ตอนนี้ผมกำลังคิดไตร่ตรองและพยายามอย่างมากในการหางานทำ โดยมีจุดประสงค์ 2 อย่าง คือ
1. ต้องการรายได้เพื่อเลี้ยงชีพ เพราะไม่มีเงินสนับสนุนจากทางบ้าน
2. ต้องการงานที่ทำให้ผมมีเวลาเรียนปริญญาตรีไปด้วย
ขอเกริ่นนำประสบการณ์ชีวิตนะครับ เพื่อแชร์ข้อมูล อาจจะน่าเบื่อซักนิด
ปัจจุบันผมอายุ 26 ปี เคยศึกษาในระดับปริญญาตรี ณ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เป็นคนที่เพื่อนร่วมชั้นยกย่องว่าเก่งที่สุดคนหนึ่ง ทุกครั้งพอใกล้สอบ จะมีเพื่อนมากมายมาให้ผมช่วยติวในเกือบทุกรายวิชา อนาคตควรสดใสและจบการศึกษาอย่างไม่ยากเย็น แต่เรียนได้ถึงตอนปี 4 ก็เรียนไม่จบ เนื่องด้วยประสบปัญหาส่วนตัวทางบ้าน และตัดสินใจผิดพลาดครั้งใหญ่ในชีวิต คือไม่เรียนต่อให้จบ ไม่ติดต่อเพื่อนฝูง และตัดขาดทางโลก เป็นตราบาปและเป็นปมที่ติดค้างในใจผมมาจนถึงวันนี้
ผมใช้ชีวิตล่องลอยอยู่ในพระพุทธศาสนาเป็นเวลา 2 ปี และเริ่มคิดได้ว่าตัวเองควรเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้แล้ว เพราะหนีปัญหามานานพอแล้ว จึงตัดสินใจสึก กลับมาอยู่บ้านกับแม่ 2 คน (แม่ผมเป็นแม่ค้า) และเริ่มหางานทำ ผมดำเนินชีวิตด้วยทิฐิมานะที่ว่า ถึงจะวุฒิ ม.6 แต่เราก็มีความสามารถในการเรียนรู้งานไม่น้อยหน้าใครทั้งนั้น ผมร่อนจดหมายสมัครงานมากมาย มากจนไม่แน่ใจว่าร่อนไปเท่าไร สมัครงานผ่านเวปหางาน กดทุกงานที่เราคิดว่าเราสามารถเรียนรู้และต่อยอดได้ ผลลัพธ์ที่ได้คือ นอกจากงานขายประกันแล้ว ก็ไม่มีงานอื่นใดเลยที่ติดต่อกลับมา นั้นเป็นครั้งแรกที่ผมได้ลิ้มรสชาติของความผิดหวังอย่างรุนแรง
ทำงานครั้งแรกในชีวิต
เวลาล่วงเลยไปได้หนึ่งเดือนเต็ม มีเจ้าหน้าที่จากบริษัทหนึ่งติดต่อเข้ามา เขาบอกว่าเป็นงานด้านวิจัยตลาด สนใจให้โอกาสผมไปสัมภาษณ์ในอีก 4 วันข้างหน้าที่จะถึง ตอนนั้นผมดีใจมาก ไฟในใจลุกโชน เตรียมตัวไปสัมภาษณ์อย่างดีที่สุด ทั้งหาข้อมูลเรื่องการตลาด การแต่งตัวอย่างเหมาะสม และจิตวิทยาการพูดให้น่าเชื่อถือ เพื่อแสดงให้เห็นว่า ผมมีความสามารถมากกว่าวุฒิที่คุณเห็น ตลอด 4 วันก่อนถึงวันสัมภาษณ์ ผมฝึกพูดหน้ากระจก นอนดึกเพื่อนั่งอ่านข้อมูลความรู้ให้แน่น และผมพร้อมมาก
ถึงวันสัมภาษณ์ ผมทำได้ดีตามที่คาด เขาตัดสินใจรับผมทันที แต่ความผิดหวังอีกครั้งในชีวิตก็เกิดขึ้น เมื่อเริ่มงานไปได้ 1 อาทิตย์ ผมจึงรู้ว่ามันเป็นงานขายตรง ที่เดินขายเครื่องใช้ไฟฟ้าตามบ้าน แล้วรายได้มาจากการหักเปอร์เซ็นต์จากราคาขาย แต่ผมก็ไม่อยากยอมแพ้ ผมคิดว่า อย่างน้อยผมจะได้ประสบการณ์ในการขายกับงานตรงนี้ และถ้าผมทำได้ดี รายได้ผมต้องเยอะมากแน่นอน ผมเดินขายของ ทำงาน 6 วัน ใส่สูทรเดินกลางแดด ลากกระเป๋าสินค้า ไม่น่าเชื่อ ผมอดทนทำงานนี้เป็นเวลา 1 ปีเต็ม ด้วยทิฐิมานะที่ว่า ผมจะทำได้ และผมจะทำยอดจนขึ้นเป็นผู้จัดการให้ได้ สุดท้ายผมก็ยอมแพ้ เพราะผมไม่เห็นความก้าวหน้าใดเลยในงานที่ทำ งานนี้ไม่ได้มีสัญญาว่าจ้างด้วยซ้ำ ผมจึงตัดสินใจลาออก เพื่อหางานใหม่
เริ่มเข้าสู่สายงานด้านสินเชื่อ
ผมใช้เวลาหนึ่งเดือนร่อนจดหมายสมัครงานอีกครั้ง ครั้งนี้ผมได้งานเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารการขอสินเชื่อรถจักรยานยนต์ของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เป็นงานที่สนุกและท้าทายมาก นั่งประจำร้านรถในเขตพื้นที่ของตน ทำหน้าที่ตรวจเอกสารและวิเคราะห์คุณสมบัติเบื้องต้นของลูกค้าที่มาขอสินเชื่อ พร้อมทั้งลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านและสถานที่ทำงานของลูกค้าด้วยรถเครื่องของตนเอง และเป็นอีกครั้งที่ไฟในการเรียนรู้ของผมลุกโชนขึ้นมา ผมรับลูกค้าและวิ่งตรวจด้วยรถเครื่องในระยะขอบเขตที่ไกลกว่าที่ใครเคยทำ ต่อให้ลูกค้าอยู่ไกลเป็น 100 โล ผมก็รับจัดทำทั้งหมด ได้รับคำชมเชยจากพี่ที่ทำงานและหัวหน้ามากมาย ผมทำงานกับองค์กรนี้เป็นเวลา 1 ปี แต่สุดท้ายเพราะปัญหาภายในองค์กร ทำให้พี่ที่ทำงานพาผมออกจากที่เดิม เพื่อไปอีกองค์กรหนึ่งในสายงานเดิม เป็นองค์กรภายในเครือธนาคารใหญ่แห่งหนึ่ง
ณ องค์กรแห่งนี้ผมได้เรียนรู้ประสบการณ์เพิ่มอีกอย่างหนึ่ง คือ ความรู้เกี่ยวกับประกันชีวิตและประกันวินาศภัย ทางองค์กรบังคับว่าจะทำงานที่นี้ต่อไปได้ ทุกคนต้องสอบนายหน้าประกันชีวิตและนายหน้าประกันวินาศภัยให้ผ่าน ผมลงสอบกับ คปภ. ทันที โดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ตอนนั้นรุ่นพี่ที่ทำงานบ่นกันมากว่ายาก ทุกคนลงสอบมากกว่า 1 รอบ ส่วนใหญ่ต้องสอบกันถึง 3-4 รอบจึงผ่าน ผมมีทิฐิมานะในใจทันที ไม่ว่ายังไง ผมจะเป็นคนแรกของเขตที่จะสอบผ่านในรอบแรกทั้ง 2 บัตร และด้วยความตั้งใจนี้ ผมทำสำเร็จ ได้รับคำชื่นชมเป็นอย่างมากอีกครั้งในชีวิตการทำงาน
แต่แล้วชะตาชีวิตก็เล่นตลกอีกครั้ง ผมไม่มีวันได้บรรจุเป็นพนักงานประจำเพราะวุฒิ ม.6 จำเป็นต้องหลีกทางให้คนที่มีวุฒิปริญญาตรีได้บรรจุก่อน และปีหนึ่งจะเลือกบรรจุแค่คนเดียวหรือสองคนจากทั้งเขต (เขตหนึ่งรวมหลายจังหวัด) ผมทำงานแบบไม่มีเงินเดือน ได้รับค่าตอบแทนในลักษณะค่าคอมบวก incentive ดังนั้น เงินเดือนของผม ขึ้นอยู่กับว่าเซลส์ประจำร้านรถจะขายรถได้มากน้อยแค่ไหน และลูกค้าที่ปล่อยไปจะมีคุณภาพหนี้ดีตามเป้าหรือไม่ จนสุดท้าย ค่าน้ำมันกับค่าโทรตามหนี้ลูกค้าที่เราต้องรับผิดชอบเอง ทำให้เงินตอบแทนไม่พอใช้จ่าย และรถเครื่องที่ใช้ทำงานก็เสื่อมลงเร็วมากในระยะเวลา 1 ปี ผมปรึกษากับแม่ และตัดสินใจว่าควรลาออกจากงาน เพราะผลตอบแทนกับงานที่ทำไม่คุ้มและเข้าเนื้อในบางเดือน
ปัจจุบัน
ตอนนี้ผมว่างงานมาได้ 3 อาทิตย์เต็ม และเริ่มร่อนจดหมายสมัครงานอีกครั้ง แต่สองสามวันที่ผ่านมา ผมนั่งทบทวนชีวิตตัวเองว่า ข้อผิดพลาดในชีวิตเราคืออะไร ผมได้คำตอบว่า เพราะการตัดสินใจที่ผิดพลาดทำให้เรียนไม่จบปริญญาและทิฐิมานะที่คิดว่าวุฒิไม่สำคัญ เนื่องด้วยเป็นคนเข้าใจง่ายและเรียนรู้เร็ว จึงทนงตนและประมาทในชีวิต คิดว่าเราจะเอาชนะคู่แข่งได้ ซึ่งผมพบแล้วว่ามันไม่จริง และด้วยสำนึกได้ว่าข้อผิดพลาดคืออะไร ผมจึงอยากกลับไปแก้ปมในใจนั้นให้คลายออก ด้วยการหางานทำอีกครั้ง โดยมีจุดประสงค์ว่า จะทำงานเพื่อหาเงินไปลงเรียนปริญญาตรีที่ ม.รามคำแหง และตั้งเป้าหมายว่าจะใช้เวลาให้น้อยที่สุดเพื่อจะได้วุฒิปริญญาจรีมาไว้ในครอบครอง เพราะถ้าผมทำสำเร็จ ผมเชื่อว่า ประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาของผมกัววุฒิปริญญาตรี จะทำให้ผมได้งานที่ดีและมีโอกาสสร้างอนาคตที่ดีกว่าเดิมได้แน่นอน แต่ตอนนี้งานที่ใกล้ ม.ราม ก็มีเงินเดือนอย่างมากที่ 12,000 บาท ผมก็ไม่รู้ว่ามันจะเพียงพอต่อค่าที่พักและค่ากินอยู่หรือไม่ เพราะเคยแต่ทำงานใกล้บ้าน จึงสับสนอยู่จนตอนนี้
เรื่องทั้งหมดที่อยากระบายและแชร์ออกมาก็มีเท่านี้ ผมไม่รู้ว่ากระทู้ของผมจะมีคนสนใจอ่านหรือไม่ และมีประโยชน์มากน้อยเพียงใดต่อสังคมพันทิป แต่ถ้ามีใครที่ได้อ่าน แล้วพอจะให้คำแนะนำผมได้ ผมก็อยากได้รับคำแนะนำที่มีค่าเหล่านั้น เพื่อหาทางออกให้กับชีวิตในตอนนี้
ขอบคุณครับ
อยากแชร์ประสบการณ์ชีวิตและขอคำแนะนำสำหรับการหาโอกาสในการทำงานของคนที่มีวุฒิแค่ ม.6 ครับ
1. ต้องการรายได้เพื่อเลี้ยงชีพ เพราะไม่มีเงินสนับสนุนจากทางบ้าน
2. ต้องการงานที่ทำให้ผมมีเวลาเรียนปริญญาตรีไปด้วย
ขอเกริ่นนำประสบการณ์ชีวิตนะครับ เพื่อแชร์ข้อมูล อาจจะน่าเบื่อซักนิด
ปัจจุบันผมอายุ 26 ปี เคยศึกษาในระดับปริญญาตรี ณ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เป็นคนที่เพื่อนร่วมชั้นยกย่องว่าเก่งที่สุดคนหนึ่ง ทุกครั้งพอใกล้สอบ จะมีเพื่อนมากมายมาให้ผมช่วยติวในเกือบทุกรายวิชา อนาคตควรสดใสและจบการศึกษาอย่างไม่ยากเย็น แต่เรียนได้ถึงตอนปี 4 ก็เรียนไม่จบ เนื่องด้วยประสบปัญหาส่วนตัวทางบ้าน และตัดสินใจผิดพลาดครั้งใหญ่ในชีวิต คือไม่เรียนต่อให้จบ ไม่ติดต่อเพื่อนฝูง และตัดขาดทางโลก เป็นตราบาปและเป็นปมที่ติดค้างในใจผมมาจนถึงวันนี้
ผมใช้ชีวิตล่องลอยอยู่ในพระพุทธศาสนาเป็นเวลา 2 ปี และเริ่มคิดได้ว่าตัวเองควรเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้แล้ว เพราะหนีปัญหามานานพอแล้ว จึงตัดสินใจสึก กลับมาอยู่บ้านกับแม่ 2 คน (แม่ผมเป็นแม่ค้า) และเริ่มหางานทำ ผมดำเนินชีวิตด้วยทิฐิมานะที่ว่า ถึงจะวุฒิ ม.6 แต่เราก็มีความสามารถในการเรียนรู้งานไม่น้อยหน้าใครทั้งนั้น ผมร่อนจดหมายสมัครงานมากมาย มากจนไม่แน่ใจว่าร่อนไปเท่าไร สมัครงานผ่านเวปหางาน กดทุกงานที่เราคิดว่าเราสามารถเรียนรู้และต่อยอดได้ ผลลัพธ์ที่ได้คือ นอกจากงานขายประกันแล้ว ก็ไม่มีงานอื่นใดเลยที่ติดต่อกลับมา นั้นเป็นครั้งแรกที่ผมได้ลิ้มรสชาติของความผิดหวังอย่างรุนแรง
ทำงานครั้งแรกในชีวิต
เวลาล่วงเลยไปได้หนึ่งเดือนเต็ม มีเจ้าหน้าที่จากบริษัทหนึ่งติดต่อเข้ามา เขาบอกว่าเป็นงานด้านวิจัยตลาด สนใจให้โอกาสผมไปสัมภาษณ์ในอีก 4 วันข้างหน้าที่จะถึง ตอนนั้นผมดีใจมาก ไฟในใจลุกโชน เตรียมตัวไปสัมภาษณ์อย่างดีที่สุด ทั้งหาข้อมูลเรื่องการตลาด การแต่งตัวอย่างเหมาะสม และจิตวิทยาการพูดให้น่าเชื่อถือ เพื่อแสดงให้เห็นว่า ผมมีความสามารถมากกว่าวุฒิที่คุณเห็น ตลอด 4 วันก่อนถึงวันสัมภาษณ์ ผมฝึกพูดหน้ากระจก นอนดึกเพื่อนั่งอ่านข้อมูลความรู้ให้แน่น และผมพร้อมมาก
ถึงวันสัมภาษณ์ ผมทำได้ดีตามที่คาด เขาตัดสินใจรับผมทันที แต่ความผิดหวังอีกครั้งในชีวิตก็เกิดขึ้น เมื่อเริ่มงานไปได้ 1 อาทิตย์ ผมจึงรู้ว่ามันเป็นงานขายตรง ที่เดินขายเครื่องใช้ไฟฟ้าตามบ้าน แล้วรายได้มาจากการหักเปอร์เซ็นต์จากราคาขาย แต่ผมก็ไม่อยากยอมแพ้ ผมคิดว่า อย่างน้อยผมจะได้ประสบการณ์ในการขายกับงานตรงนี้ และถ้าผมทำได้ดี รายได้ผมต้องเยอะมากแน่นอน ผมเดินขายของ ทำงาน 6 วัน ใส่สูทรเดินกลางแดด ลากกระเป๋าสินค้า ไม่น่าเชื่อ ผมอดทนทำงานนี้เป็นเวลา 1 ปีเต็ม ด้วยทิฐิมานะที่ว่า ผมจะทำได้ และผมจะทำยอดจนขึ้นเป็นผู้จัดการให้ได้ สุดท้ายผมก็ยอมแพ้ เพราะผมไม่เห็นความก้าวหน้าใดเลยในงานที่ทำ งานนี้ไม่ได้มีสัญญาว่าจ้างด้วยซ้ำ ผมจึงตัดสินใจลาออก เพื่อหางานใหม่
เริ่มเข้าสู่สายงานด้านสินเชื่อ
ผมใช้เวลาหนึ่งเดือนร่อนจดหมายสมัครงานอีกครั้ง ครั้งนี้ผมได้งานเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารการขอสินเชื่อรถจักรยานยนต์ของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เป็นงานที่สนุกและท้าทายมาก นั่งประจำร้านรถในเขตพื้นที่ของตน ทำหน้าที่ตรวจเอกสารและวิเคราะห์คุณสมบัติเบื้องต้นของลูกค้าที่มาขอสินเชื่อ พร้อมทั้งลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านและสถานที่ทำงานของลูกค้าด้วยรถเครื่องของตนเอง และเป็นอีกครั้งที่ไฟในการเรียนรู้ของผมลุกโชนขึ้นมา ผมรับลูกค้าและวิ่งตรวจด้วยรถเครื่องในระยะขอบเขตที่ไกลกว่าที่ใครเคยทำ ต่อให้ลูกค้าอยู่ไกลเป็น 100 โล ผมก็รับจัดทำทั้งหมด ได้รับคำชมเชยจากพี่ที่ทำงานและหัวหน้ามากมาย ผมทำงานกับองค์กรนี้เป็นเวลา 1 ปี แต่สุดท้ายเพราะปัญหาภายในองค์กร ทำให้พี่ที่ทำงานพาผมออกจากที่เดิม เพื่อไปอีกองค์กรหนึ่งในสายงานเดิม เป็นองค์กรภายในเครือธนาคารใหญ่แห่งหนึ่ง
ณ องค์กรแห่งนี้ผมได้เรียนรู้ประสบการณ์เพิ่มอีกอย่างหนึ่ง คือ ความรู้เกี่ยวกับประกันชีวิตและประกันวินาศภัย ทางองค์กรบังคับว่าจะทำงานที่นี้ต่อไปได้ ทุกคนต้องสอบนายหน้าประกันชีวิตและนายหน้าประกันวินาศภัยให้ผ่าน ผมลงสอบกับ คปภ. ทันที โดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ตอนนั้นรุ่นพี่ที่ทำงานบ่นกันมากว่ายาก ทุกคนลงสอบมากกว่า 1 รอบ ส่วนใหญ่ต้องสอบกันถึง 3-4 รอบจึงผ่าน ผมมีทิฐิมานะในใจทันที ไม่ว่ายังไง ผมจะเป็นคนแรกของเขตที่จะสอบผ่านในรอบแรกทั้ง 2 บัตร และด้วยความตั้งใจนี้ ผมทำสำเร็จ ได้รับคำชื่นชมเป็นอย่างมากอีกครั้งในชีวิตการทำงาน
แต่แล้วชะตาชีวิตก็เล่นตลกอีกครั้ง ผมไม่มีวันได้บรรจุเป็นพนักงานประจำเพราะวุฒิ ม.6 จำเป็นต้องหลีกทางให้คนที่มีวุฒิปริญญาตรีได้บรรจุก่อน และปีหนึ่งจะเลือกบรรจุแค่คนเดียวหรือสองคนจากทั้งเขต (เขตหนึ่งรวมหลายจังหวัด) ผมทำงานแบบไม่มีเงินเดือน ได้รับค่าตอบแทนในลักษณะค่าคอมบวก incentive ดังนั้น เงินเดือนของผม ขึ้นอยู่กับว่าเซลส์ประจำร้านรถจะขายรถได้มากน้อยแค่ไหน และลูกค้าที่ปล่อยไปจะมีคุณภาพหนี้ดีตามเป้าหรือไม่ จนสุดท้าย ค่าน้ำมันกับค่าโทรตามหนี้ลูกค้าที่เราต้องรับผิดชอบเอง ทำให้เงินตอบแทนไม่พอใช้จ่าย และรถเครื่องที่ใช้ทำงานก็เสื่อมลงเร็วมากในระยะเวลา 1 ปี ผมปรึกษากับแม่ และตัดสินใจว่าควรลาออกจากงาน เพราะผลตอบแทนกับงานที่ทำไม่คุ้มและเข้าเนื้อในบางเดือน
ปัจจุบัน
ตอนนี้ผมว่างงานมาได้ 3 อาทิตย์เต็ม และเริ่มร่อนจดหมายสมัครงานอีกครั้ง แต่สองสามวันที่ผ่านมา ผมนั่งทบทวนชีวิตตัวเองว่า ข้อผิดพลาดในชีวิตเราคืออะไร ผมได้คำตอบว่า เพราะการตัดสินใจที่ผิดพลาดทำให้เรียนไม่จบปริญญาและทิฐิมานะที่คิดว่าวุฒิไม่สำคัญ เนื่องด้วยเป็นคนเข้าใจง่ายและเรียนรู้เร็ว จึงทนงตนและประมาทในชีวิต คิดว่าเราจะเอาชนะคู่แข่งได้ ซึ่งผมพบแล้วว่ามันไม่จริง และด้วยสำนึกได้ว่าข้อผิดพลาดคืออะไร ผมจึงอยากกลับไปแก้ปมในใจนั้นให้คลายออก ด้วยการหางานทำอีกครั้ง โดยมีจุดประสงค์ว่า จะทำงานเพื่อหาเงินไปลงเรียนปริญญาตรีที่ ม.รามคำแหง และตั้งเป้าหมายว่าจะใช้เวลาให้น้อยที่สุดเพื่อจะได้วุฒิปริญญาจรีมาไว้ในครอบครอง เพราะถ้าผมทำสำเร็จ ผมเชื่อว่า ประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาของผมกัววุฒิปริญญาตรี จะทำให้ผมได้งานที่ดีและมีโอกาสสร้างอนาคตที่ดีกว่าเดิมได้แน่นอน แต่ตอนนี้งานที่ใกล้ ม.ราม ก็มีเงินเดือนอย่างมากที่ 12,000 บาท ผมก็ไม่รู้ว่ามันจะเพียงพอต่อค่าที่พักและค่ากินอยู่หรือไม่ เพราะเคยแต่ทำงานใกล้บ้าน จึงสับสนอยู่จนตอนนี้
เรื่องทั้งหมดที่อยากระบายและแชร์ออกมาก็มีเท่านี้ ผมไม่รู้ว่ากระทู้ของผมจะมีคนสนใจอ่านหรือไม่ และมีประโยชน์มากน้อยเพียงใดต่อสังคมพันทิป แต่ถ้ามีใครที่ได้อ่าน แล้วพอจะให้คำแนะนำผมได้ ผมก็อยากได้รับคำแนะนำที่มีค่าเหล่านั้น เพื่อหาทางออกให้กับชีวิตในตอนนี้
ขอบคุณครับ