จากเดิมที่เรานั่งหน้าขาวอยู่หน้าคอมฯ ทำงานในกรุงเทพฯ บริษัทมีชื่อแห่งหนี่ง สังคมก็จะเป็นแบบคน office แต่งตัว กินข้าวนอกบ้าน นินทา บลาๆ
แต่มาตอนนี้เราต้องมานั่งหน้าดำหน้าคอมอยู่ต่างจังหวัด มาช่วยกิจการครอบครัว ไม่ต้องแต่งตัว (ใส่เกงในมาทำงานยังได้) ไม่ต้องกินข้าวนอกบ้าน (กินอาหารที่คนรับใช้ทำ) ไม่ต้องเดินทาง (เพราะอยู่ใกล้กับที่พัก--บ้านแม่) คือไม่ต้องเสียเงินทำอะไรเลยยยย..จริงๆ คือมันก็ดีมาก ๆ อยู่แล้วเพราะอยู่กรุงเทพฯ เราใช้เงินเก่งมาก ๆ มาอยู่นี่ก็อาหารการกินถูกมาก ๆ ยังดีมีอินเตอร์เน็ตเล่นด้วย ชีวิตดี๊ดี...ถ้าไม่มีอะไรให้คิดมาก
คือทางครอบครัวบอกว่าให้ทำงานคอมฯ ที่เราชอบและถนัด สร้าง website ค่าตอบแทนก็มีเป็นรายเดือนเหมือนพนักงานบริษัททั่วไป ไม่ได้อะไรเลย แต่ทีนี้เรื่องมันมีว่าเราเกรงใจไง จะให้เรามานั่งหน้าขาวอยู่หน้าคอมฯ ตลอดทั้งวันมันดูสบายเกินไปหรือเปล่า ทั้ง ๆที่คนอื่นเค้าเดินกันวุ่น บ้านเราก็ไม่ได้จะอะไรหรอก แต่ในใจเรามันสำนึกรักครอบครัวเลยไปช่วยงานในโกดัง ไปช่วยงาน office อีกส่วนบ้าง ไปช่วยยกของ จัดลัง เข็นของ ทำงานสารพัดแล้วแต่ว่างจากคอมฯ (ว่างจริงๆ ) จากที่ไม่ค่อยใช้กำลังกายทำงานก็ต้องมาแบกของ ส่งของไกลๆ แบกทีไม่ใช่สองสามลัง เป็นสิบลัง คือแบบว่าปวดแขนมาก ๆๆๆ เราได้เจออีกวิถีชีวิต พวกพ่อแม่ค้าที่สั่งของบริษัทครอบครัวเรา เค้าคงไม่รู้ว่าเราเป็นน้องเจ้าของก็ยืนสั่งใหญ่ เราก็ไม่ได้อะไรหรอก เพราะมันคืองานและคือเงินที่เราจะได้จากเค้า คนงานก็มีแหละแต่เราสำนึกรักฯ อยากช่วย อยากเที่ยว 5555 แต่พอยกเยอะ ๆ เข้าไม่ไหวจริงๆ ฝืนไม่ไหวจริงๆ จากไม่เคยแพ็คของก็ทำเป็น จากไม่เคยทอดอาหาร ไม่เคยอบ ไม่เคยเข็นของ ก็ทำเป็นทุกอย่าง แม่ยังถามเลยว่าทำได้หรือเพราะเราคือลูกหน้าขาวหน้าคอมฯ 5555 พ่อแม่จะรู้ดีว่าเราไม่ค่อยชอบงานแบบนี้ แต่เราก็ไม่ได้บอกแม่หรอกว่าเราทำอะไรบ้าง วัน ๆ แม่ชอบถามไง คือแม่จะนอนสบายอยู่บ้านเลยไม่ค่อยรู้ว่าเราอะไร (ไม่ได้ว่าแม่อู้นะ แต่คือลูก ๆ อยากให้แม่นอนดูทีวีสบาย) ตัวเราทำได้เกือบทุกอย่างแหละ เราได้เรียนรู้เวลาไปส่งของ บางทีเจ้าของ (เฒ่าแก่ร้าน) เป็นคนยกของ ลงของเอง ลูก ๆ เค้าก็ช่วยกัน ทั้งที่ ๆ มีคนงานอยู่เต็มร้าน เราเลยคิดว่าทำไมตัวเราคิดว่าเราทำไม่ได้ละ หรือถืออีโก้ว่าเราเรียนสูงไม่ทำงานแบบนี้ ซึ่งความเป็นจริงที่เรารับรู้มา คืองานหนักแต่เงินดีมาก ๆ สำหรับการค้าขาย อาจจะใช้แรงงานมากหน่อย สมองก็ใช้แหละ เคยคุยกับพี่คนนึงหน้าตาดี การศึกษาก็ดี แต่มาช่วยที่บ้าน ทำตั้งแต่ยกของ ลงของ ส่งของ ทำเกือบทุกอย่าง เคยทำงานเป็นนักบินฯ แต่ลาออกเพราะเบื่อเป็นลูกน้อง ถึงแม่เงินจะดีก็ตามแต่มาทำงานกับครอบครัวเงินดีกว่ามาก ๆ และสบายใจกว่าเยอะ ได้อยู่กับครอบครัวด้วย เค้าเลยลาออกแบบไม่ได้คิดอะไร เค้าบอกว่าไม่อยากเป็นลูกน้องใครมันน่าเบื่อ สู้ทำแบบนี้ดีกว่า ไม่ต้องไปทำเรื่องลางาน ไม่ต้องทำเรื่องขอลาป่วย ไม่ต้องรอรับโบนัส ไมต้องคอยโดยหัวหน้าบ่นฯ บลา ๆ
ถ้าหากว่าเราต้องเปลี่ยนจากพนักงาน Office มาทำงานกับครอบครัวและต้องใช้แรงงานด้วย
แต่มาตอนนี้เราต้องมานั่งหน้าดำหน้าคอมอยู่ต่างจังหวัด มาช่วยกิจการครอบครัว ไม่ต้องแต่งตัว (ใส่เกงในมาทำงานยังได้) ไม่ต้องกินข้าวนอกบ้าน (กินอาหารที่คนรับใช้ทำ) ไม่ต้องเดินทาง (เพราะอยู่ใกล้กับที่พัก--บ้านแม่) คือไม่ต้องเสียเงินทำอะไรเลยยยย..จริงๆ คือมันก็ดีมาก ๆ อยู่แล้วเพราะอยู่กรุงเทพฯ เราใช้เงินเก่งมาก ๆ มาอยู่นี่ก็อาหารการกินถูกมาก ๆ ยังดีมีอินเตอร์เน็ตเล่นด้วย ชีวิตดี๊ดี...ถ้าไม่มีอะไรให้คิดมาก
คือทางครอบครัวบอกว่าให้ทำงานคอมฯ ที่เราชอบและถนัด สร้าง website ค่าตอบแทนก็มีเป็นรายเดือนเหมือนพนักงานบริษัททั่วไป ไม่ได้อะไรเลย แต่ทีนี้เรื่องมันมีว่าเราเกรงใจไง จะให้เรามานั่งหน้าขาวอยู่หน้าคอมฯ ตลอดทั้งวันมันดูสบายเกินไปหรือเปล่า ทั้ง ๆที่คนอื่นเค้าเดินกันวุ่น บ้านเราก็ไม่ได้จะอะไรหรอก แต่ในใจเรามันสำนึกรักครอบครัวเลยไปช่วยงานในโกดัง ไปช่วยงาน office อีกส่วนบ้าง ไปช่วยยกของ จัดลัง เข็นของ ทำงานสารพัดแล้วแต่ว่างจากคอมฯ (ว่างจริงๆ ) จากที่ไม่ค่อยใช้กำลังกายทำงานก็ต้องมาแบกของ ส่งของไกลๆ แบกทีไม่ใช่สองสามลัง เป็นสิบลัง คือแบบว่าปวดแขนมาก ๆๆๆ เราได้เจออีกวิถีชีวิต พวกพ่อแม่ค้าที่สั่งของบริษัทครอบครัวเรา เค้าคงไม่รู้ว่าเราเป็นน้องเจ้าของก็ยืนสั่งใหญ่ เราก็ไม่ได้อะไรหรอก เพราะมันคืองานและคือเงินที่เราจะได้จากเค้า คนงานก็มีแหละแต่เราสำนึกรักฯ อยากช่วย อยากเที่ยว 5555 แต่พอยกเยอะ ๆ เข้าไม่ไหวจริงๆ ฝืนไม่ไหวจริงๆ จากไม่เคยแพ็คของก็ทำเป็น จากไม่เคยทอดอาหาร ไม่เคยอบ ไม่เคยเข็นของ ก็ทำเป็นทุกอย่าง แม่ยังถามเลยว่าทำได้หรือเพราะเราคือลูกหน้าขาวหน้าคอมฯ 5555 พ่อแม่จะรู้ดีว่าเราไม่ค่อยชอบงานแบบนี้ แต่เราก็ไม่ได้บอกแม่หรอกว่าเราทำอะไรบ้าง วัน ๆ แม่ชอบถามไง คือแม่จะนอนสบายอยู่บ้านเลยไม่ค่อยรู้ว่าเราอะไร (ไม่ได้ว่าแม่อู้นะ แต่คือลูก ๆ อยากให้แม่นอนดูทีวีสบาย) ตัวเราทำได้เกือบทุกอย่างแหละ เราได้เรียนรู้เวลาไปส่งของ บางทีเจ้าของ (เฒ่าแก่ร้าน) เป็นคนยกของ ลงของเอง ลูก ๆ เค้าก็ช่วยกัน ทั้งที่ ๆ มีคนงานอยู่เต็มร้าน เราเลยคิดว่าทำไมตัวเราคิดว่าเราทำไม่ได้ละ หรือถืออีโก้ว่าเราเรียนสูงไม่ทำงานแบบนี้ ซึ่งความเป็นจริงที่เรารับรู้มา คืองานหนักแต่เงินดีมาก ๆ สำหรับการค้าขาย อาจจะใช้แรงงานมากหน่อย สมองก็ใช้แหละ เคยคุยกับพี่คนนึงหน้าตาดี การศึกษาก็ดี แต่มาช่วยที่บ้าน ทำตั้งแต่ยกของ ลงของ ส่งของ ทำเกือบทุกอย่าง เคยทำงานเป็นนักบินฯ แต่ลาออกเพราะเบื่อเป็นลูกน้อง ถึงแม่เงินจะดีก็ตามแต่มาทำงานกับครอบครัวเงินดีกว่ามาก ๆ และสบายใจกว่าเยอะ ได้อยู่กับครอบครัวด้วย เค้าเลยลาออกแบบไม่ได้คิดอะไร เค้าบอกว่าไม่อยากเป็นลูกน้องใครมันน่าเบื่อ สู้ทำแบบนี้ดีกว่า ไม่ต้องไปทำเรื่องลางาน ไม่ต้องทำเรื่องขอลาป่วย ไม่ต้องรอรับโบนัส ไมต้องคอยโดยหัวหน้าบ่นฯ บลา ๆ