ตามหัวกระทู้เลยค่ะ ปัจจุบันคบกันจะสี่ปีแล้วค่ะ เราและแฟนเราอายุห่างกันประมาณสามปีอยู่ช่วงวัยประมาณยี่สิบกลางๆค่ะ แต่พอมาช่วงนี้แฟนเปลี่ยนไปมาก ช่วงปีแรกสองปีแรกเรายังสามารถโทรคุยกับเค้าได้และส่วนมากเค้าจะตอบไลน์เรากลับเป็นเค้าส่วนมากด้วยซ้ำที่ทักชวนคุย แต่ปัจจุบันตอนนี้เค้าบอกว่าที่เค้าเงียบขึ้นเพราะวุฒิภาวะทางการงาน (งานของเค้าทำเฉพาะช่วงเย็นเป็นครูสอนกีฬาชนิดหนึ่ง ประมาณสามชั่วโมง) แต่ในความคิดเราแล้วเราคิดว่าเค้าอาจจะเบื่อเราหรือเปล่าคะ
ย้อนกลับไปด้านแฟนเราเค้าจบปริญญาม.หนึ่งมาได้หลายปีแล้วแต่ไม่ได้ทำงานประจำ ปัจจุบันทำงานตอนเย็นที่ทำที่เป็นครูสอนกีฬาคือเป็นสิ่งที่เค้ารักมากและทางบ้านเปิดกิจการให้แต่ไปไม่ไหวและจะปิดตัวปลายปีนี้ เค้าบอกเราเสมอว่าเค้าจะทำแต่สิ่งที่เค้ารักและไม่สนปัจจัยอื่น ในใจเราเราอยากให้เค้ามีงานที่มั่นคงและเลี้ยงตีวเองรอดเนื่องจากปัจจุบันยังมีค่าใช้จ่ายบางส่วนที่ทางบ้านเค้ายังช่วยจ่ายให้ แต่เค้ากลับบอกเราว่าทางบ้านเค้าเลี้ยงไม่เหมือนบ้านเราเลี้ยงให้ใช้ชีวิตไปเรื่อยๆได้ไม่ต้องเร่งรีบมามุ่งมันแบบบ้านเรา(บ้านเค้าค่อนข้างมีฐานะที่จะซัพพอร์ตเรื่องเงินให้แฟนได้) เราเคยเสนอว่าให้เค้าลองไปสมัครงานที่โรงพยาบาลด้านเวชศาสตร์การกีฬา แต่เค้าบอกเค้าไม่ชอบแต่สิ่งที่เค้าชอบมันกลับเลี้ยงชีพเค้าไม่ได้และเค้าไม่ค่อยคิดถึงเราทั้งๆที่เราเคยมีแพลนกันว่าจะใช้ชีวิตร่วมกัน ในตอนนั้นเค้าคิดเหมือนกันกับเราแต่ตอนนี้เค้ากลับบอกว่าแล้วแต่เราจะคิด เค้าไม่ได้มีความกระตือรือร้นเหมือนแต่เดิมที่คบกันแรกๆ ล่าสุดเค้าหางานที่เค้าชอบเป็นครูสอนกีฬาแบบเดิมแต่ต้องย้ายไปสอนที่ตจว.เป็นเวลาหนึ่งปี เราไม่เห็นด้วยเพราะกลัวเค้าลำบากและอยู่ไกลกันมากๆ เค้าบอกว่าอาจจะได้คุยกันน้อยลงหรือไม่ได้คุยเลยเพราะเค้ามีเวลาและวุฒิภาวะมากขึ้น เราเลยบอกเค้าว่าเราไม่เห็นด้วยและเค้าก็บอกว่าแล้วแต่เราถ้าไม่เห็นด้วยแต่เค้าก็จะไปอยู่ดี เค้าดูกระตือรือร้นกับการไปครั้งนี้มากๆ ซึ่งเราก็ทำได้แค่ยอมให้เค้าไปเพราะเราเชื่อว่าถ้าให้เค้าทำให้สิ่งที่รักเค้าคงจะมีความสุขซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าเราคิดถูกไหม เพราะที่มองๆดูแล้วเหมือนเค้าไม่ค่อยคิดถึงความรู้สึกเราและเข้าใจเราเท่าไหร่ เราไม่ได้อยากห้ามไม่ให้เค้าไปมีอนาคตที่ดีแต่คืดถ้าเค้าไปไกลๆเราก็ห่วงและยิ่งบอกว่าจะไม่ได้คุยกันเลยไม่ได้เจอกันเลยมันยิ่งมีความรู้สึกแปลกๆว่าเค้ายังรักเราไหม ในส่วนหนึ่ง เราไม่ค่อยเชื่อว่าเค้าไปที่โน้นชีวิตจะโอเคขึ้นเนื่องจากเราเชื่อและให้กำลังใจมาตลอดทุกๆอย่างที่เค้าทำมาตลอดทั้งสามปีแต่ทุกอย่างล้มเหลวหมดทุกครั้งเพราะเค้าล้มเลิกกลางทางและไม่ฟังสิ่งที่เราแนะนำ
ในด้านเรา เราเรียนและทำงานด้านไอทีและไม่ค่อยมีเวลาให้เค้าแต่เราจะหาเวลาโทรหาเค้าตอนเช้าก่อนที่จะบยุ่ง ทักไลน์หาตอนเที่ยง และช่วงค่ำหลังจากหมดงาน บางทีเราทำงานถึงตีสี่ตีห้าหรือบางทีไม่ได้นอนแต่เราก็ไม่ลืมว่าจะต้องโทรหาเค้าหรือบางทีชวนออกไปกินข้าวดูหนังกัน เราพยายามหาจุดตรงกลางที่ทำให้เราสองคนพอเดินไปด้วยกันได้ตลอดต่อให้บางทีเราจะต้องจัดการตารางเวลาเพิ่มเพื่อให้เรามีเวลาให้กับเค้าบ้าง เราเป็นคนที่ตั้งมั่นและมีเป้าหมายชัดเจนเพราะที่บ้านเราสอนต่างจากเค้าเหมือนที่เค้าบอกว่าสอนให้มีเป้าหมายว่าจะทำอะไรในชีวิต บางสิ่งต้องเร่งต้องรีบทำในส่วนที่มีโอกาสและเวลาทำได้ ทุกวันนี้เราพยายามทำงานเก็บเงินเพราะจะทำตามสิ่งที่เราวางแผนด้วยกันแต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเรากระตือรือร้นและพยายามอยู่ฝ่ายเดียว เค้าบอกว่าเราพึ่งทำงานได้ไม่นานไม่เข้าใจสังคมทำงานหรอกว่าวุฒิภาวะมากขึ้นมันก็ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมแต่ความจริงแล้วเราทำงานตลอดตั้งแต่อายุสิบห้าเพราะบ้านเราไม่ได้มีฐานะ จึงต้องมุ่งมันและเร่งรีบสร้างเนื้อสร้างตัว เราไม่ได้เป็นคนดีเพอร์เฟกแต่แค่พยายามทำและจัดการทุกอย่างเพื่ออนาคตเราทั้งคู่ เราไม่เคยบ่งการชีวิตเค้าเพียงแต่บางครั้งเราบอกไม่เห็นด้วยแต่เค้าก็ไม่ได้สนใจในความเห็นเราหรือเก็บไปใส่ใจ เราเคยถามเค้าว่าเบื่อเราไหม เค้าบอกว่าไม่ เราเคยถามเค้าว่าถ้าเป็นแบบนี้ยังหวังว่าจะใช้ชีวิตร่วมกันไหม เค้ากลับเงียบเปลี่ยนเรื่องคุย แฟนเราเป็นคนที่เราคุยเรื่องเครียดอะไรที่เกี่ยวกับปัญหาเราสองคนไม่ได้เลย เค้าจะบอกว่าเครียดปวดหัวอะไรทำนองนี้ ทำให้เราไม่กล้าพูดจนหลายๆเรื่องสะสม พอเราถามว่าห่างกันไหมเค้าก็บอกว่าไม่และเค้ากลับบอกเราว่าเค้ามีปมว่าจะไม่บอกเลิกผู้หญิงก่อน เพราะแฟนเก่าเค้าเคยกรีดข้อมือและคิกจะฆ่าตัวตายเค้าเลยกลัวที่จะต้องบอก
ถ้าเป็นแบบนี้เราควรทำอย่างไรต่อดี ตอนนี้เราเริ่มเหนื่อยและท้อที่จะต้องกระตือรือร้นทำทุกอย่างอยู่ฝ่ายเดียวห่วงเค้าฝ่ายเดียว คิดทุกอย่างฝ่ายเดียว เก็บเงินเพื่อนสร้างอนาคตของเราอยู่ฝ่ายเดียว เราควรจะเดินต่อหรือหยุดกับคนๆนี้ดีคะ เราคิดถูกไหมค่ะที่ควรปล่อยให้เค้าไปทำตามความฝันและเรายืนอยู่ที่ๆเดิมให้เค้าเห็นว่าเหมือนเป็นของตาย เราควรทำยังไงดีตอนนี้คิดไม่ตกเพราะจะคุยกับเค้าก็ไม่ได้เพราะกลัวเค้าเครียด
ปล.เราขอโทษด้วยนะคะ ถ้าหากเราพิมพ์ไม่ถูกหรือข้อความยาวเกินไป
เรามีปัญหากับแฟนค่ะเรื่องแฟนเปลี่ยนไปควรทำอย่างไรคะ
ย้อนกลับไปด้านแฟนเราเค้าจบปริญญาม.หนึ่งมาได้หลายปีแล้วแต่ไม่ได้ทำงานประจำ ปัจจุบันทำงานตอนเย็นที่ทำที่เป็นครูสอนกีฬาคือเป็นสิ่งที่เค้ารักมากและทางบ้านเปิดกิจการให้แต่ไปไม่ไหวและจะปิดตัวปลายปีนี้ เค้าบอกเราเสมอว่าเค้าจะทำแต่สิ่งที่เค้ารักและไม่สนปัจจัยอื่น ในใจเราเราอยากให้เค้ามีงานที่มั่นคงและเลี้ยงตีวเองรอดเนื่องจากปัจจุบันยังมีค่าใช้จ่ายบางส่วนที่ทางบ้านเค้ายังช่วยจ่ายให้ แต่เค้ากลับบอกเราว่าทางบ้านเค้าเลี้ยงไม่เหมือนบ้านเราเลี้ยงให้ใช้ชีวิตไปเรื่อยๆได้ไม่ต้องเร่งรีบมามุ่งมันแบบบ้านเรา(บ้านเค้าค่อนข้างมีฐานะที่จะซัพพอร์ตเรื่องเงินให้แฟนได้) เราเคยเสนอว่าให้เค้าลองไปสมัครงานที่โรงพยาบาลด้านเวชศาสตร์การกีฬา แต่เค้าบอกเค้าไม่ชอบแต่สิ่งที่เค้าชอบมันกลับเลี้ยงชีพเค้าไม่ได้และเค้าไม่ค่อยคิดถึงเราทั้งๆที่เราเคยมีแพลนกันว่าจะใช้ชีวิตร่วมกัน ในตอนนั้นเค้าคิดเหมือนกันกับเราแต่ตอนนี้เค้ากลับบอกว่าแล้วแต่เราจะคิด เค้าไม่ได้มีความกระตือรือร้นเหมือนแต่เดิมที่คบกันแรกๆ ล่าสุดเค้าหางานที่เค้าชอบเป็นครูสอนกีฬาแบบเดิมแต่ต้องย้ายไปสอนที่ตจว.เป็นเวลาหนึ่งปี เราไม่เห็นด้วยเพราะกลัวเค้าลำบากและอยู่ไกลกันมากๆ เค้าบอกว่าอาจจะได้คุยกันน้อยลงหรือไม่ได้คุยเลยเพราะเค้ามีเวลาและวุฒิภาวะมากขึ้น เราเลยบอกเค้าว่าเราไม่เห็นด้วยและเค้าก็บอกว่าแล้วแต่เราถ้าไม่เห็นด้วยแต่เค้าก็จะไปอยู่ดี เค้าดูกระตือรือร้นกับการไปครั้งนี้มากๆ ซึ่งเราก็ทำได้แค่ยอมให้เค้าไปเพราะเราเชื่อว่าถ้าให้เค้าทำให้สิ่งที่รักเค้าคงจะมีความสุขซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าเราคิดถูกไหม เพราะที่มองๆดูแล้วเหมือนเค้าไม่ค่อยคิดถึงความรู้สึกเราและเข้าใจเราเท่าไหร่ เราไม่ได้อยากห้ามไม่ให้เค้าไปมีอนาคตที่ดีแต่คืดถ้าเค้าไปไกลๆเราก็ห่วงและยิ่งบอกว่าจะไม่ได้คุยกันเลยไม่ได้เจอกันเลยมันยิ่งมีความรู้สึกแปลกๆว่าเค้ายังรักเราไหม ในส่วนหนึ่ง เราไม่ค่อยเชื่อว่าเค้าไปที่โน้นชีวิตจะโอเคขึ้นเนื่องจากเราเชื่อและให้กำลังใจมาตลอดทุกๆอย่างที่เค้าทำมาตลอดทั้งสามปีแต่ทุกอย่างล้มเหลวหมดทุกครั้งเพราะเค้าล้มเลิกกลางทางและไม่ฟังสิ่งที่เราแนะนำ
ในด้านเรา เราเรียนและทำงานด้านไอทีและไม่ค่อยมีเวลาให้เค้าแต่เราจะหาเวลาโทรหาเค้าตอนเช้าก่อนที่จะบยุ่ง ทักไลน์หาตอนเที่ยง และช่วงค่ำหลังจากหมดงาน บางทีเราทำงานถึงตีสี่ตีห้าหรือบางทีไม่ได้นอนแต่เราก็ไม่ลืมว่าจะต้องโทรหาเค้าหรือบางทีชวนออกไปกินข้าวดูหนังกัน เราพยายามหาจุดตรงกลางที่ทำให้เราสองคนพอเดินไปด้วยกันได้ตลอดต่อให้บางทีเราจะต้องจัดการตารางเวลาเพิ่มเพื่อให้เรามีเวลาให้กับเค้าบ้าง เราเป็นคนที่ตั้งมั่นและมีเป้าหมายชัดเจนเพราะที่บ้านเราสอนต่างจากเค้าเหมือนที่เค้าบอกว่าสอนให้มีเป้าหมายว่าจะทำอะไรในชีวิต บางสิ่งต้องเร่งต้องรีบทำในส่วนที่มีโอกาสและเวลาทำได้ ทุกวันนี้เราพยายามทำงานเก็บเงินเพราะจะทำตามสิ่งที่เราวางแผนด้วยกันแต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเรากระตือรือร้นและพยายามอยู่ฝ่ายเดียว เค้าบอกว่าเราพึ่งทำงานได้ไม่นานไม่เข้าใจสังคมทำงานหรอกว่าวุฒิภาวะมากขึ้นมันก็ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมแต่ความจริงแล้วเราทำงานตลอดตั้งแต่อายุสิบห้าเพราะบ้านเราไม่ได้มีฐานะ จึงต้องมุ่งมันและเร่งรีบสร้างเนื้อสร้างตัว เราไม่ได้เป็นคนดีเพอร์เฟกแต่แค่พยายามทำและจัดการทุกอย่างเพื่ออนาคตเราทั้งคู่ เราไม่เคยบ่งการชีวิตเค้าเพียงแต่บางครั้งเราบอกไม่เห็นด้วยแต่เค้าก็ไม่ได้สนใจในความเห็นเราหรือเก็บไปใส่ใจ เราเคยถามเค้าว่าเบื่อเราไหม เค้าบอกว่าไม่ เราเคยถามเค้าว่าถ้าเป็นแบบนี้ยังหวังว่าจะใช้ชีวิตร่วมกันไหม เค้ากลับเงียบเปลี่ยนเรื่องคุย แฟนเราเป็นคนที่เราคุยเรื่องเครียดอะไรที่เกี่ยวกับปัญหาเราสองคนไม่ได้เลย เค้าจะบอกว่าเครียดปวดหัวอะไรทำนองนี้ ทำให้เราไม่กล้าพูดจนหลายๆเรื่องสะสม พอเราถามว่าห่างกันไหมเค้าก็บอกว่าไม่และเค้ากลับบอกเราว่าเค้ามีปมว่าจะไม่บอกเลิกผู้หญิงก่อน เพราะแฟนเก่าเค้าเคยกรีดข้อมือและคิกจะฆ่าตัวตายเค้าเลยกลัวที่จะต้องบอก
ถ้าเป็นแบบนี้เราควรทำอย่างไรต่อดี ตอนนี้เราเริ่มเหนื่อยและท้อที่จะต้องกระตือรือร้นทำทุกอย่างอยู่ฝ่ายเดียวห่วงเค้าฝ่ายเดียว คิดทุกอย่างฝ่ายเดียว เก็บเงินเพื่อนสร้างอนาคตของเราอยู่ฝ่ายเดียว เราควรจะเดินต่อหรือหยุดกับคนๆนี้ดีคะ เราคิดถูกไหมค่ะที่ควรปล่อยให้เค้าไปทำตามความฝันและเรายืนอยู่ที่ๆเดิมให้เค้าเห็นว่าเหมือนเป็นของตาย เราควรทำยังไงดีตอนนี้คิดไม่ตกเพราะจะคุยกับเค้าก็ไม่ได้เพราะกลัวเค้าเครียด
ปล.เราขอโทษด้วยนะคะ ถ้าหากเราพิมพ์ไม่ถูกหรือข้อความยาวเกินไป