เค้าจะกั้นแมวไว้ข้างใน
เข้ามาก็จะมีพนักงานมาต้อนรับ พร้อมอธิบายการเล่นกับแมว ว่าต้องปฏิบัติตัวอย่างไร
ค่าเข้าไปเล่นกับแมว 50 บาท พร้อมกับต้องสั่งเครื่องดื่มอีก 1 อย่าง

มะ เข้ามาเล่นกับแมวกัน

เป็นชะนีที่เลี้ยงหมามาตลอดชีวิต จะเข้าหาแมวนี่รู้สึกมึนๆ 5555
เทอๆ เล่นกะเราเหอะ

อันนี้โซนด้านในที่มีแมว สามารถนั่งดื่มเครื่องดื่ม กินขนมในนี้ได้นะคะ


ช่วงบ่ายน้องมารับ แต่ฝนตก!!! เอ้า ไปไหนดีอ่ะ แต่น้องบอกว่า เด๋วมันก็หยุดพี่
อ่ะได้ งั้นไปแหลมพรหมเทพกัน
มาภูเก็ตแล้วต้องไปนะ ได้ยินมาตั้งแต่เด็ก พระอาทิตย์สุดท้ายที่แหลมพรหมเทพ

ฟ้าครึ้มๆยังสวยเลย นี่ไม่ใช่ว่าไม่มีคนนะ ข้างหลังยืนเบียดๆกันอีกหลายสิบ

ไปต่อกันที่หาดยะนุ้ย
โอ้ทะเลแสนงาม....ฟ้าสีครามหม่นหมองงงง
เสียดายที่ฝนตกเมื่อกลางวัน ทำให้ฟ้าไม่สดใส ไม่เป็นไร เด๋วหาโอกาสมาซ่อม

หิวละ หาไรกินมื้อเย็นกัน
มื้อเย็นวันนี้ ไปที่ร้าน ตัวจะแตก
ใช่ ชื่อร้าน ตัวจะแตก เออ งั้นมาดูดิ ว่าจะแตกมั้ย
อ่ะ มาดูๆๆๆ มาม่าหม้อไฟ

กินสองคนเลยเอา size M นะ นี่ว่าเล็กแล้ว เจอ size L จะตกใจ

สาหร่ายพวงองุ่น พร้อมน้ำจิ้มแซ่บ

ยำโจรสลัด
ไม่มีอะไรไม่แซ่บอ่ะพูดเลย อร่อยทุกอย่าง
ตัวจะแตก ตะเข็บแทบปริ สมชื่อร้านจริงๆ

วันที่ 3
เช้านี้เรามากินติ่มซำกันค่ะ
มากินที่ ร้านจ่วนยิ้มง คนเยอะเลยค่ะ แทบไม่มีโต๊ะว่าง
วิธีสั่งคือ เดินไปหน้าร้าน ตรงที่เค้ามี ติ่มซำวางไว้ แล้วชี้บอกเค้าว่าจะกินอะไร เค้าจะหยิบใส่ถาดแล้วเดินตามเรามาที่โต๊ะ

เราสั่งขนมจีนน้ำยาปู มาด้วย นัวมากกก อร่อยสุด ปูเยอะมาก กินสองคนไม่หมดนะ
นี่คือใช้ช้อนตักขึ้นมาครั้งเดียวนะ ปูเยอะขน๊าดดด

หลังจากอิ่มจนอึดกันแล้ว ก็ตกลงปลงใจไปหาดป่าตองกันค่ะ ไปทั้งฝนพรำๆนั่นแหล่ะ
ท้องฟ้ามันครึ้ม มันครึ้มอยู่อย่างนี้

ประดุจหนึ่งเดินที่ไมอามี่ คนต่างชาติทั้งนั้น



ตัวอักษรหมด ต่อในcomment นะคะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่