เรื่องมีอยู่ว่า ผม(ขอแทนตัวเองว่า น.)และแฟน(ขอแทนแฟนสาวว่า ก.) คบหากันมาประมาณครึ่งปี โดยได้เลิกลากันไปเพราะความเข้าใจผิดกัน ซึ่งเรื่องเกิดจากที่ระหว่างเราคบกัน แฟนสาว ก. เชื่อว่าผมนาย น. ไปมีสัมพันธ์บางอย่างกับคนที่อยู่ในคอนโดเดียวกับที่แฟนสาวผมเช่า จึงทำให้เธอแอบไปหาข้อมูลและสืบเรื่องต่างๆ(ผมไม่รู้นะครับว่าแฟนผมเค้าหาข้อมูลจากไหน)ถึงได้เลขห้องของคนๆนั้นมา ซึ่งตัวผมนั้นไม่รู้เรื่องเลย ไม่เคยรู้จักหรือทำอะไรไม่ดีอย่างที่แฟนสาวคิด จึงเกิดเหตุให้ทะเลาะกันหลายครั้งซึ่งผมก็ไม่รู้จะพิสูจน์เรื่องนี้อย่างไรดีเพราะไม่ได้ทำเช่นนั้นจริงๆ ซึ่งผมได้ลองเสนอให้แฟนไปขอดูกล้องวงจรปิดของอาคารแต่เค้ากลับไม่ยอมจึงเป็นเหตุให้ทะเลาะกันเรื่อยมาจนวันหนึ่งเราทะเลาะกันแรงมาก(ผมเริ่มขึ้นเสียง)ทำให้เราต้องพากันไปห้องที่แฟนของผมไปหาข้อมูลมา จนเจอกับแฟนของคู่กรณีซึ่งตัวผู้หญิงที่แฟนผมคิดว่าผมไปมีอะไรด้วยนั้นไม่อยู่ แต่เรื่องนี้ก็จบลงด้วยดีซึ่งแฟนผมยอมเข้าใจ(แต่เค้าก็ยังไม่เชื่อ 100%) เพราะคิดว่าผมมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปเช่น เริ่มฟิตเนส เริ่มแต่งตัว สาเหตุมาจากการที่ผมเป็นคนไม่หล่อ แต่งตัวบ้านๆแต่แฟนผมค่อนข้างสวย เป็นคนที่มีเสน่ห์มากคนนึง ผมจึงต้องการเปลี่ยนตัวเองเพื่อไม่ให้เค้าเสียหน้าเวลาอยู่กับเพื่อนขอเค้า กลายเป็นเหตุให้ทะเลาะกันแทน ผมจึงรู้สึกแย่มากกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะเหตุนี้ทำให้แฟนไม่เชื่อใจ ทำให้ผมโมโหมากทั้งที่ผมพยายามทำดีให้เค้า ตอนคบกันแรกผมยอมรับว่ายังมีการติดต่อกับแฟนเก่าบ้างเพราะเหตุผลบางประการ แต่ก็ให้แฟนผมเช็กโทรศัพท์ทุกครั้งและให้รหัสกับแฟนเผื่อเวลาอยากจะเช็คซึ่งเราก็เข้าใจกันในเรื่องนั้น มีการคุยกันจนยอมกันทั้ง 2 ฝ่าย อาจจะเป็นเพราะเรื่องนี้เลยทำให้แฟนผมไม่เชื่อใจกัน 100% ซึ่งก็ไม่เป็นอะไร ผมก็พยายามทำหน้าที่แฟนที่ดีเพื่อให้เค้าสบายใจ ไม่ว่าจะไปรับไปส่งที่ทำงานหรืออยู่ด้วยกันแทบจะตลอดเวลา(ผมมักจะไปอาศัยที่ห้องพักของแฟนเสมอ)ซึ่งจะห่างกันก็แค่เวลาที่แฟนผมไปทำงานหรือผมกลับบ้านเท่านั้น เวลาแยกกันก็จะโทรหากัน ส่งข้อความและวิดีโอคอลแทบจะตลอดเวลา แต่หลังจากทะเลาะกันเพราะเรื่องเข้าใจผิดครั้งนั้น แฟนผมก็คอยวิดีโอคอลหาเพื่อเช็กตลอดว่าผมไปไหน ซึ่งก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรผมก็อยากให้แฟนของผมสบายใจแต่เรื่องมันกลับไม่เป็นอย่างนั้นทุกครั้งที่แฟนโทรมาจะถามตลอดว่าอยู่กับใครทำไมมีเสียงคนอื่นซึ่งผมก็วิดีโอคอลและเดินให้ดูรอบบ้านทุกครั้ง เรื่องยังเลวร้ายขึ้นไปอีกเพราะแฟนผมได้มีการนำบันทึกไฟล์เสียงที่โทรศัพท์หากันไว้ มาฟังและบอกว่ามีเสียงผมนอนกับผู้หญิงคนอื่น จนขอเลิกกับผมซึ่งผมพยายามจะพิสูจด้วยวิธีการต่างๆนาๆเช่นให้ดูกล้องวงจรปิดคอนโดของผมหรือเวลาเช้าออกคอนโดผมก็ได้แต่ก็ไม่เป็นผลจนต้องทะเลาะและเลิกรากันไปซึ่งครั้งนี้ตัวผมรู้สึกโมโหมาก ทั้งที่วิดีโอคอลหากันตลอดทำไมถึงคิดเช่นนั้น เอาคลิปเสียงมาฟังแล้วได้ยินเสียงอะไรก็ไม่รู้มาหาว่าผมทำเรื่องแย่ๆ ผมจึงเริ่มขึ้นเสียงกลับและพูดจารุนแรงมากขึ้น (แต่แฟนผมไม่ได้ขึ้นเสียงมากนัก) ทำให้ต่างคนต่างเลิกกันไป แต่ด้วยความที่ผมยังรักและไม่อยากเลิกเพราะเรื่องเข้าใจผิดจึงกลับไปง้อไปขอเจอหน้าพูดคุยกะนอีกครั้ง แต่ก็ไม่เป็นผลเพราะแฟนผมตัดสินใจแล้วว่าจะเลิกและผมก็ๅด้ให้สัญญาว่าถ้าผมได้มีโอกาศอธิบาย ได้บอกความรู้สึกกับเค้าไปแล้วเค้ายังต้องการจะเลิกผมก็จะยอมไปแต่โดยดีจะไม่ไปรบกวน ไม่โทรหาอีก ผมมีคำถามมากมายตอนนี้เพราะผมยังรักเค้ามากอยู่เราทะเลาะกันแค่เรื่องเข้าใจผิดตลอด เรื่องนิสัยหรือความชอบต่างๆเราไปกันได้ด้วยดีมาก ผมอยากถามว่า ถ้าเรายังรักเราควรลองหรือพยายามง้อต่อไปดีไหมทั้งที่ให้สัญญาแล้วว่าจะไปยุ่งอีก หรือควรยอมรับสิ่งที่เค้าเลือกและทำตามคำพูดเราที่ให้ไว้กับเค้าดีครับ เค้าบอกกับผมว่าถึงกลับไปเราก็เป็นเหมือนเดิมกันอีกผมจะโมโหใส่เค้าอีก ซึ่งตรงนี้ผมไม่เถียงว่าโมโหมากเวลาคุยกันเรื่องความเชื่อใจซึ่งผมอยากให้เค้าเชื่อในคำพูดของผม เวลาวิดีโอคอลมาผมให้ดูรอบบ้านก็อยากให้เชื่อว่าไม่มีใครจริง ที่ยอมทำทุกอย่างเพราะอยากให้เค้าเชื่อใจซึ่งทะเลาะกันแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวจริงๆ เค้าบอกว่าเค้าเคยขอโอกาศผมแต่ผมไม่ให้ ซึ่งไม่ใช่ผมไม่ให้โอกาศเค้านะครับ แค่มีอารมณ์โกรทบ้างซึ่งก็คุยกันดี แต่เค้าไม่เชื่อว่ากลับมาคบกันและจะไม่ทะเลาะกันอีก ซึ่งผมก็อยากพิสูจนะครับว่าถ้าเราคุยกันจริงๆก็ไม่จำเป็นต้องทะเลาะกันอย่างแน่นอน เพราะเราคุยกันรู้เรืองเสมอ แค่เรื่องเข้าใจผิดนี่ผมต้องยอมเลิกกับคนที่รักจริงๆหรือครับ
อยากให้เพื่อนๆชาวพันทิปแนะนำหรือช่วยเสนอทางออกให้ผมได้คืนดีกับแฟนด้วยครับ