
"พระพุทธเจ้า" ตรัสไว้ใน "หินาธิมุตติสูตร" พระไตรปิฎก ฉบับหลวง (ภาษาไทย) เล่มที่ ๑๖
สุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค หน้า ๑๕๒ - ๑๕๓ ข้อ ๓๖๕, ๓๖๖, ๓๖๗
สรุปความได้ว่า...
สัตว์(มนุษย์) ย่อมคบค้ากันโดยความเป็นธาตุ
สัตว์ที่มีอัธยาศัยเหมือนๆกัน นิสัยเหมือนๆกัน ชอบเหมือนๆกัน จึงเข้ากันได้ ลงกันได้ ไปด้วยกันได้ คบค้ากันได้
"แม้ในอดีต ในอนาคต หรือในปัจจุบัน สัตว์เลว ย่อมคบค้าสมาคมกับสัตว์เลว สัตว์ดีย่อมคบค้าสมาคมกับสัตว์ดี"
ปฐมบทที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้เช่นนี้ เพราะครั้งหนึ่ง พระองค์ได้เห็นภิกษุกำลังเดินจงกรมกันเป็นกลุ่ม หลายกลุ่ม เช่น กลุ่มของพระสารีบุตร
กลุ่มของพระมหาโมคคัลลานะ กลุ่มของพระมหากัสสป กลุ่มของพระอนุรุทธ กลุ่มของพระปุณณมันตานีบุตร กลุ่มของพระอุบาลี
กลุ่มของพระอานนท์ กลุ่มของพระเทวทัต
พระพุทธเจ้าได้ตรัสกะภิกษุทั้งหลายว่า...
-
สารีบุตรกำลังจงกรมอยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูป
ภิกษุทั้งหมดนี้ล้วนมีปัญญามาก
-
มหาโมคคัลลานะกำลังจงกรมอยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูป
ภิกษุทั้งหมดนี้ล้วนมีฤทธิ์มาก
-
มหากัสสปกำลังจงกรมอยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูป
ภิกษุทั้งหมดนี้ล้วนเป็นธุตวาท
(ธุตวาท - ผู้ทำตัณหาพร้อมทั้งปัจจัยให้เหี่ยวแห้งด้วยอานุภาพแห่งธุดงควัตร)
-
อนุรุทธกำลังจงกรมอยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูป
ภิกษุทั้งหมดนี้ล้วนเป็นผู้มีทิพยจักษุ
-
ปุณณมันตานีบุตรกำลังจงกรมอยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูป
ภิกษุทั้งหมดนี้ล้วนเป็นธรรมกถึก
(ธรรมกถึก - ภิกษุผู้แสดงธรรม เพื่อความหน่าย คลายกำนัด เพื่อดับชรา และ มรณะ)
-
อุบาลีกำลังจงกรมอยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูป
ภิกษุทั้งหมดนี้ล้วนเป็นผู้ทรงวินัย
-
อานนท์กำลังจงกรมอยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูป
ภิกษุทั้งหมดนี้ล้วนเป็นพหูสูต
-
เทวทัตต์กำลังจงกรมอยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูป
ภิกษุทั้งหมดนี้ล้วนมีความปรารถนาลามก ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย...
สัตว์ทั้งหลายย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันโดยธาตุเทียว
คือ สัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยเลวย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยเลว
สัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยดี ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยดี
ทั้งในอดีค ในอนาคต และในปัจจุบัน...
ไม่ว่าจะเป็นห้องการเมืองอย่างราชดำเนิน หรือ การเมืองระดับประเทศ การรวมกลุ่มคบค้าสมาคมกัน ล้วนไม่ผิดไปจากสัจธรรมคำตรัสสอนของพระองค์...
ปล. คำว่า "สัตว์ " ของพระพุทธเจ้า หมายถึงผู้ติดข้องในขันธ์ห้า... มี 5 คติ คือ สัตว์นรก สัตว์เดรัจาน เปรต มนุษย์ และเทวดา
.... มองราชดำเนิน เพราะมนุษย์ทั้งหลายย่อมคบค้ากันโดยธาตุ การรวมกลุ่ม ปกป้องกลุ่มจึงเกิดขึ้นได้ ....
"พระพุทธเจ้า" ตรัสไว้ใน "หินาธิมุตติสูตร" พระไตรปิฎก ฉบับหลวง (ภาษาไทย) เล่มที่ ๑๖
สุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค หน้า ๑๕๒ - ๑๕๓ ข้อ ๓๖๕, ๓๖๖, ๓๖๗
สรุปความได้ว่า...
สัตว์(มนุษย์) ย่อมคบค้ากันโดยความเป็นธาตุ
สัตว์ที่มีอัธยาศัยเหมือนๆกัน นิสัยเหมือนๆกัน ชอบเหมือนๆกัน จึงเข้ากันได้ ลงกันได้ ไปด้วยกันได้ คบค้ากันได้
"แม้ในอดีต ในอนาคต หรือในปัจจุบัน สัตว์เลว ย่อมคบค้าสมาคมกับสัตว์เลว สัตว์ดีย่อมคบค้าสมาคมกับสัตว์ดี"
ปฐมบทที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้เช่นนี้ เพราะครั้งหนึ่ง พระองค์ได้เห็นภิกษุกำลังเดินจงกรมกันเป็นกลุ่ม หลายกลุ่ม เช่น กลุ่มของพระสารีบุตร
กลุ่มของพระมหาโมคคัลลานะ กลุ่มของพระมหากัสสป กลุ่มของพระอนุรุทธ กลุ่มของพระปุณณมันตานีบุตร กลุ่มของพระอุบาลี
กลุ่มของพระอานนท์ กลุ่มของพระเทวทัต
พระพุทธเจ้าได้ตรัสกะภิกษุทั้งหลายว่า...
- สารีบุตรกำลังจงกรมอยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูป ภิกษุทั้งหมดนี้ล้วนมีปัญญามาก
- มหาโมคคัลลานะกำลังจงกรมอยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูป ภิกษุทั้งหมดนี้ล้วนมีฤทธิ์มาก
- มหากัสสปกำลังจงกรมอยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูป ภิกษุทั้งหมดนี้ล้วนเป็นธุตวาท
(ธุตวาท - ผู้ทำตัณหาพร้อมทั้งปัจจัยให้เหี่ยวแห้งด้วยอานุภาพแห่งธุดงควัตร)
- อนุรุทธกำลังจงกรมอยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูป ภิกษุทั้งหมดนี้ล้วนเป็นผู้มีทิพยจักษุ
- ปุณณมันตานีบุตรกำลังจงกรมอยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูป ภิกษุทั้งหมดนี้ล้วนเป็นธรรมกถึก
(ธรรมกถึก - ภิกษุผู้แสดงธรรม เพื่อความหน่าย คลายกำนัด เพื่อดับชรา และ มรณะ)
- อุบาลีกำลังจงกรมอยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูป ภิกษุทั้งหมดนี้ล้วนเป็นผู้ทรงวินัย
- อานนท์กำลังจงกรมอยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูป ภิกษุทั้งหมดนี้ล้วนเป็นพหูสูต
- เทวทัตต์กำลังจงกรมอยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูป ภิกษุทั้งหมดนี้ล้วนมีความปรารถนาลามก ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย...
สัตว์ทั้งหลายย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันโดยธาตุเทียว
คือ สัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยเลวย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยเลว
สัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยดี ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยดี
ทั้งในอดีค ในอนาคต และในปัจจุบัน...
ไม่ว่าจะเป็นห้องการเมืองอย่างราชดำเนิน หรือ การเมืองระดับประเทศ การรวมกลุ่มคบค้าสมาคมกัน ล้วนไม่ผิดไปจากสัจธรรมคำตรัสสอนของพระองค์...
ปล. คำว่า "สัตว์ " ของพระพุทธเจ้า หมายถึงผู้ติดข้องในขันธ์ห้า... มี 5 คติ คือ สัตว์นรก สัตว์เดรัจาน เปรต มนุษย์ และเทวดา