สวัสดีคะ เราอายุ36 ปี เรามีปัญหากับแฟน ซึ่งรุ้จัก 20-มี.ค 61 นี้จะครบ12 ปี ละ (เรากับแฟนอายุห่างกัน4ปี) ขอเล่าย้อนหลังไป นิดนะคะเรากับแฟนรู้จักกันทาง โปรแกรม QQ ตอนนั้นเราทำงานแล้วคะ แฟนกำลังจะเข้าศึกษาต่อมหาลัยแห่งนึง แรกๆคุยกันก็ไม่คิดอะไร คุยกันขำๆ มีห่างกันบ้าง มีเลิกคุยไปบ้าง แต่ไม่เกิน1ปีคะ เราอยู่จังหวัดทางใต้ แฟนอยู่จังหวัดทางภาคตะวันออก เราไม่เคยไปหาแฟนนะคะ ก็3 ปี เราถึงเจอกัน ก็มีทะเลาะกันบ้างดีกันบ้าง งอนบ้าง เลิกคุยไปบ้าง จนน้องเรารับปริญญา เค้าก็มาถ่ายรูปให้ หลังจากนั้นเจอกันมาเรื่อยๆคะ มีเค้าลงมาที่บ้านบ้าง เราขึ้นไปหา ที่หอพักบ้าง เค้าไปเที่ยวกับครอบครัวเราด้วยคะ แม่เราฝากผลไม้ไปให้แม่เค้า ด้วยนะคะ โกหกแม่ไปว่าญาติเราขึ้นไปทำธุระ เลยฝากไปให้ จนแฟน เราอยู่ปี 5แล้ว ตอนนั้นแฟนกลับบ้าน เค้าพอดี แล้วก็โทรคุยปรกติ แม่เค้าก็พูดแทรกขึ้นมาว่า ไม่เห็นมาให้แม่รู้จักบ้าง คุยกันมาตั้งนานละนิ มาเที่ยวให้พ่อแม่รู้จักหน้าตาบ้างก็ดี ซึ่งตอนนั้นเราเพิ่งจะกลับมาจากที่แฟนพอดี เราก็เลยต้องหาวันลาแล้วขึ้นไป แต่ห่าง เป็นเดือน สองเดือน กว่าจะขึ้นไป คือเอาจริงๆเราแอบทำใจไว้แล้วอะคะ เพราะแฟนเรายังเรียนไม่จบ บ้านแฟนเราเป็นคนเยอะสิ่งมากกกก(เราเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว )ตอนแรกกะว่าให้เค้าจบก่อน หางานทำอะไรให้เรื่องเป็นราวก่อน ด้วยซ้ำ แต่ในเมื่อมันถึงแล้วก็เอาว่ะ ก็ไปเค้าไม่ค่อยต้อนรับเท่าไหร่นะ เราก็ไม่อะไรนะคะ แต่แบบถ้าแฟนเราไปดูดบุหรี่ เอาแล้วคะ ถามอะไรทำเราเป็นอากาศเลย บ้านจะมีพี่สาวคนนึงคะ นั้นก็แรงงง ซะ ไม่พูดอะไรกับเรา แล้วคืนนั้นก็ส่ง SMS มาว่าแฟนเรา ซึ่งเราเอาโทรสับมาเล่นพอดี เราก็ถามแฟนเรา ว่ามันอะไรกันอะ แฟนเราก็เล่าให้ฟัง คือกลายเป็นคนละเรื่องกันเลยย คือเข้าใจไหมคะว่ากลายเป็นพามาทำไม เรียนก็ยังไม่จบ ทำอะไรเกรงพ่อแม่บ้าง แล้วหนักสุด ให้ลูกพี่ลูกน้อง มาถามมาคุยกับเรา ว่าอายุเท่าไหร่ งานเป็นยังไง บ้านอยุ่ตรงไหน ลูกพี่ลูกน้องเค้าได้กับคนทางบ้านเราเหมือนกัน แล้วก็เดินออกไปบอกพ่อแม่พี่เค้า เราก็ไม่คอยพอใจแล้วเนอะ ว่าอยากรู้อะไรทำไมไม่ถามเอง พอกินข้าวจะกลับแฟนเราก็ถามเลยคะ ว่ากลับทางไหนจะขอติดรถไปด้วย กลายเป็นว่า พี่น้องเค้าทะเลาะอีก แฟนเราก็เสียงดัง พี่เค้าก็พูดเสียงดังว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายๆนะ ป่านนี้รถก็หมดแล้วไหม อะไรทำนองนี้ ส่วนเราใบ้-ก คะ เราก็เลยเดินไปนั้งในห้องแบบฉันมาทำอะไรว่ะ ต้องมาเจออะไรเนี้ยยย สุดท้ายก็ได้เวลากลับ ซึ่งบอกแม่เค้าว่าเรากลับเลย ขึ้นรถตอนเย็น พอตกเย็นเท่านั้นแหละแม่เค้าโทรหาลูกชายทันนี้ พูดเกี่ยวกับเราเยอะมาก ซึ่งแฟนเราก็ไม่รู้ทำหน้ายังไงอะพอเรานั้งอยุ่ที่ทะเลกับเค้า แฟนเราตัดสินใจเสียบหูฟังให้เราฟังด้วย คือพูดหมดเลยคะ พูดแม่ว่าไม่ดีหรอก พ่อก็พูดว่าให้ทำใจไว้บ้าง ดูแล้วลูกเค้าจะรักมาก ให้เผื่อใจไว้ก็ดี แล้วทำไมเรารู้จะคนนั้น รู้เจักพื่อนแฟนเราอะคะ คือประมาณชั่วโมงได้นะ วางสายไปเราก็คิดนะคะ ว่าจะบอกเลิกแฟนไปเลยดีกว่า ดูแล้วมันไม่โอเค เลย ถ้าจะเดินต่อไปก็ต้องหยุดอยู่ดี แต่แฟนเราพูดกะเรา ไม่ว่าจะยังไงเราต้องไม่เลิกกันนะ ไม่เลิกเพราะพ่อแม่ เราก็โอเค ไม่เลิกเนอะ ก็ล้มลุกคลุกคลานกันมาจนแฟนเราจบ เรียน 5ปีครึ่ง เพื่อนก็ลงมาหางานทำที่ใต้ ก็โอเค จนถึงรับปริญญา ต้องเจอพ่อแม่เค้าอีก เราก็คิดละ ยังไงดีให้มันก็ผ่านไปได้ด้วยดีนะ เราก็ทำตัวปรกติ ดูแลโน้นนี่ หาที่นั้งให้หาน้ำให้ คืออะไรก็ได้ ทำให้แฟนเรารู้สึกโอเคมันก็น่าจะดี เพราะเป็นวันที่เค้ามีความสุขที่สุดแล้ว มันผ่านไปปป จนตลอดที่แฟนทำงานอยู่ใต้ก็มีการโทรหาเราบ้างเราก็โทรไปหาบ้าง พ่อแม่เค้าก็บอกว่าถ้าไม่มีหนูเนี้ย ดูท่าจะไม่เรียนจบ โน้นนี้นั้น ทุกอย่างก็ดำเนินมาด้วยดี จนมาถึงแฟนเรามีปัญหาเรื่องผู้หญิง เราร้องไห้หนัก โทรไปหาแม่เค้าเลย ร้องไห้หนักมากเลยนะ ที่บ้านเค้าก็ช่วยคุยให้ แล้วสุดท้ายแฟนเราก็จะจดทะเบียนสมรส กะเรา เราเป็นคนไม่เชื่อเรื่องแผ่นเดียว แต่แฟนยืนยันจะจด แล้วโทรไปที่บ้าน พ่อถามแค่ว่าคิดแล้วใช่ป่าว ก็อวยพรกันมา แต่แม่ไม่ยอมให้จดคะ โทรหาแฟนเราหลายรอบมาก สุดท้ายคุยกับเราว่าอย่าจดนะลูก อย่างนี้อย่างนั้น สุดท้ายเราก็ไปจดกะแฟนเรา มันก็เลยทำให้เรารู้ว่าจริงๆแล้ว แม่แฟนไม่ได้ยอมรับเราเหมือนที่พูด หลังจากนั้นเราก็ไม่ค่อยโทรไปหา แม่แกก็ไม่ค่อยโทรหาเรา นอกจากทีธุระจริงๆ แกถึงจะโทรมา จนแฟนตกงาน แล้วก็มาอยู่ที่บ้านเรา แล้วพ่อแม่เค้าก็โทรมาถามว่า ตกลงอะไรเป็นอะไร เราก็บอกไปคะว่าแฟนเราได้งานที่ใหม่เป้นโรงแรม6ดาว แต่ไม่ผ่านงาน ก็เลยออก แม่แฟนก็แบบแล้วไปอยู่ที่บ้านหนูพ่อแม่หนูไม่ว่าหรอ ไม่ได้นะ แต่แฟนเราเข้านอกออกในบ้านเรานานแล้วคะ 8ปีได้แล้วมั่งคะ สรุปพ่อแฟนก็ส่งมาให้ลูกชายเค้า กลับบ้าน
เมื่อตุลาที่ ปีที่แล้ว เราก็เลยคิดไปหย่ากันมันน่าจะดีกว่า ไม่รู้ความคิดอะไรของเราเหมือนกันตอนนั้น แต่เราฝั่งอยู่ในหัวว่าแม่แฟนไม่ยอมรับเนอะ คือแบบอยากให้เค้ายอมรับก่อนแล้วไปจด มันน่าจะดีกว่า แล้วอีกอย่างแฟนเราเป็นหนี้บัตรเยอะแล้วไม่รุ้เหมือนไรจะได้งาน แล้วก็เลยบอกกับแฟนว่า ถ้าเพื่อเค้าฟ้อง มันจะติดปัญญา รึป่าว ถ้ายังไงให้รอดไว้คนนึงดีกว่า เพื่อลูก กู้กยศ ด้วย ก็เห็นตรงกันไปหย่าคือทำยังไงก็ได้ที่ไม่ให้แม่แฟนไม่พอใจเราน้อยที่สุด
เดี๊ยวบอกรับปากแกแล้ว สรุปไปหลอกแก คือเราเป็นคนที่รู้นะว่ามันจะเกิดปัญหา ไม่อยากให้ทุกอย่างมันเป็นเพราะเรา แล้วอีกอย่างไม่อยากให้แม่ลูกมีปัญากัน ตรงนี้ก็เลยเก็บไว้คนเดียว ไม่บอกแฟน จนแฟนกลับไปแม่แฟนก็พูดแบบว่า เออนะเป็นผัวเมียกันอยู่ไกลกันมันลำบาก เนอะ ย้ำแต่ประโยคนั้นละคะ ก็เลยบอกไปว่า ก็มีแม่ดูให้ไม่ต้องกลัวเรื่องผู้หญิงไง แม่แฟนพูดทันทีเลยว่า มันมีอยู่ละ !!!! คือแบบ ได้ยินแบบนั้นคือมันเเสียความรู้สึกนะ
เดี๊ยวมาเล่าต่อ
เมื่อคบกับ แฟนมา 11 ปี แม่เค้าไม่เคยยอมรับ
เมื่อตุลาที่ ปีที่แล้ว เราก็เลยคิดไปหย่ากันมันน่าจะดีกว่า ไม่รู้ความคิดอะไรของเราเหมือนกันตอนนั้น แต่เราฝั่งอยู่ในหัวว่าแม่แฟนไม่ยอมรับเนอะ คือแบบอยากให้เค้ายอมรับก่อนแล้วไปจด มันน่าจะดีกว่า แล้วอีกอย่างแฟนเราเป็นหนี้บัตรเยอะแล้วไม่รุ้เหมือนไรจะได้งาน แล้วก็เลยบอกกับแฟนว่า ถ้าเพื่อเค้าฟ้อง มันจะติดปัญญา รึป่าว ถ้ายังไงให้รอดไว้คนนึงดีกว่า เพื่อลูก กู้กยศ ด้วย ก็เห็นตรงกันไปหย่าคือทำยังไงก็ได้ที่ไม่ให้แม่แฟนไม่พอใจเราน้อยที่สุด
เดี๊ยวบอกรับปากแกแล้ว สรุปไปหลอกแก คือเราเป็นคนที่รู้นะว่ามันจะเกิดปัญหา ไม่อยากให้ทุกอย่างมันเป็นเพราะเรา แล้วอีกอย่างไม่อยากให้แม่ลูกมีปัญากัน ตรงนี้ก็เลยเก็บไว้คนเดียว ไม่บอกแฟน จนแฟนกลับไปแม่แฟนก็พูดแบบว่า เออนะเป็นผัวเมียกันอยู่ไกลกันมันลำบาก เนอะ ย้ำแต่ประโยคนั้นละคะ ก็เลยบอกไปว่า ก็มีแม่ดูให้ไม่ต้องกลัวเรื่องผู้หญิงไง แม่แฟนพูดทันทีเลยว่า มันมีอยู่ละ !!!! คือแบบ ได้ยินแบบนั้นคือมันเเสียความรู้สึกนะ
เดี๊ยวมาเล่าต่อ