เป็นคหสต. ไม่ได้ตั้งใจกระทบใครนะครับ
อยากให้ยกเลิกโรงเรียนเตรียมทหาร โรงเรียนนายสิบ โรงเรียนพลตำรวจ แล้วยุบมาเป็นมหาวิทยาลัยทหาร-ตำรวจแทน
ต้องจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 เท่านั้น
ใช้ข้อสอบ/การสอบแข่งขันอันเดียวกับเอนทรานซ์ (อย่างน้อยก็ได้คนเก่งมาคุมซึ่งยังดีกว่าให้ไอ้โง่ที่ไหนไม่รู้มาคุมกฏหมาย โดยเฉพาะจราจรระดับชั้นประทวน ซึ่งใช้เวลาเรียน 1 หรือ 2 ปี (ไม่แน่ใจ)
ระยะเวลาเรียน 4-5 ปี แล้วแต่คณะ (เหล่า)
เท่าที่ทราบ สายทหาร ส่วนใหญ่แล้วจะได้วุฒิ วศบ. (ไม่แน่ใจ)
ส่วนสายตำรวจจะได้วุฒิรัฐศาสตร์บัณฑิต/นิติศาสตร์บัณฑิต
ช่วงเวลาเรียนให้เน้นทำกิจกรรมออกค่ายอาสาเยอะๆ
หลังจากจบออกมา เป็นข้าราชการชั้นประทวนก่อน ให้ติดยศนายสิบ ให้รับคำสั่งทำงานในระดับปฎิบัติงานขั้นต้น เพื่อที่จะได้เรียนรู้เรื่องการทำงานอย่างจริงจัง ค่อยๆไต่ระดับขึ้นไปจนถึงจ่าสิบเอก (หากสอบเลื่อนในชั้นสัญญาบัตรไม่ได้ ก็ให้คาอยู่แค่ยศนี้ ส่วนการปรับเงินเดือนก็ให้มีลิมิตตามอายุราชการ)
เมื่ออายุงาน 8 ปีขึ้นไป ถึงจะมีสิทธิ์สอบชั้นสัญญาบัตร (ตรงนี้จขกท.มองว่า ชั้นสัญญาบัตร ยศ ร้อยตรี-ร้อยเอก ยังเป็นหัวหน้างานขั้นต้น)
ให้เริ่มทำงานด้านบริหาร ซึ่งยังรับคำสั่ง/นโยบายจากหัวหน้างาน (ระดับนายพัน) โดยเฉพาะการบริหารบุคคลในระดับชั้นประทวน ให้สามารถปฏิบัติงานตามนโยบายที่ได้รับมอบหมายได้
จากปสก.ของ จขกท.เองที่มีพรรคพวกพี่น้องเป็นทั้งชั้นสัญญาบัตรและประทวน มองว่า ณ ปัจจุบัน นายร้อยที่จบจากโรงเรียนนายร้อยเหล่าต่างๆมานั้น อายุและประสบการณ์ยังน้อยมากๆ เมื่อเทียบกับตำแหน่ง ที่ส่วนใหญ่แล้วต้องเป็นการบริหารบุคคลมากกว่า และเกือบร้อยทั้งร้อย แทบจะไม่เคยทำงานในระดับปฏิบัติการเลย และในการปฏิบัติงานจริง หลายๆครั้งต้องมาสั่งงานกับจ่าแก่ๆ ที่เก๋าในพื้นที่มานาน มันทำให้เกิดการสะดุดได้
ส่วนในระดับประทวนนั้น อย่าให้พูดเลย หลายๆคนติด ร. มส. ติด 0 และสอบระดับมหาวิทยาลัยไม่ได้ สุดท้ายเลยไปสอบนายสิบกัน แล้วจบออกมาเป็นผูุ้คุมกฎหมาย (ที่พูดถึงเป็นเพื่อน-คนรู้จัก ของจขกท.นะครับ)
แค่นี้จริงๆ
อยากให้ยกเลิกโรงเรียนเตรียมทหาร โรงเรียนนายสิบ โรงเรียนพลตำรวจ
อยากให้ยกเลิกโรงเรียนเตรียมทหาร โรงเรียนนายสิบ โรงเรียนพลตำรวจ แล้วยุบมาเป็นมหาวิทยาลัยทหาร-ตำรวจแทน
ต้องจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 เท่านั้น
ใช้ข้อสอบ/การสอบแข่งขันอันเดียวกับเอนทรานซ์ (อย่างน้อยก็ได้คนเก่งมาคุมซึ่งยังดีกว่าให้ไอ้โง่ที่ไหนไม่รู้มาคุมกฏหมาย โดยเฉพาะจราจรระดับชั้นประทวน ซึ่งใช้เวลาเรียน 1 หรือ 2 ปี (ไม่แน่ใจ)
ระยะเวลาเรียน 4-5 ปี แล้วแต่คณะ (เหล่า)
เท่าที่ทราบ สายทหาร ส่วนใหญ่แล้วจะได้วุฒิ วศบ. (ไม่แน่ใจ)
ส่วนสายตำรวจจะได้วุฒิรัฐศาสตร์บัณฑิต/นิติศาสตร์บัณฑิต
ช่วงเวลาเรียนให้เน้นทำกิจกรรมออกค่ายอาสาเยอะๆ
หลังจากจบออกมา เป็นข้าราชการชั้นประทวนก่อน ให้ติดยศนายสิบ ให้รับคำสั่งทำงานในระดับปฎิบัติงานขั้นต้น เพื่อที่จะได้เรียนรู้เรื่องการทำงานอย่างจริงจัง ค่อยๆไต่ระดับขึ้นไปจนถึงจ่าสิบเอก (หากสอบเลื่อนในชั้นสัญญาบัตรไม่ได้ ก็ให้คาอยู่แค่ยศนี้ ส่วนการปรับเงินเดือนก็ให้มีลิมิตตามอายุราชการ)
เมื่ออายุงาน 8 ปีขึ้นไป ถึงจะมีสิทธิ์สอบชั้นสัญญาบัตร (ตรงนี้จขกท.มองว่า ชั้นสัญญาบัตร ยศ ร้อยตรี-ร้อยเอก ยังเป็นหัวหน้างานขั้นต้น)
ให้เริ่มทำงานด้านบริหาร ซึ่งยังรับคำสั่ง/นโยบายจากหัวหน้างาน (ระดับนายพัน) โดยเฉพาะการบริหารบุคคลในระดับชั้นประทวน ให้สามารถปฏิบัติงานตามนโยบายที่ได้รับมอบหมายได้
จากปสก.ของ จขกท.เองที่มีพรรคพวกพี่น้องเป็นทั้งชั้นสัญญาบัตรและประทวน มองว่า ณ ปัจจุบัน นายร้อยที่จบจากโรงเรียนนายร้อยเหล่าต่างๆมานั้น อายุและประสบการณ์ยังน้อยมากๆ เมื่อเทียบกับตำแหน่ง ที่ส่วนใหญ่แล้วต้องเป็นการบริหารบุคคลมากกว่า และเกือบร้อยทั้งร้อย แทบจะไม่เคยทำงานในระดับปฏิบัติการเลย และในการปฏิบัติงานจริง หลายๆครั้งต้องมาสั่งงานกับจ่าแก่ๆ ที่เก๋าในพื้นที่มานาน มันทำให้เกิดการสะดุดได้
ส่วนในระดับประทวนนั้น อย่าให้พูดเลย หลายๆคนติด ร. มส. ติด 0 และสอบระดับมหาวิทยาลัยไม่ได้ สุดท้ายเลยไปสอบนายสิบกัน แล้วจบออกมาเป็นผูุ้คุมกฎหมาย (ที่พูดถึงเป็นเพื่อน-คนรู้จัก ของจขกท.นะครับ)
แค่นี้จริงๆ