สวัสดี ทุกคนที่ผ่านมาเจอกระทู้นี้ ยินดีด้วยคุณได้อยู่ในโมเม้นต์การโพสลงพันทิปครั้งแรกในชีวิตเป็นที่เรียบร้อย ^_^
เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่มีความอยากจะโพสกระทู้ลงในพันทิป เนื่องจากการเดินทางครั้งล่าสุดมีเรื่องตื่นเต้นและประทับใจมากมาย
จนเก็บไว้คนเดียวน่าจะอกแตกตาย แน่นวล ฮ่าๆๆ
จริงๆทริปนี้ ก็เป็นทริปเที่ยวเหนือประจำปีตามปกติ ซึ่งเราวางแผนทริปนี้ไว้ดังนี้
บางแสน - เชียงใหม่ - ดอยอ่างขาง - ดอยแม่สลอง - บ่อเกลือ แล้วปิดที่เขาค้อ : 5 วัน 5 คืน 5 คน
เราออกเดินทางจากบางแสนประมาณ 5 ทุ่มครึ่ง ขับไปตามเส้นทาหลักที่ทุกคนน่าจะคุ้นชินจนไปเช้าที่เชียงใหม่ประมาณ 7.30 น.
แวะล้างหน้าล้างตาที่ปั๊มน้ำมัน แล้วก็ไปหาอะไรอร่อยๆกิน ซึ่งก่อนมาสอบถามจากเด็กถิ่นว่าร้านไหนกะลังมา
เด็กถิ่นแนะนำให้เราไปที่ร้าน "โกเผือก โกดำ"
ไม่รีรอ มุ่งหน้าไปที่ร้าน ซึ่งสามารถหาได้จาก Google Map ร้านโกเผือก โกดำ เป็นร้านขนาดเล็กที่เปิดบริการตอน 8.00 น.
เราเดินทางไปถึงตอน 8.15 น. ปรากฎว่า คนมาเต็มร้านแล้ว โอ้วมายก๊อต น่าจะฮิตจริงสมคำล่ำรือ
เมนูที่ต้องสั่งก็จะเป็น "ขนมปังสังขยา" มีทั้งแบบขนมปังนึ่งและขนมปังปิ้ง กับสังขยา 4 สีในจานเดียวกันกับไข่กะทะ

สังขยาคือดีงาม แต่ละสีก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ต่างกันออกไป
ส่วนไข่กะทะเราสั่งแบบพิเศษที่เกิดมาไม่เคยเจอไข่กะทะที่มีความหนาเบอร์นี้
เอาจริงๆ คืออิ่มเลย ราคามิตรภาพ รสชาติดี มีความพิเศษเฉพาะตัว ถ้าใครผ่านไปเชียงใหม่ลองเเวะไปชิมดูนะจ้ะ
พอกินข้าวเช้าเสร็จเราก็แวะไปไหวพระธาตุดอยคำ ขอพรกันตามอัธยาศัย ความโชคดีคือช่วงที่ไป อากาศค่อนข้างเย็นสบายไม่มีแดด
ไปที่ไหนก็จะรู้สึก ชิวๆ สบายๆ หลังจากนั้นเราก็มุ่งหน้าไปดอยอ่างขาง จุดพีคกำลังจะเกิดขึ้น
เราก็ขับรถกันไปตามทางที่ Google Map แนะนำ ซึ่งเวลาที่อยู่บนเขาส่วนมาจะปิดแอร์เปิดกระจก เพราะอากาศเย็นสบายมากจริงๆ
ก็ขับไปเรื่อยๆ ระยะเวลาโดยประมาณน่าจะ 3 ชั่วโมงกว่าๆ ที่เราจะถึงสถานีเกษตรหลวงดอยอ่างขาง
พอขับไปจนถึงบ้านอรุโณทัย เราก็แวะกินปะหมี่กันอย่างเอร็ดอร่อย ร้านนี้หาจาก Google Map เช่นกัน

สรุปคือ รสชาติดี หมูอบอร่อย เกี๊ยวซ่าก็มีไส้หมูที่เข้มข้น พอกินเสร็จก็เดินทางกันต่อ จนกระทั่งอีก 13 กิโลจะถึงที่หมาย
ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงดัง ปุ๊!!! ไม่ดังมาก ไม่เบามาก อารมณ์ประมาณเหยียบกิ่งไม้แห้งขนาดกลาง
ซึ่งเราทุกคนคิดว่าน่าจะเกิดปัญหาที่ยาง โชคดีที่เราขับรถพ้นเนิน เข้าสู่ทางราบและมีไหล่ทางเล็กๆๆๆ
คนขับจึงรีบจอดรถและดับเครื่อง ยังไม่ทันที่ทุกคนจะลงจากรถ
กลุ่มควันก็เริ่มจะกระจายมาจากฝากระโปรง ซึ่งเราก็รีบสั่งให้ทุกคนลงจากรถและยืนห่างจากรถโดยเร็ว
พอปิดฝากระโปรงรถดู ก็พบว่า มีน้ำ กระจายทั่วบริเวณ ซึ่งเป็นน้ำคล้ายมีสนิมปะปนอยู่ มองหน้ากันตาปริบๆ
แล้วก็ตรวจดูสภาพโดยรอบพบว่า "หม้อน้ำแตก" แตกเลย แตกจริง และไปไหนต่อไม่ได้แน่นอน
รถไม่เก่ามาก อายุประมาณ 6 ขวบ ก่อนมาก็เช็คน้ำในหม้อน้ำแล้ว อยู่ดีๆมันเกิดขึ้นกับเราได้ยังไงเนี่ยะ ที่น่าห่วงคือ สมาชิก 5 คน
ประกอบด้วยวัยรุ่นตอนปลาย 30++ 3 คน และผู้สูงอายุ 60++ 2 คน พร้อมกับสัญญาณโทรศัพท์วิ๊บๆแว๊บๆ
ในหัวตอนนั้นโทรหาน้องชายที่กรุงเทพก่อนเป็นอย่างแรก เพราะน้องมีเพื่อนที่นี่ เพื่อให้น้องหารถยก
เพราะจากการประเมินสถานการณ์ต้องเปลี่ยนหม้อน้ำเท่านั้น รีบ Search หาเบอร์กู้ภัยบริเวณใกล้เคียง

รีบโทรไปแจ้งเพื่อให้เจ้าหน้าที่ประสานงานต่อ ยอมรับว่าตอนนั้นคิดอะไรไม่ออกจริงๆ ตกใจด้วย งงด้วย ครั้งแรกในชีวิต
ไม่ถึง 5 นาที มีพี่ๆ บิ๊กไบค์กลุ่มนึงขับผ่านมาแล้วจอดรถลงมาดู พี่เค้าบอกว่าไปต่อไปได้แน่ๆ
แต่พวกผมกำลังจะขึ้นไปบนอ่างขาง จะรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ลงมาช่วยนะครับ

เคยได้อ่านแต่คนอื่นโพส ว่าบิ๊กไบค์ดีๆ มีเยอะมากกกกกก พอเจอกับตัวเองมันเหมือนโอ้วรอดตายแน่นอน
เอานามบัตรยื่นให้พี่เค้าเพราะมีเบอร์โทร เผื่อเจ้าหน้าที่จะติดต่อมา แล้วพี่ๆก็ขี่บิ๊กไบค์ผ่านเราไป
พร้อมกับความรู้สึกเบาใจเล็กๆ ของเราว่า เดี๋ยวก็คงมีคนมาช่วย
อีกไม่ถึง 2 นาที มีรถกะบะทุกของเต็มหลังรถมาจอดข้างหน้า คราวนี้เป็นวัยรุ่น 3 คน ลงมาถามว่ารถเป็นอะไร ติดต่อใครรึยัง
หลังจากดูแล้วว่ารถคงซ่อมอะไรไม่ได้ นอกจากรอช่างมาดู หรือมาเปลี่ยนเท่านั้น
พี่เจ้าของรถเลยถามว่า ผมพาป้า 2 คนกะน้องผู้หญิงขึ้นไปที่ดอยอ่างขางก่อนดีมั๊ยครับ
ไหล่ทางมันแคบและอากาศเริ่มเย็นไปรอข้างบนน่าจะปลอดภัยกว่า นาทีนั้นน้ำตาจะไหลเลยพูดจริงๆ
รถพี่เค้าเป็นกระบะแบบ 2 ประตูมีแค็ป ถ้ารับเราไป 3 คน น้องชายเค้า 2 คนต้องไปนั่งที่ท้ายกระบะ
เราเลยบอกปฏิเสธไปด้วยความเกรงใจจริงๆ แต่พี่เค้าก็ยืนยันว่าไม่เป็นไร อีกนิดเดียวก็จะถึงแล้ว น้องเค้านั่งได้
มองหน้ากันไปกันมาเลยคิดว่า เอาว่ะขึ้นไปก่อนเผื่อจะหาช่าง หารถเช่า หรือติดต่อใครๆๆๆก็ได้เพื่อจะมาช่วยอีก 2 คน
ปล. เดี๋ยวเย็นๆ มาเล่าต่อนะจ้ะ
[CR] ทริปเหนือๆ ตอน ดอยอ่างขาง...ครั้งแรกในชีวิตที่ไม่มีวันลืม
เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่มีความอยากจะโพสกระทู้ลงในพันทิป เนื่องจากการเดินทางครั้งล่าสุดมีเรื่องตื่นเต้นและประทับใจมากมาย
จนเก็บไว้คนเดียวน่าจะอกแตกตาย แน่นวล ฮ่าๆๆ
จริงๆทริปนี้ ก็เป็นทริปเที่ยวเหนือประจำปีตามปกติ ซึ่งเราวางแผนทริปนี้ไว้ดังนี้
บางแสน - เชียงใหม่ - ดอยอ่างขาง - ดอยแม่สลอง - บ่อเกลือ แล้วปิดที่เขาค้อ : 5 วัน 5 คืน 5 คน
เราออกเดินทางจากบางแสนประมาณ 5 ทุ่มครึ่ง ขับไปตามเส้นทาหลักที่ทุกคนน่าจะคุ้นชินจนไปเช้าที่เชียงใหม่ประมาณ 7.30 น.
แวะล้างหน้าล้างตาที่ปั๊มน้ำมัน แล้วก็ไปหาอะไรอร่อยๆกิน ซึ่งก่อนมาสอบถามจากเด็กถิ่นว่าร้านไหนกะลังมา
เด็กถิ่นแนะนำให้เราไปที่ร้าน "โกเผือก โกดำ"
ไม่รีรอ มุ่งหน้าไปที่ร้าน ซึ่งสามารถหาได้จาก Google Map ร้านโกเผือก โกดำ เป็นร้านขนาดเล็กที่เปิดบริการตอน 8.00 น.
เราเดินทางไปถึงตอน 8.15 น. ปรากฎว่า คนมาเต็มร้านแล้ว โอ้วมายก๊อต น่าจะฮิตจริงสมคำล่ำรือ
เมนูที่ต้องสั่งก็จะเป็น "ขนมปังสังขยา" มีทั้งแบบขนมปังนึ่งและขนมปังปิ้ง กับสังขยา 4 สีในจานเดียวกันกับไข่กะทะ
ส่วนไข่กะทะเราสั่งแบบพิเศษที่เกิดมาไม่เคยเจอไข่กะทะที่มีความหนาเบอร์นี้
เอาจริงๆ คืออิ่มเลย ราคามิตรภาพ รสชาติดี มีความพิเศษเฉพาะตัว ถ้าใครผ่านไปเชียงใหม่ลองเเวะไปชิมดูนะจ้ะ
พอกินข้าวเช้าเสร็จเราก็แวะไปไหวพระธาตุดอยคำ ขอพรกันตามอัธยาศัย ความโชคดีคือช่วงที่ไป อากาศค่อนข้างเย็นสบายไม่มีแดด
ไปที่ไหนก็จะรู้สึก ชิวๆ สบายๆ หลังจากนั้นเราก็มุ่งหน้าไปดอยอ่างขาง จุดพีคกำลังจะเกิดขึ้น
เราก็ขับรถกันไปตามทางที่ Google Map แนะนำ ซึ่งเวลาที่อยู่บนเขาส่วนมาจะปิดแอร์เปิดกระจก เพราะอากาศเย็นสบายมากจริงๆ
ก็ขับไปเรื่อยๆ ระยะเวลาโดยประมาณน่าจะ 3 ชั่วโมงกว่าๆ ที่เราจะถึงสถานีเกษตรหลวงดอยอ่างขาง
พอขับไปจนถึงบ้านอรุโณทัย เราก็แวะกินปะหมี่กันอย่างเอร็ดอร่อย ร้านนี้หาจาก Google Map เช่นกัน
สรุปคือ รสชาติดี หมูอบอร่อย เกี๊ยวซ่าก็มีไส้หมูที่เข้มข้น พอกินเสร็จก็เดินทางกันต่อ จนกระทั่งอีก 13 กิโลจะถึงที่หมาย
ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงดัง ปุ๊!!! ไม่ดังมาก ไม่เบามาก อารมณ์ประมาณเหยียบกิ่งไม้แห้งขนาดกลาง
ซึ่งเราทุกคนคิดว่าน่าจะเกิดปัญหาที่ยาง โชคดีที่เราขับรถพ้นเนิน เข้าสู่ทางราบและมีไหล่ทางเล็กๆๆๆ
คนขับจึงรีบจอดรถและดับเครื่อง ยังไม่ทันที่ทุกคนจะลงจากรถ
กลุ่มควันก็เริ่มจะกระจายมาจากฝากระโปรง ซึ่งเราก็รีบสั่งให้ทุกคนลงจากรถและยืนห่างจากรถโดยเร็ว
พอปิดฝากระโปรงรถดู ก็พบว่า มีน้ำ กระจายทั่วบริเวณ ซึ่งเป็นน้ำคล้ายมีสนิมปะปนอยู่ มองหน้ากันตาปริบๆ
แล้วก็ตรวจดูสภาพโดยรอบพบว่า "หม้อน้ำแตก" แตกเลย แตกจริง และไปไหนต่อไม่ได้แน่นอน
รถไม่เก่ามาก อายุประมาณ 6 ขวบ ก่อนมาก็เช็คน้ำในหม้อน้ำแล้ว อยู่ดีๆมันเกิดขึ้นกับเราได้ยังไงเนี่ยะ ที่น่าห่วงคือ สมาชิก 5 คน
ประกอบด้วยวัยรุ่นตอนปลาย 30++ 3 คน และผู้สูงอายุ 60++ 2 คน พร้อมกับสัญญาณโทรศัพท์วิ๊บๆแว๊บๆ
ในหัวตอนนั้นโทรหาน้องชายที่กรุงเทพก่อนเป็นอย่างแรก เพราะน้องมีเพื่อนที่นี่ เพื่อให้น้องหารถยก
เพราะจากการประเมินสถานการณ์ต้องเปลี่ยนหม้อน้ำเท่านั้น รีบ Search หาเบอร์กู้ภัยบริเวณใกล้เคียง
ไม่ถึง 5 นาที มีพี่ๆ บิ๊กไบค์กลุ่มนึงขับผ่านมาแล้วจอดรถลงมาดู พี่เค้าบอกว่าไปต่อไปได้แน่ๆ
แต่พวกผมกำลังจะขึ้นไปบนอ่างขาง จะรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ลงมาช่วยนะครับ
เคยได้อ่านแต่คนอื่นโพส ว่าบิ๊กไบค์ดีๆ มีเยอะมากกกกกก พอเจอกับตัวเองมันเหมือนโอ้วรอดตายแน่นอน
เอานามบัตรยื่นให้พี่เค้าเพราะมีเบอร์โทร เผื่อเจ้าหน้าที่จะติดต่อมา แล้วพี่ๆก็ขี่บิ๊กไบค์ผ่านเราไป
พร้อมกับความรู้สึกเบาใจเล็กๆ ของเราว่า เดี๋ยวก็คงมีคนมาช่วย
อีกไม่ถึง 2 นาที มีรถกะบะทุกของเต็มหลังรถมาจอดข้างหน้า คราวนี้เป็นวัยรุ่น 3 คน ลงมาถามว่ารถเป็นอะไร ติดต่อใครรึยัง
หลังจากดูแล้วว่ารถคงซ่อมอะไรไม่ได้ นอกจากรอช่างมาดู หรือมาเปลี่ยนเท่านั้น
พี่เจ้าของรถเลยถามว่า ผมพาป้า 2 คนกะน้องผู้หญิงขึ้นไปที่ดอยอ่างขางก่อนดีมั๊ยครับ
ไหล่ทางมันแคบและอากาศเริ่มเย็นไปรอข้างบนน่าจะปลอดภัยกว่า นาทีนั้นน้ำตาจะไหลเลยพูดจริงๆ
รถพี่เค้าเป็นกระบะแบบ 2 ประตูมีแค็ป ถ้ารับเราไป 3 คน น้องชายเค้า 2 คนต้องไปนั่งที่ท้ายกระบะ
เราเลยบอกปฏิเสธไปด้วยความเกรงใจจริงๆ แต่พี่เค้าก็ยืนยันว่าไม่เป็นไร อีกนิดเดียวก็จะถึงแล้ว น้องเค้านั่งได้
มองหน้ากันไปกันมาเลยคิดว่า เอาว่ะขึ้นไปก่อนเผื่อจะหาช่าง หารถเช่า หรือติดต่อใครๆๆๆก็ได้เพื่อจะมาช่วยอีก 2 คน
ปล. เดี๋ยวเย็นๆ มาเล่าต่อนะจ้ะ