เขาว่า คนที่ร่าเริงที่สุด มักมีความหลังที่เจ็บปวดที่สุดเสมอ

ในห้องเรียน เราจะเป็นคนที่ยิ้มแย้มร่างเริงดูรักสนุกตลอดเวลา
ถึงนิสัยอาจจะฟังดูเหมือนเด็กๆ แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว เราเป็นคนที่มีความเป็นผู้ใหญ่มากที่สุด เราผ่านอะไรมาเยอะจนรู้ว่า สถานการณ์ตอนนี้ควรทำตัวอย่างไรจึงจะเป็นการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด

วันก่อน วิชาแนะแนวครูให้เขียนข้อดีข้อเสียของเพื่อน สิ่งที่เพื่อนส่วนใหญ่เขียนให้เราคือ เราใจเย็นมากๆ (มากเกินไปจนน่าโมโห อย่างกับนางเอกในนิยายสาวน้อย) มีความเป็นผู้นำแต่ไม่แสดงออก เป็นที่พึ่งสุดท้ายให้เพื่อนๆได้เสมอ ยิ้มแย้มร่าเริงน่ารัก
เราดีใจมากเลยที่ได้รับแต่คำชม
แต่เราไม่คิดว่าจะมีใครรู้หรอก เรื่องที่จริงๆแล้วเราต้องพยายามทำตัวเข้มแข็งแค่ไหน บางครั้งก็รู้สึกเหนื่อยที่ต้องพยายามยิ้มทั้งที่ข้างในมันไม่เหลืออะไรแล้ว
เพื่อนๆเราไม่มีใครรู้หรอกว่าก่อนที่เราจะมาเป็นศูนย์กลางได้ เราเคยถูกแบนสมัยม.ต้นมาก่อน โดนมาเยอะจนเราคิดจะเลิกเป็นคนดีแล้วด้วยซ้ำ
เมื่อก่อนเราคิดว่า เป็นเด็กดีไปก็เท่านั้น มีแต่จะทำให้คนอื่นหมั่นไส้
แต่พอเราโตขึ้น เรากลับรู้สึกสงสารเพื่อนที่เคยแบนเรา เพราะพวกเขาไม่มีทางได้มีความสุขหรอกถ้าไม่เคยให้ความรักแทนความเกลียดชัง
เราเลยเลิกโกรธคนอื่นตั้งแต่นั้นมา เรารู้ว่าถ้าเราโกรธเมื่อไหร่นั่นคือเราแพ้

พอขึ้นม.ปลาย เราตัดสินใจย้ายแผน เจอสังคมใหม่ แต่เรายังคงใช้นิสัยเดิม แล้วมันก็เริ่มทำให้เรารู้ว่า โลกนี้ยังมีที่สำหรับเราอีกมาก
เรามีข้อดีในตัวมากมายจากที่ตอนม.ต้นเราเอาแต่โทษตัวเองและมองข้ามข้อดีเหล่านั้นไป

เราภูมิใจที่เราเป็นเรา และไม่คิดเสียใจกับอดีตที่ผ่านมา มองมองย้อนกลับไปตอนนี้ เราไม่คิดเลยว่าชีวิตที่เป็นแสงเจิ่ดจ้าตอนเราตอนนี้ เคยผ่านความมืดมิดขนาดนั้นมาก่อน

อดีตของผีเสื้อที่สวยที่สุด มันอาจเคยเป็นหนอนที่อัปลักษณ์ที่สุดก็ได้ พวกคุณคิดว่าจริงมั้ย?

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่