รักคือความใส่ใจ (เพราะความห่าง ช่องว่างจึงเกิด)

จากกระทู้นี้ https://pantip.com/topic/37110564 ทุกอย่างก้อผ่านไปได้สวย เค้าได้เข้าอบรม ส่วนเราก้อไปพักร้อน บนเทือกเขา 3อาทิตย์ ซึ่งที่ๆไปนั้น สัญญาณเน๊ตเข้าไม่ถึง กว่าจะจับสัญญาณได้เป็นอะไรที่ยากมาก เราสองคนก้อเลยคุยกันน้อยลง แต่ถ้าหาสัญญาณได้ก้อจะรีบแชทๆๆ ส่งข้อความหาเค้าก่อนใคร ใจกระวนกระวายมาก ไม่เคยเป็นแบบนี้มานานแล้วนะ เราสองคนจะส่งข่าวคราวหากันตลอด มันเหมือนกับว่าเราสองคนจะไม่ค่อยชิน กับการห่างกันคราวนี้ คงเป็นครั้งแรกที่เราสองคนอยู่ห่างกัน และคุยกันน้อยลง มันเป็นอะไรที่แย่มาก
การอบรมของเค้าผ่านไปได้ด้วยดี ระหว่างนั้นเราก้อมีส่งข่าวคราว บอกเล่าเรื่องราวด้วยกันตลอด จนถึงวันที่ต้องสอบ ดูเหมือนเค้ากังวลไม่น้อยกับการสอบครั้งนี้ เราเองก้อทำได้เพียงส่งแรงใจไปให้ จำได้ว่าลุ้นหนักมาก อยากให้เค้าผ่าน  
ในช่วงบ่าย เค้าส่งข้อความมาหา บอกว่าสอบไม่ผ่าน ในตอนนั้นยอมรับนะว่า ความรู้สึกของเราแอบผิดหวังเล็กๆ แต่ก้อไม่ได้คิดอะไรมาก ที่เป็นห่วงคือความรู้สึกของเค้า คิดว่าในตอนนี้เค้าคงผิดหวังมาก และคงรู้สึกแย่มากๆ นานาเสียใจ เป็นห่วงเค้ามากนาทีนั้น อยากไปอยู่ใกล้ๆ อยากเข้าไปกอดแน่นๆ และบอกกับเค้าว่า ไม่เป็นไรนะ มันไม่ใช่จุดจบของชีวิต มันแค่ทางแยก ทางนี้เราไปไม่ได้มันอาจไม่ใช่ทางของเรา แต่มันก้อมีทางอื่นๆให้ไปอีกเยอะ เราจะอยู่ข้างๆและสู้ไปกับเค้าเอง ไม่เป็นไร....

แต่ดูเหมือนเหตุการณ์มันไม่ได้แย่อย่างที่เราคิด เพราะเช้าของอีกวัน ในเฟสของเค้า มีเพื่อนแท๊กรูปกลุ่มที่เรียนด้วยกัน พร้อมกับแคปชั้นว่า *จบจนได้* นาทีนั้นเราสตั้นนิดๆ อธิบายความรู้สึกไม่ถูกหรอกนะ มันดีใจที่ได้เห็นว่าเค้าทำได้ และมันก้อแอบนอยด์ที่เค้าไม่ได้บอกเรา ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เราทักไป ถามว่าทำอะไร อยู่ที่ไหน เค้าบอกเราว่าอยู่ข้างนอก แต่ไม่ได้บอกอะไรเราเลย และเรากลับมาเห็นเค้าในแท๊ก แอบงอนนะเนี๊ยะ

ตั้งแต่รู้จักกัน นี่คงเป็นครั้งแรกที่แอบงอนเค้า แต่เทียบกับความดีใจที่เค้าสอบได้ มันก้อพอหักลบกันได้อยู่นะ แต่ในเมื่อเล่นใหญ่แล้ว ก้อแกล้งงอนต่อให้เค้าง้อหน่อยละกัน หลิ่วตา เค้าก้อแชทมาคุย มาอธิบาย บอกว่ากะจะเซอร์ไพร้สวันรับบัตร แต่ความลับดันรั่วซะก่อน หยอกเย้า

วันนี้เป้าหมายที่เราสานฝันให้เค้านั้นกำลังจะดป็นจริง และไปได้สวย รู้สึกยินดีและดีใจไปกับเค้า หวังว่าต่อไปจากนี้เค้าจะเดินตามฝันที่ตั้งไว้ ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ
เวลาสามอาทิตย์ที่เราห่างกัน ที่เราคุยกันน้อยลง มันทำให้เราสองคนรู้สึกเหมือนมีช่องว่าง เหมือนเราเติมกันไม่เต็ม อาจเป็นเพราะเราไม่เคยเป็นแฟนกันจริงๆ ความสัมพันธ์ที่จับต้องได้มันเลยไม่มีให้นึกถึง พอห่างกัน ความสัมพันธ์มันเลย มีช่องว่าง  แต่เราสองคนก้อพยายามทำมันให้ดีที่สุด เพื่อให้ช่องว่างนั้นเล็กที่สุด
จนเรากลับมาจากพักร้อน และเราก้อกลับมาคุยกัเหมือนเดิมวันแรกๆ ที่คุยนั้น ความรู้สึกมันเหมือนกับชะงักไป เหมือนเราต่อกันไม่ติด คำพูดของเค้าเปลี่ยนไป เช่น ปกติถ้าเราอยากคุยกัน เมื่อก่อนเค้าจะทักมา *ว่างยัง ทักมาด้วยนะ อยากคุย* ซึ้งเป็นคำพูดง่ายๆ เข้าใจง่ายๆ แต่กลับมาคราวนี้ เค้าใช้คำที่แปลกไป เช่น *ถ้าว่างก้อคิดถึงกันบ้างนะ* *ทำอะไรอยู่ โทรหาได้มั้ย* ซึ่งเห็นได้ชัดว่าความสนิทมันถอยลดไป เหมือนมีความเกรงใจ มีช่องว่างของความสัมพันธ์เกิดขึ้น เราก้อไม่ได้พูดอะไรในตอนนั้น รอให้เวลาช่วยเชื่อมช่องว่างนั้นเอง .....

ทุกวันที่เราคุยกัน และทำเหมือนว่ามันไม่มีอะไร มันดูเหมือนทุกอย่างจะดีขึ้น แต่ความรักถ้าไม่มีอุปสรรคบ้างเลย มันก้อคงไม่ขลังสักเท่าไหร่ และแล้วโลกของเราก้อเริ่มมีคนอื่นเข้ามา ซึ่งเป็นสาวกรุงหน้าตาจิ้มลิ้ม เอวบางร่างน้อยๆ ซึ่งนางได้ทักแชทเค้ามา และบอกว่าเค้าหน้าตาเหมือนแฟนเก่า อยากคุยอยากเป็นเพื่อนด้วย เค้าก้อแอดเพื่อนกัน และคุยกันไปเรื่อยๆ ซึ่งในตอนแรกที่ผู้หญิงคนนี้แอดมา เค้าก้อบอกกับเรา และบอกกับเราว่า นางถามว่าเราเป็นอะไรกัน ให้เค้าตอบว่าไง สำหรับเค้าในตอนนั้น เค้าอยากให้เราตอบเค้าไปว่าเราเป็นแฟนกัน เพื่อยืนยันความสัมพันธ์ แต่สำหรับในความคิดเรา เรากลับคิดต่างออกไป เรารู้สึกว่า ถ้าบอกไปว่าแฟน มันเหมือนเราปิดกั้นเค้า ทั้งๆที่เรากับเค้าไม่ได้เป็นอะไรกัน และไม่รู้เมื่อไหรเราจะได้เจอกัน เรื่องของเรายังไงมันก้อไม่มีทางเป็นไปได้ ความคิดไม่อยากเห็นแก่ตัวเข้ามา ในตอนนั้นเราเลยบอกกับเค้าว่า บอกนางไปซิว่าเป็นแค่เพื่อน คำตอบของเรา ดูเหมือนว่าทำให้เค้าแอบนอยด์ แต่เค้าก้อไม่ได้พูดอะไร เราเองในตอนนั้น หวังในใจลึกๆเหมือนกันว่า มันคงจะดีถ้าเราสามารถมีสิทธิ์ทำอะไรได้มากกว่านี้  
เราสองคนเริ่มไม่เข้าใจกัน แต่เราก้อเลือกที่จะไม่พูด และปล่อยมันผ่านไป คิดว่าคงไม่เป็นไร ดูเหมือนว่าเค้าก้อยังคุยกับเราต่อเป็นปกติ และในขณะนั้นเค้าก้อคุยกับสาวกรุงคนนั้นไปด้วย แต่เค้าบอกกับเราว่าคุยกับแบบเพื่อนไม่มีอะไร ซึ่งเราเองก้อแอบหวงเค้านิดๆ แต่ก้อเชื่อใจเค้าอยู่ ซึ่งเค้ายังคงทำตัวปกติมาก มีเวลาว่าง เราสองคนจะคุยกันตลอด ดูเหมือนช่องว่างในใจเราสองคนในวันนั้นมันหายไปแล้ว

และแล้วช่วงปลายเดือนสิงหา ข่าวร้ายก้อมาเยือนเค้าจนได้ ย่าที่เค้ารักที่สุดได้จากเค้าไป และดูเหมือนว่า เค้าจะเจ็บปวดหนักมากกับการสูญเสียในครั้งนี้ เค้าต้องเดินทางกลับบ้านด่วน เราเองก้อยังเหมือนเดิม คือทำอะไรมากกว่าการอยู่คอยให้กำลังใจเค้าห่างๆไม่ได้เลย อยากเป็นคนยุใกล้ๆเค้า คอยเช็ดน้ำตาและกอดเค้า แต่ทำได้เท่านี้จริงๆ ในตอนนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เค้าต้องการคงเป็นกำลังใจจากคนรักสินะ ขอโทดนะที่ปล่อยให้เจ็บปวดอยู่ลำพัง ขอโทดจริงๆ

การสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ มันทำให้เค้ารู้สึกกลัว กลัวการสูญเสียคนรักไป ความเจ็บปวดครั้งนี้ มันทำให้ความสัมพันธ์หลังจากนั้นของเราเริ่มไปต่อไม่ได้ เค้าจากเป็นคนที่ร่างเริง ขี้เล่นกวนตีน กลับเปลี่ยนไป สายตาที่เคยยิ้ม วันนี้มันเศร้ามาก คนที่เคยคุยกันได้ในทุกๆเรื่องเริ่มมีกำแพงบางๆมากั้น เราเริ่มเข้าไม่ถึง เวลาคุยกัน เรามักจะเห็นสายตาเศร้าๆ แต่แกล้งฝืนยิ้มและคุยไปต่อ แต่ในใจเราลึกๆมันเริ่มมีสัญญาณบอกว่าเค้าเริ่มเปลี่ยนไป มันคืออะไรกัน?? คำถามนี้เกิดขึ้นมาในทุกๆวันที่เราได้คุยกันหลังจากที่เค้ากลับมาจากงานศพย่า
เรื่องของเรากำลังจะดีขึ้นรึแย่ลงกันแน่นะ ????
ติดตามตอนต่อไปเพี้ยนปูเสื่อรอ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่