มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ปีหน้า อาจจะต้องหาสาวนักกิจกรรมสังคมด้วย เพื่อมง MU2018

บอกหัวกระทู้ไว้ก่อน ว่าไม่ดราม่าค่ะ เป็นการเม้ามอยในวงสนทนากับแม่เราเอง ซึ่งอายุเลย 60 แล้ว แม่เราเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ ดังนั้นแม่จะชอบดูรายการต่างประเทศมาก...แล้วก็เม้าเรื่องประกวดนางงาม ที่เราไม่คิดว่าแม่เราจะมองขาดขนาดนั้น

เมื่อวานยังคงเม้าท์คุยกับแม่เรื่อง MU 2017 ก็คุยกันว่าเกณฑ์อะไรนอกเหนือจากความสวยที่ทำให้ เซาธ์แอฟริกา ชนะ
แม่ว่าเวที MU ไม่ใช่จะเน้นเรื่องประกวดความงามอย่างเดียวแล้ว แต่มันมีอะไรลึกกว่านั้นที่คนไทยมองข้าม
แม่บอกเราว่าให้ไปสังเกต VTR ที่แนะนำตัวผู้เข้าประกวดซิ แม่เราแยกมาเป็นคนๆ เลย อย่างเช่น ฟิลิปปินส์ ทำไมตกรอบ

แม่ว่า VTR แนะนำตัวของนางคือ เล่นกีฬาทางน้ำ เปิดร้านกาแฟ ชอบทะเล...แต่ไม่มีทำอะไรเพื่อสังคมเลย ถ้าพูดแรงคือ ยังหาสาระอะไรกับชีวิตไม่ได้

มาดูของ USA จะเน้นไปทางกีฬา การวิทยาศาสตร์กับเด็ก...แต่ก็ยังไม่มีการสื่อทำอะไรเพื่อทางสังคมอยู่ดี

ส่วนของไทย โอเคว่า มรญ บอกว่าอยากทำเรื่องคุณแม่วัยใส ซึ่งดูแล้วมีพาวเวอร์ว่าทำอะไรเพื่อสังคมบ้าง...แต่แม่เราว่า คุณแม่วัยใส มันไม่ใช่ปัญหาใหญ่ในจริตความคิดของคนอเมริกัน ซึ่งกองประกวดเป็นของอเมริกา กรรมการก็ย่อมต้องมีความคิดเป็นอเมริกัน และเพราะบ้านเค้าคุณแม่วัยใสมีเยอะ มันจึงไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่ระดับที่ไทยกำลังคิด และ มรญ บอกว่าตอนนี้ยังไม่มีแผนอะไรในชีวิตข้างหน้า...ซึงน้องไม่ผิดถ้าจะพูดตามตรงความจริง แต่แม่เราบอกว่านั้นเป็นตัวหักคะแนนเลยล่ะ เพราะจริตอเมริกันไม่ชอบคนที่ไม่วางแผนชีวิต คนที่จะมาเป็น MU จะต้องมีแผนการคิดในชีวิตเอาไว้ ทำจริงได้หรือเปล่าไม่รู้ แต่ไม่ควรพูดว่ายังไม่ได้คิดอะไร...แม่ว่าให้ลองไปดูซิว่าปุ๋ยตอนตอบคำถาม ปุ๋ยบอกว่าอยากทำองค์กรเพื่อช่วยเหลือเด็ก บอกข้อมูลมาเลยว่าเด็กในประเทศไทยขาดเรื่องสารอาหารจำนวนเท่าไหร่ นี่แหละทำไมถึงชนะ (แต่น้องอาจจะได้คะแนนเรื่องทำเพื่อสังคมอยู่พอได้ มากกว่าฟิลิปปินส์)

(แม่เพิ่มเติมว่า การพูดความจริงไม่ใช่เรื่องผิด ที่ว่ายังไม่ได้วางแผนอะไรในชีวิต...แต่มันเป็นตัวหักคะแนน เหมือนการสอบสัมภาษณ์ ถ้าบริษัทถามคุณเรื่องแผนชีวิต แต่คุณตอบว่ายังไม่รู้ เป็นเรื่องของอนาคต ไว้คิดทีหลัง...กับอีกคนที่ไม่ได้คิดเหมือนกัน แต่เขาตอบได้เป็นฉากๆว่าจะทำอะไรบ้าง...คิดว่าบริษัทควรจะเลือกใครทำงานล่ะ จริงไหม มันไม่ใช่การยิ้ม แต่มันเป็นการสร้างความน่าประทับใจและการแสดงทัศนะทางความคิดให้ประทับใจคน ประเทศที่ส่งออกนางงามเป็นอุตสาหกรรม เขาเทรนด์มาแล้วว่าต้องให้นางงามตอบยังไง)

มาดูของเซาท์ แอฟริกา ทำไมถึงชนะ...เพราะนางกล้าเอาปัญหาในประเทศตัวเองมาพูด ว่ามีปัญหาเรื่องการปล้นคน ปล้นนักท่องเที่ยว เธอเคยโดนปล้น แต่ให้สังเกต VTR ของเธอ มันคนละธีมกับผู้เข้าประกวดคนอื่นที่จะสว่างไสว โลกสวย แต่ของเธอเป็นดาร์ค เธอเคยโดนปล้นจริงและเอาตัวรอดมาได้ ทำให้เธอมาจัดตั้งหน่วยที่สอนศิลปะการต่อสู้ให้ผู้หญิง...ซึ่งมันเป็นปัญหาที่โครตโดนใจจริตอเมริกา ดูการนำเสนอของเธอเหมือน Wonder Women กล้าที่จะเอาปัญหาประเทศตัวเองมาเป็นตัวพูด ซึ่งถ้าเป็นจริตแบบอนุรักษ์นิยม คงไม่มีใครจะทำ VTR ออกมาแฉความแย่ประเทศตัวเองหรอก เพราะมันให้ความรู้สึกด้านลบ...แต่มันกลับทำให้เธอชนะได้คะแนน เพราะความกล้าในการชนกับสิ่งที่ไม่ถูกต้องนั่นเอง

แม่เราว่า ถ้าไทยแลนด์อยากได้มงลงปีหน้า คงต้องหาสาวที่เป็นนักกิจกรรมด้วย อาจจะไม่ต้องถึงขั้นมีเรื่องดาร์คแบบเซาธ์ แอฟริกาหรอก แต่ต้องเป็นนักกิจกรรมสังคมที่ทำมาก่อนประกวด ก็ลองดู VTR ซิ ว่าเซาธ์ เขาทำเรื่องการป้องกันตัวมาก่อนประกวด พวกกองประกวด MU เขาไม่โง่นะ เขาต้องมีการไปสืบมาแล้วว่า นางงามได้ทำกิจกรรมเพื่อสังคมมาก่อนประกวดจริงหรือเปล่า อย่าไปคิดว่าพอได้นางงามแล้ว ก็ไปเมกโปรไฟล์เป็นเปลือกให้ไปทำงานสังคมหลังประกวดได้นะ แค่ปัญหาคุณแม่วัยใสยังไม่หนักหรอก ต้องไปหาปัญหาใหญ่ในไทยที่หนักกว่านี้ แถมยังต้องเป็นปัญหาสังคมที่ต้องถูกจริตโดนใจคนอเมริกาอีกต่างหาก

แล้วแม่ว่าไทยควรพอได้แล้วในการนำเสนอวัดเอย ตุ๊กตุ๊ก ช้าง ที่เที่ยวไทย มันควรพอได้แล้ว มันเกร่อมันอิ่มมันเป็นภาพเดิมๆไป ดูของเซาธ์ แอฟริกาซิ เขาไม่ได้ยัดเยียดนำเสนอที่เที่ยวอะไรมากขนาดนั้น MU เขาไม่ใช่การประกวดนางงามกระจอกแล้ว...ถ้าอยากได้มงปีหน้า MUT ต้องทำการบ้านหนักมากๆเลยล่ะ

เราก็ไม่คิดว่าแม่จะมองขาดมองลึกขนาดนี้นะ ขนาดว่าแม่เราไม่ค่อยชอบดูการประกวดตอนชุดว่ายน้ำเท่าไหร่ แต่แม่ยังมอง VTR แนะนำตัวผู้เข้าประกวดขาดขนาดนี้ (คงเพราะแม่เป็นครูที่ต้องเคยสอบสัมภาษณ์นักเรียน)...แต่เราว่าจะไปหาผู้หญิงไทยนักกิจกรรมที่ต้องสวยด้วย ต้องมั่นด้วยแบบนั้นจากไหนล่ะแม่ ส่วนใหญ่ที่ประกวดยังเป็นนักศึกษา ทำกิจกรรมอย่างมากก็อาสาพัฒนาชุมชน ไม่ได้หนักถึงขั้นเซาธ์แอฟริกาอ่ะ...แม่บอกว่าไม่รู้ ก็ถ้าอยากได้มง คุณก็ต้องไปเพ้นท์หาช้างเผือกมาซิ ลองดูคนได้มงซิ เขาไม่มีอะไรให้ติเลยว่าไม่สมตำแหน่ง...ไปเวทีใหญ่ต้องลงทุนโปรไฟล์ตั้งแต่ก่อนประกวดแล้ว อย่าไปทำอะไรหน้าฉากเป็นเปลือกโรยผักชี

นี่แหละค่ะ ความเห็นของแม่เราในฐานะครู อายุวัยเกษียณ ขนาดเป็นคนหัวอนุรักษ์นิยมด้วยซ้ำ ยังมองการประกวดนางงามลึกกว่าลูกอย่างอิฉันสักอีก
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่