ส่วนแรกนี้ คือที่เห็นเยอะ ไม่อยากเป็นแบบนี้เลย สงสารลูก
1. คุณพ่อคุณแม่ที่ไม่ได้วางแผนก่อนการมีบุตร
ไม่ว่าจะแต่งงานหรือไม่ได้แต่งงาน ไม่ว่ากัน แต่เริ่มตั้งแต่ไม่มีเงินสำหรับค่าทำคลอดมาเลย มีลูก ค่อยเอาลูกมาเป็นแรงผลักดันในชีวิต
2. คุณพ่อคุณแม่ที่เลิกกันตั้งแต่เด็กยังไม่เกิด
คือเราเข้าใจนะ ว่าคุณพ่อคุณแม่เหล่านี้ก็ไม่ได้ตั้งใจ แต่คุณพ่อคุณแม่ยัดเยียดครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวไว้ให้ลูกแล้ว
3. คุณพ่อคุณแม่ที่สร้างหนี้ไว้ให้ลูกตามชำระ
อันนี้ส่วนตัวเราเห็นเยอะมาก บางทีลูก (ที่เป็นคนรุ่นราวคราวเดียวกับเรา เป็นเพื่อนเรา) ต้องกินมาม่า กินไข่ เป็นเดือนๆ
เพียงเพื่อจะเจียดเงินไปให้พ่อกับแม่ทำบุญกฐินบุญประจำปีที่บ้านเกิด รวมไปถึงหนี้ธนาคาร ผ่อนรถ ธกศ. ชาปณกิจ ฯลฯ
4. คุณพ่อคุณแม่ที่โทรหาลูก ไม่เคยถามว่าลูกอยู่กินยังไง คำแรกๆ ที่พูดคือไม่มีเงิน ส่งเงินให้หน่อย
ในส่วนของความกตัญญูนั้น เราเข้าใจมากๆ ค่ะ ลูกๆ บางคนก็ชิลกับสังคมจนลืมคนข้างหลัง ต้องมีคำว่ากตัญญูมากระตุ้นสามัญสำนึก
แต่เรื่องของเรื่อง มันก็มีลูกๆ ไม่น้อยที่โดนมัดมือชก เราเห็นเยอะนะที่คนที่เล่าๆ ทุกข์ไป ทำไป มันหาสุขไม่ได้ค่อยได้
ส่วนตัว จขกท เองส่งเสียพ่อแม่ 25% ของรายได้หักภาษี ยอมรับเลยนะคะว่าก็รู้สึกหนัก
เพราะพี่น้องคนอื่นไม่ช่วยเลย มีแค่เราที่ส่งเงินให้พ่อแม่ แต่ถ้าไม่ทำ เราเองจะไม่สบายใจ
50% จ่ายบิล+เก็บ ที่เหลือ กินอยู่ ถ้าเหลือจากส่วนนี้ จะเก็บไว้ให้พ่อแม่ค่ะ
ถ้าเค้าไม่เอาเป็นเงิน ก็ซื้อเป็นของให้ บางทีก็ต้องเอาให้พ่อแม่ยามฉุกเฉิน ซ่อมบ้าน ซ่อมรถ ฯลฯ
ตั้งกระทู้ เพราะอยากให้เป็นเหมือนบันทึกคอยเตือนตัวเอง ในตอนที่มีลูก จะได้เตือนสติว่า ครั้งหนึ่งเราอยากเป็นพ่อแม่แบบนี้นะ
(ในยามที่สังคมพาหวั่นไหวหรือจิตใจอ่อนแอ จะได้จำไว้ว่าก่อนหน้านี้เรามีความตั้งใจขนาดไหน)
1. อย่างน้อยๆ ก็อยากมีเงินเก็บไว้ก่อนลูกจะเกิดสักก้อน อย่างน้อยๆ ก็พอสำหรับการทำคลอด และเพียงพอสำหรับอุปกรณ์การเลี้ยงดูเด็กอ่อน
ไปจนกว่าลูกจะเข้าโรงเรียนและเราผู้เป็นแม่กลับไปทำงานได้ ปัจจุบัน ข้อนี้ยังไม่ผ่าน เลยยังมโนต่อไป
2. ตอนลูกคลอดแล้ว โตพอเข้าโรงเรียนแล้ว แล้วเวลาเรากลับไปทำงานได้ รายได้ของสามีและเรา ขอให้พอสำหรับ 3 ชีวิต และเหลือเก็บไว้ให้ตัวเราและสามีตอนเกษียร รวมไปถึงมีเก็บพอสำรองในกรณีที่ลูกต้องการ เช่น ผ่าตัดฉุกเฉิน มีคดีความที่ต้องใช้เงิน แต่งงานหรือ เงินใช้ในการตั้งตัว
3. ถ้าเกิดเหตุที่ไม่อยากให้เกิดเช่น เราหรือสามีเลิกกัน หรือคนใดคนหนึ่งเสียชีวิต ก็ให้มีหลักประกันให้ลูก ให้เค้าแค่เสียพ่อหรือแม่ แต่จะไม่ให้เสียสูญ
สมัยนี้ก็คงเป็นเรื่องของการทำประกันชีวิต หรือ สัญญาการหย่าร้างในการเรียกร้องสิทธิให้ลูก
4. พยายามกล่อมเกลาจิตใจตัวเอง ให้อยู่แบบพอเพียง จะได้ไม่ไปทางวัตถุนิยมจนเกินตัว เผื่อลูกจะซึมซับแล้วไม่รู้สึกกดดันมากจนเกินไปเมื่อเค้าเข้าสู่สังคมวัตถุนิยม
5. ขอให้ตอนแก่ แข็งแรงมากๆ จะได้ทำอะไรๆ เองได้ จะได้ไม่รบกวนลูกให้พาไปไหนมาไหน ลูกจะได้ไม่เป็นห่วง และโฟกัสกับชีวิตของลูกเอง
6. อยากปลูกผักกินเอง จะได้ประหยัด ปลูกกินเอง ปลูกเผื่อลูกเผื่อหลานด้วย แต่คงไม่ถึงกับเผื่อขาย
ร่ายมาซะยาว คิดไปคิดมา ถึงเวลาเราจะทำได้ไหมนะ? นี่เราก็คิดมากจนมดลูกฝ่อ สงสัยชาตินี้อาจจะไม่มีลูกไว้สืบสายเลือดก็ได้ "_"
รอบๆ ตัวคุณมีคุณพ่อคุณแม่แบบนี้ไหมคะ? แล้วถ้าเราอยากเป็นพ่อแม่ในแบบตรงข้าม เราจะทำได้ไหม?
1. คุณพ่อคุณแม่ที่ไม่ได้วางแผนก่อนการมีบุตร
ไม่ว่าจะแต่งงานหรือไม่ได้แต่งงาน ไม่ว่ากัน แต่เริ่มตั้งแต่ไม่มีเงินสำหรับค่าทำคลอดมาเลย มีลูก ค่อยเอาลูกมาเป็นแรงผลักดันในชีวิต
2. คุณพ่อคุณแม่ที่เลิกกันตั้งแต่เด็กยังไม่เกิด
คือเราเข้าใจนะ ว่าคุณพ่อคุณแม่เหล่านี้ก็ไม่ได้ตั้งใจ แต่คุณพ่อคุณแม่ยัดเยียดครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวไว้ให้ลูกแล้ว
3. คุณพ่อคุณแม่ที่สร้างหนี้ไว้ให้ลูกตามชำระ
อันนี้ส่วนตัวเราเห็นเยอะมาก บางทีลูก (ที่เป็นคนรุ่นราวคราวเดียวกับเรา เป็นเพื่อนเรา) ต้องกินมาม่า กินไข่ เป็นเดือนๆ
เพียงเพื่อจะเจียดเงินไปให้พ่อกับแม่ทำบุญกฐินบุญประจำปีที่บ้านเกิด รวมไปถึงหนี้ธนาคาร ผ่อนรถ ธกศ. ชาปณกิจ ฯลฯ
4. คุณพ่อคุณแม่ที่โทรหาลูก ไม่เคยถามว่าลูกอยู่กินยังไง คำแรกๆ ที่พูดคือไม่มีเงิน ส่งเงินให้หน่อย
ในส่วนของความกตัญญูนั้น เราเข้าใจมากๆ ค่ะ ลูกๆ บางคนก็ชิลกับสังคมจนลืมคนข้างหลัง ต้องมีคำว่ากตัญญูมากระตุ้นสามัญสำนึก
แต่เรื่องของเรื่อง มันก็มีลูกๆ ไม่น้อยที่โดนมัดมือชก เราเห็นเยอะนะที่คนที่เล่าๆ ทุกข์ไป ทำไป มันหาสุขไม่ได้ค่อยได้
ส่วนตัว จขกท เองส่งเสียพ่อแม่ 25% ของรายได้หักภาษี ยอมรับเลยนะคะว่าก็รู้สึกหนัก
เพราะพี่น้องคนอื่นไม่ช่วยเลย มีแค่เราที่ส่งเงินให้พ่อแม่ แต่ถ้าไม่ทำ เราเองจะไม่สบายใจ
50% จ่ายบิล+เก็บ ที่เหลือ กินอยู่ ถ้าเหลือจากส่วนนี้ จะเก็บไว้ให้พ่อแม่ค่ะ
ถ้าเค้าไม่เอาเป็นเงิน ก็ซื้อเป็นของให้ บางทีก็ต้องเอาให้พ่อแม่ยามฉุกเฉิน ซ่อมบ้าน ซ่อมรถ ฯลฯ
ตั้งกระทู้ เพราะอยากให้เป็นเหมือนบันทึกคอยเตือนตัวเอง ในตอนที่มีลูก จะได้เตือนสติว่า ครั้งหนึ่งเราอยากเป็นพ่อแม่แบบนี้นะ
(ในยามที่สังคมพาหวั่นไหวหรือจิตใจอ่อนแอ จะได้จำไว้ว่าก่อนหน้านี้เรามีความตั้งใจขนาดไหน)
1. อย่างน้อยๆ ก็อยากมีเงินเก็บไว้ก่อนลูกจะเกิดสักก้อน อย่างน้อยๆ ก็พอสำหรับการทำคลอด และเพียงพอสำหรับอุปกรณ์การเลี้ยงดูเด็กอ่อน
ไปจนกว่าลูกจะเข้าโรงเรียนและเราผู้เป็นแม่กลับไปทำงานได้ ปัจจุบัน ข้อนี้ยังไม่ผ่าน เลยยังมโนต่อไป
2. ตอนลูกคลอดแล้ว โตพอเข้าโรงเรียนแล้ว แล้วเวลาเรากลับไปทำงานได้ รายได้ของสามีและเรา ขอให้พอสำหรับ 3 ชีวิต และเหลือเก็บไว้ให้ตัวเราและสามีตอนเกษียร รวมไปถึงมีเก็บพอสำรองในกรณีที่ลูกต้องการ เช่น ผ่าตัดฉุกเฉิน มีคดีความที่ต้องใช้เงิน แต่งงานหรือ เงินใช้ในการตั้งตัว
3. ถ้าเกิดเหตุที่ไม่อยากให้เกิดเช่น เราหรือสามีเลิกกัน หรือคนใดคนหนึ่งเสียชีวิต ก็ให้มีหลักประกันให้ลูก ให้เค้าแค่เสียพ่อหรือแม่ แต่จะไม่ให้เสียสูญ
สมัยนี้ก็คงเป็นเรื่องของการทำประกันชีวิต หรือ สัญญาการหย่าร้างในการเรียกร้องสิทธิให้ลูก
4. พยายามกล่อมเกลาจิตใจตัวเอง ให้อยู่แบบพอเพียง จะได้ไม่ไปทางวัตถุนิยมจนเกินตัว เผื่อลูกจะซึมซับแล้วไม่รู้สึกกดดันมากจนเกินไปเมื่อเค้าเข้าสู่สังคมวัตถุนิยม
5. ขอให้ตอนแก่ แข็งแรงมากๆ จะได้ทำอะไรๆ เองได้ จะได้ไม่รบกวนลูกให้พาไปไหนมาไหน ลูกจะได้ไม่เป็นห่วง และโฟกัสกับชีวิตของลูกเอง
6. อยากปลูกผักกินเอง จะได้ประหยัด ปลูกกินเอง ปลูกเผื่อลูกเผื่อหลานด้วย แต่คงไม่ถึงกับเผื่อขาย
ร่ายมาซะยาว คิดไปคิดมา ถึงเวลาเราจะทำได้ไหมนะ? นี่เราก็คิดมากจนมดลูกฝ่อ สงสัยชาตินี้อาจจะไม่มีลูกไว้สืบสายเลือดก็ได้ "_"