ไม่อยากขายบ้าน เพื่อใช้หนี้ อยากรีโนเวทเป็นร้านอาหารกึ่งแหล่งเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์

ฟังดูอาจจะ งงๆ หน่อยนะคะ ว่าอยู่ๆ จากบ้านเก่าที่กำลังจะถูกขาย จะกลายมาเป็นร้านอาหาร
แล้วก็เป็นแหล่งเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ ได้ยังไง


จุดเริ่มต้น
จริงๆ บ้านของเราหลังนี้ เป็นบ้านที่เราอยู่มาตั้งแต่เด็กๆ เกิดและโตที่นี่ จากที่เป็นแค่ห้องแถวขายของชำ
พ่อกับแม่ค่อยๆ พัฒนามาเป็นธุรกิจร้านอาหาร และเปิดบังกะโลที่พักอยู่ด้านหลัง
รวมแล้ว 25 ปีได้ละค่ะ สำหรับที่นี่  

จุดเปลี่ยน
จนกระทั่งตอนเราเข้ามหาลัย มาทราบในภายหลังว่าพ่อ ได้เอาบ้านหลังนี้ เข้าธนาคาร กู้เงินมาเพื่อต่อยอดธุรกิจ
โดยต้องการเปิดสาขา 2 ที่อยู่ในอำเภอเดียวกัน แต่เนื่องจากการกู้เงินไม่ได้ตามจำนวนเป้าหมาย
และเราเชื่อว่าพ่ออาจจะไม่ได้วิเคราะห์การตลาดและมองสถานการณ์เศรษฐกิจในอนาคต
ทำให้การเปิดร้านอาหารและรีสอร์ท สาขา 2 ที่อยู่ไกลจากพื้นที่ชุมชน และเข้าถึงได้ยาก รูปแบบสไตล์ไม่ได้แปลกใหม่
มีธุรกิจในรูปแบบเดียวกัน เปิดขึ้นมาเป็นคู่แข่งเยอะมาก ส่งผลให้สภาวะทางการเงินของครอบครัว เริ่มแย่ลง
หนี้สินกว่า 7 ล้านที่กู้มา ยังคงอยู่

จนกระทั่งเข้าขั้นวิกฤตเมื่อกำลังส่งเงินในแต่ละเดือน บวกกับภาระต่างๆ บีบทำให้ต้องมีการกู้หนี้ยืมสิน
เพิ่มมากขึ้น และกลายเป็นกู้มาเพื่อโปะหนี้ มากกว่าสร้างมูลค่าและเพิ่มฐานลูกค้า
จนกระทั่งสาขา 1 ต้องปิดร้านอาหารไป เหลือแค่บังกะโล แม่เราหาเงินหมุนแทบทุกเดือน
ลูกค้าสาขา 2 ก็ไม่ได้เยอะพอที่จะมีเงินใช้หนี้ในแค่ละเดือน ปกติร้านเราจะได้ขาประจำ
พอย้ายไปอยู่ไกลขึ้น ลูกค้าก็เดินทางลำบาก นานๆทีจะมีทัวร์มาลง และขาจรบ้างประปราย


เรากับพี่ชายเองก็คุยกัน ว่าอยากจะปรับเปลี่ยนรูปแบบร้าน อยากช่วยที่บ้านมากกว่าการทำงานไปวันๆ
แต่กลับเจอปัญหาใหญ่ คือ พ่อกับแม่ ไม่รับฟังแนวความคิดของเราและพี่ชาย
แม้ว่าเราจะพยายามพาไปดูงาน ไปดูร้าน รีสอร์ท หรือหาหนังสือต่างๆ มาให้อ่าน เพื่อเปิดประสบการณ์
การปรับธุรกิจให้เข้ากับยุคสมัย แต่ก็ช่วยไม่ได้เลย ท่านไม่ฟัง และยังคงยึดในแนวคิดของตัวเอง
พยายามให้วิเคราะห์ SWOT หรือหาแนวทางการตลาดใหม่ๆ เพราะพื้นที่ของเรา น่าสนใจอยู่แล้ว
ท่านก็ยังทำแต่ในสิ่งที่ท่านต้องการมากกว่า

ตอนนี้จึงกลายเป็นว่า ต้องการขายบ้าน และธุรกิจสาขา 1 ทั้งหมด พ่อทิ้งสาขา 1 เลย


คือพ่อไม่สนใจแล้ว ว่าสาขา 1 จะรก จะร้างแค่ไหน ปล่อย รอขายอย่างเดียว
พ่อสนใจแค่ สาขา 2 เปิดเป็นร้านอาหารคาราโอเกะ รีสอร์ทก็เป็นสไตล์เดิมๆ  

เอาตรงๆ นะคะ ถ้าขายสาขา 1 เพื่อใช้หนี้ เราพอเข้าใจ แต่เรากลัวว่าพอขายได้แล้ว เงินมันจะถูกนำมาใช้
สร้างอะไรในรูปแบบเดิมๆ ของพ่อ ที่ไม่ได้พัฒนาธุรกิจ เพราะพ่อไม่ค่อยฟังพวกเรา
และแม่เองก็ไม่ค่อยอยากให้เราขัดพ่อ ตอนนี้เราเหมือนลูกที่แย่ๆ คนนึง เวลาเราบอกให้พ่อใจเย็นๆ
อย่าเพิ่งทำอะไร ไว้คุยกันก่อน พ่อก็ไม่ฟัง แล้วก็ทำแต่ในสิ่งที่พ่ออยากทำ แม่ก็หาว่าเราชอบไปขัดพ่อ

เหมือนเราเข้าไปจับต้องอะไรในเชิงแนวคิดไม่ได้เลยค่ะ จนพี่ชายเรามีอาการเหมือนเป็นโรคซึมเศร้า
ไม่คุยกับใครไปแล้วอะ เราก็เศร้ากับสิ่งที่เกิดกับพี่ชาย ที่ขัดกับพ่อมาตลอด จนเรามาเจอกับตัว
ถึงรู้ว่าพ่อไม่ค่อยฟังใครจริงๆ

ตอนนี้เราเลยมีแนวคิดอยากจะหาทางที่ทำให้ สาขา 1 ที่ถูกปิดตัวไป กลับมาบูม
ในฐานะที่เราเรียนมาทางด้านวัฒนธรรม และมองว่าอำเภอและจังหวัดของเรายังขาดพื้นที่
ที่จะเป็นแหล่งรวบรวมประวัติศาสตร์ และเรื่องราวทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น
แต่อยากจะนำเสนอในรูปแบบเชิงสร้างสรรค์ แปลกใหม่ ให้คนเข้าถึงได้ง่าย
ไม่ใช่แค่พิพิธภัณฑ์ แต่ยังสามารถจับต้องได้ เช่น อาหารพื้นบ้าน ของฝาก ของดี
การผลิตข้าวหลามของบ้านเรา หรือแม้แต่นิทรรศการ ภาพเก่าเล่าเรื่องเมืองวัฒนาฯ
มีกิจกรรมลานวัฒน์ เปิดเป็นพื้นที่ให้เด็กวัฒน์ และคนในชุมชนได้มารวมตัวกัน เล่นดนตรี ขายของ
ทำให้พื้นที่เล็กๆ แห่งนี้มีสีสัน และมีชีวิตขึ้น เราว่ามันไม่ใช่แค่ธุรกิจเพื่อตัวเราเอง
แต่เพื่อชุมชนไปในตัว ใครอยากมาทานอาหารอร่อยๆ และเรียนรู้ชุมชนไปด้วย ต้องมาที่นี่
มีพื้นที่ให้คนได้เข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดกัน

// ฟังดูอาจจะเหมือนเพ้อเจ้อนะคะ แต่ถ้ามีนายทุนคนไหนสนใจ อยากจะช่วยพลิกวิกฤตเป็นโอกาส
ยินดีพูดคุยด้วยค่ะ อยากให้พื้นที่ตรงนี้ กลับมามีรายได้ สร้างรายได้เพื่อใช้หนี้สินส่วนนั้น

เข้าใจว่าการขายบ้านครั้งนี้ ขายเพื่อปลดหนี้ ซึ่งเรามองว่าเป็นการปลดล็อคทางการเงินเพียงชั่วคราว
เพราะถ้าหากเราไม่สามารถบริหารจัดการธุรกิจได้ ควบคุมไม่ได้ สุดท้ายเราก็ต้องกลับมาวนในลูปเดิม
อยากให้มีโอกาสได้พัฒนาได้จริงๆ เพราะไม่ให้ครอบครัวเราตกอยู่ในสภาพนี้อีก

และเราเชื่อว่า โมเดลการพัฒนาธุรกิจที่ไม่ใช่แค่เพื่อตัวเอง และยังส่งมอบสิ่งดีๆ ให้กับชุมชน
โดยเฉพาะในย่านของท้องถิ่นที่เราอยู่ยังไม่มีธุรกิจในรูปแบบนี้ เรามั่นใจว่าจะต้องมีคนให้ความสนใจ
ด้วยจุดเด่นของพื้นที่ที่เข้าถึงได้ง่าย มีต้นไม้ใหญ่ มีพื้นที่จอดรถ สาธารณูปโภคครบถ้วนอยู่แล้ว
แค่ปรับปรุงใหม่ ก็คงไม่ยาก จะยากก็คงเป็นเงินลงทุนเนี่ยแหละค่ะ และหนทางที่ลดหนี้สินที่มีอยู่กว่า 7 ล้านให้ได้

ตอนนี้ที่บ้านก็อยากให้ขายออกเหลือเกิน เราก็หวั่นๆ ในใจ ถ้าท่านเข้ามาเห็นกระทู้นี้ ไม่รู้จะชื่นชมเรา หรือด่าเรา
ใครมีแนวคิด หรืออยากเสนอช่องทางอะไร แนะมาได้เลยนะคะ ยินดีรับฟังค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่