บทนำ
เรื่องราวทั้งหมด เริ่มขึ้นเมื่อ 20กว่าปีก่อน เราเป็นเด็กที่ชอบเรือเอามากๆเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และเรามักตามพ่อผู้ซึ่งเป็นทหารเรือเหล่าปืนใหญ่ไปเข้าเวรเสมอ หวังเพียงเพื่อที่จะได้พักอาศัยค้างแรมบนเรือ ที่มีเกลียวคลื่นคอยโอบอุ้มไกวแกว่งกล่อมนอนข้ามผ่านราตรีอันเงียบสงัด ฟังเสียงคลื่นลมชมกลิ่นน้ำมันดีเซลอ่อนๆที่พัดโชยมาจากห้องเครื่องยนต์
.
นอกจากนั้นเรายังมีโอกาสรับชมทีวีผ่านระบบเคเบิ้ลของ UBC ใช่ครับ ในสมัยนั้นหากต้องการรับชมรายการต่างประเทศ นอกเหนือไปจากช่อง 3 5 7 9 11 (ที่ชัดบ้าง ไม่ชัดบ้าง) ก็ถือเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องติดตั้งจานดาวเทียม UBC ซึ่งราคาค่าตัวของมันนั้นก็แพงเกินกว่าครอบครัวของทหารชั้นประทวนจะครอบครอง ดังนั้นเราจะได้ดูช่องรายการต่างประเทศก็ต่อเมื่อตามพ่อไปเข้าเวรเท่านั้น และช่องที่เราโปรดปรานก็คงจะหนีไม่พ้นช่อง Discovery ที่มีความหมายว่าการค้นพบ
.
และเราก็ได้ค้นพบจริงๆตามชื่อช่อง เราค้นพบความฝันของเรา จากโฆษณาสารคดีที่ชื่อว่า Lionheart เรื่องราวของเด็กหนุ่มนาม jesse martin (เจสซี่ มาติน) เราได้เห็นหยาดเหงือ และหยดน้ำตา จากการเดินทางรอบโลกบนผืนนาวา ที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา และการเดินทางรอบโลกด้วยเรือใบ ก็เป็นความฝันของเราเสมอมา
.
น่าเสียดายที่เราไม่เคยได้ดูสารคดีชุดนี้เลย เพราะไม่เคยได้ไปเข้าเวรกับพ่อในเวลาที่มันฉายจริงๆ เราทำได้แค่คอยมองจับจ้องจอแก้ว เฝ้าว่าเมื่อไรโฆษณาสารคดีชุดนี้จะปรากฏขึ้นอีกครั้งเท่านั้น และ linkที่เราได้แนบมานี้
https://youtu.be/m6u16lKIUDE เป็นสิ่งที่เมื่อ 20 ปีที่แล้วได้ตราตรึง ความฝัน ความหวัง เป้าหมาย ตอบคำถามยากๆของเด็กชายกวินที่ว่า เราเกิดมาทำไมได้สำเร็จ...เราเกิดมาเพื่อใช้ชีวิตในแบบที่ jesse martin ใช้ เราเกิดมาเพื่อที่จะเดินทาง ล่องลำนาวา ด้วยเรือใบ และตอนนี้มันก็เริ่มที่จะมีเค้าโครงแห่งความเป็นไปได้เกิดขึ้นแล้ว
.....................
บรรทัดต่อจากนี้จะป็นเรื่องราวของเรา หลังจากเราเก็บเงินซื้อเรือใบ ขนาด 30ฟุต 2ห้องนอน 1ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น และ ห้องครัว เราต้องใช้ชีวิตในนี้แรมเดือนแรมปีให้ได้
หัวใจบ้าบิน
Scene : -1-
Location : สนามบินภูเก็ต
Date : 29 กรกฎาคม 2017
Time : 10:29 น.
weather : ท้องฟ้าสดใส
เรามาถึงสนามบินภูเก็ต เวลา ประมาณ 10:30 ครั้งนี้เราไม่ได้โหลดกระเป๋า เพราะไม่อยากเสียเวลารอ เนื่องจากอยากเจอกับเรือของเราให้เร็วที่สุด เราพกกระเป๋ากล้องหนึ่งใบ พร้อมกับกล้องหนึ่งตัว และ เลนส์อีก สามตัว เอามาถ่ายทำเรื่องราวของเราตั้งแต่เริ่มต้นกันเลย อย่างแรกที่เราต้องทำหลังจากออกมานอกสนามบินด้วยวิธีการเดินก็คือ หาเช่า ยานพาหนะ ซึ่งเราเลือกใช้รถจักรยานยนต์ เพราะ เราไม่มีใบขับขี่รถยนต์ และ ราคามันจะถูกกว่าเช่ารถเก๋ง หลังจากนั้นเราก็ควบม้าเหล็กสีเหลือง น้ำมันขีดเดียวพร้อมยางที่อ่อนแอเหลือเกิน ไปเติมน้ำมันและลมยาง เพื่อให้พร้อมกับสภาพภูมิประเทศแบบเกาะแก่ง และมีเนินเขาสูงชันของจังหวัดภูเก็ต เราใช้เวลาเดินทาง จากสนามบิน ไปถึงอ่าวฉลอง จุดที่เรือเราจอดอยู่ ประมาณ ชั่วโมงครึ่ง ขี่มาตูดชานิดหน่อย แต่ก็มาถึงที่หมายจนได้ โดยใช้มือข้างเดียว เพราะอีกข้าง เราใช้เปิดมือถือดูทางใน google maps (เอ้า ก็เราไม่เคยมาภูเก็ตคนเดียวหนิ ปกติมาทำงานก็จะมีคนขับรถ) พอมาเองก็ไม่รู้ทางอีก แต่มันก็มาถึงจนได้...
เดินทางจริงๆ ชั่วโมงกว่า
Scene : -2-
Location : Phuket yacht club
Date : 29 กรกฎาคม 2017
Time : 12:00 น.
weather : ท้องฟ้าสดใส
เรามาถึงที่ Phuket yacht club แล้วตอนนี้ ที่เราต้องมาที่นี่ก่อน เพราะว่าเรือยางของเราจอดอยู่ที่นี่ เราเริ่มสำรวจเรือยางของเรา ดูและประเมินได้เลยว่า ไม่มีใครใช้มันทำหน้าที่ของมัน มานานแสนนาน สังเกตได้จากกองใบไม้ที่ทับถมอยู่ภายในเรือ ที่หนาประมาณตาตุ่ม เจ้าใบของต้นยูคาลิปตัส ที่ยังนอนอยู่บนเรือของเรา โดยที่เราไม่ได้ยินยอม เราใช้มือโอบอุ้มมันขึ้นมาและนำพาใบไม้ที่รอการย่อยสลายเหล่านั้น ไปวางไว้ใต้โคนต้นไม้ ที่ตรงนี้เหมาะกะพวกเอ็งมากกว่า เอ็งอยู่ตรงนี้เอ็งจะมีประโยชน์กว่าอยู่บนเรือของข้า
หลังจากสำรวจและทำความสะอาดเบื้องต้น เรียบร้อย เราก็ลากมันลงทะเล ด้วยล้อของเรือที่ตอนนี้ไม่มีลมอยู่ในล้อแม้แต่นิดเดียว มันเลยเพิ่มความหนักให้เรือมากขึ้น แต่ไม่เป็นไร หนักแค่ไหนเราก็ไหว เราลากมันลงน้ำด้วยตัวคนเดียว ท่าทางทุลักทุเลไม่เบา แต่เราก็พามันลงน้ำทะเลจนได้ เป็นยังไงบ้างเจ้าเรือยางของข้า เจ้าคงไม่ได้สัมผัสกับน้ำเค็มมาเป็นเวลานาน คิดถึงบ้างไหม
ลืมบอกไปว่าในเรือยางของเราน่ะ มันไม่มีเครื่อง เครื่องอยู่อู่ แต่ก็มีพายไม้อันโต หนึ่งอันถ้วน แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว(เราคิด)และเราก็ออกเดินทางด้วยเรือยางลำน้อยออกสู่ อ่าวฉลอง

เรือยางของเรา
Scene : -3-
Location : อ่าวฉลอง
Date : 29 กรกฎาคม 2017
Time : 13:30 น.
weather : ท้องฟ้าสดใส
บางครั้งสิ่งที่เราคิดไว้ แผนที่เราเตรียมไว้ มันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด เราเตรียมมา เสมอหรอก ครั้งนี้ก็เช่นกัน ด้วยความที่เป็นครั้งแรก และ มาคนเดียวด้วย มันจึงเพิ่มความท้าทายให้กับเป้าหมายเราเป็นอย่างมาก ซึ่งเราก็ไม่รอช้า เพราะเป้าหมายมีให้พายชน
นอกจากความทุลักทุเล ที่ต้องเจอตอนลากเรือลงน้ำแล้ว การพายด้วยพายเพียงอันเดียว ที่เราเห็นแม่ค้าตลาดน้ำพายเรือขายของกันอย่างสบายๆ แต่พอมาในทะเล ทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมด ทั้งคลื่น ทั้งลม ไม่ได้พายกันน้ำนิ่งๆเหมือนตลาดน้ำ และด้วยขนาดเรือของเราที่กว้างกว่า และ เบากว่าเรือของคุณน้าขายผลไม้ตลาดน้ำ มันเลยเซนสิทีฟมาก พอออกแรงพายทางด้านขวา เรือกูก็หมุนไปด้านซ้ายไง กูก็ต้องรีบมาพายด้านซ้าย เพื่อให้มันหมุนกลับมาทางเดิม แล้วก็ทำแบบนี้สลับกันไปมา
แต่!!!!! องค์ความรู้ที่เตรียมมาวันนี้มันไม่เพียงพอ เราไม่รู้มาก่อนเลยว่า เรือเราจะมีรูน้ำออกด้านท้าย เพื่อเอาไว้ระบายน้ำฝน ขณะจอดเรือไว้บนบก แต่พอลงทะเล ต้องเอาจุกยางมา อุดไอ้รู้น้ำออกนี้เอาไว้ เพราะถ้าไม่อุด ไอ้รูบ้านี่ มันจะกลายเป็นรูน้ำเข้า อย่างที่กูเจออยู่ตอนนี้นี่แหละ พอรู้ตัวอีกที กระเป๋ากล้องที่วางไว้ในเรือ ก็ลอยตุ๊บป่องเท้งเต้งมา สะกิดที่ขา ถ้ามันพูดได้ด้วยคงบอกเราว่า “ ๆ น้ำเข้าเรือ ” แต่ถึงพูดไม่ได้ กุก็มีตาดูออกว่า น้ำเข้า!!!! โคตรมันส์ นี่กูยังเดินทางไปไม่ถึงเรือใหญ่เลย เรือเล็กกูน้ำก็เข้ามาเต็มลำละ
เท่านั้นยังไม่พอ!!! เนื่องด้วยเรือยางเรามันจอดอยู่บนบก แบบไร้คนดูแลมาเป็นเวลานาน มันเลยมีสัตว์ที่แอบเข้ามาอาศัยอยู่ในนี้ เราขอแนะนำให้รู้จักกับลูกเรือคนแรกของเรา อึ่งอ่าง “ข้าขอเรียกเจ้าว่า พี่อึ่งอ่าวหลอง” แล้วพี่อึ่งจะทำอย่างไร ในเมื่อน้ำจืดที่มันเคยขังอยู่ในเรือตอนนี้ มันกลับกลายเป็นน้ำเค็มเสียแล้ว เจ้าลูกเรือตัวแรก มันต้องตายแน่ๆ เราคิดว่า เราจะช่วยอึ่งอ่าวหลองยังไงดี ปิ๊ง คิดออกละ เรามีน้ำจืดติดมาใช้ดื่มหนิ สละซักนิด ให้พี่อึ่งอ่าวหลองได้ต่อชีวิต ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดี เรือก็น้ำเข้า ลูกเรือก็จะตายห่าเอา
เราพยายามจะจับอึ่งอ่างให้ได้ เพื่อที่จะล้างเนื้อล้างตัวให้มัน และเก็บไว้ในภาชนะอะไรซักอย่าง ที่สามารถเก็บน้ำจืดได้ แต่!!!! ลูกเรือกิตติมศักดิ์ ในรอบปฐมฤกษ์นี้ คงไม่เชื่อมั่นในฝีมือการบัญชาการเรือยางลำเล็กนี้อีกต่อไป มันเลยตัดสินใจ ใช้ขาหลังถีบตัวออกจากมือของกัปตันวิน 7 เรือยอร์ช ที่อ่อนแรง ลงไปในทะเล......เรานั่งดูด้วยความละอายใจ มันคงตาย และเรารักษาชีวิตลูกเรือคนแรกของเราไว้ไม่ได้......สองมีประนม ปากอ้าเอ่ยภาษาบาลี “สัพเพ สัตตา อะเวรา โหนตุ อะนีฆาโหนตุ สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ”
Scene : -4-
Location : อ่าวฉลอง
Date : 29 กรกฎาคม 2017
Time : 14:00 น.
weather : ท้องฟ้าสดใส
….ตอนนี้ เราเป็นสิ่งมีชีวิตเดียวบนเรือ แดดช่วงบ่ายนี่มันแรงได้ใจจริงๆ เราหยุดพักตั้งสติคิด พร้อมดื่มน้ำ ที่ยังไม่ทันได้แบ่งให้พี่อึ่งได้ใช้ ปิ๊ง ก่อนหน้านี้เราเล่นไตรกีฬา เราว่ายน้ำข้ามเกาะเสม็ด ระยะทาง 5 กิโลครึ่งมาแล้ว ถ้าพายไม่ไปก็ว่ายลากเอา ซึ่งเราได้แบบอย่างวิธีการนี้มาจาก คนๆนึง ซึ่งน่าจะเป็นคนที่ นักไตรกีฬา ironman รู้จักเป็นอย่างดี เขาคือ Dick Hoyt จาก
http://www.teamhoyt.com/ ตาลุง Dick Hoyt เนี่ยเขาเล่นไตรกีฬา แต่ที่ไม่ธรรมดาจนทำให้เขาและลูกมีอนุเสาวรีย์กันเลยก็คือ เขาพาลูกของเขาแข่งด้วย และลูกของเขาพิการขยับร่างกายไม่ได้ ไตรกีฬา เป็นการแข่งขันที่รวม 3 ชนิดกีฬาไว้ในการแข่ง เริ่มด้วยว่ายน้ำ 4 กิโลเมตร ปั่นจักรยาน 120 กิโลเมตร และวิ่งอีก42 กิโลเมตร ในการว่ายน้ำ เขาเอาลูกนอนบนเรือยาง และว่ายน้ำลาก ทั้งเรือและลูก ในระยะทาง 4 กิโลเมตร ปิ๊ง...เราก็คิดออกได้ทันใด ทำไมเราไม่ว่ายน้ำลากล่ะ พอคิดได้ดังนั้น เราก็ไม่รอช้า เอาเชือกผูกเอว และกระโจนลงน้ำ พร้อมว่ายลากเรือยาง ตามหาเรือยอร์ช...


Hoyt Family
https://www.facebook.com/kawin.sripen/videos/10213897977060487/
ปล.ท้ายนี้หากใครชอบอ่านเรื่องราวการผจญภัยที่มีตัวเรานำแสดง เล่นจริงเจ็บจริง เราก็เปิดเพจที่ชื่อว่า
https://www.facebook.com/Win7Seas/ หวังเพียงมีคนมากดlike กดshares เพื่อวันนึงอาจจะได้พบกับผู้สนับสนุนที่สนใจ ขอบพระคุณครับ
ความฝัน ความหวัง กับการล่องเรือใบรอบโลก หยาดเหงือ เลือด และ หยดน้ำตา
บทนำ
เรื่องราวทั้งหมด เริ่มขึ้นเมื่อ 20กว่าปีก่อน เราเป็นเด็กที่ชอบเรือเอามากๆเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และเรามักตามพ่อผู้ซึ่งเป็นทหารเรือเหล่าปืนใหญ่ไปเข้าเวรเสมอ หวังเพียงเพื่อที่จะได้พักอาศัยค้างแรมบนเรือ ที่มีเกลียวคลื่นคอยโอบอุ้มไกวแกว่งกล่อมนอนข้ามผ่านราตรีอันเงียบสงัด ฟังเสียงคลื่นลมชมกลิ่นน้ำมันดีเซลอ่อนๆที่พัดโชยมาจากห้องเครื่องยนต์
.
นอกจากนั้นเรายังมีโอกาสรับชมทีวีผ่านระบบเคเบิ้ลของ UBC ใช่ครับ ในสมัยนั้นหากต้องการรับชมรายการต่างประเทศ นอกเหนือไปจากช่อง 3 5 7 9 11 (ที่ชัดบ้าง ไม่ชัดบ้าง) ก็ถือเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องติดตั้งจานดาวเทียม UBC ซึ่งราคาค่าตัวของมันนั้นก็แพงเกินกว่าครอบครัวของทหารชั้นประทวนจะครอบครอง ดังนั้นเราจะได้ดูช่องรายการต่างประเทศก็ต่อเมื่อตามพ่อไปเข้าเวรเท่านั้น และช่องที่เราโปรดปรานก็คงจะหนีไม่พ้นช่อง Discovery ที่มีความหมายว่าการค้นพบ
.
และเราก็ได้ค้นพบจริงๆตามชื่อช่อง เราค้นพบความฝันของเรา จากโฆษณาสารคดีที่ชื่อว่า Lionheart เรื่องราวของเด็กหนุ่มนาม jesse martin (เจสซี่ มาติน) เราได้เห็นหยาดเหงือ และหยดน้ำตา จากการเดินทางรอบโลกบนผืนนาวา ที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา และการเดินทางรอบโลกด้วยเรือใบ ก็เป็นความฝันของเราเสมอมา
.
น่าเสียดายที่เราไม่เคยได้ดูสารคดีชุดนี้เลย เพราะไม่เคยได้ไปเข้าเวรกับพ่อในเวลาที่มันฉายจริงๆ เราทำได้แค่คอยมองจับจ้องจอแก้ว เฝ้าว่าเมื่อไรโฆษณาสารคดีชุดนี้จะปรากฏขึ้นอีกครั้งเท่านั้น และ linkที่เราได้แนบมานี้https://youtu.be/m6u16lKIUDE เป็นสิ่งที่เมื่อ 20 ปีที่แล้วได้ตราตรึง ความฝัน ความหวัง เป้าหมาย ตอบคำถามยากๆของเด็กชายกวินที่ว่า เราเกิดมาทำไมได้สำเร็จ...เราเกิดมาเพื่อใช้ชีวิตในแบบที่ jesse martin ใช้ เราเกิดมาเพื่อที่จะเดินทาง ล่องลำนาวา ด้วยเรือใบ และตอนนี้มันก็เริ่มที่จะมีเค้าโครงแห่งความเป็นไปได้เกิดขึ้นแล้ว
.....................
บรรทัดต่อจากนี้จะป็นเรื่องราวของเรา หลังจากเราเก็บเงินซื้อเรือใบ ขนาด 30ฟุต 2ห้องนอน 1ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น และ ห้องครัว เราต้องใช้ชีวิตในนี้แรมเดือนแรมปีให้ได้
Scene : -1-
Location : สนามบินภูเก็ต
Date : 29 กรกฎาคม 2017
Time : 10:29 น.
weather : ท้องฟ้าสดใส
เรามาถึงสนามบินภูเก็ต เวลา ประมาณ 10:30 ครั้งนี้เราไม่ได้โหลดกระเป๋า เพราะไม่อยากเสียเวลารอ เนื่องจากอยากเจอกับเรือของเราให้เร็วที่สุด เราพกกระเป๋ากล้องหนึ่งใบ พร้อมกับกล้องหนึ่งตัว และ เลนส์อีก สามตัว เอามาถ่ายทำเรื่องราวของเราตั้งแต่เริ่มต้นกันเลย อย่างแรกที่เราต้องทำหลังจากออกมานอกสนามบินด้วยวิธีการเดินก็คือ หาเช่า ยานพาหนะ ซึ่งเราเลือกใช้รถจักรยานยนต์ เพราะ เราไม่มีใบขับขี่รถยนต์ และ ราคามันจะถูกกว่าเช่ารถเก๋ง หลังจากนั้นเราก็ควบม้าเหล็กสีเหลือง น้ำมันขีดเดียวพร้อมยางที่อ่อนแอเหลือเกิน ไปเติมน้ำมันและลมยาง เพื่อให้พร้อมกับสภาพภูมิประเทศแบบเกาะแก่ง และมีเนินเขาสูงชันของจังหวัดภูเก็ต เราใช้เวลาเดินทาง จากสนามบิน ไปถึงอ่าวฉลอง จุดที่เรือเราจอดอยู่ ประมาณ ชั่วโมงครึ่ง ขี่มาตูดชานิดหน่อย แต่ก็มาถึงที่หมายจนได้ โดยใช้มือข้างเดียว เพราะอีกข้าง เราใช้เปิดมือถือดูทางใน google maps (เอ้า ก็เราไม่เคยมาภูเก็ตคนเดียวหนิ ปกติมาทำงานก็จะมีคนขับรถ) พอมาเองก็ไม่รู้ทางอีก แต่มันก็มาถึงจนได้...
เดินทางจริงๆ ชั่วโมงกว่า
Scene : -2-
Location : Phuket yacht club
Date : 29 กรกฎาคม 2017
Time : 12:00 น.
weather : ท้องฟ้าสดใส
เรามาถึงที่ Phuket yacht club แล้วตอนนี้ ที่เราต้องมาที่นี่ก่อน เพราะว่าเรือยางของเราจอดอยู่ที่นี่ เราเริ่มสำรวจเรือยางของเรา ดูและประเมินได้เลยว่า ไม่มีใครใช้มันทำหน้าที่ของมัน มานานแสนนาน สังเกตได้จากกองใบไม้ที่ทับถมอยู่ภายในเรือ ที่หนาประมาณตาตุ่ม เจ้าใบของต้นยูคาลิปตัส ที่ยังนอนอยู่บนเรือของเรา โดยที่เราไม่ได้ยินยอม เราใช้มือโอบอุ้มมันขึ้นมาและนำพาใบไม้ที่รอการย่อยสลายเหล่านั้น ไปวางไว้ใต้โคนต้นไม้ ที่ตรงนี้เหมาะกะพวกเอ็งมากกว่า เอ็งอยู่ตรงนี้เอ็งจะมีประโยชน์กว่าอยู่บนเรือของข้า
หลังจากสำรวจและทำความสะอาดเบื้องต้น เรียบร้อย เราก็ลากมันลงทะเล ด้วยล้อของเรือที่ตอนนี้ไม่มีลมอยู่ในล้อแม้แต่นิดเดียว มันเลยเพิ่มความหนักให้เรือมากขึ้น แต่ไม่เป็นไร หนักแค่ไหนเราก็ไหว เราลากมันลงน้ำด้วยตัวคนเดียว ท่าทางทุลักทุเลไม่เบา แต่เราก็พามันลงน้ำทะเลจนได้ เป็นยังไงบ้างเจ้าเรือยางของข้า เจ้าคงไม่ได้สัมผัสกับน้ำเค็มมาเป็นเวลานาน คิดถึงบ้างไหม
ลืมบอกไปว่าในเรือยางของเราน่ะ มันไม่มีเครื่อง เครื่องอยู่อู่ แต่ก็มีพายไม้อันโต หนึ่งอันถ้วน แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว(เราคิด)และเราก็ออกเดินทางด้วยเรือยางลำน้อยออกสู่ อ่าวฉลอง
เรือยางของเรา
Scene : -3-
Location : อ่าวฉลอง
Date : 29 กรกฎาคม 2017
Time : 13:30 น.
weather : ท้องฟ้าสดใส
บางครั้งสิ่งที่เราคิดไว้ แผนที่เราเตรียมไว้ มันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด เราเตรียมมา เสมอหรอก ครั้งนี้ก็เช่นกัน ด้วยความที่เป็นครั้งแรก และ มาคนเดียวด้วย มันจึงเพิ่มความท้าทายให้กับเป้าหมายเราเป็นอย่างมาก ซึ่งเราก็ไม่รอช้า เพราะเป้าหมายมีให้พายชน
นอกจากความทุลักทุเล ที่ต้องเจอตอนลากเรือลงน้ำแล้ว การพายด้วยพายเพียงอันเดียว ที่เราเห็นแม่ค้าตลาดน้ำพายเรือขายของกันอย่างสบายๆ แต่พอมาในทะเล ทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมด ทั้งคลื่น ทั้งลม ไม่ได้พายกันน้ำนิ่งๆเหมือนตลาดน้ำ และด้วยขนาดเรือของเราที่กว้างกว่า และ เบากว่าเรือของคุณน้าขายผลไม้ตลาดน้ำ มันเลยเซนสิทีฟมาก พอออกแรงพายทางด้านขวา เรือกูก็หมุนไปด้านซ้ายไง กูก็ต้องรีบมาพายด้านซ้าย เพื่อให้มันหมุนกลับมาทางเดิม แล้วก็ทำแบบนี้สลับกันไปมา
แต่!!!!! องค์ความรู้ที่เตรียมมาวันนี้มันไม่เพียงพอ เราไม่รู้มาก่อนเลยว่า เรือเราจะมีรูน้ำออกด้านท้าย เพื่อเอาไว้ระบายน้ำฝน ขณะจอดเรือไว้บนบก แต่พอลงทะเล ต้องเอาจุกยางมา อุดไอ้รู้น้ำออกนี้เอาไว้ เพราะถ้าไม่อุด ไอ้รูบ้านี่ มันจะกลายเป็นรูน้ำเข้า อย่างที่กูเจออยู่ตอนนี้นี่แหละ พอรู้ตัวอีกที กระเป๋ากล้องที่วางไว้ในเรือ ก็ลอยตุ๊บป่องเท้งเต้งมา สะกิดที่ขา ถ้ามันพูดได้ด้วยคงบอกเราว่า “ ๆ น้ำเข้าเรือ ” แต่ถึงพูดไม่ได้ กุก็มีตาดูออกว่า น้ำเข้า!!!! โคตรมันส์ นี่กูยังเดินทางไปไม่ถึงเรือใหญ่เลย เรือเล็กกูน้ำก็เข้ามาเต็มลำละ
เท่านั้นยังไม่พอ!!! เนื่องด้วยเรือยางเรามันจอดอยู่บนบก แบบไร้คนดูแลมาเป็นเวลานาน มันเลยมีสัตว์ที่แอบเข้ามาอาศัยอยู่ในนี้ เราขอแนะนำให้รู้จักกับลูกเรือคนแรกของเรา อึ่งอ่าง “ข้าขอเรียกเจ้าว่า พี่อึ่งอ่าวหลอง” แล้วพี่อึ่งจะทำอย่างไร ในเมื่อน้ำจืดที่มันเคยขังอยู่ในเรือตอนนี้ มันกลับกลายเป็นน้ำเค็มเสียแล้ว เจ้าลูกเรือตัวแรก มันต้องตายแน่ๆ เราคิดว่า เราจะช่วยอึ่งอ่าวหลองยังไงดี ปิ๊ง คิดออกละ เรามีน้ำจืดติดมาใช้ดื่มหนิ สละซักนิด ให้พี่อึ่งอ่าวหลองได้ต่อชีวิต ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดี เรือก็น้ำเข้า ลูกเรือก็จะตายห่าเอา
เราพยายามจะจับอึ่งอ่างให้ได้ เพื่อที่จะล้างเนื้อล้างตัวให้มัน และเก็บไว้ในภาชนะอะไรซักอย่าง ที่สามารถเก็บน้ำจืดได้ แต่!!!! ลูกเรือกิตติมศักดิ์ ในรอบปฐมฤกษ์นี้ คงไม่เชื่อมั่นในฝีมือการบัญชาการเรือยางลำเล็กนี้อีกต่อไป มันเลยตัดสินใจ ใช้ขาหลังถีบตัวออกจากมือของกัปตันวิน 7 เรือยอร์ช ที่อ่อนแรง ลงไปในทะเล......เรานั่งดูด้วยความละอายใจ มันคงตาย และเรารักษาชีวิตลูกเรือคนแรกของเราไว้ไม่ได้......สองมีประนม ปากอ้าเอ่ยภาษาบาลี “สัพเพ สัตตา อะเวรา โหนตุ อะนีฆาโหนตุ สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ”
Scene : -4-
Location : อ่าวฉลอง
Date : 29 กรกฎาคม 2017
Time : 14:00 น.
weather : ท้องฟ้าสดใส
….ตอนนี้ เราเป็นสิ่งมีชีวิตเดียวบนเรือ แดดช่วงบ่ายนี่มันแรงได้ใจจริงๆ เราหยุดพักตั้งสติคิด พร้อมดื่มน้ำ ที่ยังไม่ทันได้แบ่งให้พี่อึ่งได้ใช้ ปิ๊ง ก่อนหน้านี้เราเล่นไตรกีฬา เราว่ายน้ำข้ามเกาะเสม็ด ระยะทาง 5 กิโลครึ่งมาแล้ว ถ้าพายไม่ไปก็ว่ายลากเอา ซึ่งเราได้แบบอย่างวิธีการนี้มาจาก คนๆนึง ซึ่งน่าจะเป็นคนที่ นักไตรกีฬา ironman รู้จักเป็นอย่างดี เขาคือ Dick Hoyt จาก http://www.teamhoyt.com/ ตาลุง Dick Hoyt เนี่ยเขาเล่นไตรกีฬา แต่ที่ไม่ธรรมดาจนทำให้เขาและลูกมีอนุเสาวรีย์กันเลยก็คือ เขาพาลูกของเขาแข่งด้วย และลูกของเขาพิการขยับร่างกายไม่ได้ ไตรกีฬา เป็นการแข่งขันที่รวม 3 ชนิดกีฬาไว้ในการแข่ง เริ่มด้วยว่ายน้ำ 4 กิโลเมตร ปั่นจักรยาน 120 กิโลเมตร และวิ่งอีก42 กิโลเมตร ในการว่ายน้ำ เขาเอาลูกนอนบนเรือยาง และว่ายน้ำลาก ทั้งเรือและลูก ในระยะทาง 4 กิโลเมตร ปิ๊ง...เราก็คิดออกได้ทันใด ทำไมเราไม่ว่ายน้ำลากล่ะ พอคิดได้ดังนั้น เราก็ไม่รอช้า เอาเชือกผูกเอว และกระโจนลงน้ำ พร้อมว่ายลากเรือยาง ตามหาเรือยอร์ช...
Hoyt Family
https://www.facebook.com/kawin.sripen/videos/10213897977060487/
ปล.ท้ายนี้หากใครชอบอ่านเรื่องราวการผจญภัยที่มีตัวเรานำแสดง เล่นจริงเจ็บจริง เราก็เปิดเพจที่ชื่อว่า https://www.facebook.com/Win7Seas/ หวังเพียงมีคนมากดlike กดshares เพื่อวันนึงอาจจะได้พบกับผู้สนับสนุนที่สนใจ ขอบพระคุณครับ