ห้องเพลงคนรากหญ้าเปิดขึ้นมามีวัตถุประสงค์ เพื่อ
1. มีพื้นที่ให้เพื่อนๆ ได้มาพบปะ พูดคุยระหว่างกัน ในภาวะที่ต้องระมัดระวังการโพสการเมืองอย่างเคร่งครัด
2. เป็นพื้นที่ พักผ่อน ลดความเครียดทางการเมือง ให้เพื่อนๆ มีกิจกรรมสนุกๆ ร่วมกัน
3. สร้างมิตรภาพและความปรองดอง ซึ่งเราหวังให้สังคมไทยเป็นเช่นนี้ แม้นคิดต่างกัน แต่เมื่อคุยกันแล้วก็เป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม
กระทู้ห้องเพลงเป็นกระทู้เปิด มิได้ปิดกั้นผู้หนึ่งผู้ใด "ขอให้มาดี เราคือเพื่อนกัน" ซึ่งก็เหมือนกับกระทู้ทั่วไป ที่เราไม่จำเป็นต้องทราบว่า User ท่านไหนเป็นใครมาจากไหน ...ดังนั้น หากมีบุคคลใดที่มีการโพสสิ่งผิดกฎหมายและศีลธรรมอันดีของสังคมนั้น หรือสิ่งรบกวนใดๆ ในบอร์ด เป็นเรื่องส่วนบุคคล ทางห้องเพลงจึงขอแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งสิ้น
สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ห้องเพลงและเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
ลมหนาวเริ่มมาแล้ว ต้องรักษาสุขภาพให้ดี เดี๋ยววันนี้พาเพื่อนๆ ไปชมดอกไม้งามๆ กับเรื่องดีๆ ค่ะ
เคยเขียนไว้แล้วในห้องเรียนคนรากหญ้า เนื่องในโอกาสวันแห่งความรัก เดือนกุมภาพันธ์ 2559
https://pantip.com/topic/34787718
วันนี้จะยกสวนดอกไม้มาอีก แต่มีปรับปรุงเล็กน้อย จะชวนเพื่อนๆ ปลูกดอกไม้สวยๆ อย่างจุใจเลยค่ะ
โชคดีที่โลกนี้มีดอกไม้
ดอกไม้ เป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากมายนับไม่หวาดไม่ไหว
ตั้งแต่ช่วยให้ดึงดูดแมลงเพื่อให้พืชสืบพันธุ์ต่อไปได้ ช่วยคลุมดิน รักษาความชุ่มชื้นและอุณหภูมิของดิน
ใช้เป็นอาหาร ยารักษาโรค ให้สีสัน กลิ่นหอม สร้างความสดชื่น ฟื้นฟูสภาพจิตใจ ฯลฯ
พูดถึงดอกไม้เรามักนึกถึงสิ่งดีๆ เช่น ความอ่อนโยนสดใสของผู้หญิง คำพูดจาที่น่าฟัง
การมอบเพื่อสื่อความหมายในทางบวกทั้งให้ความรัก กำลังใจ ความปรารถนาดี การแสดงความยินดี การอวยพร ฯลฯ

(ขอบคุณภาพสวยๆ จากนู๋นิด เพชรน้ำนิล)
ดอกไม้กับการเมือง
ในระดับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศยังมีการใช้ดอกไม้เป็น
ทูตไมตรีสร้างมิตรภาพระหว่างประเทศ
เช่น ประเทศเนเธอร์แลนด์มีดอกทิวลิปเป็นดอกไม้ประจำชาติ
เมื่อค้นพบสายพันธุ์ใหม่นอกจากจะตั้งชื่อตามผู้ค้นพบหรือบุคคลสำคัญแล้ว
เนเธอร์แลนด์ยังมีการเชิญภริยาของประมุขต่างประเทศที่ไปเยือนตั้งชื่อให้ดอกทิวลิป
เพื่อเป็นการสร้างความประทับใจให้สตรีหมายเลขหนึ่งของประเทศนั้นๆ อีกด้วย
(ลึกซึ้งจริงๆ เอาใจภริยาผู้นำประเทศ เห็นไหม ผู้หญิงมีความสำคัญนะ)
เช่น ปี 2014 นางเผิง ลี่หยวน ภริยาของประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง ซึ่งอยู่ระหว่างการเยือนเนเธอร์แลนด์
ตั้งชื่อให้ดอกทิวลิปพันธุ์ใหม่ ว่า "
กั๋วไท่" แปลว่า
บ้านเมืองสงบสุข อีกทั้งรินแชมเปญบนดอกทิวลิป
เป็นการกระชับสัมพันธไมตรีของสองประเทศ
ทำไมดอกไม้จึงเปลี่ยนโลก?
เมื่อถามว่าอะไรสำคัญที่สุดสำหรับโลกและสังคมของเรา ติสตูตอบว่า "สวนพฤกษชาติ"
ติสตูเป็นใคร ?
ที่จริงแล้วติสตูเป็นเด็กน้อยตัวเอกในวรรณกรรมเรื่องเยี่ยมของฝรั่งเศสค่ะ
“
ติสตูนักปลูกต้นไม้” (Tistou de l’Académie française) แต่งโดย โมรีส ดรูอง
ได้รับยกย่องให้เป็น 1 ใน 50 หนังสือน่าอ่านก่อนโต (แต่ถึงโตแล้วก็อ่านได้นะ ถ้ามีโอกาส)
หลายๆ คนต้องเคยอ่านวรรณกรรมเรื่องนี้แน่ๆ หนังสือเล่มนี้ว่ากันว่าใช้เป็นแนวทางให้กับลูกหลาน
แม้กระทั่ง
เป็นแนวทางให้กับผู้นำ ทางการเมือง และการทหาร ได้เป็นอย่างดี
ผู้เขียนเรื่องนี้มีแนวคิดว่า เด็กทุกคนมีความฝัน และกระตือรือร้นที่จะสร้างประโยชน์
พวกเขาเฝ้ารอคอยที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่เพื่อกระทำสิ่งมหัศจรรย์ต่างๆ
แต่เมื่อเขาโตขึ้น ส่วนใหญ่มักลืมสิ่งที่อยากจะทำ หรือไม่ก็เลิกล้มความตั้งใจนั้นเสีย
ฉะนั้นจึงไม่มีอะไรเกิดขึ้น มีเพียงผู้ใหญ่เพิ่มขึ้นอีกคนบนโลกนี้เท่านั้นเอง โดยปราศจากสิ่งมหัศจรรย์
แต่ติสตูโชคดี เขาทำการใหญ่ได้ทั้งๆ ที่ยังเป็นเด็ก
และเขาทำได้โดยใช้ดอกไม้ซึ่งเหมือนกับเด็กอย่างยิ่ง คือให้ทั้งคำมั่น สัญญาและความหวัง
เรื่องมีอยู่ว่ามีครอบครัวมหาเศรษฐีที่เพียบพร้อมทั้งชื่อเสียง ทรัพย์สมบัติ บริวารคนรับใช้
และยังมีบุตรชายตัวเล็กๆ น่ารักน่าเอ็นดู ชื่อว่า ‘ติสตู’
แต่ติสตูกลับเป็นเด็กที่ผู้ใหญ่เห็นว่า ‘แปลก’ และมีปัญหาด้านการศึกษา
เพียงเพราะติสตูมองโลกในมุมที่ต่างจากผู้ใหญ่
เมื่อไปโรงเรียน เสียงพร่ำสอนของครูประหนึ่งเสียงร้องเพลงกล่อมเด็กอันไพเราะ
ห้องเรียนก็เปรียบเหมือนห้องนอนอันแสนสบาย ติสตูจึงหลับใหลอย่างเป็นสุข (คุ้นๆ จัง ใครที่วัยเด็กเป็นแบบนี้บ้างนะ)
แต่ครูไม่สุขด้วยแน่ๆ เขาแจ้งผู้ปกครองทันใดว่าเด็กคนนี้ไม่สามารถร่วมเรียนกับเพื่อนๆ ได้
หากเป็นบางครอบครัวคงลงโทษ ดุด่าติสตู แต่พ่อแม่เขากลับบอกว่าจะใช้ระบบแบบใหม่
ไม่ต้องอาศัยตำรา เพราะชีวิตเราก็คือ โรงเรียนที่ดีที่สุดนั่นเอง
(หลักการเหมือนห้องเรียนคนรากหญ้าเลย “เพราะความรู้ไม่ได้อยู่แค่ในตำรา” ได้ทีโฆษณาเลย)
ติสตูเรียนเรื่องสวนกับ "มูสตาช" ที่เป็นคนสวน
และค้นพบทันทีว่า หนูน้อยมีพรสวรรค์ในการปลูกต้นไม้ เขาบอกติสตูว่า...
"คุณหนูมีนิ้วหัวแม่มือ สีเขียว...มันคือคุณสมบัติวิเศษ เป็นพรจากสวรรค์โดยแท้...
มีเมล็ดพันธุ์อยู่ทุกหนทุกแห่ง ไม่ใช่เพียงในดินเท่านั้น....
หากนิ้วหัวแม่มือสีเขียวได้สัมผัสเมล็ดพันธุ์ เหล่านี้เมล็ดเดียว
ไม่ว่ามันจะอยู่ที่ใดก็ตาม ดอกไม้จะงอกขึ้นในทันทีทันใด..."
ติสตูหวังให้โลกนี้ดีขึ้นด้วยวิธีสันติ ไม่ใช่ด้วยความรุนแรง
อาทิการกักขังนักโทษไว้ในคุกสภาพน่าเกลียดน่ากลัว
ติสตูคิดว่าถ้าคุกน่าอยู่กว่านี้ นักโทษย่อมกลับตัวเป็นคนดีได้ง่ายกว่าเดิม
เด็กน้อยไม่รอช้าที่เนรมิตจนคุกให้เต็มไปดอกไม้ที่งดงาม
ติสตูค้นพบความลับอีกว่า "
คนเราจะหายป่วย ก็ต่อเมื่อเราอยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป..."
เขาจึงปลูกดอกไม้ขึ้นมากมายในห้องของเด็กหญิงที่ป่วยหนัก
เธอเฝ้าชมดอกไม้ด้วยความหวังและเริ่มเคลื่อนไหวได้ในที่สุด แทนที่จะเฝ้ามองแต่เพดานและผนังอย่างสิ้นหวัง
ติสตูเชื่อว่า
ดอกไม้สามารถสกัดกั้นความชั่วร้ายได้
เขาจัดระเบียบเมืองโดยปลูกดอกไม้ซะจนสลัมโกโรโกโสก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นมา และสร้างรายได้ให้ผู้คน
ติสตูมีความสุขกับการสร้างสิ่งดีๆ เปลี่ยนแปลงโลกใกล้ตัว แม้กระทั่งปัญหาใหญ่สุดนั่นคือ
กำลังจะเกิดสงครามโดยอาวุธมาจากโรงงานของคุณพ่อของเขา
ติสตูตัดสินใจทำให้ปืนใหญ่ที่ยิงออกไปกลายเป็นดอกไม้
ถึงแม้จะทำให้โรงงาน คนงาน พ่อ และครอบครัว ต้องเดือดร้อน
แต่แล้วผู้ใหญ่ก็คิดได้และเรียนรู้ว่าเราไม่สามารถต่อต้านพลังของธรรมชาติได้
บทสรุป
ติสตูเป็นตัวแทนความอ่อนโยน ความหวัง การมองโลกในแง่ดี การมองโลกในมุมที่ต่างออกไป
การลงมือทำทันทีตั้งแต่วัยเด็กไม่ต้องรอให้เป็นผู้ใหญ่
ท่ามกลางโลกที่สับสนวุ่นวาย แก่งแย่ง ชิงดีชิงเด่น ผู้ใหญ่มักแก้ปัญหาด้วยวิธีก้าวร้าว รุนแรง แย่งชิง
หวังเอาชนะโดยไม่คิดถึงผลร้ายที่จะเกิดตามมา
แต่เด็กน้อยเลือกใช้วิธีปลูกต้นไม้ สร้างความสดชื่น สร้างกำลังใจ
ในขณะที่ผู้ใหญ่มองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ เป็นสิ่งไม่มีประโยชน์ แต่หากบริหารจัดการดีๆ
มันกลับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ผู้ใหญ่ที่ไร้จินตนาการและขาดจิตใจที่อ่อนโยนไม่มีทางมองเห็น
หากผู้ใหญ่มีหัวใจที่เหมือนเด็กน้อยติสตู อย่างน้อยโลกนี้ก็ไม่มีสงครามและน่าอยู่ขึ้นมาก
..................................................
ในโลกแห่งความจริง ไม่มีใครมีนิ้วหัวแม่โป้งที่มหัศจรรย์เหมือนติสตู
แต่หากทุกคนที่เป็นคนธรรมดา คิดในสิ่งที่ดี ลงมือทำในสิ่งที่ดี ด้วยจิตใจที่ดี
ก็จะช่วยกันเปลี่ยนโลกได้
"อย่าทิ้งความฝันในวัยเยาว์"
ดอกไม้ให้คุณ กำลังใจ แจ้
https://www.youtube.com/watch?v=-mdcw0hCiaQ
ห้องเพลง**คนรากหญ้า** พักยกการเมือง มุมนี้ไม่มีสี ไม่มีกลุ่ม...มีแต่เสียง 27/11/2017 (ดอกไม้ เปลี่ยนโลก)
ห้องเพลงคนรากหญ้าเปิดขึ้นมามีวัตถุประสงค์ เพื่อ
1. มีพื้นที่ให้เพื่อนๆ ได้มาพบปะ พูดคุยระหว่างกัน ในภาวะที่ต้องระมัดระวังการโพสการเมืองอย่างเคร่งครัด
2. เป็นพื้นที่ พักผ่อน ลดความเครียดทางการเมือง ให้เพื่อนๆ มีกิจกรรมสนุกๆ ร่วมกัน
3. สร้างมิตรภาพและความปรองดอง ซึ่งเราหวังให้สังคมไทยเป็นเช่นนี้ แม้นคิดต่างกัน แต่เมื่อคุยกันแล้วก็เป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม
กระทู้ห้องเพลงเป็นกระทู้เปิด มิได้ปิดกั้นผู้หนึ่งผู้ใด "ขอให้มาดี เราคือเพื่อนกัน" ซึ่งก็เหมือนกับกระทู้ทั่วไป ที่เราไม่จำเป็นต้องทราบว่า User ท่านไหนเป็นใครมาจากไหน ...ดังนั้น หากมีบุคคลใดที่มีการโพสสิ่งผิดกฎหมายและศีลธรรมอันดีของสังคมนั้น หรือสิ่งรบกวนใดๆ ในบอร์ด เป็นเรื่องส่วนบุคคล ทางห้องเพลงจึงขอแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งสิ้น
สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ห้องเพลงและเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
ลมหนาวเริ่มมาแล้ว ต้องรักษาสุขภาพให้ดี เดี๋ยววันนี้พาเพื่อนๆ ไปชมดอกไม้งามๆ กับเรื่องดีๆ ค่ะ
เคยเขียนไว้แล้วในห้องเรียนคนรากหญ้า เนื่องในโอกาสวันแห่งความรัก เดือนกุมภาพันธ์ 2559
https://pantip.com/topic/34787718
วันนี้จะยกสวนดอกไม้มาอีก แต่มีปรับปรุงเล็กน้อย จะชวนเพื่อนๆ ปลูกดอกไม้สวยๆ อย่างจุใจเลยค่ะ
โชคดีที่โลกนี้มีดอกไม้
ดอกไม้ เป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากมายนับไม่หวาดไม่ไหว
ตั้งแต่ช่วยให้ดึงดูดแมลงเพื่อให้พืชสืบพันธุ์ต่อไปได้ ช่วยคลุมดิน รักษาความชุ่มชื้นและอุณหภูมิของดิน
ใช้เป็นอาหาร ยารักษาโรค ให้สีสัน กลิ่นหอม สร้างความสดชื่น ฟื้นฟูสภาพจิตใจ ฯลฯ
พูดถึงดอกไม้เรามักนึกถึงสิ่งดีๆ เช่น ความอ่อนโยนสดใสของผู้หญิง คำพูดจาที่น่าฟัง
การมอบเพื่อสื่อความหมายในทางบวกทั้งให้ความรัก กำลังใจ ความปรารถนาดี การแสดงความยินดี การอวยพร ฯลฯ
(ขอบคุณภาพสวยๆ จากนู๋นิด เพชรน้ำนิล)
ดอกไม้กับการเมือง
ในระดับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศยังมีการใช้ดอกไม้เป็นทูตไมตรีสร้างมิตรภาพระหว่างประเทศ
เช่น ประเทศเนเธอร์แลนด์มีดอกทิวลิปเป็นดอกไม้ประจำชาติ
เมื่อค้นพบสายพันธุ์ใหม่นอกจากจะตั้งชื่อตามผู้ค้นพบหรือบุคคลสำคัญแล้ว
เนเธอร์แลนด์ยังมีการเชิญภริยาของประมุขต่างประเทศที่ไปเยือนตั้งชื่อให้ดอกทิวลิป
เพื่อเป็นการสร้างความประทับใจให้สตรีหมายเลขหนึ่งของประเทศนั้นๆ อีกด้วย
(ลึกซึ้งจริงๆ เอาใจภริยาผู้นำประเทศ เห็นไหม ผู้หญิงมีความสำคัญนะ)
เช่น ปี 2014 นางเผิง ลี่หยวน ภริยาของประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง ซึ่งอยู่ระหว่างการเยือนเนเธอร์แลนด์
ตั้งชื่อให้ดอกทิวลิปพันธุ์ใหม่ ว่า "กั๋วไท่" แปลว่าบ้านเมืองสงบสุข อีกทั้งรินแชมเปญบนดอกทิวลิป
เป็นการกระชับสัมพันธไมตรีของสองประเทศ
ทำไมดอกไม้จึงเปลี่ยนโลก?
เมื่อถามว่าอะไรสำคัญที่สุดสำหรับโลกและสังคมของเรา ติสตูตอบว่า "สวนพฤกษชาติ"
ติสตูเป็นใคร ?
ที่จริงแล้วติสตูเป็นเด็กน้อยตัวเอกในวรรณกรรมเรื่องเยี่ยมของฝรั่งเศสค่ะ
“ติสตูนักปลูกต้นไม้” (Tistou de l’Académie française) แต่งโดย โมรีส ดรูอง
ได้รับยกย่องให้เป็น 1 ใน 50 หนังสือน่าอ่านก่อนโต (แต่ถึงโตแล้วก็อ่านได้นะ ถ้ามีโอกาส)
หลายๆ คนต้องเคยอ่านวรรณกรรมเรื่องนี้แน่ๆ หนังสือเล่มนี้ว่ากันว่าใช้เป็นแนวทางให้กับลูกหลาน
แม้กระทั่งเป็นแนวทางให้กับผู้นำ ทางการเมือง และการทหาร ได้เป็นอย่างดี
ผู้เขียนเรื่องนี้มีแนวคิดว่า เด็กทุกคนมีความฝัน และกระตือรือร้นที่จะสร้างประโยชน์
พวกเขาเฝ้ารอคอยที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่เพื่อกระทำสิ่งมหัศจรรย์ต่างๆ
แต่เมื่อเขาโตขึ้น ส่วนใหญ่มักลืมสิ่งที่อยากจะทำ หรือไม่ก็เลิกล้มความตั้งใจนั้นเสีย
ฉะนั้นจึงไม่มีอะไรเกิดขึ้น มีเพียงผู้ใหญ่เพิ่มขึ้นอีกคนบนโลกนี้เท่านั้นเอง โดยปราศจากสิ่งมหัศจรรย์
แต่ติสตูโชคดี เขาทำการใหญ่ได้ทั้งๆ ที่ยังเป็นเด็ก
และเขาทำได้โดยใช้ดอกไม้ซึ่งเหมือนกับเด็กอย่างยิ่ง คือให้ทั้งคำมั่น สัญญาและความหวัง
เรื่องมีอยู่ว่ามีครอบครัวมหาเศรษฐีที่เพียบพร้อมทั้งชื่อเสียง ทรัพย์สมบัติ บริวารคนรับใช้
และยังมีบุตรชายตัวเล็กๆ น่ารักน่าเอ็นดู ชื่อว่า ‘ติสตู’
แต่ติสตูกลับเป็นเด็กที่ผู้ใหญ่เห็นว่า ‘แปลก’ และมีปัญหาด้านการศึกษา
เพียงเพราะติสตูมองโลกในมุมที่ต่างจากผู้ใหญ่
เมื่อไปโรงเรียน เสียงพร่ำสอนของครูประหนึ่งเสียงร้องเพลงกล่อมเด็กอันไพเราะ
ห้องเรียนก็เปรียบเหมือนห้องนอนอันแสนสบาย ติสตูจึงหลับใหลอย่างเป็นสุข (คุ้นๆ จัง ใครที่วัยเด็กเป็นแบบนี้บ้างนะ)
แต่ครูไม่สุขด้วยแน่ๆ เขาแจ้งผู้ปกครองทันใดว่าเด็กคนนี้ไม่สามารถร่วมเรียนกับเพื่อนๆ ได้
หากเป็นบางครอบครัวคงลงโทษ ดุด่าติสตู แต่พ่อแม่เขากลับบอกว่าจะใช้ระบบแบบใหม่
ไม่ต้องอาศัยตำรา เพราะชีวิตเราก็คือ โรงเรียนที่ดีที่สุดนั่นเอง
(หลักการเหมือนห้องเรียนคนรากหญ้าเลย “เพราะความรู้ไม่ได้อยู่แค่ในตำรา” ได้ทีโฆษณาเลย)
ติสตูเรียนเรื่องสวนกับ "มูสตาช" ที่เป็นคนสวน
และค้นพบทันทีว่า หนูน้อยมีพรสวรรค์ในการปลูกต้นไม้ เขาบอกติสตูว่า...
"คุณหนูมีนิ้วหัวแม่มือ สีเขียว...มันคือคุณสมบัติวิเศษ เป็นพรจากสวรรค์โดยแท้...
มีเมล็ดพันธุ์อยู่ทุกหนทุกแห่ง ไม่ใช่เพียงในดินเท่านั้น....
หากนิ้วหัวแม่มือสีเขียวได้สัมผัสเมล็ดพันธุ์ เหล่านี้เมล็ดเดียว
ไม่ว่ามันจะอยู่ที่ใดก็ตาม ดอกไม้จะงอกขึ้นในทันทีทันใด..."
ติสตูหวังให้โลกนี้ดีขึ้นด้วยวิธีสันติ ไม่ใช่ด้วยความรุนแรง
อาทิการกักขังนักโทษไว้ในคุกสภาพน่าเกลียดน่ากลัว
ติสตูคิดว่าถ้าคุกน่าอยู่กว่านี้ นักโทษย่อมกลับตัวเป็นคนดีได้ง่ายกว่าเดิม
เด็กน้อยไม่รอช้าที่เนรมิตจนคุกให้เต็มไปดอกไม้ที่งดงาม
ติสตูค้นพบความลับอีกว่า "คนเราจะหายป่วย ก็ต่อเมื่อเราอยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป..."
เขาจึงปลูกดอกไม้ขึ้นมากมายในห้องของเด็กหญิงที่ป่วยหนัก
เธอเฝ้าชมดอกไม้ด้วยความหวังและเริ่มเคลื่อนไหวได้ในที่สุด แทนที่จะเฝ้ามองแต่เพดานและผนังอย่างสิ้นหวัง
ติสตูเชื่อว่าดอกไม้สามารถสกัดกั้นความชั่วร้ายได้
เขาจัดระเบียบเมืองโดยปลูกดอกไม้ซะจนสลัมโกโรโกโสก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นมา และสร้างรายได้ให้ผู้คน
ติสตูมีความสุขกับการสร้างสิ่งดีๆ เปลี่ยนแปลงโลกใกล้ตัว แม้กระทั่งปัญหาใหญ่สุดนั่นคือ
กำลังจะเกิดสงครามโดยอาวุธมาจากโรงงานของคุณพ่อของเขา
ติสตูตัดสินใจทำให้ปืนใหญ่ที่ยิงออกไปกลายเป็นดอกไม้
ถึงแม้จะทำให้โรงงาน คนงาน พ่อ และครอบครัว ต้องเดือดร้อน
แต่แล้วผู้ใหญ่ก็คิดได้และเรียนรู้ว่าเราไม่สามารถต่อต้านพลังของธรรมชาติได้
บทสรุป
ติสตูเป็นตัวแทนความอ่อนโยน ความหวัง การมองโลกในแง่ดี การมองโลกในมุมที่ต่างออกไป
การลงมือทำทันทีตั้งแต่วัยเด็กไม่ต้องรอให้เป็นผู้ใหญ่
ท่ามกลางโลกที่สับสนวุ่นวาย แก่งแย่ง ชิงดีชิงเด่น ผู้ใหญ่มักแก้ปัญหาด้วยวิธีก้าวร้าว รุนแรง แย่งชิง
หวังเอาชนะโดยไม่คิดถึงผลร้ายที่จะเกิดตามมา
แต่เด็กน้อยเลือกใช้วิธีปลูกต้นไม้ สร้างความสดชื่น สร้างกำลังใจ
ในขณะที่ผู้ใหญ่มองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ เป็นสิ่งไม่มีประโยชน์ แต่หากบริหารจัดการดีๆ
มันกลับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ผู้ใหญ่ที่ไร้จินตนาการและขาดจิตใจที่อ่อนโยนไม่มีทางมองเห็น
หากผู้ใหญ่มีหัวใจที่เหมือนเด็กน้อยติสตู อย่างน้อยโลกนี้ก็ไม่มีสงครามและน่าอยู่ขึ้นมาก
..................................................
ในโลกแห่งความจริง ไม่มีใครมีนิ้วหัวแม่โป้งที่มหัศจรรย์เหมือนติสตู
แต่หากทุกคนที่เป็นคนธรรมดา คิดในสิ่งที่ดี ลงมือทำในสิ่งที่ดี ด้วยจิตใจที่ดี
ก็จะช่วยกันเปลี่ยนโลกได้
"อย่าทิ้งความฝันในวัยเยาว์"
ดอกไม้ให้คุณ กำลังใจ แจ้
https://www.youtube.com/watch?v=-mdcw0hCiaQ